“ไอ้หมาป่าตาขาวาาอสรพิษ! ตอนงานชุมนุมประตูัเ้าอาศัยหน้าตาข้าสูดเอาไอัไปตั้งมากมายแค่ไหน? ถ้าไม่ใช่เพราะข้าเ้าคงซี้แหงแก๋ในค่ายกลหมื่นโลหิตชุบัไปแล้ว ข้าเป็คนปลุกเ้าให้ฟื้นแท้ๆ! ข้าให้คุณกับเ้าทั้งนั้น แถมยังช่วยชีวิตเ้า เ้ายังคิดฆ่าข้าได้ลงคอ? ไอ้จิตพิการเอ๊ย!”
สายตาอาฆาตของหวังเค่อไล่ตามทิศทางของาาอสรพิษที่จากไป
“ข้าฟังออกว่ามันเคียดแค้นเ้ามาก!
เ้าแน่ใจนะว่าเป็เพราะมันจิตพิการ?” หลงอวี้ถามอย่างงุนงง
“แน่นอน มันบอกว่าจะกินข้า
เ้าไม่ได้ยินหรือไง?” หวังเค่อจ้อง
“งั้นเ้าจะเอายังไง?”
หลงอวี้ถาม
“จริงสิ
พวกสัตว์อสูรนี่ชอบเอาสมบัติของตัวเองออกมาจัดแสดงตกแต่งตามรังอวดผู้คนมากนักหรือ?”
หวังเค่อสงสัยใคร่รู้
“ไม่ใช่อย่างนั้น
แต่เป็เพราะพวกสัตว์อสูรส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาใช้แหวนกำไลมิติของมนุษย์!
ดังนั้นใช้มิติเก็บของไม่ได้ ได้แต่ต้องกองเอาไว้ด้านนอก!” หลงอวี้อธิบาย
“มิน่าเล่า
มิน่าเล่าาาอสรพิษถึงเอาของของมันกองเต็มถ้ำ พวกสัตว์อสูรทะเลอื่นๆ
ก็เอาเก็บไว้ในรังทั้งนั้น แล้วก็ ข้าเองเก็บกำไลแหวนมิติมามากมายขนาดนั้น
าาอสรพิษยังไม่มีท่าทางอะไรเลย ที่แท้มันเองก็ไม่มีปัญญาใช้!”
หวังเค่อประกายตาสาดวาบด้วยความตื่นเต้น
“เ้าหมายความว่ายังไง?”
หลงอวี้ยังไม่เข้าใจ
“งั้นเ้าว่า
าาอสรพิษ่นี้ออกปล้นชิงตามเกาะแก่ง คงรวบรวมสมบัติมาได้ไม่น้อยสินะ? ทั้งหมดคงอยู่ที่รังลับของมัน?” ั์ตาของหวังเค่อยิ่งทวีความร้อนแรง
หลงอวี้ยังตามไม่ทันความคิดของหวังเค่อ
“เ้าจะทำอะไรกันแน่?”
หลงอวี้ไม่เข้าใจ
“รังอสรพิษเต็มไปด้วยสมบัติ
ทั้งหมดล้วนเป็เงินบาปที่าาอสรพิษไร้มโนธรรมนั่นไปออกปล้นมา! เดรัจฉาน!
ิญญาของราชันสัตว์อสูรทั้งหมดที่ถูกมันยกเค้าย่อมไม่อาจตายตาหลับ!
นี่มันเกินไปแล้ว!” หวังเค่อสีหน้าระทมทุกข์
“เ้าหมายความว่า…?” หลงอวี้คล้ายพอจะเริ่มเข้าใจว่าหวังเค่อจะพูดว่าอะไร
“ในฐานะของหัวหน้าาาอสรพิษ
ข้าจะมองดูมันกระทำเื่ต่ำทรามแบบนี้เฉยๆ ได้ยังไง? ไม่ได้
ต่อให้มันจะฆ่าข้า ข้าก็ต้องลากมันกลับเข้าหนทางที่ถูกต้อง!” หวังเค่อเอ่ยเสียงหนักแน่น
“ดังนั้น?” หลงอวี้มองดูหวังเค่อ
“ดังนั้น ข้าตัดสินใจแล้ว
ข้าจะริบเอาทรัพย์สมบัติแห่งบาปกรรมที่มันออกปล้นสะดมชิงทรัพย์ในบ้านผู้อื่นมาให้หมดสิ้น!
ให้มันได้เห็นว่า์ตอบแทนผู้มุมานะ ขอเพียงพยายามด้วยสองมือ
แก่งแย่งด้วยวิธีการอันถูกต้องชอบธรรม วิธีปล้นชิงวิ่งทรัพย์บ้านช่องคนอื่นเช่นนี้
ไม่อาจได้รับอันใด!” หวังเค่อั์ตาแดงก่ำ
หลงอวี้ “…!”
ก็แค่้าใช้ดำกินดำ เ้าต้องพูดจาชักห้าแม่น้ำ
ทำตัวสูงส่งปานนี้?
“เ้ามองข้าแบบนั้นทำไม?
าาอสรพิษทำเื่ชั่วร้าย มันคิดกินข้า ฉีกร่างข้าเป็หมื่นๆ ชิ้น
ข้ายังมีมโนธรรมคิดกล่อมเกลามัน มันไม่สมควรซาบซึ้งหรือไง?” หวังเค่อจ้องตาหลงอวี้
หลงอวี้ “…!”
ในบ้านน้ำแข็งพลันปรากฏความเงียบประหลาดพิกลสายหนึ่งแพร่กระจาย
เ้าพูดจาดิบดีมีหลักการ พูดจนข้าพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“ถึงาาอสรพิษจะออกมาปล้นข้างนอก
แต่ต้องมีลูกสมุนคอยอารักขาสถานที่ พวกที่คอยลาดตระเวนส่วนใหญ่คือขั้นดวงธาตุทองคำ
เ้ามีพลังแค่เซียนเทียน? จะเข้าไปยึดทรัพย์ของาาอสรพิษจากพวกแม่ทัพงูได้ยังไง?”
หลงอวี้เสียงเครียด
“ไม่อาจเอาชนะด้วยกำลัง
ต้องเอาชนะด้วยปัญญา!” หวังเค่อยิ้มอย่างตื่นเต้น
“ปัญญา? แม่ทัพงูพวกนั้นไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ได้แน่นอน!”
หลงอวี้เอ่ยอย่างไม่เชื่อถือ
ทว่า หวังเค่อพลันหันมามองหลงอวี้
กวาดสายตาขึ้นๆ ลงๆ เพ่งมองอย่างพินิจพิจารณา
“เ้าคิดทำอะไร?” หลงอวี้หน้าเปลี่ยนสี
ตอนนี้ตนเองไม่มีพลัง หรือไอ้หวังเค่อมันคิดใช้โอกาสนี้ทำมิดีมิร้าย?
“เ้าสูงเท่ามารอริยะ?”
หวังเค่อประหลาดใจ
หลงอวี้หน้าแปรเปลี่ยน
หรือมันจะมองออกแล้วว่าที่แท้ข้าเป็ใคร?
“ดีมาก งั้นเอาอย่างนี้!
ข้าคิดวิธีได้แล้ว!” หวังเค่อโพล่งออกมาท่าทางเบิกบาน
กล่าวไป หวังเค่อก็เอาหน้ากากใบหนึ่งออกมาจากในแหวนมิติ!
“หน้ากากนี่?” หลงอวี้หน้าเปลี่ยนสี
“เ้าคงเคยเห็นมาเยอะแล้ว
เ้าเป็คนรับใช้ของมารอริยะ คงคุ้นเคยดีสินะ เป็ยังไง? ดูปลอมมากมั้ย?
เอ๊ย เหมือนไม่เหมือน?” หวังเค่อใช้สายตาคาดหวังมองดูหลงอวี้
หลงอวี้ทำสีหน้าประหลาด นางรับเอาหน้ากากปีศาจมาพินิจพิจารณาดูด้วยท่าทางพิกล
“นี่คือหน้ากากมารอริยะ?”
หลงอวี้ทำสีหน้าพิลึก
“ก็อปเกรดเอด้วย!
ข้าขอร้องให้ผู้เชี่ยวชาญทำเลียนแบบขึ้นมาเชียวนะ! เป็ไง? เหมือนไม่เหมือน?
เหมือนหน้ากากปีศาจของมารอริยะมั้ย?” หวังเค่อเอ่ยอย่างตั้งความหวัง
หลงอวี้ “…!”
หลงอวี้ไหนเลยจะคาดคิดถึง
หวังเค่อถึงกับสามารถควักเอาหน้ากากมารอริยะออกมาได้ใบหนึ่ง?
“เหมือนน่ะเหมือนอยู่
แต่เ้าทำของพวกนี้ไว้ทำอะไร?” หลงอวี้มองดูด้วยท่าทางสงสัย
“ไร้สาระ
นี่มันหน้ากากก็อปเกรดเอนะ! ข้าทำออกมาขายน่ะสิ แต่ยังไม่ทันผลิตออกมาขายแบบเยอะๆ
วันหน้า ข้าจะวางขายทั่วทุกที่ในสิบหมื่นมหาบรรพต ต้องขายดีเป็เทน้ำเทท่าแน่ๆ!”
หวังเค่อยิ่งเอ่ยยิ่งตื่นเต้น
“ขายดีเป็เทน้ำเทท่า?”
หลงอวี้มองหวังเค่ออย่างเหลือเชื่อ
“ไม่รู้หรือไง? มารอริยะคือบุคคลสาธารณะ
ไม่ว่ามันเคลื่อนไหวอะไรย่อมสร้างความตื่นตัวแก่ตลอดทั่วสิบหมื่นมหาบรรพต
มีคนมากน้อยเท่าใดที่คิดจับตาดูความเคลื่อนไหวของมัน
มันถือเป็ไอดอลอันดับหนึ่งแห่งสิบหมื่นมหาบรรพต! เ้าไม่รู้อะไร พวกชุดหรือไอเทมที่ดาราใส่ล้วนต้องกลายเป็แฟชั่นฮอตฮิต!
พวกมันก็คือมาตรชี้วัดสินค้ายอดนิยม! หน้ากากที่ไอดอลอันดับหนึ่งแห่งสิบหมื่นมหาบรรพตสวมใส่ตลอดปีตลอดชาติ!
แบบเดียวกันเป๊ะ!
เ้าว่าพาดหัวแบบนี้ยังไม่พอให้ผู้แสวงเซียนตลอดทั้งสิบหมื่นมหาบรรพตต้องควักกระเป๋าซื้อสักอันหรอกหรือ?
ตอนนี้แม้แต่เวลาสั่งผลิตข้ายังต้องแอบๆ
ทำเพราะกลัวคนมาก็อปไอเดียข้า รอจนข้าผลิตได้เยอะๆ เมื่อไหร่ล่ะก็
ค่อยรีบวางขายไปทั่วแผ่นดิน! ถึงตอนนั้นก็ใช้การตลาดกระตุ้นกิเลส![1] ได้ขายจนเป็บ้าแน่ๆ
ทั้งหมดนี้เป็เงินทั้งนั้น เงินที่เก็บยังไงก็ไม่หมด!” หวังเค่อโม้จนน้ำลายแตกฟอง
หลงอวี้ “…!”
หลงอวี้หน้ากระตุกชั่วครู่
นางทำสีหน้าประหลาดก่อนจะเอ่ยวาจา “ข้าเพิ่งเคยเห็นคนกล้าทำเงินจากของเลียนแบบมารอริยะเป็ครั้งแรก!
เ้าไม่กลัวตายหรือ?”
“กลัวตายอะไร? มารอริยะไม่เคยบอกซักหน่อยว่าห้ามทำหน้ากากเลียนแบบของมัน!
ไม่แน่มันอาจจะแอบหวังว่าจะเป็าาเพลงป็อบก็ได้! ข้าทำอะไรผิด!”
หวังเค่อมั่นอกมั่นใจ
หลงอวี้ “…!”
หลงอวี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
ไม่ใช่ว่าหวังเค่อไม่เข้าใจ หากแต่มันหนังหนามากเกินไปต่างหาก!
“แน่นอน
หากมารอริยะบอกว่าไม่อนุญาตคนทำหน้ากากเลียนแบบมันขึ้นมาก็ไม่เป็ไร
ยังไงซะเงินล็อตแรกของข้าก็เข้ามือแล้ว ขายต่อไปอาจมีพวกทำของเลียนแบบโผล่มา ถึงตอนนั้นข้าก็เปลี่ยนทางหาเงินไปแล้ว!
นี่เรียกว่าคนไม่ข้ามี คนมีข้าเยี่ยม คนเยี่ยมข้าถูก คนถูกข้าทิ้ง![2] แบบนี้ถึงจะโกยเงินได้อย่างรวดเร็ว
ถึงจะมีเงินเป็ูเาเลากา!” หวังเค่อเอ่ยอย่างชื่นมื่น
หลงอวี้ “…!”
แม่งเอ๊ย นี่มันไม่ใช่หนังหนาแล้ว
นี่มันระดับขั้นไร้ยางอายบนใบหน้าต่างหาก!
“มาๆ ใส่ให้ข้าดูหน่อย!”
หวังเค่อส่งหน้ากากให้หลงอวี้
“จะทำอะไร?” หลงอวี้นิ่วหน้า
“เ้าใส่ก่อนเถอะน่า!”
หวังเค่อกระตุ้น
หลงอวี้หยิบหน้ากากมาสวมทั้งๆ
ที่ยังกังขา
“สุดยอด แบบนี้แหล่ะ
ยอดเยี่ยม!” หวังเค่อตบมือ
หลงอวี้ “…!”
“หวังเค่อ
เ้าจะทำบ้าอะไรกันแน่? ให้ข้าใส่หน้ากากก็อปเกรดเอของมารอริยะเนี่ยนะ?
เพื่อ?” หลงอวี้ขมวดคิ้ว
“เ้าสูงเท่า ๆ กับมารอริยะ
พอใส่หน้ากากของมันแล้ว จากนั้นก็ใส่เสื้อคลุมดำ จิ๊…!” หวังเค่อทำสีหน้าแตกตื่น
หลงอวี้พลันตื่นตัวขึ้น
“เ้าจะให้ข้าปลอมเป็มารอริยะ?”
แม่งเอ๊ย หลงอวี้ในที่สุดก็เข้าใจ
ไอ้หวังเค่อตัวนี้ไม่มีเจตนาดี คิดให้ตนเองปลอมเป็มารอริยะ
จะได้ไล่พวกสมุนงูไปไกลๆ?
“ปลอมเป็มารอริยะอะไรกัน?
เ้าก็แค่ใส่เสื้อใส่หน้ากากเหมือนมารอริยะเฉยๆ เอง!
ข้าไม่ได้พูดสักคำว่าเ้าคือมารอริยะ พวกาาอสรพิษหรือแม่ทัพอสรพิษพวกนั้นถ้ายืนกรานเข้าใจไปว่าเ้าคือมารอริยะ
จะมาโทษข้าได้ยังไง?” หวังเค่อตาใส
หลงอวี้ “…!”
มันก็เหมือนกันนั่นแหละ?
“ไม่เหมือนนะ
นี่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย! ถ้าข้าขอให้เ้าปลอมตัวเป็มารอริยะ
อย่างนั้นนั่นก็ไม่เคารพต่อมารอริยะแล้ว! แต่ข้าไม่ได้ให้เ้าปลอมตัว
แค่หาเสื้อผ้าเครื่องหน้ามาให้สวม สวมหน้ากากเฉยๆ!
เป็พวกอสรพิษนั่นต่างหากที่ยืนกรานว่าเ้าเป็มารอริยะ นี่เกี่ยวอะไรกับข้า?
ถ้าบอกว่านี่ลบหลู่มารอริยะ งั้นพวกมันนั่นแหละที่ลบหลู่!
ข้าไม่มีเจตนาแม้แต่น้อย!” หวังเค่อถลึงตา
หลงอวี้ “…!”
นี่มัน
แบบนี้มารอริยะต้องมากราบขอบคุณเ้าด้วยมั้ย?
“มามามา เ้าลองดู
พวกเราไปรังงู ไปรับทรัพย์กันเถอะ!” หวังเค่อเนื้อเต้น
“ข้าไม่ทำ!”
หลงอวี้หน้าบิดเบี้ยว
“เ้าไม่ต้องทำอะไรเลย
แค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็พอ ข้าจะโม้…เอ๊ย ข้าจะเป็คนพูดทุกอย่างเอง! เ้าเป็หญิงรับใช้ของมารอริยะนี่นา?
วิธีการเดิน วิธีการเคลื่อนไหวของมารอริยะ มีอันใดเป็พิเศษหรือไม่?
เ้าก็แค่ทำเลียนแบบให้เหมือนไว้เท่านั้นพอ!” หวังเค่ออธิบาย
หลงอวี้ “…!”
“ไม่ต้องห่วง มีส่วนแบ่ง
ข้าจะแบ่งให้เ้าด้วย! ข้าคนนี้เป็คนในกว้าง ถึงเ้าจะแค่เดินๆ นั่งๆ ทำท่าๆ
แต่ข้าแปดเ้าสอง! เป็ยังไง?” หวังเค่อหัวเราะ
หลงอวี้ “…!”
“ทำไม? ทำหน้าอย่างนั้นหมายความว่ายังไง?”
หวังเค่อขมวดคิ้ว
“เ้า เ้าใจกว้างจริงๆ!”
หลงอวี้เค้นเสียง
เ้าแปดข้าสองเนี่ยนะ!? ถุย!
“ฮ่าฮ่า แน่นอน ถึงตอนนั้น
ข้าต้องต่อปากต่อคำกับพวกงูพิษ อาศัยความสามารถเฉพาะตัวเข้าต่อกร
เ้าแค่ยืนโพสต์ท่าเฉยๆ! ถ้าเป็คนอื่นข้าให้แค่หนึ่งส่วนเท่านั้น!
แต่เ้าเคยช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าเลยให้เ้าสองส่วน! นี่เป็สิ่งที่สมควรทำ!”
หวังเค่อพูดไปยิ้มไป
หลงอวี้ “…!”
ตาข้างไหนของเ้าที่เห็นว่าข้ากำลังชม?
เช่นนี้
ภายใต้การกระตุ้นโน้มน้าวจากหวังเค่อ
หลงอวี้ในหน้ากากปีศาจใต้เสื้อคลุมดำสนิทก็ปรากฏ
“จิ๊
สมเป็สาวรับใช้ของมารอริยะ หยิบยกท่วงท่าสภาวะของมารอริยะออกมาได้เหมือนสุดๆ
ทุกท่าทางทุกการเคลื่อนไหวล้วนแฝงกลิ่นอายของมารอริยะ ใช่ นั่นแหละ
ท่าทางโอหังเหนือหล้านั่น! ใช่เลย เทพ เทพสุดๆ เหมือนเกินไปแล้ว! หลงอวี้
ครั้งนี้จะได้เงินเท่าไหร่ ทั้งหมดต้องพึ่งเ้าแล้ว!” หวังเค่อยินดีปรีดา
หลงอวี้ “…!”
ทั้งสองออกมาจากถ้ำน้ำแข็งอย่างรวดเร็วตามการกระตุ้นของหวังเค่อ
หวังเค่อใช้เสียมและกระบี่บินขุดเจาะน้ำแข็งออกมาเป็เรือน้อยลำหนึ่ง
“เรือน้อยล้ำนี้
พวกเราต้องรีบหน่อย ข้าจะพาย ส่วนเ้าก็คอยบอกทางมาว่าเกาะเทพัอยู่ทางไหน
รังอสรพิษอยู่ทางไหน เ้าชี้!” หวังเค่อสั่ง
หลงอวี้ที่สวมยูนิฟอร์มของมารอริยะอยู่ใคร่ครวญชั่วขณะ
ก่อนจะชี้นิ้วออกไป
“ดี นั่งดีๆ ล่ะ!” หวังเค่อกระตือรือร้น
“ไป!”
ภายใต้การพายอย่างบ้าคลั่งของหวังเค่อ เรือน้อยก็พุ่งฉิวราวลูกศรคมปลาบไปยังทิศทางนั้น
หลงอวี้ที่นั่งอยู่บนเรือน้อยตอนนี้รู้สึกจิตใจแตกสลายเป็เศษส่วน ต่อให้ฝันยังฝันไม่ถึง ตนเองกำลังจะต้องปลอมตัวเป็มารอริยะ? แถมวัตถุประสงค์ในการปลอมตัวก็คือตบทรัพย์? ตบทรัพย์ของเดรัจฉานสัตว์อสูรด้วย? แล้วนี่จะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ไหน?
บ้าเอ๊ย! นี่มันนรกอะไรกัน! หวังเค่อ ไอ้ผีประหลาดนี่ที่แท้โผล่มาจากไหนกันแน่!
[1] การตลาดกระตุ้นกิเลส คือกลยุทธ์การตลาดแบบเน้นกระตุ้นการบริโภคหรือซื้อเกินความจำเป็ เช่น กล่องสุ่ม หรือ เวลามีข่าวว่าของขาด
[2] คติทำเงินในตลาด คนไม่ข้ามี หมายถึงขายของที่คนอื่นไม่มีขาย
คนมีข้าเยี่ยม
หมายถึงหากสินค้านั้นมีคนหามาขายได้ ให้ใช้กลยุทธ์ยกระดับคุณภาพให้ดีที่สุดในตลาด
คนเยี่ยมข้าถูก หมายถึง
เมื่อคนอื่นมาแข่งด้านคุณภาพ ให้เปลี่ยนเป็เน้นตัดราคา
คนถูกข้าทิ้ง หมายถึง
เมื่อคนมาแข่งลดราคา ให้เลิกทำสินค้าตัวนั้นซะ
