เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ทำให้ความเงียบในห้องของเอเลน่าถูกทำลายขึ้น นีน่าที่กำลังจัดเตรียมของอยู่ในห้องหันไปมอง ก่อนจะเดินไปเปิดประตู นอกห้องมีหญิงรับใช้ยืนอยู่ในท่าทางนอบน้อม
“คุณหนูเอเลน่าค่ะ...” หญิงรับใช้กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ “คุณพ่อบ้านเฮนริคเชิญคุณหนูไปที่ห้องโถงด้านล่างค่ะ”
“ไปกันเถอะค่ะ คุณหนู” นีน่าพูดเบาๆ เอเลน่าก็เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและเดินออกจากห้องไป
ทั้งสองเดินไปตามทางเดินที่เงียบสงบ จนมาถึงห้องโถงใหญ่ ด้านล่าง ซึ่งเสียงก้าวเดินของทั้งคู่กลับดังกังวานไปตามทาง เฮนริคยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะในห้องโถง ใบหน้าเขานิ่งสงบและไม่มีท่าทีตื่นเต้น เขามองมาเห็นเอเลน่าที่เดินเข้ามา พร้อมกับนีน่าที่เดินตามอยู่ข้างๆ
คนรับใช้ทั้งสามนั่งอยู่ที่พื้นตรงกลางห้อง พวกเธอทั้งสามดูไม่สบายใจและเต็มไปด้วยความกลัว สายตาของพวกเธอต่ำลงเหมือนยอมรับชะตากรรม พวกเธอไม่ได้มองไปที่เอเลน่าหรือเฮนริค พวกเธอรู้ดีว่าในวันนี้จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
เฮนริคยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเอเลน่าเดินเข้ามา เขาเดินไปหาพร้อมเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น
“คุณหนูเอเลน่า” เฮนริคกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่สามารถปล่อยไปได้ แต่ผมจะให้คุณหนูตัดสินใจเองว่าจะลงโทษพวกเขาอย่างไร”
คำพูดของเฮนริคดังขึ้นอย่างเงียบสงบ และรอฟังคำตอบ
เอเลน่ามองไปที่ทั้งสามคนที่นั่งอยู่บนพื้น พวกเธอทำท่าทางก้มหน้าและพยายามไม่สบตาเธอ แม้แต่นีน่าก็ยังไม่กล้าสบตากับเด็กสาวตรงหน้า เอเลน่าหยุดยืนอยู่กลางห้องอย่างสงบ สีหน้าเธอไม่แสดงความโกรธหรือความอ่อนแอ แค่สงบและมั่นคง
เธอหันไปมองเฮนริคอย่างไร้ความรู้สึก ก่อนจะยิ้มบางๆ ขึ้นเล็กน้อย
เอเลน่ายิ้มบางๆ ดวงตาสีแดงอ่อนมองไปยังคนรับใช้ทั้งสาม ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อย ท่าทางดูลังเลราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอย่างจริงจัง
“ถ้าอย่างนั้น…”เธอพูดเสียงเบา นุ่มนวลเหมือนเด็กที่ยังไม่เข้าใจโลก
“หนูขออะไรสักอย่างได้ไหมคะ”เฮนริคก้มศีรษะเล็กน้อยทันที
“ได้เสมอครับคุณหนู สิทธิ์การตัดสินใจเป็ของคุณหนูโดยสมบูรณ์”
เอเลน่าหันไปมองอเดล ใบหน้าแสดงความลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่ออย่างไร้เดียงสา
“หนูอยากให้อเดลมาเป็คนรับใช้ส่วนตัวของหนูได้ไหมคะ”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องโถงหยุดชะงักไปชั่วขณะ อเดลเงยหน้าขึ้นอย่างใ ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่คาดคิด เอเลน่าก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบพูดต่อ ราวกับกลัวว่าจะถูกเข้าใจผิด
“เื่ที่หนูล้ม…จริงๆ แล้วเป็เพราะหนูไปจับชายกระโปรงของเธอเองค่ะ”เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าดูรู้สึกผิด
“อเดลก็ไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ แล้วคำพูดที่เธอพูดกับหนู…หนูก็ไม่ถือสาค่ะ หนูคิดว่าเป็แค่เื่เข้าใจผิด”นีน่าที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก หัวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ
'เดี๋ยวนะ…แบบนี้หมายความว่ายังไง'
'คุณหนู้าอะไรกันแน่?'
เอเลน่าหันไปมองนีน่าเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้า
“อีกอย่าง…นีน่าคนเดียวอาจจะเหนื่อยเกินไปด้วยค่ะ หนูไม่อยากให้นีน่าลำบาก”คำพูดนั้นทำให้นีน่ารู้สึกเหมือนหัวใจนีน่าถูกบีบเบาๆ ทั้งงุนงง ทั้งสับสน ทั้งไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเด็กคนนี้เลยสักนิด
แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เอเลน่าก็ขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วก็เธอหลบไปอยู่ข้างหลังเฮนริค มือเล็กๆ จับชายกางเกงของพ่อบ้านไว้แน่น ท่าทางหวาดกลัวอย่างชัดเจน
“แต่…”เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงอ่อนสั่นไหว
“เฮเลนกับแอนนา…หนูกลัวค่ะ”
เฮเลนกับแอนนาสะดุ้งทันที ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกตัดสินโทษในพริบตาเดียว เอเลน่าชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังเฮนริคเล็กน้อย สีหน้าดูหวาดหวั่นและน่าเอ็นดู
“อเดลเป็คนเปิดเผย หนูพอจะคุยด้วยได้ค่ะ แต่สองคนนั้น…”
เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง
“ช่วยให้พวกเธอไปทำงานที่…ไม่ต้องให้หนูเห็นหน้าได้ไหมคะ คุณพ่อบ้าน” ห้องโถงเงียบงัน คำพูดนั้นอ่อนโยน สุภาพ และดูเหมือนไม่มีพิษภัยแต่สำหรับคนที่นั่งอยู่กับพื้น…มันคือคำตัดสินที่หนักหนากว่าเสียงะโใดๆ เฮนริคมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเดิม สุภาพ อ่อนโยน และอ่านไม่ออก ก่อนจะยิ้มบางๆ อย่างพ่อบ้านผู้สมบูรณ์แบบ
“เข้าใจแล้วครับ คุณหนูเอเลน่า”เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“ผมจะจัดการทุกอย่าง…ตามความประสงค์ของคุณหนูครับ”
และในวินาทีนั้นเอง ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า มุมปากของเด็กสาวที่หลบอยู่ด้านหลัง ยกขึ้นเล็กน้อย…อย่างพึงพอใจ...
หลังจากเื่ในห้องโถงจบลง เอเลน่ากลับมาที่ห้องของตัวเอง บรรยากาศเงียบงันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ นีน่าที่อยู่ในห้องไม่กล้าพูดมากเหมือนเคย สายตาแอบเหลือบมองเด็กสาวเป็ระยะ ราวกับกลัวว่าจะพลาดอะไรไปเพียงเล็กน้อย
เอเลน่านั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่างครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม นีน่าสะดุ้งเล็กน้อย
“คะ…คุณหนู จะ…จะไปไหนคะ”
เอเลน่าตอบทันทีโดยไม่หันกลับมา
“ไปเดินเล่น” น้ำเสียงเรียบเฉย ไม่เปิดช่องให้ต่อรอง นีน่าเตรียมตัวจะติดตามไปด้วย
“ไม่ต้อง ฉันจะไปคนเดียว”คำเดียว สั้น และจบ นีน่าก้มหน้าลงทันที
“ค่ะ…”
เอเลน่าไม่รอคำพูดอื่น เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน ทิ้งให้นีน่ายืนอยู่เพียงลำพัง หัวใจเต้นแรงด้วยความไม่สบายใจที่อธิบายไม่ถูก
เอเลน่าเดินไปตามทางเดินด้านนอก ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า ความเบื่อหน่ายฉายชัดในดวงตา ก่อนที่เสียงพูดคุยจะดังขึ้นจากสวนด้านข้าง
“…แค่เห็นหน้าก็น่าหงุดหงิดแล้ว”เสียงนั้นทำให้เอเลน่าชะลอฝีเท้า
ใต้ต้นไม้ใหญ่ เลออนฮาร์ทยืนกอดอก สีหน้าไม่ปิดบังความรังเกียจ ข้างกายคือเอริอุสที่ยืนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ
เลออนฮาร์ทเหลือบมาเห็นเอเลน่า ริมฝีปากกระตุกยิ้มเยาะ
“อ้าว ยัยนอกคอกนี่เอง ก็ว่ากลิ่นตุๆอะไรที่ไหนโชยมา”พูดจบเลออนหัวเราะร่า ราวกับผู้ชนะ เอริอุสไม่พูดอะไร เพียงพยักหน้าเบาๆ ดวงตามองเอเลน่าอย่างไม่เป็มิตร
เอเลน่า สีหน้าเรียบเฉย ดวงตาไร้แววสะทกสะท้านราวกับคำพูดเมื่อครู่…ไม่คู่ควรแม้แต่จะเก็บไปคิด ก็แค่คำพูดของเด็กๆทะเลาะกัน เธอไม่อยากเสียเวลาด้วย แต่เมื่อย้อนกลับไปเหตุการณ์ต่างๆที่เอเลน่าตัวจริง โดนสองคนนี้แกล้ง มันก็เกินไปกับการที่เด็กคนหนึ่งจะต้องโดนกระทำ
สั่งให้คนใช้นำหนูมาใส่ไว้บนที่นอนของเอเลน่า ขังเธอไว้ในตู้เสื้อผ้าตลอดคืน และยังมีหลายเหตุการ์ณที่เธอไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่ เพราะั้แ่ที่พ่อของเอเลน่าหายไปเธอโดนแกล้งแบบนี้เกือบทุกครั้ง ดวงตาสีแดงของเอเลน่าเบิกโพรงและเข้มขึ้น 'เริ่มจะโมโหขึ้นมานิดๆแล้วแฮะ'
เอเลน่าหันไปเผชิญหน้ากับทั้งสอง ยืนกอดอกด้วยท่าทางมั่นใจบรรยากาศเริ่มกดดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เลออนและเอริอุส รู้สึกถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไป เด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่เคยรีบเดินหนี และไม่เคยตอบโต้พวกเขา กลับมายืนประจันหน้าแบบนี้
“ นึกว่าเสียงนกเสียงกาที่ไหนซะอีกที่แท้ เ้าคนสมองน้อยกับเ้าทึ่มนี่เอง ” เด็กชายทั้งสองได้ยินอย่างนั้น ก็หน้าแดงและโมโหขึ้นทันทีเดินจ้ำอ่าวมาหาเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า
“ นี่เธอว่าใครสมองน้อย!!” เลออนะโถามเอเลน่าด้วยโทสะ
“ แล้วเ้าทึ่มเธอว่าใคร” เอริอุสเค้นถามเอเลน่าหลังจากเลออนพูดจบ เอเลน่าชี้นิ้วไปที่เด็กชายทั้งสองคน “ก็พวกนายไง”
เลออนเข้ามาประชิดตัวเอเลน่า มือของเลออนกระชากแขนของเอเลน่าจนตัวเด็กสาวลอยขึ้น เลออนสูงกว่าเอเลน่ามาก เด็กชายวัย15ปี พูดกับเด็กสาวที่เขายกตัวลอยอยู่นั้น
“ ปากดีนักนะ วันนี้ได้กินของดีๆเข้าหน่อยเลยมีแรงมาพูดแบบนี้สินะ” ปึ้ก!!! ทันใดนั้น เลออนรู้สึกความเ็ปที่สีข้างของเขา มือเขาปล่อยแขนของเด็กสาวโดยอัตโนมัติ เด็กชายนั่งกองกับพื้น มือกุมที่ท้อง ความรู้สึกของเขาตอนนี้ ที่สีข้างด้านซ้ายของเขาทั้งเ็ปและจุก เอริอุสเห็นเหตุการณ์นั้น เขายังไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าพี่ชายของเขาโดนเด็กสาวตัวเล็กๆเตะเข้าที่สีข้างอย่างแม่นยำ แต่ไม่คิดว่าจะทำให้พี่ชายของเขาเ็ปได้ขนาดนี้ เอริอุสตรงดิ่งเข้าไปจะผลักเอเลน่าให้ล้มลง เอเลน่าเบี่ยงตัวหลบ และเอามือผลักข้างหลังของเอริอุส ให้ล้มลงอย่างว่องไว
“ครั้งนี้ฉันแค่เตือน ถ้าพวกนายมายุ่งกับฉันอีกครั้ง พวกนายเจอกับนรกแน่” เอเลน่าพูดจบ เธอเดินต่อไปและทิ้งเด็กชายทั้งสองไว้อย่างนั้น เลออนไม่มีแรงพูดตอบโต้เพราะทั้งจุกและเจ็บได้แต่มองให้เด็กสาวเดินจากไปทั้งอย่างนั้น
“แก...แกคิดว่ามันจะจบแค่นี้หรอ ยัยลูกนอกคอก!!”เลออนพูดตามหลังเอเลน่าที่เดินจากไปอย่างไม่สนใจ และหันกลับมามองด้วยซ้ำ ทำให้ความแค้นในใจเขายิ่งทวีคูณขึ้นเป็หลายเท่า ทั้งเจ็บ ทั้งอาย สับสน
“ โธ่เว้ย!!”
แปล๊บ!! ความรู้สึกเจ็บที่ขานิดๆ 'ร่างนี้ยังเด็ก และไม่เคยออกกำลังกายด้วยซ้ำ ฝืนไปไหมนะเรา' ตอนอยู่ที่เกาหลีเธอได้ฝึกการต่อสู้มาทุกรูปแบบเพื่อป้องกันตัวเอง การชิงตำแหน่งประธานบริษัทั์ใหญ่ ไม่ใช่เื่ง่ายและเจอกับอันตรายทุกรูปแบบ องค์กรทหารรับจ้างที่เธอดูแลอย่างลับๆ หน่วยข่าวข้อมูลลับ รวมถึงบริษัทดูแลด้านความปลอดภัยซึ่งจะมีแต่ลูกค้า VVIP ที่มาใช้บริการ เธอเรียนรู้มาทั้งหมดนั้น จนทำทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยตัวเอง แต่ยังใช้ชีวิตในฐานะท่านประธานได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องมาตายซะก่อน ร่างเล็กนั่งที่เก้าอี้ไม้ยาวในสวน พิงผนักเก้าอี้เงยหน้าและหลับตาสูดอากาศพร้อมถอนหายใจ
“ จะว่าไปวันนี้ก็มีแต่เื่จริงๆ ชีวิตก่อนก็เป็แบบนี้ ได้ชีวิตใหม่มาก็ยังจะต้องมาเจอชีวิตแบบนี้อีกหรอเนี่ย” ร่างเล็กยังคงนั่งนิ่งเงยหน้าขึ้
นมองไปบนท้องฟ้าซึ่งมีต้นไม้ใหญ่บดบังท้องฟ้าไว้ บรรยากาศร่มเย็นจนเธอเริ่มจะรู้สึกง่วงนิดๆ แล้วก็ผล็อยหลับทั้งอย่างนั้น
