ทันใดนั้นเอง เสียงแหบแห้งราวกับลมหายใจสุดท้ายก็ดังขึ้นจากเตียงไม้ที่ทรุดโทรม
“เ้างั้นเหรอ… จางเหวิน…”
จางเหวินเงยหน้าลงในทันที สายตานิ่งสนิทจ้องไปที่ร่างผอมแห้งของชายหนุ่มบนเตียง ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ เปิดขึ้น แม้จะขุ่นมัวและไร้เรี่ยวแรง แต่ในนั้นยังคงมีสติหลงเหลืออยู่ เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“ใช่ ข้าเอง เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากัน ทำไมการบ่มเพาะและหอการค้าของเ้าถึงถูกทำลายจนเหลือสภาพนี้”
ิหยวนขยับริมฝีปากเล็กน้อย ลมหายใจติดขัดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงแ่เบาจะหลุดออกมา
“จางหลิน… สบายดีไหม…”
คำถามนั้นทำให้จางเหวินเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเขานิ่งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับโดยไม่อ้อมค้อม
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงเขา ตอนนี้บอกข้ามา ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเ้า”
ิหยวนหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหี่ยวเฉา
“เป็เพราะตัวข้าเอง… ข้า… เป็คนที่ทำลายทุกอย่าง… จนทุกอย่างหายไป…”
เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย ลมหายใจขาดห้วง ดวงตาที่เปิดอยู่สั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
“ทั้งท่านพ่อ… ท่านแม่… ทุกคนล้วนจากข้าไป…”
“เหตุผลทั้งหมด… เกิดจากการขาดสติของข้า… ที่ทำให้ทุกคนต้องตาย…”
คำพูดแต่ละคำเหมือนถูกบีบออกมาจากหัวใจที่ว่างเปล่า
“ข้าขอโทษ…”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จางเหวินยืนฟังอยู่โดยไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาเ็า ไร้อารมณ์ ไม่มีความเห็นใจ ไม่มีความโกรธ มีเพียงการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ใครเป็คนทำ”
ิหยวนเงียบ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ลมหายใจเริ่มติดขัดหนักขึ้น
“ข้าบอกไม่ได้…”
“ถ้าข้าบอกเ้า… ข้าไม่รู้หรอกว่าเ้าจะไปแก้แค้นให้ข้าหรือไม่ แต่ข้าไม่อยากให้เ้าเข้ามามีส่วนกับเื่นี้”
จางเหวินยังคงนิ่งเงียบ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ใครเป็คนทำ”
ิหยวนหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่
“กองกำลังเื้ัคนคนนั้น… มาจากโลกใบใหญ่…”
“พวกเขาแข็งแกร่งเกินไป… แม้แต่กองกำลังระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ก็แทบจะไม่อยู่ในสายตาของพวกเขา…”
จางเหวินยังคงเงียบ เขาไม่ได้แสดงท่าทีใหรือหวั่นเกรงแม้แต่น้อย หลังจากเว้น่ไปเล็กน้อย เขาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มันมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล ใช่หรือไม่”
ทันทีที่คำถามนั้นหลุดออกมา จางเหวินก็จับสังเกตได้ชัดเจน หัวใจของิหยวนเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจสะดุด ดวงตาที่เปิดอยู่กระตุกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตอบกลับอย่างรวดเร็วเกินไป
“ไม่ใช่…”
จางเหวินมองภาพนั้นทั้งหมดอย่างเงียบงัน แล้วพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับยอมรับคำตอบนั้นทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็คำโกหก เขาเงียบลงครู่หนึ่ง ความคิดหลายสายเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชื่อหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัว ชื่อที่เริ่มถูกกล่าวขานอย่างกว้างขวางใน่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ชื่อที่มาพร้อมกับความบ้าอำนาจ เื และเสียงคร่ำครวญของผู้คนมากมาย นายน้อยของตระกูลหวัง
ชายผู้นั้นมีชื่อเสียงในด้านการกวาดต้อนหญิงสาวที่งดงามไปเป็สาวรับใช้ กองกำลังและสำนักจำนวนมากได้รับผลกระทบจากความโลภและอำนาจของเขา เมืองล่มสลาย ตระกูลพังพินาศ และกองกำลังที่เคยรุ่งเรืองก็กลายเป็ซากเช่นเดียวกับหอการค้าที่อยู่ตรงหน้า
ห้องไม้ทรุดโทรมเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจแ่เบาของิหยวนที่ดังขึ้นเป็จังหวะไม่สม่ำเสมอ จางเหวินยืนอยู่ข้างเตียง มองใบหน้าที่ซูบผอมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ดวงตาของเขานิ่งสงบ แต่ภายในกลับกำลังชั่งน้ำหนักบางสิ่งอย่างเงียบงัน
จางเหวินเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบ ไม่เร่ง ไม่กดดัน
“ถ้าข้าให้โอกาสเ้า ให้โอกาสเ้าได้แก้แค้นคนคนนั้น ต่อให้มันเป็เพียงโอกาสหนึ่งในหมื่น หรือหนึ่งในล้าน เ้ายัง้าจะไขว่คว้ามันไว้หรือไม่”
คำถามนั้นไม่ได้ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่มันหนักหน่วงยิ่งกว่าการสาบานใด ๆ ิหยวนหลับตาลง ลมหายใจสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับคำถามนั้นกำลังกรีดเปิดาแที่เขาพยายามฝังกลบมันมานาน ก่อนที่เสียงแหบแห้งจะดังขึ้นอย่างแ่เบา
“ข้าไม่้า… หากโชคชะตา้าให้ข้าตาย… ได้โปรดเ้าอย่ายื่นมือเข้ามาเลย ให้มันเป็เพียงเื่ของข้า”
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ข้าไม่อยากให้พวกเ้าต้องมาเจอสถานการณ์เดียวกับข้าในตอนนี้เลย”
จางเหวินหลับตาลง ก่อนจะพูดขึ้น “ข้าเองก็อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นกัน ข้าถูกตระกูลจางไล่ล่า ถูกหมายหัวจากตระกูลจักรพรรดิกู่ ข้าเกือบตายจากการถูกกึ่งจักรพรรดิโจมตี และน้องชายของข้าก็พลัดหลงไป ความเป็อยู่ตอนนี้ไม่แน่ชัด แต่พอจะเดาได้ว่าน่าจะอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลหรือไม่ก็ตระกูลฟีนิกซ์”
ิหยวนลืมตาขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่ขุ่นมัวจ้องมองจางเหวินอย่างยากลำบาก เขาไม่เห็นความโอ้อวดในคำพูดเ่าั้ มีเพียงความจริงที่ถูกพูดออกมาอย่างเ็า
จางเหวินกล่าวต่อ โดยไม่ละสายตา
“เอาจริงๆ ตอนนี้ข้าไม่ได้พูดในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง แต่ข้าจะพูดในฐานะคนคนหนึ่ง ข้า้าคนที่มีความสามารถเช่นเ้า เ้าจะมาทำงานภายใต้คำสั่งของข้าหรือไม่”
เขาหยุดเล็กน้อย เพื่อให้คำพูดนั้นตกถึงหูอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“เ้าอาจจะรู้สึกว่าข้าดูเห็นแก่ตัวมาก แต่ข้ามีเงื่อนไข เ้าต้องทำสัญญาแห่งสายน้ำกับข้า หากเ้าคิดจะทรยศ ไม่ว่าจะด้วยการกระทำ คำพูด หรือความคิดใด ๆ เ้าจะตาย”
ิหยวนเงียบไปครู่หนึ่งหัวใจของเขารู้สึกเ็ปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแ่เบา เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น
“ฮ่า ๆ … ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ตัวข้าที่เปลี่ยนไป ตัวเ้าเองก็เปลี่ยนไปเช่นกันนะ จางเหวิน”
จางเหวินยิ้มบาง ๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “ข้าถูกทรยศโดยคนที่ข้าเรียกว่า แม่ มาตลอดหลายปีนะ”
ิหยวนใเมื่อได้ยินสิ่งที่จางเหวินพูด ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เท่าที่ร่างกายของเขาจะรับไหว ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรง
“ได้สิ… ถ้าเ้าไม่มีอะไรจะเสีย และพร้อมจะดึงภาระหนักอึ้งอย่างข้าขึ้นมาจากบ่อขยะ งั้น… ข้าก็ยินดีรับข้อเสนอของเ้า”
จางเหวินก้าวเข้าไป วางฝ่ามือลงบนร่างที่ซูบผอม พลังวารีค่อย ๆ แผ่ออกมา อากาศในห้องเย็นลงเล็กน้อย อักขระสีฟ้าจางปรากฏขึ้นกลางอากาศก่อนจะจมลงสู่ร่างของทั้งสอง พิธีกรรมสัญญาแห่งวารีเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบงัน เงื่อนไขถูกผนึกอย่างแ่า ิหยวนห้ามทรยศต่อจางเหวินเด็ดขาดไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม และหากสัญญานี้ถูกฝ่าฝืน ความตายจะเป็บทลงโทษเพียงหนึ่งเดียว
ิหยวนรับสัญญานั้นมาโดยไม่ลังเล เขาไม่รู้เลยว่าในเงื่อนไขทั้งหมด ยังมีบางสิ่งที่ถูกซ่อนไว้อย่างเงียบงัน สัญญานี้จะคงอยู่ตลอดไป จนกว่าจางเหวินจะตาย หรือเขาจะมีการบ่มเพาะสูงกว่าจางเหวินถึงห้าขั้น พันธสัญญานี้จึงจะพังทลายลงเอง
จางเหวินจ้องมองร่างของิหยวนด้วยความนิ่งสงบ สายตาเ็าไร้ระลอกคลื่น แม้ท่าทีของอีกฝ่ายจะเต็มไปด้วยความจริงใจ ไม่อยากดึงเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเื่ของตนเอง แม้กระทั่งตัวเลขค่าความชอบจากระบบที่แสดงชัดเจนว่าิหยวนชื่นชมเขาในระดับใด ทุกอย่างนั้นกลับไม่อาจทำให้จางเหวินหวั่นไหวได้เลย ไม่ว่าจะเป็คำพูดหรือว่าตัวเลขจากระบบ ล้วนเป็เพียงข้อมูลที่ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้แม้แต่น้อย
เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่เคยถูกบันทึกไว้เป็คำพูด และไม่เคยถูกแปลงออกมาเป็ตัวเลข มันคือความรู้สึก
ความรู้สึกของมนุษย์นั้นไม่อาจชั่งตวงวัด และไม่อาจคาดเดา วันนี้อาจจริงใจ พรุ่งนี้อาจลังเล วันนี้อาจยอมตายแทนกัน แต่เพียงแค่ปัจจัยหรือเหตุผลเล็กน้อยที่ควบคุมไม่ได้ ความคิดทั้งหมดก็สามารถพลิกกลับได้ในพริบตา
จางเหวินเข้าใจเื่นี้ดี ไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยเชื่อใจใคร แต่เพราะเขาเคยเชื่อใจมาแล้ว และราคาที่ต้องจ่ายคือชีวิตของเขาเอง ความเชื่อจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรมอบให้ใครทั้งนั้น แม้กระทั่งตัวเองในบาง่เวลาก็ด้วย
หัวใจของมนุษย์สำหรับเขาแล้วเป็สิ่งที่ยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะในโลกก่อนหรือโลกใบนี้ มันเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ตามผลประโยชน์ ตามความกลัว หรือตามความหวังที่เปราะบาง
ดังนั้นสิ่งที่เขาทำอยู่ในตอนนี้มันดูเห็นแก่ตัวมากและไร้ซึ่งความจริงใจต่อิหยวนมาก แต่เขาก็ยังคงเลือกจะสวมปลอกคอให้ิหยวนอย่างเืเย็น และจางเหวินไม่สนใจว่าิหยวนจะมองเขาอย่างไงในตอนนี้
ไม่ใช่เพราะเขาไม่เห็นค่าของความจริงใจของิหยวน แต่เพราะเขาไม่อาจเดิมพันในสิ่งที่ไม่แน่นอนได้ ถึงแม้ความน่าจะเป็ที่ิหยวนจะทรยศเขามันจะน้อยถึงน้อยมากก็ตาม แต่เขาไม่สนใจ เขาต้องมีวิธีรับมือสำหรับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ ทุกอย่างต้องมีหลักประกัน ทุกการตัดสินใจของเขาต้องอยู่ภายใต้ความมั่นใจเท่านั้น เพราะเขารู้ดีว่าคำว่าทรยศมันไม่เคยมาจากศัตรู
