เมื่อจางเจิ้นบังคับรถม้าออกจากประตูใหญ่มาได้ เขาไม่ลืมแวะไปบอกกับผู้เฒ่าลู่หลังจากมีรถม้าเป็ของตนเอง ผู้เฒ่าลู่ดีใจกับบ้านจางที่สามารถหาเงินซื้อรถม้าได้ เขามิได้ถามที่มาที่ไปของการได้เงินเ่าั้
อวิ๋นซีกับจื่อหานดื้อรั้นที่จะนั่งเป็เพื่อนจางเจิ้นกลับหมู่บ้าน ไม่ยอมกลับเข้าไปนั่งหลบแดดอยู่ด้านในรถม้า เพราะยามนี้สองพี่น้องกำลังมีความสุข เมื่อครอบครัวไม่ต้องประหยัดเื่อาหารการกินอีกแล้ว
ยามรถม้าวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านชิงสุ่ย มีชาวบ้านหลายคนมองตามรถม้าทั้งชี้มือชี้ไม้อยากประหลาดใจ แต่ก็มิได้มีใครตั้งข้อสงสัยถึงการได้มา พวกเขาล้วนคิดไปในแง่ดีว่าใครขยันและรู้จักประหยัด การซื้อรถม้าสักคันก็มิใช่ว่าจะทำไม่ได้
นางเซี่ยซื่อที่กวาดลานบ้านเห็นว่าสามีบังคับรถม้าเข้ามาถึงกับปล่อยไม้กวาดหลุดมือ เท้าไว้เท่าความคิดนางวิ่งไปที่รถม้าด้วยท่าทางตื่นเต้น แต่ไม่ลืมรับตัวหลานสาวของจากรถม้าเป็อันดับแรก
“ทะ ทะ ท่านพี่ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นี่ท่านถึงกับตัดใจใช้เงินหลายตำลึงเพื่อซื้อรถม้าเชียวหรือ”
“เมียข้าเ้าย่อมรู้ถึงนิสัยใช้จ่ายอย่างประหยัดของข้านะ แต่ครั้งนี้เป็การตัดสินใจของหลานสาวคนเก่งของเรา นางได้วางแผนเื่การใช้ประโยชน์เ้ารถม้คันนี้ไว้แล้วล่ะ ใช่ไหมซีซี” จางเจิ้นตอบคำถามของนางเซี่ยซื่อด้วยการโยนความคิดไปทางอวิ๋นซี
“ท่านป้าสะใภ้เื่ซื้อรถม้าเป็ความคิดของข้าเองเ้าค่ะ พวกเราจำเป็ต้องมีเพื่อใช้ไปพบลูกค้าหลังจากเริ่มทำการค้า หากต้องเดินหรือนั่งเกวียนวัวอาจไปไม่ทันเวลาที่นัดหมาย ทำให้ลูกค้าไม่พอใจเอาได้นะเ้าคะ”
จื่อหานมีหรือจะไม่เข้าข้างน้องสาวของตน “ท่านป้าสะใภ้อย่าเสียดายไปเลยขอรับ ข้าจะช่วยซีซีทำการค้าหาเงินเอง”
“ฮ้ายย ป้ายังไม่ได้คิดอันใดเลยพวกเ้าก็พากันคิดไปถึงไหนแล้ว ไปนั่งพักก่อนเถิดท่านแม่ของพวกเ้ากำลังทำอาหารอยู่ นี่ก็ใกล้จะถึงยามอู่ไปทุกทีอีกไม่นานคงเสร็จแล้วล่ะ”
“เช่นนั้นเนื้อหมูที่เพิ่งซื้อมาค่อยนำไปทำอาหารมื้อเย็นก็แล้วกัน ตอนนี้มาช่วยกันนำผ้าเข้าไปเก็บด้านในเรือนก่อนนะอาเอินมาช่วยกันเถิด”
ผ้าพับหลากหลายสีถูกหยิบออกมาพับแล้วพับเล่า ทำเอานางเซี่ยถึงกับอ้าปากค้างเพราะนี่เป็ผ้าเนื้อดีกว่าที่เคยใช้ ทั้งสี่คนช่วยกันขนเข้าวางไว้บนโต๊ะในเรือน รอให้ทุกคนมากันครบค่อยเลือกสีที่ชอบกันอีกครั้ง
จนกระทั่งสองผู้เฒ่าของตระกูลจางกลับจากทุ่งนา และกินมื้อกลางวันกันเสร็จเรียบร้อย จึงได้มานั่งพูดคุยเื่ที่นำสมุนไพรไปขาย เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเงินที่ได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้
“เป็อย่างไรอาเจิ้นพวกเ้าขายสมุนไพรได้ราคาดีงั้นรึ ถึงได้ซื้อรถม้าราคาแพงกลับมาไหนจะผ้าเนื้อดีหลายสิบพับนั่นอีก”
“ท่านพ่อบอกท่านตามตรงคนที่เจรจาซื้อขายสมุนไพรไม่ใช่ข้า แต่เป็หลานสาวของท่านที่สามารถเจรจาการค้าขายครั้งนี้ได้ราคาไม่น้อยขอรับ”
จางซูเหยาไม่แปลกที่พี่ชายจะบอกกับบิดาไปตามตรง ว่าเป็บุตรสาวของตนที่ช่วยจัดการเื่ขายสมุนไพรในวันนี้ “ซีซีของเราเก่งไม่เบาเลยนะ ว่าแต่ลูกสาวแม่ขายสมุนไพรได้เงินกี่มากน้อยเล่า พอจะบอกกับทุกคนได้ไหม”
“อืออ สมุนไพรที่นำไปขายได้เงินไม่มากเลยเ้าค่ะท่านแม่ ท่านลุงหมอเ้าของร้านสมุนไพรรับซื้อไว้ทั้งหมดสิบเจ็ดชั่ง รวมเป็เงินแล้วก็แค่หนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงเงินเท่านั้นเองเ้าค่ะ ซีซีว่ามันน้อยไปหน่อยนะเ้าคะ...”
“หนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงเงินงั้นรึ!!”
“หละ หละ หลานข้าบอกว่ายังน้อยไปอีกหรือ!!”
“ท่านพี่ช่วยบอกข้าทีว่าพวกเรามิได้ฟังจำนวนเงินผิดใช่หรือไม่เ้าคะ!”
อวิ๋นซีเห็นทุกคนทำท่าทางไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนพูด จึงพูดย้ำอีกครั้งว่าที่ทุกคนไม่ได้หูฝาดแต่อย่างใด “ท่านแม่พวกท่านได้ยินไม่ผิดหรอกเ้าค่ะ สมุนไพรหายากของเราขายได้ราคานี้จริง ๆ”
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณ์ที่ประทานหลานสาวคนนี้ให้กับพวกเรา นางช่างเป็ดาวนำโชคให้กับตระกูลจางจริง ๆ ซีซีของตาทำการค้าได้เก่งมาก ต่อไปหากเ้าอยากทำสิ่งใดขอเพียงพูดมาคำเดียว พวกเราทุกคนจะทำตามที่เ้า้าโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ดีหรือไม่”
ผู้เฒ่าจางไม่คิดว่าแค่ครอบครัวของบุตรสาวกลับมาได้ไม่กี่วัน ก็เกิดเื่ดี ๆ ในตระกูลขึ้นครั้งใหญ่ หากหลานสาวคนนี้มิใช่ดาวนำโชคแล้วจะเป็อันใดได้อีกเล่า
“ท่านตาพูดจริงหรือเ้าคะ!”
นางจิ้งซื่อช่วยยืนยันคำพูดของสามีอีกคน เพื่อให้หลานสาวมั่นใจว่าคนในครอบครัวจาง หากกราบไหว้นางได้ป่านนี้คงทำไปนานแล้ว
“ซีซีเชื่อเถิดว่าท่านตาของเ้าพูดจริงทำจริงแน่นอน ขอเพียงสิ่งที่เ้าคิดออกมาเป็เื่ที่ดีไม่ผิดกฎหมายบ้านเมืองก็พอ”
อวิ๋นซีเห็นสายตาของคนในครอบครัวมองมาที่ตนอย่างมุ่งมั่น ก็มีแรงใจในการสร้างความมั่งคั่งแก่ตระกูลจางทันที เมื่อทุกคนยอมรับอวิ๋นซีจึงบอกถึงความ้าแรกของตน
“ดีเ้าค่ะ เช่นนั้นเื่แรกที่เราทุกคนต้องทำต่อจากนี้ก็คือการสร้างบ้านหลังใหม่ และมันจะเป็บ้านต้นแบบที่ไม่เหมือนใคร เพราะบ้านที่ซีซีจะสร้างมีความแข็งแรงทนทาน ทั้งยังงดงามมีห้องส่วนตัวให้พวกท่านทุกคนเ้าค่ะ”
“ซีซีถ้าเ้าอยากทำห้องให้ทุกคนนั่นต้องเป็บ้านหลังใหญ่มากเลยนะ แต่พื้นที่ของบ้านท่านตามีไม่ถึงห้าหมู่ด้วยซ้ำ หากจะทำอย่างที่เ้าพูดมาต้องซื้อที่ดินด้านหลังเพิ่มอีกมากเชียวล่ะ” จื่อหานคิดทบทวนตามคำพูดน้องสาวภาพที่ปรากฏในหัวช่างเป็ภาพยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
“ย่อมเป็เช่นนั้นเ้าค่ะพี่ใหญ่ ท่านตาต้องไปซื้อที่ดินเพิ่มอีกสักสิบห้าหมู่ เพราะเรามิได้มีเพียงแค่บ้านหลังใหญ่ แต่ยังต้องสร้างโรงเก็บของขนาดใหญ่อีกหลายหลังเชียวล่ะ” อวิ๋นซีอธิบายให้จื่อหานเข้าใจด้วยท่าทางจริงจัง
เพียงแต่จางซูเหยาเกิดคำถามบางอย่างขึ้นมากระทันหัน “หากเป็เช่นนั้นเงินที่ได้จากการสมุนไพรจะเพียงพอหรือลูกแม่”
อวิ๋นซีเงยหน้าตอบคำถามของมารดาอย่างใจเย็น “ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือเ้าคะว่าซีซีมีสิ่งใดอยู่ในมือ เราจะใช้เงินนั่นไปกับการซื้อที่ดินเพิ่มเท่านั้น ส่วนวัสดุต่าง ๆ ในการสร้างบ้านไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่อีแปะเดียวเ้าค่ะ”
‘แค่นำสิ่งที่อยู่ในมิติของข้าออกมาบ้านหลังใหญ่สไตล์ร่วมสมัยอันงดงาม ย่อมสร้างได้ตามใจข้าปรารถนาและใช้เวลาไม่นานก็แล้วเสร็จ’
ภายหลังได้ฟังคำพูดนี้ของอวิ๋นซี ทุกคนที่อยู่ในห้องที่หันมามองหน้ากัน ก็พยักหน้าให้ทำตามที่อวิ๋นซีพูดมา ไม่มีการคัดค้านหรือถามถึงสิ่งที่นางกล่าวถึงแต่อย่างใด
“ได้! ตาจะไปซื้อที่ดินเพิ่มกับหัวหน้าหมู่บ้านให้เ้าเอง”
จางเจิ้นสนใจเื่การสร้างบ้านที่ไม่เหมือนใครของหลานสาวไม่น้อย จึงอยากเห็นตัวอย่างของบ้านหลังดังกล่าว “ว่าแต่ซีซีหลานรักเ้าบ้านหลังใหม่ที่ว่า เ้าพอจะมีตัวอย่างให้พวกเราได้ดูสักหน่อยหรือไม่ ลุงพอจะมีความรู้เื่นี้อยู่บ้างเล็กน้อย บางทีอาจช่วยงานของเ้าให้เสร็จเร็วขึ้นได้นะ”
“ตัวอย่างของบ้านย่อมมีแน่นอนเ้าค่ะท่านลุง แต่ขอเวลาให้ซีซีสักสองสามวันนะเ้าคะ รับรองว่าตัวอย่างที่พวกท่านจะได้เห็นย่อมเหมือนจริงเ้าค่ะ”
นางจิ้งซื่อไม่อยากให้หลานสาวต้องกดดันกับเื่นี้ จึงได้บอกให้ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเสียก่อน “พวกเ้าก็อย่าเพิ่งกดดันซีซีให้มากนักเลย ตาเฒ่าเ้าเอาเงินไปถามหัวหน้าหมู่บ้านเื่ที่ดินให้เรียบร้อยเถิด ส่วนอาเจิ้นก็ไปจัดการผ่าฟืนด้านหลังบ้านเสีย และลูกสะใภ้กับอาเหยาก็มาช่วยแม่เตรียมตัดชุดจากผ้าผ้าพวกก็แล้วกัน ทางด้านเด็ก ๆ ก็ไปอยู่เป็บิดาพวกเ้าเถิดนะ”
“ขอรับท่านยาย /เ้าค่ะท่านยาย”
“ก็ดีเช่นนั้นแยกย้ายกันได้แล้ว ไป ๆ ๆ”
เมื่อแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางงานในมือก็เริ่มขึ้น ส่วนสองพี่น้องที่มาอยู่เป็เพื่อคุยกับบิดาของตนก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ เพียงแต่ว่าเฟิงหยางให้บุตรชายอ่านตำราและฝึกคัดอักษรเพิ่มเติม
แต่กับอวิ๋นซีนางกลับชักชวนบิดาพูดคุยเื่การทำตัวอย่างของบ้าน ซึ่งตัวอย่างที่ว่านี้มิใช่แค่ภาพวาดเท่านั้น แต่สองพ่อลูกยังช่วยกันสร้างบ้านจำลองขึ้นมา เพื่อให้คนในครอบครัวได้เห็นถึงความงดงามของบ้านหลังใหม่
