“หึ!” เคอโยวหรานแค่นหัวเราะ “ความบริสุทธิ์ของสตรีสำคัญมากเพียงใด หากจะกล่าวว่าคือชีวิตก็ยังไม่นับว่าเกินจริง เ้าใส่ร้ายความบริสุทธิ์ของข้าปากเปล่า อีกทั้งข้ายังออกเรือนแล้ว เดิมทีเ้าก็ไม่ควรมาข้องเกี่ยวกับข้า แค่ขอโทษก็สิ้นเื่แล้วหรือ?”
ผู้ชมต่างพากันเอ่ยเสริม
“อืม นี่เป็เื่ใหญ่ทีเดียว หากเป็การใส่ร้ายสตรีของผู้อื่น แค่ขอโทษก็นับว่าง่ายดายเกินไปแล้ว”
“มีเหตุผล หากทุกคนล้วนเอาเยี่ยงอย่างบัณฑิตผู้นี้ สตรีในใต้หล้าคงไม่ต้องมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง?”
“ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องชดเชยสักหน่อยจึงจะถูก ความบริสุทธิ์ของสตรีคือสิ่งที่มิอาจประเมินค่า หากเป็การใส่ร้าย ให้ชดใช้ด้วยทรัพย์สมบัติของสกุลก็ยังไม่นับว่าเกินสมควร”
เมื่อได้ยินวาจาผลัดกันตำหนิของฝูงชน หลินโส่วเสียนพลันลอบกำหมัด จดจ้องเคอโยวหรานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเชื่อผู้เฒ่าเคอกับแม่เฒ่าเคอ
เพราะถึงอย่างไรตอนหมั้นหมายในวัยเด็ก เขาเองก็เคยไปที่จวนสกุลเคอ ยามนั้นเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่สูงนักและซูบผอมดั่งท่อนฟืน หากมิใช่ว่าท่านพ่อ้าเกี่ยวดองกับสกุลเคอให้จงได้ ไม่ว่าจะทำเช่นไรเขาก็ไม่มีทางเลือกเคอโยวหรานอย่างแน่นอน
ราวกับตัดสินใจครั้งใหญ่ได้ก็มิปาน หลินโส่วเสียนกัดฟันเอ่ยกับเคอโยวหรานว่า
“หากสิ่งที่ข้าพูดไม่ตรงกับความจริง เช่นนั้นให้ข้าชดเชยเป็เงินจำนวนสิบตำลึงดีหรือไม่?”
ต้วนเหลยถิงแค่นหัวเราะ “ความบริสุทธิ์และเกียรติของภรรยาข้าประเมินค่าไม่ได้ มิสู้เ้าทำสัญญาเป็ตายกับข้า หากเ้าผิดก็ยกชีวิตให้พวกเรา ทว่าหากสิ่งที่เ้าพูดเป็ความจริง ข้าจะชดใช้ให้เ้าด้วยชีวิต”
“เยี่ยม!” ผู้ชมต่างปรบมือร้องว่าดี เอ่ยเป็เสียงเดียวกันว่า “มีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ถือเป็ลูกผู้ชายตัวจริง!”
“ซานหลาง!” เคอโยวหรานกอดแขนของเขาอย่างไม่เห็นด้วย
ต้วนเหลยถิงปลอบโยนนางและเอ่ยว่า “ข้าเชื่อเ้า!”
เพียงสามคำที่เรียบง่าย ทว่าสำหรับเคอโยวหรานช่างหนักแน่นดั่งูเาไท่ซาน นางมีดีอันใดถึงได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่แล้วได้พบกับบุรุษที่ยึดมั่นในมิตรไมตรีเช่นนี้กัน?
หลินโส่วเสียนหวาดหวั่นจนถอยหลังไปสองก้าว เพราะมีชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังคอยดันเอาไว้เขาถึงยังหยัดยืนได้อย่างมั่นคง แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น
ยามนี้เขานึกเสียใจในภายหลังเสียแล้ว ไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ เหตุใดต้องเอาชีวิตตนเองมาแลกกับสิ่งที่เรียกว่าหน้าตาและผลประโยชน์อันน้อยนิดเช่นนี้ ช่างไม่คุ้มค่าโดยแท้จริง!
“เฮ้ย พวกเ้าดู บัณฑิตผู้นั้นหวาดกลัวเสียแล้ว!”
“ฮ่าๆ ซิ่วไฉใจฝ่อแล้ว เห็นทีเขาคงคิดจะหลอกเอาเงินผู้อื่นจริงๆ”
“ไม่ว่าเขาคิดจะทำอันใด ผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีความบริสุทธิ์ของสตรีล้วนแต่คือเดนมนุษย์”
หลินโส่วเสียนถูกล้อมโจมตีด้วยวาจา ใบหน้าฉายแววตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าควรรับมือเช่นไร ทันใดนั้นก็เอ่ยหลังผุดความคิดขึ้นอย่างว่องไว
“ร่างกายและเนื้อหนังล้วนแต่ได้มาจากบิดามารดา จะเอามาเดิมพันได้อย่างไร? มิสู้เดิมพันด้วยสินทรัพย์ที่มีเถิด?”
ต้วนเหลยถิงกำลังจะปฏิเสธ กลับถูกผู้ใหญ่บ้านเฉินห้ามเอาไว้และเอ่ยเกลี้ยกล่อมว่า “ซานหลาง เ้ามาใหม่จึงยังไม่คุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้มากนัก ไม่ควรก่อเื่จนถึงขั้นเอาชีวิตคน จงใคร่ครวญให้ถ้วนถี่ การที่ต้องเอาชื่อเสียงของตนไปทิ้งเพื่อคนเช่นนี้มันคุ้มค่าแล้วหรือ?”
เคอโยวหรานดึงแขนต้วนเหลยถิงด้วยท่าทางน่าสงสารพลางเอ่ยปลอบเสียงเบา “ท่านผู้าุโกล่าวได้มีเหตุผลเ้าค่ะ วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ย่อมต้องมีโอกาสจัดการหลินโส่วเสียนผู้นั้น ภายในใจของข้าท่านสำคัญที่สุด รับปากข้าเถิด ไม่ว่าพบเจอเื่ใดอย่าได้เอาชีวิตเข้าแลก หากไม่มีท่าน ข้าจะทำอย่างไรเ้าคะ?”
ต้วนเหลยถิงพลันโอบนางเข้าสู่อ้อมอก กระชับกอดแน่นและเอ่ยว่า “ได้ ล้วนแต่ฟังเ้า ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี จะคอยปกป้องเ้าทุกชาติภพ”
หลินโส่วเสียนมิอาจทนฟังบทสนทนาของคนทั้งสองจึงรีบเอ่ย “พวกเ้า กลางวันแสกๆ มาโอบกอดกันเช่นนี้ ช่างไร้การศึกษา”
ต้วนเหลยถิงชำเลืองมองเขาด้วยสายตาหยามเหยียด “เดิมทีข้าก็ไร้การศึกษา กอดภรรยาตนเองแล้วจะอย่างไร? อีกประการหนึ่ง เ้ามีทรัพย์สินอันใดให้เอามาเดิมพันหรือ?”
หลินโส่วเสียนขบกรามเอ่ย “ข้ามีที่ดินอุดมสมบูรณ์จำนวนยี่สิบหกหมู่ในหมู่บ้านเถาหยวน ปล่อยเช่าให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเถาหยวนมานานปี แล้วพวกเ้าเล่า มีสิ่งใดจะชดเชยให้ข้า?”
เคอโยวหรานหัวเราะ “เดิมทีเ้าก็เป็ฝ่ายป้ายสีข้า พวกเรายังต้องชดเชยอันใดให้เ้ากัน?”
หลินโส่วเสียนถูกบีบบังคับจนร้อนใจ โพล่งออกไปว่า “เ้าพิสูจน์ได้อย่างไรว่าข้าใส่ร้ายเ้า?”
เคอโยวหรานใช้ชายแขนเสื้อบังเอาไว้ หยิบใบทะเบียนสมรสของตนกับต้วนเหลยถิงจากมิติวิเศษ นางคลี่ออกตรงหน้าหลินโส่วเสียนก่อนจะส่งไปทางเถ้าแก่อวี๋และขอให้เขาอ่านให้ทุกคนฟัง
“ไอ้หยา!” เถ้าแก่อวี๋ร้องอุทาน “ทุกคนดูนี่ บนทะเบียนสมรสใบนี้มีผู้ใหญ่บ้านเฉินและผู้นำทั้งสองสกุลเป็พยาน แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามประเพณี มีหน้ามีตาไร้ผู้ใดเปรียบ”
ชายร่วงท้วมผู้หนึ่งแทรกกายมาข้างหน้า ขยับเข้าใกล้เพื่อดูให้แน่ชัดแล้วเอ่ยว่า “โอ้โห ข้าขึ้นเหนือล่องใต้มานับสิบปี ยังไม่เคยเห็นทะเบียนสมรสของใครมีหน้ามีตาเช่นนี้มาก่อน ในทะเบียนสมรสของผู้ใดมีผู้าุโ ผู้นำสกุล และผู้ใหญ่บ้านตั้งหลายท่านลงนามเป็พยานเช่นนี้บ้าง?”
“ฮ่าๆๆ ใช่แล้ว!” เถ้าแก่อวี๋ชี้ทะเบียนสมรสพลางอุทานว่า “ข้าเปิดโรงสุราฟู่หยวน เคยได้ยินเื่ราวแปลกประหลาดจากพ่อค้าที่เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้มาไม่น้อย แต่เพิ่งจะเคยเห็นทะเบียนสมรสที่ได้รับการยอมรับจากผู้นำสองสกุลในหมู่บ้านเถาหยวนจนน่าใเช่นนี้เป็ครั้งแรก จะบอกว่าสกุลต้วนล่อลวงคู่หมั้นของผู้อื่นไปแต่งงานได้อย่างไรกัน?”
“ใช่แล้ว ใส่ร้าย ซิ่วไฉผู้นี้ก็คือเ้าคนที่ใส่ร้ายป้ายสีสตรี”
ทุกคนต่างร้องบริภาษหลินโส่วเสียนด้วยความแค้นเคืองต่อความไม่เป็ธรรม ยามนี้กระทั่งฟองน้ำลายยังกระเด็นใส่หน้าเขา
เคอโยวหรานเก็บใบทะเบียนสมรสกลับไปไว้ในมิติวิเศษอย่างทะนุถนอม นางคลี่ยิ้มมองหลินโส่วเสียนถูกฝูงชนล้อมโจมตี ทว่าบัณฑิตอ่อนแอผู้นี้กลับมิอาจโต้ตอบแม้เพียงนิด
แต่ในขณะนั้นเอง กลับมีหนึ่งเสียงเล็กแหลมร้องเตือนท่ามกลางฝูงชนว่า “เคอโยวหรานเคยสาบานรักกับหลินซิ่วไฉ เื่ที่นางลอบคบชู้ลับหลังสามีตนเองยังไม่ทันพิสูจน์ได้เสียหน่อย!”
ประเสริฐนักแม่เฒ่าสกุลเคอ ข้าไม่หาเื่ท่าน แต่ท่านกลับกระโจนมาอยู่ตรงหน้าข้าเสียเอง
นิ้วมือของเคอโยวหรานขยับเล็กน้อย เข็มบางเล่มหนึ่งพลันพุ่งไปทางลำคอของแม่เฒ่าเคอ ทันใดนั้นมันก็สลายกลายเป็ยาน้ำ ซึมเข้าสู่ิัโดยไม่ทันรู้ตัว
เข็มบางนี้คือยาน้ำที่เคอโยวหรานเก็บไว้ในตู้แช่ของมิติวิเศษ ส่วนทักษะการยิงเข็มเป็สิ่งที่เซียนพิษสอนสั่งให้นาง
ทว่าน่าเสียดาย ฝึกฝนมานานถึงเพียงนี้กลับยังเล็งไม่แม่นยำ เดิมทีนางอยากจะยิงเข้าที่คอหอยของแม่เฒ่าเคอ ทำให้อีกฝ่ายมิอาจเปล่งเสียงเอ่ยออกมาได้ แต่เพราะการยิงครั้งนี้คลาดเคลื่อนไปบ้าง ทำให้แม่เฒ่าเคอแค่เสียงแหบและไอไปอีกหลายสิบวันเท่านั้น
ครั้นหลินโส่วเสียนถูกแม่เฒ่าเคอเตือนสติ พลันร้องะโเสียงดังราวกับได้รับแสงสว่างทางปัญญา “เ้ากับข้าลักลอบได้เสียกัน เ้าก็คือสตรีที่ไม่รู้จักสำรวมตน”
ทุกคนเงียบสงัดทันใด ต่างเบนสายตาไปทางเคอโยวหรานโดยพร้อมเพรียง ก่อนพบเพียงว่านางเอาแต่ดึงแขนต้วนเหลยถิงที่หมายจะลงมือเอาไว้แน่นพร้อมเอ่ยปลอบโยนเสียงละมุน
“ทำไมกัน กลัวเสียแล้วหรือ ยามนี้สามีของเ้าได้รู้ว่าเ้าไม่สำรวมตน ใจฝ่อแล้วกระมัง?” หลินโส่วเสียนทุบไหจนแตกแล้วแตกอีก [1] คิดเพียงว่าจะลากเคอโยวหรานลงน้ำไปด้วยกัน เพราะถึงอย่างไรหากเขามิได้อยู่สุข ผู้อื่นก็อย่าหวังจะได้อยู่ดี
เคอโยวหรานเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว นางคลี่ยิ้มมองตัวตลกเช่นหลินโส่วเสียนพลางเอ่ยว่า “เมื่อครู่เ้าบอกว่าข้าผอมแห้งดั่งท่อนฟืน กระดูกปูดโปน ผิวพรรณซีดเหลืองหมองคล้ำใช่หรือไม่?”
ครั้นหลินโส่วเสียนเห็นผู้เฒ่าเคอที่อยู่ในฝูงชนพยักหน้าก็เอ่ยอย่างแน่วแน่ว่า “ใช่!”
เคอโยวหรานไม่เปลืองวาจา พลันยกมือขึ้นปลดผ้าปิดหน้าของตนออกช้าๆ...
ตรอกใหญ่ที่แต่เดิมเสียงดังเซ็งแซ่ถึงกับได้ยินเสียงสายลมบางเบาพัดผ่านภายในเสี้ยววินาที พวกเขาล้วนถูกความงามของสตรีตรงหน้าทำให้ตกตะลึงเสียแล้ว
ผิวซีดเหลืองหมองคล้ำ? ช่างน่าขันนัก สตรีผู้นี้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาราวกับหยกไร้รอยขีดข่วนก็มิปาน ขาวเนียนนุ่มจนคล้ายกับเคล้นแล้วจะมีน้ำหยดออกมา
กระดูกปูดโปน ผอมแห้งดั่งท่อนฟืนเช่นนั้นหรือ? อย่ามาล้อเล่นได้หรือไม่?
สตรีผู้นี้งดงามจนทำให้ผู้คนแทบจะหยุดหายใจ หากบอกว่านางคือเทพธิดาลงมาจุติก็ยังนับว่าไม่เกินจริง
เคอโยวหรานปลดผ้าปิดหน้าลงเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะสวมกลับไปอีกครั้ง
ทว่าก็เพียงพอให้ฝูงชนในเหตุการณ์ได้หวนนึกถึงตลอดชั่วชีวิตที่ยังเหลืออยู่
ขณะทุกคนกำลังตกตะลึงในความงามของเคอโยวหราน ต้วนเหลยถิงพลันสังเกตเห็นว่ามีเงาร่างคนผู้หนึ่งเลือนหายไปจากหัวมุมข้างหน้าต่างชั้นสอง...
---------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ไหแตกแล้วแตกอีก 破罐子破摔 หมายถึง เกิดเื่ไม่ดีกลับไม่คิดแก้ไขให้ถูกต้อง หรือตั้งใจทำให้แย่ลง
