บทที่ 90 ศิลาร่วงจากฟ้า
ตอนนี้ลั่วถูรู้สึกอยากตายแล้วจริงๆ ความทรมานเช่นนี้ชวนให้อยากตายเสียดีกว่าอยู่ เขาััได้ว่าร่างกายของตนถูกทำลายและฟื้นฟูกลับไปมาอยู่ตลอดเวลา จิติญญาที่ถูกเผาไม่หยุดครั้งแล้วครั้งเล่าและขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้จิติญญาของเขาเป็ราวหินมณีเม็ดเล็กจ้อยเม็ดหนึ่งแม้จะเป็ขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่ว แต่กลับแข็งแกร่งและบริสุทธิ์ถึงที่สุด
มิหนำซ้ำหินมณีขนาดเท่าเม็ดถั่วยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว พลังของดอกเซวี่ยหั่วหุนราวกับไม่มีวันหมด และความสนใจของปีศาจโบราณกาลก็ดูจะไม่รู้หมดเช่นกัน
เขาพบว่าตัวเองคือของเล่นชิ้นหนึ่งของปีศาจโบราณกาล หากเปลี่ยนสถานที่หรือเวลาเสียหน่อย ผู้ฝึกตนคนอื่นล้วนต้องรู้สึกโชคดีอย่างสุดแสนแน่นอน เพราะเขารู้สึกว่าระหว่างการกลั่นรากิญญาเขาได้ทะลวงระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ทะลวงขึ้นสู่ระดับศิษย์าขั้นสอง ทว่าพลังเปลวเพลิงอันน่าพรั่นพรึงยังคงหลั่งไหลเข้าสู่รากิญญาราวสายน้ำ เสียจนรากิญญาในตอนนี้ดูเหมือนกับลูกโป่งประหลาด หลังจากพลังไหลเข้าด้านในก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้น ทว่าหลังจากถูกทุบทำลายไปครั้งหนึ่งก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว วนเวียนไปเช่นนี้ รากิญญาพลอยยืดหยุ่นยิ่งขึ้นไปด้วย ภายใต้พลังที่โจมตีสาดซัดเข้าใส่ รากิญญาถึงกับส่งเสียงออกมาเบาๆ ราวสายฉินที่ถูกดีด
ศิษย์าขั้นสาม...
ไม่รู้ว่าผ่านการทุบทำลายมาแล้วกี่ครั้ง ความเ็ปที่ถูกทำลายและก่อร่างขึ้นใหม่นับครั้งไม่ถ้วน ลั่วถูรู้สึกได้ว่าตัวเขาทะลวงระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ครั้งนี้เขาขึ้นสู่ระดับศิษย์าขั้นสามแล้ว ทว่าทั้งหมดยังไม่จบ... ปีศาจโบราณกาลยังคงทุบตีเขา เหมือนจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยดังเดิม...
ศิษย์าขั้นสี่...
ศิษย์าขั้นห้า...
ลั่วถูรู้สึกได้ว่าพลังที่น่าพรั่นพรึงราวกับสายน้ำหลากในร่างของเขาค่อยๆ อ่อนกำลังลง ความเ็ปในร่างลดลงเฉียบพลัน การทุบตีของปีศาจโบราณกาลไม่ได้ช่วยลดความเ็ปให้เขาอีกต่อไป และกลายเป็ความเ็ปอีกทางหนึ่ง... เขาเห็นดวงตาสีแดงฉานของปีศาจโบราณกาล เห็นสายตาที่มีแต่ความโลภและความบ้าคลั่งโหมไหม้อยู่ภายใน วินาทีนั้นเองราวกับเขาจะเข้าใจเื่ราวทั้งหมด สิ่งที่ปีศาจโบราณกาล้าไม่ใช่ดอกเซวี่ยหั่วหุน แต่เป็เพลิงนรกต้นกำเนิดในจิติญญาของเขาต่างหาก เพลิงต้นกำเนิดที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนตอนนี้มีขนาดเท่ากับลูกลำไยแล้ว พลังส่วนใหญ่ของดอกเซวี่ยหั่วหุนถูกดูดซึมไปจนหมด จิติญญาของเขายิ่งแกร่งขึ้นไปอีก เพลิงต้นกำเนิดในจิติญญาก็ทวีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปเช่นกัน...
ทั้งหมดนี้เป็สิ่งที่ปีศาจโบราณกาล้า ในตอนแรกปีศาจโบราณกาลอาจ้าเพียงจะกลืนกินเขา ไปพร้อมๆ กับกลืนกินเพลิงต้นกำเนิดที่ยังคงอ่อนแอจิติญญาของเขา ทว่าหลังจากที่เขากินดอกเซวี่ยหั่วหุนเข้าไป ปีศาจโบราณกาลก็เปลี่ยนความคิดมาเป็การทำร้ายเขาและจิติญญาของเขาไม่หยุด แต่กลับกลายเป็ทำให้พลังของดอกเซวี่ยหั่วหุนกระตุ้นเพลิงต้นกำเนิดของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นเสียอย่างนั้น...
ดังนั้น จากความสิ้นหวังของลั่วถูในคราแรก แต่ในตอนนี้เขาไม่ทางตายแน่นอน!
……
เยี่ยลั่วเหิง เยี่ยเชียนชิวและคนอื่นๆ ที่หนีออกไปนอกระยะหลายร้อยลี้ ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ปีกบนหลังของพวกเขาค่อยๆ จางลงไปเพราะสิ่งนี้ไม่ใช่วิชาที่มาจากพร์ของพวกเขาอย่างแท้จริง แต่เป็เพียงวิชาที่อาศัยความช่วยเหลือจากปลายพู่กันอาคมของอาจารย์อักขระที่สลักอาคมลงบนแผ่นหลังของเขา ซึ่งช่วยได้เพียงการเอาชีวิตรอดในเวลาสั้นๆ เท่านั้นและหลังจากอักขระอาคมถูกเปิดใช้งานจะสลายไปอย่างเชื่องช้าภายในหนึ่งชั่วยาม
เยี่ยเชียนชิวและเยี่ยลั่วเหิงตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวคือการหาสถานที่ไกลๆ สำหรับซ่อนตัว ส่วนเื่โอกาสโชคชะตาอะไรพวกนั้นเอาไว้ทีหลังค่อยว่ากัน เพราะปีศาจโบราณกาลน่ากลัวเกินไปทั้งที่อยู่ตั้งไกลแต่กลับยังััถึงจิตสังหารอันรุนแรงของมันได้ เขย่าจิตใจของเขา กำเนิดเป็ความหวาดกลัวที่หยั่งรากลึก
“พี่เยี่ย พวกเ้าตระกูลเยี่ยครั้งนี้มียอดฝีมือเข้ามาเท่าไรหรือ? เ้าว่า ถ้าพวกเราทุกคนร่วมมือกันจะพอจัดการเ้าปีศาจโบราณกาลได้หรือไม่?” เยี่ยเชียนชิวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบสติอารมณ์และเอ่ยถามออกไป
เยี่ยลั่วเหิงได้แต่ยิ้มขมขื่นและส่ายหน้า นี่ล้อเล่นกันหรืออย่างไร ระดับความแข็งแกร่งของลมปราณจากเ้าสิ่งนี้ เกรงว่าคงเหนือกว่าระดับปรมาจารย์ไปมากโข ต่อให้หลุดเข้าไปในโลกชั้นล่าง ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครจัดการเ้าสัตว์ประหลาดที่น่าพรั่นพรึงตัวนี้ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดแห่งนี้เข้าไปใหญ่
มิติลับเพลิงต้นกำเนิดเป็สถานที่แบบไหนน่ะหรือ ก็เป็ที่ที่ปรมาจารย์เข้ามาไม่ได้อย่างไรเล่า และต่อให้เป็ศิษย์าขั้นสูงสุดเมื่อเข้ามาก็ยังต้องเจอกับแรงกดดันที่สะกดพลังเอาไว้ ทำให้ไม่อาจสำแดงพลังทั้งหมดออกมาได้ แล้วอย่างพวกเขาเล่าจะเอาอะไรไปสู้? ฝูงมดกัดช้างตายได้ก็จริง แต่จะต้องใช้มดมากมายสักเท่าไรกัน อีกทั้งศิษย์าจากต่างเผ่าพันธุ์ มีหรือจะพร้อมใจกันเหมือนฝูงมดได้ ไม่แน่ว่าเพียงใครสักคนเข้าไปสู้ก่อน คนด้านหลังอาจใจนเปิดหนีไปแล้วก็ได้...
“น่าแปลกจริง ระดับพลังของพวกเราล้วนถูกสะกดเอาไว้ ทำไมเ้าปีศาจโบราณกาลตัวนั้นถึงไม่ถูกสะกดพลังเอาไว้กัน?” เยี่ยลั่วเหิงฉุกคิดอะไรขึ้นได้ และกล่าวถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“บางทีอาจเป็เพราะปีศาจตนนั้นถูกผนึกไว้ในโลกแห่งนี้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงได้ปลดผนึกออกมาได้ ในตำราโบราณของพวกเราเผ่าปีศาจบันทึกไว้ว่ามิติลับเพลิงต้นกำเนิดนั้นแรกเริ่มเป็จุดกำเนิดของศิลาเทพอัคคี ในปีนั้นเพื่อจะฟื้นฟูศิลาเทพอัคคี มิติลับจึงถูกใช้ในการผนึกปีศาจ์ธาตุไฟจากต่างถิ่นเอาไว้ ศพของปีศาจ์ต่างถิ่นจำนวนมากถูกทิ้งเข้ามาในโลกมิติลับแห่งนี้ ไอปีศาจถูกศิลาเทพอัคคีสลายไปหมดแล้ว เหลือเพียงธาตุเพลิงที่อัดแน่นอยู่ในโลกมิติแห่งนี้ เพียงแต่ไม่มีใครเคยเห็นศิลาเทพอัคคีของจริงสักครั้ง... ” เยี่ยเชียนชิวนึกสักพักและกล่าวออกมา
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ ดูท่าพวกเราคงทำได้เพียงซ่อนตัวให้ไกลจากสัตว์ประหลาดตัวนั้นก็พอ... โชคร้ายเสียจริง แต่ยังโชคดีที่ในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดแห่งนี้ใหญ่พอ!” เยี่ยลั่วเหิงกล่าวอย่างช่วยไม่ได้
“มิติลับเพลิงต้นกำเนิดเต็มไปด้วยอันตรายผิดปกติ นับคนจากแผ่นดินต่างๆ ที่เข้ามาก็มีมากกว่าล้านคน แต่ท้ายที่สุดผู้ที่โชคดีจนรอดออกไปได้กลับมีไม่ถึงครึ่ง การที่สัตว์ประหลาดเช่นนี้ปรากฏออกมาย่อมไม่ใช่เื่แปลก ความจริงแล้วมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเดิมที่ก็เหมือนกับสนามรบฝานเหรินของแผ่นดินต้นกำเนิด ที่เมื่อหลายพันปีก่อนหน้านี้ถูกภัยพิบัติครั้งนั้นทำลายจนแตกเป็เสี่ยงๆ และถูกธารลาวาแบ่งแยกออกจากกัน คนนับล้านถูกแยกไปตามแผ่นดินที่ถูกแบ่งออกบางที่มีคนเพียงไม่กี่พันคนเท่านั้น ด้วยเวลาไม่กี่เดือน ไม่มีทางสำรวจได้ทั่วทุกพื้นที่แน่ แต่ตอนนี้ดูท่าพวกเราคงต้องคิดหาทางออกจากแถวนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเราได้กลายเป็อาหารของปีศาจโบราณกาลแน่!” เยี่ยเชียนชิวสูดลมหายใจเข้าลึกและกล่าวออกมา ในใจของเขาตัดสินใจได้แล้ว ต้องออกจากเขตนี้ให้ได้ ปีศาจโบราณกาลไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต่อกรได้
“นี่ก็เป็ทางเลือกทางหนึ่ง... เอ๊ะ!” เยี่ยลั่วเหิงพยักหน้าเห็นด้วย เพียงแต่พูดยังไม่ทันขาดคำ กลับต้องเงยหน้ามองขึ้นฟ้าด้วยความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้น... ” เยี่ยลั่วเหิงชี้ขึ้นฟ้าอย่างประหลาดใจ เยี่ยเชียนชิวได้แต่เงยหน้าไปมองตามไป และเห็นน้ำวนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ในมิติลับแห่งนี้เมฆดำทะมึนนับหมื่นนับพันราวกับถูกแรงดึงดูดที่น่ากลัวสูบไปทางน้ำวนบนฟ้า กระทั่งลาวาที่เพิ่งถูกพ่นออกจากปล่องก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยจนกลายเป็พายุลาวาพุ่งขึ้นฟ้าเห็นเป็สาย
“พายุ... ” เยี่ยเชียนชิวกล่าวกับตัวเองอย่างมึนงง ทว่าเขารู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่พายุ เพราะว่าเขาเห็นว่าไม่มีลมแม้แต่น้อย และวังน้ำวนได้กลายเป็หลุมดำขนาดั์อย่างรวดเร็วและไม่รู้ว่ามุ่งหน้าไปทางไหนกันแน่ พลังธาตุเพลิงอันมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่หลุมดำไม่หยุด
“ตูม... ” ขณะที่ทั้งสองกำลังมึนงง กลับรู้สึกได้ว่าทั้งฟ้าดินพลันสั่นสะท้าน เหมือนกับถูกูเาใหญ่นับหมื่นพันกดทับไว้ในเสี้ยววินาที แรงกดดันอันยิ่งใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดมาจากหลุมดำแห่งมิติลึกลับนั่นเอง
“อ๊าก... ” เยี่ยลั่วเหิงและเยี่ยเชียนชิวส่งเสียงคร่ำครวญ ร่างล้มทรุดเพราะแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวที่รุนแรงราวบัญชา์ อย่างกับมีมือขนาดใหญ่กดลงบนแผ่นหลังพวกเขาเต็มแรง ทำให้เขาไม่มีแม้แต่พลังจะขัดขืน
“มันคืออะไรกันแน่... ” ในใจของเยี่ยลั่วเหิงและคนอื่นๆ ล้วนใจนบังคับตัวเองไม่ได้ เขารู้ว่าเื่เกิดบางอย่างขึ้นแล้ว และเป็เื่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก...
“ศิลา... ” เยี่ยเชียนชิวเบิกตากว้าง เขาเห็นว่าในหลุมดำมีเงาขนาดใหญ่ราวกับูเา แต่แท้จริงแล้วเป็เพียงศิลาขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง พลังธาตุเพลิงนับหมื่นนับพันไปรวมตัวกันอยู่ใต้ศิลา และกลายเป็ัเพลิงนับหมื่นพันตัวเข้าโอบล้อมก้อนเมฆที่แบกศิลาเอาไว้ และค่อยๆ เคลื่อนลงจากฟากฟ้า เมื่อศิลาปรากฏขึ้น ราวกับแรงกดดันที่เต็มฟ้าดินหายไปทันที เยี่ยเชียนชิวและเยี่ยลั่วเหิงถึงกับอ้าปากค้างมองไปยังทางที่ศิลาเคลื่อนไป
“ปีศาจโบราณกาล... ”
ทางที่ศิลาเคลื่อนไปคือสถานที่ที่ปีศาจโบราณกาลอยู่ และปีศาจที่เดิมทียังคงรังแกศิษย์าที่น่าสงสารผู้นั้น ตอนนี้อย่างกับถูกพลังอันน่าพรั่นพรึงบางอย่างขังไว้ กรงเล็บั์พยายามยกขึ้นแต่กลับถูกพลังบางอย่างกดไว้อย่างรุนแรง
