“ซินหยาง! หากวันหนึ่งแม่ไม่อยู่กับเ้าแล้ว เ้าจะเข้มแข็งได้เช่นนี้หรือไม่” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเงียบ แล้วฝืนยิ้มออกมาบางเบา
“ท่านแม่ต้องอยู่กับข้าไปนาน ๆ เ้าค่ะ” นางพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปทำหน้าที่ ปล่อยให้มารดานั่งพัก เพียงลำพัง หลังจากนั้นซูซินจึงไอขึ้นสองสามครั้ง พร้อมลิ่มเืติดออกมา นางรีบวิ่งไปที่ถังน้ำแล้วล้างออกในทันทีพร้อมสีหน้าซีดเผือด
หลายวันแล้วที่ไร้เงาของหวงโจวเหริน ซินหยางรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ที่เขาหายหน้าหายตาไป หลังจากรับเงินจากลูกค้ารายสุดท้ายเสร็จ นางย่อตัวลงนั่งพลันเผลอชะเง้อคอมองไปยังถนนที่ผู้คนเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน หวังว่าเขาจะผ่านมาพบนางบ้าง แต่เมื่อได้สติ หญิงสาวตัดใจ แล้วเดินกลับเข้าร้านไปทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นี่เหรอ ร้านชาที่เขาร่ำลือกัน” เสียงอันคุ้นหู ทำให้ซินหยางที่กำลังก้าวเท้าหยุดชะงัก แล้วค่อย ๆ หันตัวกลับมา พบกับฟางเหมยยืนอยู่พร้อมบ่าวรับใช้สองคน
“คุณหนูซินหยาง” เสียงเรียกของจิ่นจิน อดีตสาวใช้คนสนิทของซินหยางรีบก้าวเข้ามาหาเ้านายเก่าทันทีด้วยความคิดถึง ก่อนมือของฟางเหมยจะรั้งสาวใช้ไว้ได้ทัน
“ตอนนี้ข้าเป็นายของเ้า หาใช่นาง!” เสียงตะคอกดังขึ้นทำให้จิ่นจินชะงักนิ่ง แล้วจำใจเดินกลับไปยืนเคียวข้างฟางเหมย ที่ในเวลานี้เสื้อผ้าอาภรณ์รวมถึงเครื่องประดับบนกายนาง บ่งบอกฐานะว่านางสูงส่งเพียงใด
“มาทำไม?” ซินหยางยืนนิ่ง มองกิริยาของอีกฝ่ายแล้วเอ่ยถาม ก่อนฟางเหมยจะยิ้มมุมปาก แล้วก้าวเท้าเข้ามา พลันย่อตัวลงนั่ง หันมองไปรอบ ๆ ร้านด้วยสายตาเหยียดหยัน
“นี่น่ะเหรอ ที่ซุกหัวนอนของเ้า”
“ข้าไม่ต้อนรับ!” ซินหยางพูดพร้อมจับจ้องไปยังอีกฝ่ายแน่นิ่ง
“เ้าไม่ต้องไล่ เพราะข้าอยู่ไม่นานหรอก แค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าเ้าอยู่ดีหรือไม่”
“คุณหนูซินหยาง ข้าขอชากับขนมกุ้ยฮวาหนึ่งชิ้น” เสียงของลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยขึ้น ก่อนซินหยางจะละสายตาจากฟางเหมย เข้าไปในร้าน แล้วนำชากับขนมกุ้ยฮวา มาวางให้ลูกค้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“ตอนนี้นางไม่ได้เป็คุณหนูสกุลหลี่แล้ว เหตุใดท่านยังเรียกนางว่าคุณหนูอยู่อีก” ฟางเหมยเอ่ยถามชายกลางคนที่เป็ลูกค้ากำลังจะหยิบขนมกุ้ยฮวาขึ้นกิน ก่อนเขาจะหันไปมองฟางเหมยแล้วเลื่อนสายตามองนางั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“แล้วเ้าเป็ใครล่ะ จึงไม่รู้ว่านางคือคุณหนูสกุลหลี่” ชายกลางคนกัดขนมแล้วเคี้ยวเบา ๆ พลันเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าต่างหาก ที่เป็คุณหนูสกุลหลี่ ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าซินหยาง ไม่ได้มีอันใดเกี่ยวข้องกับสกุลหลี่แล้ว” ชายกลางคนได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะร่วนออกมา
“เ้ากล่าวเช่นนี้ แท้จริงแล้ว ก็เป็คุณหนูคนใหม่ของสกุลหลี่นี่เอง” ฟางเหมยยิ้มบางเบาออกมาอย่างพอใจ เมื่อนางเริ่มเป็ที่จดจำของผู้คน
“ข้าจะบอกเ้าให้เอาบุญ สำหรับข้าแล้ว คุณหนูสกุลหลี่ มีแค่แม่นางซินหยางเท่านั้น ส่วนคนอื่นไม่ได้มีสายเืเดียวกับใต้เท้าหลี่เสียหน่อย ว่ากันว่าพ่อของเ้าเป็แค่ผู้ช่วยนายอำเถอเจี้ยนไม่ใช่เหรอ ที่ได้เป็คุณหนูสกุลหลี่ทุกวันนี้ ก็เพราะเล่ห์เหลี่ยมของแม่เ้า ใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้น” สิ้นเสียงชายกลางคนเท่านั้น สีหน้าของฟางเหมย ก็เปลี่ยนแปลงในฉับพลัน
“บังอาจ! พูดจาเหิมเกริมต่อข้าเช่นนี้ อยากไปอยู่ในคุกงั้นรึ?”
“ฟางเหมย! ที่ท่านลุงผู้นี้พูดผิดตรงไหน ในเมื่อเ้าเป็แค่ลูกสาวขุนนางต่ำต้อย เดิมทีเ้าเองไร้หัวนอนปลายเท้า พ่อตายก็ต้องระเห็จมาพึ่งใบบุญของท่านแม่ข้า เสื้อผ้าที่เ้าสวมใส่ตอนนี้ก็เป็ของข้ามาก่อนไม่ใช่รึ อีกอย่างที่ข้าอยากให้เ้ารู้ไว้ การเป็คุณหนูสกุลหลี่นั้น ไม่สามารถจับผู้อื่นเข้าคุกได้ตามความรู้สึกตัวเอง เที่ยวใช้อำนาจข่มขู่ผู้อื่น จะนั่งในใจผู้คนได้อย่างไร” ซินหยางพูดพลาง เดินเข้าไปหาฟางเหมยด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะเอื้อมไปดึงปิ่นผมบนศีรษะของอีกฝ่ายขึ้นมา
“เครื่องประดับนี้ เดิมทีก็เป็ของข้า” นางพูดพลางเลื่อนมือมายังสร้อยมุกที่ฟางเหมยสวมใส่ แล้วส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย
“และสร้อยเส้นนี้ เดิมทีเป็ของข้าเช่นกัน” นางพูดพลางกระชากสร้อยคอจากอีกฝ่ายจนหลุดกระจายต่อหน้าทุกคน จิ่นจินที่ยืนอยู่ ถึงกับแอบยิ้ม แล้วมองเหตุการณ์ทุกอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง สองสายตาผสานสบกันอย่างไม่มีใครยอม
“เดิมที ตัวเ้าเองมีอะไรติดกายบาง กระทั่งเสื้อคลุมดี ๆ สักตัวก็ยังไม่มี เป็ข้าไม่ใช่เหรอ ที่หาให้เ้าทุกอย่าง...วันนี้เ้ามาเพื่อเยาะเย้ยสถานะของข้า แต่นั่นแหละความจริงไม่อาจบิดเบือนได้ แม้ตอนนี้ข้าไม่ได้อยู่ในฐานะคุณหนูสกุลหลี่ แต่สายเืของข้าก็ยังเป็ของท่านพ่อ ใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หากเ้าคิดว่าเยาะเย้ยข้าสำเร็จแล้ว ก็รับกลับไปซะ อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก เพราะข้าไม่ต้อนรับ” ฟางเหมยได้ยินดังนั้นจึงกำมือแน่นด้วยความผิดหวัง
‘น้ำตาสักหยดจากนาง ข้าก็ไม่ได้เห็นงั้นเหรอ เดิมทีข้าคิดว่านางเป็คนเข้มแข็ง แต่ไม่คิด ว่านางจะเข้มแข็งได้มากมายเพียงนี้’ ฟางเหมยลอบคิดในใจ ทว่านึกบางอย่างได้จึงฝืนยิ้มแล้วพูดบางอย่างออกมา
“ข้ามาเพื่อจะบอกเ้า ว่าอีกสิบวันข้างหน้า ข้ากับคุณชายหวงจะแต่งงานกัน!” สิ้นเสียงของฟางเหมย ถ้วยชาที่อยู่ในมือซินหยางก็หลุดร่วงลงพื้นทันที
