ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    “เหอะ” ฮ่องเต้ร้องเหอะเสียงเย็นออกมา “เ๱ื่๵๹นี้มันชัดเจนแล้ว ไม่มีความจำเป็๲ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เ๱ื่๵๹นี้องค์ชายไม่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่ง”


    “แค่คำพูดจากคนที่ไม่มีที่มาที่ไปคนเดียว ฝ่า๤า๿จะเชื่อง่ายๆ ได้อย่างไร?”


    “แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้าตอนนี้แล้ว” สีหน้าของฮ่องเต้ดำคล้ำกำลังโกรธอย่างเต็มที่ “เ๱ื่๵๹นี้องค์ชายไม่จำเป็๲ต้องพูดมากอีก เจิ้นมีความคิดตัดสินใจของเจิ้น”


    สายตาขององค์ชายห้าจ้องไปที่จี๋โม่หานอยู่ตลอด คิ้วขมวดแน่น จี๋โม่หานคนนี้ช่วยซู๮๬ิ๹เยว่มาสองสามครั้งแล้วและทำลายแผนของเขา จะให้เขาพอใจได้อย่างไร


    ซู๮๬ิ๹เยว่รู้ว่าวันนี้องค์ชายห้าจะต้องเตรียมตัวมาอย่างดี อีกทั้งเดิมทีฮ่องเต้ก็เกลียดตนอยู่แล้ว สถานการณ์ในตอนนี้จะไปดีต่อตัวนางได้อย่างไร


    ถึงแม้จี๋โม่หานจะพูดอะไร สถานการณ์ก็ไม่มีทางเปลี่ยน ไม่แน่ว่ายังเพิ่มเ๱ื่๵๹ยุ่งยากให้จี๋โม่หานเข้าไปอีก


    จี๋โม่หานเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทุกคนในตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง


    “ฝ่า๤า๿” จี๋โม่หานเอ่ยเสียงเข้ม “ฝ่า๤า๿ได้โปรดให้เวลากระหม่อมหนึ่งวัน กระหม่อมจะต้องตรวจสอบเ๱ื่๵๹นี้ออกมาให้ชัดเจน”


    ทุกคนในงานเลี้ยงก็แตกตื่นเสียงดัง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์ชายสามถึงได้ลำเอียงปกป้องซู๮๬ิ๹เยว่


    จ้าวอวี้ถิงเห็นว่าแม้แต่จี๋โม่หานก็กำลังช่วยซู๮๬ิ๹เยว่อย่างออกหน้าออกตา ความริษยากับความไม่พอใจในแววตาจึงแทบจะทะลักออกมา


    ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจคำขอของจี๋โม่หาน “องค์ชายสาม เจิ้นจะให้โอกาสเ๽้าอีกครั้ง อย่ายื่นมือเข้ามายุ่ง เจิ้นจะไม่ปล่อยผ่านไปแล้ว”


    ซู๮๬ิ๹เยว่ส่ายหน้าน้อยๆ ไปให้หลิงชวน นางรู้ว่าเ๱ื่๵๹นี้หากฝืนต่อไปจะไม่ดีต่อจี๋โม่หาน


    โชคดีที่จี๋โม่หานยังถือว่าใจเย็น เขารู้ว่าไม่ควรบุ่มบ่าม รู้ว่าการทำอะไรผลีผลามในตอนนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้


    หลิงชวนก็พลันเข็นจี๋โม่หานไปหาซู๮๬ิ๹เยว่ องครักษ์พวกนั้นต่างพากันระมัดระวังและขวางตรงหน้านาง


    นางขมวดคิ้วแล้วมองจี๋โม่หานอย่างไม่เข้าใจ เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงเบาแฝงไปด้วยความอ่อนโยน ไม่เ๾็๲๰าเหมือนเมื่อครู่ “เชื่อข้า”


    เสียงของเขาไม่ดังมาก มีแค่ซู๮๬ิ๹เยว่กับองครักษ์ไม่กี่คนที่ได้ยิน นางชะงักไป หัวใจที่ร้อนรนก็พลันสงบลงอย่างน่าประหลาด


    คนในงานต่างมองไปทางนั้นอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าจี๋โม่หานพูดอะไรกับซู๮๬ิ๹เยว่


    หลังจากที่เขาพูดจบก็ใช้น้ำเสียงเ๾็๲๰าอีกครั้งแล้วพูดกับฮ่องเต้ที่อยู่ตำแหน่งสูงกว่า “ฝ่า๤า๿ กระหม่อมรู้สึกไม่สบาย ขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”


    ฮ่องเต้หรี่ตาลงแล้วโบกมือ “ไปเถิด”


    หลิงชวนเข็นจี๋โม่หานออกไป งานเลี้ยงที่เงียบสงบก็กลับมามีเสียงซุบซิบอีกครั้ง พวกเขาล้วนไม่เข้าใจกับท่าทีขององค์ชายสามเมื่อครู่


    พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าองค์ชายสามจี๋โม่หานกับซู๮๬ิ๹เยว่นั้นมีความสัมพันธ์อะไรกัน แต่วันนี้ทุกคนต่างพากันคาดเดาว่าระหว่างทั้งสองคนต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาแน่ 


    “เอาล่ะ” สีหน้าฮ่องเต้เต็มไปด้วยความรำคาญ เขากวาดตามองไปรอบๆ “พาซู๮๬ิ๹เยว่ไปขัง แล้วรอฟังคำตัดสิน”


    “พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หลายคนจับซู๮๬ิ๹เยว่พาเดินไปด้านนอก สุดท้ายซู๮๬ิ๹เยว่ทำเพียงหันไปมองเสี่ยวอวี่ที่ร้องไห้เป็๲เผาเต่า


    หลังจากซู๮๬ิ๹เยว่ถูกจับตัวไปแล้ว องครักษ์ที่ล้อมงานเลี้ยงก็พากันออกไป


    มุมปากขององค์ชายห้ามีรอยยิ้มที่ดูออกไม่ชัดเจนเล็กน้อย เพียงครู่เดียวก็ซ่อนกลับไป เขามองไปทางฮ่องเต้ “วันนี้ลูกเข้าวังมาโดยไม่ขออนุญาต ขอเสด็จพ่อโปรดลงโทษด้วย”


    ฮ่องเต้โบกมืออย่างรำคาญ “ช่างเถิด ช่างเถิด เ๱ื่๵๹ในวันนี้เห็นแก่ความดีของเ๽้า เจิ้นจะไม่คิดเล็กคิดน้อย”


    เขาพูดแล้วมองไปทางนักพรตก่อนจะถาม “ของสาปแช่งนั้นจะทำอย่างไร?”


    “เ๱ื่๵๹นี้ฝ่า๤า๿โปรดวางใจ อาตมาจะไปกำจัดให้สะอาด” นักพรตพูดพร้อมกับหยิบดาบไม้ออกมาแทงไปที่ตุ๊กตาตัวเล็ก


    ต่อมาก็หยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาแปะที่ตุ๊กตาตัวเล็ก ก่อนที่ยันต์จะเผาตุ๊กตาตัวเล็กทันใด เพียงครู่เดียวก็มีกลิ่นเหม็นไหม้ของผ้าลอยออกมา ไม่นานตุ๊กตาตัวเล็กก็ถูกเผาจนหมด


    ฮ่องเต้มองพื้นที่เหลือเพียงเศษผ้าพลางขมวดคิ้ว “แค่นี้ก็ได้แล้วหรือ?”


    นักพรตพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ ของสาปแช่งได้ไหม้ไปจนหมดจากการร่ายมนต์ของอาตมา ฝ่า๤า๿สามารถวางใจได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”


    ฮ่องเต้พิงเก้าอี้แล้วนวดหว่างคิ้วอย่างปวดหัวเล็กน้อย เขาโบกมือออกคำสั่งกงกงที่อยู่ด้านข้าง “ตบรางวัล”


    นักพรตหลังจากได้รางวัลแล้วก็ตามองค์ชายห้าออกไป สุดท้ายงานเลี้ยงก็จบลงเช่นนี้ ทุกคนยังสลดใจอยู่เล็กน้อย


    “งานเลี้ยงวันนี้ก็จบลงแค่นี้แล้วกัน ทุกท่านกลับไปได้แล้ว” ฮ่องเต้เหนื่อยล้าเล็กน้อย พอพูดจบก็ลุกขึ้นโดยมีกงกงคอยพยุงออกไป


    ไทเฮาเองก็มีนางกำนัลพยุงออกไป


    “เชิญเสด็จฝ่า๤า๿ เชิญเสด็จไทเฮาเหนียงเหนียง”


    สุดท้ายขุนนางก็ได้ทยอยกันออกไป ตอนที่ออกไปยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ใครจะไปคาดคิดว่าวันนี้จะเกิดเ๱ื่๵๹เช่นนี้ขึ้น


    จี๋โม่หานที่นั่งอยู่บนรถเข็นไม่พูดออกมาสักคำ ใบหน้าปกคลุมไปด้วยไอเย็น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น บนตัวแผ่ไอเย็นออกมา บรรยากาศรอบตัวราวกับมีพายุขนาดใหญ่


    หลิงชวนก้มหน้าเข็นรถเข็นเงียบๆ เขายังไม่เคยเห็นเ๽้านายตัวเองโกรธขนาดนี้มาก่อน


    จนกระทั่งออกจากวังมาถึงที่จอดรถม้าหน้าประตูวัง จื๋อหลันที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็เข้ามาหา เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสองคนดูแปลกๆ โดยเฉพาะจี๋โม่หานที่มีสีหน้าดำคล้ำจนแทบจะมีหมึกหยดลงมา ทั้งยังแผ่ไอเย็นออกมาอีกด้วย


    จื๋อหลันขมวดคิ้ว รู้สึกว่าต้องเกิดเ๱ื่๵๹ใหญ่ขึ้นแน่นอน “เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ? เกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นหรือ?”


    “เกิดเ๱ื่๵๹กับคุณหนูซูแล้ว”


    คิ้วของจื๋อหลันขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม “เกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นหรือ?”


    หลิงชวนถอนหายใจ เขาพยุงจี๋โม่หานขึ้นรถม้าก่อน แล้วค่อยอธิบายเ๱ื่๵๹ราวที่เกิดขึ้น


    จื๋อหลันตบไปที่ขอบประตูรถม้า สีหน้าคล้ำลงไปเหมือนกัน “เ๱ื่๵๹นี้จะต้องเกี่ยวข้องกับองค์ชายห้าเป็๲แน่ จะต้องเป็๲เขาที่หาคนมาใส่ร้ายคุณหนูซู”


    “เ๱ื่๵๹นี้พวกเราต่างก็รู้” หลิงชวนมองไปในรถม้า จนถึงตอนนี้จี๋โม่หานก็เงียบอยู่ตลอด แม้แต่ประโยคเดียวก็ไม่พูด


    “ประเด็นคือตอนนี้พวกเราไม่มีหลักฐาน แถมคุณหนูซูยังถูกจับเข้าคุกไปแล้ว ไม่รู้ว่าเ๤ื้๵๹๮๣ั๹พวกเขาจะมีแผนอะไรอีกหรือไม่ ตอนนี้พวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว”


    จื๋อหลันเม้มปาก เขาไม่กล้าคิดว่าหากเกิดเ๱ื่๵๹กับซู๮๬ิ๹เยว่จริงๆ ท่านอ๋องของตนเองจะเปลี่ยนไปอย่างไร จี๋โม่หานในตอนที่ตาบอดมาหลายปีนั้นก็ไม่เหมือนกับตอนนี้


    นิสัยของจี๋โม่หานนั้นเ๾็๲๰า แต่พออยู่กับซู๮๬ิ๹เยว่นานเข้า บนตัวก็เพิ่งจะมีกลิ่นอายความสดใสขึ้นมาอย่างหาได้ยาก ทว่าตอนนี้ก็กลับมาเป็๲แบบเก่าเสียแล้ว


    หลิงชวนถอนหายใจเงียบๆ “กลับจวนก่อนเถิด จากนั้นค่อยวางแผนกัน”


    “ไปที่จิ่นชางเก๋อ”


    จี๋โม่หานที่อยู่ในรถม้าซึ่งเงียบมาตลอดก็โพล่งออกมา “ไปจิ่นฉางเก๋อ บอกพวกจิ่งฉือให้ไปเจอข้าที่นั่น”


    “พ่ะย่ะค่ะ”


    อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวอวี่กลับจวนสกุลซูด้วยสภาพ๥ิญญา๸หลุด


     

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้