ยังคงเป็วันที่น่าเบื่อไม่มีอะไรพิเศษ
เมื่อถึงตอนเย็นตะวันคล้อยแสง กลุ่มที่ออกไปล่าสัตว์ก็เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย
ไม่ถือว่าล่าได้มาก คนเกือบสิบกว่าคนได้กระต่ายป่ามาสองโพรง นกปากแหลมและหนููเาอีกแปดตัว แต่จากสีหน้าของทุกคนที่ได้ส่วนแบ่งอย่างเท่าเทียม มันก็นับว่าเป็การล่าที่คุ้มค่า ก่อนที่พวกเขาจะเอาหนังสัตว์ ขนนก เล็บและเขี้ยว มามอบให้เฉินถั่วถงตามที่เคยตกลงกันไว้
ในคืนนั้น
เฉินอวี๋มองไปที่แผ่นหนังกระต่ายและชิ้นส่วนต่างๆ ของสัตว์ที่แม่รวบรวมมา ส่งต่อให้เฉินเหนียนอู่และถามว่าใช้ได้หรือไม่ เขาก็มองไปที่แม่และพี่สาวคนรองอย่างสับสน ไม่เข้าว่าสตรีสองคนกำลังพูดถึงเื่อะไร
“เหนียนเอ๋อ นี่คือหนังสัตว์และกระดูกที่รวบรวมได้”
“มันพอที่จะสร้างเป็ถุงเก็บน้ำอย่างที่เ้าเคยบอกได้หรือเปล่า?”
เฉินถั่วถงไม่สนใจสายตาแปลกๆ ที่ลูกชายคนที่สามมอง นางยื่นวัตุดิบให้เฉินเหนียนอู่และถามอย่างคาดหวัง
“แม้คุณภาพหนังอาจไม่สูงนัก แต่หากเพิ่มและปรับแต่งอะไรนิดหน่อย ก็น่าจะสร้างเอามาใช้แก้ขัดก่อนได้ไม่มีปัญหา ท่านแม่สบายใจได้” ฉินเหนียนอู่รับมาก็คำนวณนั่งนับ ก่อนที่นางจะพยักหน้าว่าของเหล่านี้พอสร้างได้อยู่
“ดี” เฉินถั่วถงยิ้ม ด้วยความพิเศษที่เรียกว่าเวทมนตร์ สิ่งที่นางกังวลเื่การกักเก็บน้ำ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเอาอะไรมาใส่น้ำสำหรับดื่มและกินในวันข้างหน้าอีก หันไปหาเฉินอวี๋และเฉินอิงเอ๋อแล้วพูดว่า
“เฉินอวี๋ เ้าคอยช่วยเหลือพี่สาว แม่และพ่อจะดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ สักหน่อย”
หือ?
ดึงดูด
ดึงดูดอะไรอ่ะ?
“...”
เฉินอวี๋ได้ยินก็กะพริบตาปริบๆ ไม่ค่อยจะเข้าใจสิ่งที่แม่ของเขาพูดนัก แต่เด็กดีก็ควรเชื่อฟัง ตบหน้าอกเล็กๆ ของตัวเองบอกว่า ส.บ.จ.ห.ห สบายใจหายห่วง
โฮ๊กกกก!!~~
ไม่นาน เสียงคำรามอันดุร้ายของพี่ชายคนโตก็ะโขึ้น
เฉินอวี๋ที่มองไปก็ถึงกลับผงะ เห็นว่าแม่แอบไปแก้เชือกที่มัดตัวพี่ชายไว้ และพ่อที่นั่งพูดคุยร่วมกับผู้คนรอบกองไฟ เขาก็แอบเอามีดผ่าท้องหนูทำท่าจะย่าง
ด้วยกลิ่นเืสดๆ มันหอมหวาน สัตว์ประหลาดน้อยในคราบมนุษย์ที่ถูกปลดปล่อย เขาก็วิ่งตะบันออกอาละวาดกระโจนใส่ฝูงคนทันที
“ช่วยด้วย”
“ลูกชายของข้าคลั่งอีกแล้ว”
“ทุกคนช่วยรั้งตัวเขาไว้หน่อย”
โฮ๊กกก
เหวอ!!!
“จับเขาเร็วเข้า!!~”
“...”
“...”
เกิดความวุ่นวายที่ไม่คาดคิด ผู้ใหญ่ร่วมถึงเด็กๆ ทุกคนล้วนพากันวิ่งหนีแตกตื่น ทุกสายตามองไปที่เฉินต้าที่อาละวาด ใครที่พยายามเข้ามาห้ามก็ถูกเขาลากไปตลอดทาง
“ช่วยแกะถุงเืให้หน่อย”
“ข้าจะรีบทำถุงน้ำให้เสร็จเร็วๆ”
เฉินอวี๋ที่ถูกพี่สาวสะกิด เขาก็ละความสนใจจากความวุ่นวายที่ลานทุ่งหิน หันไปหาเฉินเหนียนอู่ที่เตรียมจัดของและวาดรูปวงกลมด้วยเืนก
เขาไม่เข้าใจกับการกระทำของทุกคน ว่าทำไมก็แค่ทำถุงน้ำต้องสร้างความวุ่นวาย แถมยังต้องละเลงเืใส่หนัง ไม่ได้เอาไปฟอกขี้เถ้าถอนขนหรือผึ่งความร้อนให้หนังอยู่ตัว
“อย่าเหม่อสิเฉินอวี๋”
“ข้าบอกว่าขอถุงเื เร็วเข้าไม่เช่นนั้นจะไม่ทันกาล”
“โอะโอ๊ะ นะ..นี่ถุงเื” เฉินอวี๋สับสน แต่เขาก็ส่งถุงเืให้พี่สาวโดยดี และขณะที่เขา้าจะถามว่านางจะทำอะไร
เฉินเหนียนอู่ก็โบกไม้กายสิทธิ์ในมือและร่ายมนตร์ จากนั้นรูนที่เขียนด้วยเืก็ตอบสนองกับปานสายฟ้าเป็ที่หน้าผาก เริ่มเรืองแสงสีเขียวเล็กๆ เกิดเป็ประกายดวงดาว
ฉากนี้ ทำเอาเฉินอวี๋ถึงกลับสะดุ้งโหยง ดวงตาเล็กๆ ของเขาแทบจะถลนออกจากเบ้า ปากก็อ้ากว้างจนเห็นลิ้นไก่ มันเป็กระบวนการที่ใช้เวลาไม่นาน จากแผ่นหนังและกระดูกที่กองรวมๆ กัน ก็ค่อยๆ ปรากฏเป็ถุงหนังสัตว์ใบหนึ่งสำหรับเก็บน้ำเผยออกมา
เฮ้ย!!!
“ผีหลอก!!~~”
“...”
เมื่อรุ่งอรุณมาเยือน ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ผู้ใหญ่หลายคนก็เริ่มพูดคุยถึงแผนการล่าสัตว์และการจัดเวรยามเฝ้าบ่อ
ระหว่างทางกลับมาจากเมื่อวาน พวกเขาพบว่ามีร่องรอยของกลุ่มที่ขับไล่ไปในตอนแรก ยังคงมาเดินวนเวียนอยู่ใกล้เชิงเขา ซึ่งอาจถูกศัตรูบุกเข้ามาโจมตีและทำลายเด็กๆ ตอนที่ผู้ชายส่วนใหญ่ออกล่า ต่อให้ที่นี่จะมีเฉินอ่าว แต่เขาคนเดียวคงปกป้องและต้านคนหมู่มากหลายสิบไว้ไม่ไหว
ั้แ่เช้า กลุ่มผู้ใหญ่จึงมาหาเฉินถั่วถงเพื่อปรึกษา ทำราวกับว่านางคือผู้ใหญ่บ้านและ้าให้เฉินถั่วถงเป็คนตัดสินใจ
“เฉินอวี๋ ช่วยดูอิงเอ๋อหน่อย ข้าจะใช้โอกาสที่ไม่มีคนสนใจทำการเก็บน้ำจากบ่อ”
ขณะที่นั่งเฝ้ามันเห็บต้ม เสียงของเฉินเหนียนอู่ก็พูดขึ้น เฉินอวี๋ผู้มีใบหน้าโทรมๆ ได้ยินก็หันไปมองเบาๆ
ทั้งคืน เรียกได้ว่าเฉินอวี๋แทบจะนอนไม่หลับกับสิ่งที่เขาพึ่งพบ
ไม่ว่าจะพยายามข่มตามากแค่ไหน สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัว ก็ยังไม่หลุดพ้นจากเื่เวทมนตร์ที่พี่สาวคนรองร่ายออกมา
สิ่งนี้ ในสายตาของเขามันผิดธรรมชาติ แต่จากที่ร่วมนั่งฟังอย่างเงียบๆ จากการพูดคุยของพ่อแม่และพี่สาวคนรอง ทุกคนยกเว้นเขา ล้วนแต่รู้เื่นี้มาก่อน เรียกได้ว่าหากตัดท่านตา พี่ชายและน้องสาวคนเล็กออก ก็มีเพียงเฉินอวี๋เพียงคนเดียวในกลุ่ม ที่เข้าใจผิดและไม่ทราบอะไรเลย
สามพี่น้องเดินไปที่ขอบบ่อ เฉินอวี๋กับอิงเอ๋อยืนบังสายตาคนอื่น มองดูพี่สาวคนรองหยิบถุงน้ำออกมาถือ
มันเป็ถุงน้ำหนังสัตว์ ปากถุงและจุกเป็เกลียวเหมือนหัวขวด หากมองดูจากภาพลักษณ์ไม่มีอะไรพิเศษ
“พี่เหนียนอู่ ไม่รู้ว่าข้าจะขอเรียนคาถาและเวทมนตร์ได้หรือเปล่า?”
ขณะนั้น เฉินอวี๋ก็ลังเลที่จะถาม แต่ในเมื่อเจอโอกาสพบกับเื่มหัศจรรย์เช่นเวทมนตร์ แล้วเขาจะไม่อยากฝึกหรือเรียนมันได้อย่างไร
แต่เพียงคำพูดของเฉินเหนียนอู่เอ่ย ก็ดับความฝันของเฉินอวี๋ที่จะกลายเป็พ่อมดเ้าอภินิหารในทันที
“ข้าไม่อาจเดาได้ ว่าเ้าไปรู้เื่พ่อมดและเวทมนตร์มาจากไหน แต่สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็สามารถเป็ หากไม่สืบทอดผ่านสายเืทางครอบครัว หรือไม่ได้สามารถสื่อสารกับเทพเพื่อขอเป็สาวก นอกจาก 2 กรณีนี้ก็ไม่มีทางอื่นอีก”
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโลกใบนี้ที่ใช้คาถาเวทย์ไม่ได้นอกจากรูน รูปปั้นของเทพสำหรับบูชาก็คงไม่มีให้ทำพิธีกรรมเพื่อเรียกเทพตอบรับ มันจึงแทบจะเกิดขึ้นหรือเป็ไปไม่ได้”
“ขนาดรูนโบราณที่พี่สาวเ้าสร้างถุงน้ำใบนี้ ก็ยังต้องอาศัยใช้ปานพันธสัญญาเทพที่ผูกติดกับิญญาในการสร้างมัน”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากสอน แต่สอนไปหากไม่อาจใช้พลังเวทย์หรือกระตุ้นรูนโบราณได้ จดจำหรือเรียนรู้ไปมันก็แทบจะไม่มีประโยชน์เลยน้องข้า”
“...”
เฉินเหนียนอู่พยายามพูดเพื่อให้น้องชายเข้าใจ พลังเวทมนตร์คาถา ที่เสกสรรเปลี่ยนแปลงความเป็จริงได้เกือบทุกอย่าง มันยังมีเงื่อนไขและกฏของมัน ไม่เช่นนั้นในโลกเดิมของนาง ตัวตนเช่นพ่อมดแม่มดคงไม่ใช่สิ่งหายาก แม้จะเป็พ่อมดฝึกหัด ก็ยังมีหน้ามีตาเทียบเท่าบารอลหรือเ้าเมือง
สิ่งนี้ ทำให้เฉินอวี๋ได้ยินค่อนข้างผิดหวัง เกือบจะได้เป็แฮรี่พอร์ตเตอร์ซะแล้ว แต่ก็ติดที่เขาไม่ใช่ลูกหลานของพวกพ่อมด า และแท่นพิธีก็ไม่ต้องพูด เพราะคงไม่มีอยู่ในโลกใบนี้ให้เขาได้ลองแน่นอน
ไม่ถามอะไรเพิ่ม ยืนดูสิ่งที่พี่สาวคนรองทำอย่างเงียบๆ
เฉินเหนียนอู่เปิดจุกคลายเกลียวออก จากนั้นนางก็เหลือบมองไปรอบๆ พอให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองดู ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งให้เฉินอวี๋เป็สัญญาณ ว่าให้ช่วยเตือนนางด้วยหากมีใครสักคนมองมา
เฉินเหนียนอู่คุกเข่าลงกับพื้น วางถุงน้ำราบลงบนเข่า หยิบไม้กายสิทธิ์ออกจากเสื้อ เริ่มท่องคาถาอันยาวนาน ก่อนอักษรรูนที่สลักวาดอยู่ในถุงจะตอบสนองและเรืองแสง
เหตุการณ์มหัศจรรย์ได้เกิดขึ้น เกิดลูกบอลแสงสีเขียวปรากฏขึ้นตรงปลายไม้กายสิทธิ์ มันไม่ได้สว่างมากนักเพราะอยู่ใน่กลางวัน มันเหมือนกับการถือเทียนเล่มเล็กที่ถูกจุด แต่จะเป็ที่สังเกตหากใช้สิ่งนี้ในตอนกลางคืน
เมื่อเห็นว่าวงเวทย์รูนคงที่ นางก็หยุดท่องมนต์ เริ่มขยับปลายไม้อย่างคล่องแคล่ว จนเกิดเป็กลุ่มดาวหกแฉกสีเขียวอ่อนเหนือปากของถุง
ด้วยการสะบัดมือ รูนดาวหกแฉกก็ดูดน้ำในบ่อเข้าไปในถุง โดยที่มีเฉินอวี๋กับอิงเอ๋อที่จ้องมอง แม้จะเห็นอีกครั้งไม่ใช่รอบแรก แต่กระบวนการที่ดูดน้ำจากบ่อให้ไหล่ขึ้นสู่ที่สูง เข้าไปในถุงน้ำในมือด้วยความเร็ว มันก็ยังทำให้เฉินอวี๋ยากจะปรับตัวกับฉากอัศจรรย์ตรงหน้าได้จริงๆ
ผิดกลับสีหน้าของเฉินอิงเอ๋อ ที่ดวงตาของนางเป็ประกายปรบมือชอบอกชอบใจ คิดเพียงว่าพี่สาวทำการแสดงอะไรสักอย่างเหมือนท่านตาให้นางชม
“...”
