“ต้องทำอย่างไรเ้าถึงจะเชื่อ”
เจินชิงฉุนใกล้จะบ้าแล้ว เกิดเื่เช่นนี้ได้อย่างไร เขาต้องมาอ้อนวอนให้คนมาไหว้ตนเป็อาจารย์ หรือว่า์้าลงโทษอะไรเขาหรือ แล้วก็เขาหน้าตาอัปลักษณ์ที่ไหน แบบนี้เรียกว่าหน้าตามีเอกลักษณ์ต่างหาก
“เ้าต้องทำให้ข้ากลายเป็นักเวทยันต์ให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน มิเช่นนั้นจะยังไงข้าก็ไม่เชื่อเ้าหรอก” ตู้เซ่าฝู่กล่าว
“เฮอะ เ้าหนูที่ช่างเอาเปรียบเสียจริง เ้าไม่คารวะข้าเป็อาจารย์ แล้วทำไมข้าต้องสอนเ้าด้วย”
เจินชิงฉุนรับไม่ได้ เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่คารวะเป็อาจารย์กลับจะให้ตนสอนเข้าอีก พอสอนจนเป็แล้ว หนุ่มน้อยคนนี้ต้องเบี้ยวเขาแน่ ดังนั้นเขาจะมาให้เด็กหนุ่มคนนี้มาจูงจมูกไม่ได้ ขนาดขิงยังยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด เขาาุโขนาดนี้แล้ว ไม่คิดว่าตัวเองจะต่อกรหนุ่มน้อยคนนี้ไม่ไหว
ตู้เซ่าฝู่ยักไหล่ หันไปมองเจินชิงฉุนพร้อมกล่าวว่า “เ้าอยากให้ข้าคารวะเ้าเป็อาจารย์ ต้องแสดงความจริงใจออกมาบ้าง หากข้าถูกเ้าหลอกข้าจะทำอย่างไรล่ะ?”
“เ้า...”
เจินชิงฉุนโมโหกัดฟัน น้อยใจเพราะถูกทำร้ายจิตใจ
เจินชิงฉุนสูดหายใจแรงๆ เฮือกหนึ่ง พยายามกดอารมณ์โมโหไว้ กล่าวว่า “ได้ ข้าทำให้เ้าได้กลายเป็นักเวทยันต์ก่อนก็ได้ ทว่าเ้าต้องรับปากข้าเงื่อนไขหนึ่ง ตอนนี้พลังจิติญญาของข้าอ่อนแอมาก เ้าต้องให้พลังปราณข้านิดหน่อย วางใจเถอะ มันไม่มีผลร้ายใดๆ กับเ้าเลย เ้านั่งสมาธิฟื้นฟูลมปราณคืนเดียวก็ปกติแล้ว เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ข้าเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอไปสอนเ้าให้เป็นักเวทยันต์ได้ อย่างนั้นเ้าก็ไปหาคนอื่นสอนเ้าแทนแล้วกัน อย่างมากพวกเราก็แค่ตัดความสัมพันธ์กันไปเลย”
ตู้เซ่าฝู่ลังเล เมื่อเอ่ยถึงพลังปราณ ทำให้เขาไม่ไว้ใจเจินชิงฉุนสักเท่าไร
ทว่าพูดจากใจจริง ในใจตู้เซ่าฝู่เองก็อยากเป็นักเวทยันต์ พิจารณาไปสักครู่ ยังคงลังเลตัดสินใจไม่ได้
“ก็ได้ ข้ารับปาก”
ตู้เซ่าฝู่ยอมประนีประนอมด้วยแล้ว มาถึงขนาดนี้แล้ว เขาได้แต่ลองพนันสักครั้ง ช่วยไม่ได้นี่นา ก็เขาอยากเป็นักเวทยันต์จริงๆ
“เชอะ!”
เจินชิงฉุนเชอะใส่ จ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งทีหนึ่ง เขารู้สึกว่าวันนี้ตัวเองเสียเปรียบมาก แม้ใครๆ จะว่ากันว่า ยิ่งแก่ยิ่งมีประสบการณ์ ทว่าวันนี้เขากลับเสียเปรียบ ได้ประโยชน์น้อยกว่าอีกฝ่ายไม่ถึงครึ่ง ขณะนั้นเขารู้สึกเหมือนตนเป็เหยี่ยวที่ถูกนกน้อยบินมาโฉบแย่งอาหารไป ที่จริงเขาแค่้าพลังปราณของตู้เซ่าฝู่เพียงเท่านั้น เจินชิงฉุนชี้แนะแนวทาง บอกให้ตู้เซ่าฝู่ส่งพลังปราณเข้าไปในเจดีย์เล็ก จากนั้นเจดีย์เล็กก็เริ่มมีแสงที่เป็ประกายส่องจ้าออกมา พร้อมกับมีกลิ่นอายของพลังโบราณที่ยิ่งใหญ่แผ่ออกมา
ตู้เซ่าฝู่ประหลาดใจ ที่จริงเมื่อก่อนเขาเองก็เคยลองปล่อยพลังปราณเข้าไปในเจดีย์เล็ก ทว่าตอนนั้นเจดีย์เล็กไม่มีการตอบสนองใดๆ เลย
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกเหมือนพลังปราณบนตัวถูกใช้จนหมด เจินชิงฉุนที่เข้าไปอยู่ในเจดีย์เล็กแล้วพูดออกมาข้างนอกให้ตู้เซ่าฝู่ได้ยินว่า “พลังปราณบนตัวเ้าเข้มแข็งและบริสุทธิ์กว่าที่ข้าคิดไว้ไม่น้อยเลย นี่ก็พอประมาณแล้วล่ะ หากยังส่งพลังปราณออกมาอีก อาจมีผลต่อการฝึกฌานในอนาคตของเ้าบ้างแล้ว ข้าขอฟื้นฟูสามวัน ผ่านไปแล้วสามวันข้าจะสอนให้เ้ากลายเป็นักเวทยันต์ ใน่สามวันนี้ เ้าออกไปเตรียมของมาหน่อย จำไว้ อย่าให้ใครรู้ถึงการมีตัวตนของข้า แม้จะเป็คนที่เ้าใกล้ชิดที่สุด”
จากนั้นเจินชิงฉุนก็ไล่รายชื่อของมากมายที่ต้องหากับตู้เซ่าฝู่ เป็ชื่อของยาวิเศษมากมาย มีชื่อของยาวิเศษหลายอย่างที่ตู้เซ่าฝู่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
พลังปราณส่งออกไปให้เจินชิงฉุนไม่น้อย ตู้เซ่าฝู่เองก็ต้องไปบำเพ็ญเพียรฟื้นฟูพลังปราณเช่นกัน หลังจากจดรายชื่อของไว้เรียบร้อยแล้ว เขาก็นั่งขัดสมาธิบนเสื่อปูเตียง ฟื้นฟูพลังตามวิชาการฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวั์สีทอง
วันต่อมายามรุ่งอรุณ มีแสงตะวันอ่อนๆ ยามเช้าส่องทะลุผ่านหมอกบางๆ เมืองสือเฉิงเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
นอกบ้านสกุลตู้คึกคักเอิกเกริกไม่เหมือนปกติ เ้าเมืองสือเฉิงเยี่ยเป่าหลินพาลูกสุดรักสุดหวงแหนมาเยี่ยมเยียนบ้านสกุลตู้ กล่าวว่ามาเพราะอยากขอบคุณคุณชายตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้ ที่ช่วยชีวิตบุตรสาวที่รักของเขาตอนที่อยู่ในเขาอสุรกาย
ข่าวแพร่กระจายออกไปในทั้งเมืองสือเฉิง คนของเมืองสือเฉิง ไม่มีใครที่ไม่รู้จักบ้านสกุลตู้
เมื่อพูดถึงสุดยอดห้าสกุลของเมืองสือเฉิง ไม่ว่าบ้านสกุลอื่นๆ จะต่อสู้ด้วยวิธีตรงๆ หรืออ้อมๆ ก็ไม่มีบ้านสกุลไหนที่เอาชนะบ้านสกุลเยี่ยได้ รวมถึงบ้านสกุลตู้ที่่นี้กำลังรุ่งเรืองเองก็ไม่เว้น
สาเหตุเพราะบ้านสกุลเยี่ยมีอำนาจควบคุมเมืองสือเฉิงมาถึงห้ารุ่น เ้าเมืองของเมืองสือเฉิงเป็คนขอบ้านสกุลเยี่ยติดต่อกันมาห้าสมัยแล้ว เพียงแค่จุดนี้ ก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วทุกอย่างว่า บ้านสกุลเยี่ยเป็สุดยอดบ้านสกุลอันดับหนึ่งในสุดยอดห้าสกุลอย่างไม่มีทางสั่นคลอน
อีกเพียงประมาณหนึ่งเดือน จะมีงานประลองระหว่างวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลในเมืองสือเฉิงที่จะจัดหนึ่งครั้งในสามปี ทว่าครั้งนี้เ้าเมืองมาบ้านสกุลตู้ด้วยตัวเอง ทั้งยังมาเพื่อ้าพบเด็กวัยรุ่นในบ้านสกุลตู้คนหนึ่ง ทำให้มีหลายคนอดไม่ได้ที่จะคิดสงสัย
เมื่อถึงยามเช้าตรู่ ตู้เซ่าฝู่ก็หยุดการทำสมาธิบำเพ็ญเพียร จากนั้นไม่นานก็รู้สึกได้ว่านอกเรือนมีคนมา
ตู้เซ่าฝู่เดินออกไปลานหน้าเรือน ก็พบบ่าวคนหนึ่งที่เป็เด็กหนุ่มดูคล่องแคล่วมีไหวพริบสวมชุดเรียบๆ รออยู่
เด็กหนุ่มท่าทางเคารพและเกรงใจตู้เซ่าฝู่มาก เมื่อเห็นหน้าเขาก็รีบแนะนำตัวเองก่อน บอกว่าผู้ดูแลใหญ่ของเรือนหลังตู้ไห่จัดการเื่ในเรือนหลังได้ไม่ดี รวมถึงมีการแอบยักยอกทรัพย์สินของเรือนหลัง เื่นี้ผู้ดูแลสูงสุดที่เป็ผู้ดูแลใหญ่ของเรือนหน้าลงโทษเขาอย่างรุนแรงไปแล้ว ต่อไปเขาจะรับหน้าที่เป็ผู้ดูแลใหญ่ของเรือนหลังแทน ต่อไปตู้เซ่าฝู่มีเื่อะไรให้มาบอกเขาได้
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า เขาเคยพบชายคนนี้แล้ว เป็บุตรชายของบ่าวาุโของบ้านสกุลตู้ ใช้ชีวิตในบ้านสกุลตู้มาั้แ่เล็ก ทว่าเขาก็ไม่รู้จักอะไรมากเป็พิเศษ ทว่าทักษะความสามารถในการจัดการกิจการในเรือนและใช้คนของลุงสกุลหลิน ในใจของตู้เซ่าฝู่ชัดเจนดี สมกับเป็คนเก่าแก่ที่อยู่ในบ้านสกุลตู้ คนที่ลุงใหญ่ให้ความสำคัญ ที่ลุงสกุลหลินจัดเตรียมคนที่ไม่ค่อยโดดเด่นอะไรมาเป็ผู้ดูแลใหญ่ของเรือนหลัง คิดว่าตัวเขาเองน่าจะเป็สาเหตุ
และตู้เซ่าฝู่ได้ยินเื่จากเด็กหนุ่มคนนี้ว่าเ้าเมืองมาหา เมื่อเอ่ยถามถึงสาเหตุที่มา เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมา
บิดาขี้เหล้าของเขาก็ไม่ได้อยู่ที่เรือน หลังจากตู้เซ่าฝู่ล้างหน้าบ้วนปากเสร็จ ก็ออกไปยังโถงใหญ่เรือนรับรอง
หลังจากตู้เซ่าฝู่มาถึงโถงใหญ่แล้ว ในโถงอันกว้างใหญ่นั้นก็มีคนมากมายนั่งประจำที่อยู่ก่อนแล้ว ตู้เซ่าฝู่เห็น
ลุงใหญ่ตู้เจิ้นอู่ ลุงสองตู้จื้อสยง และญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่ปกติไม่ค่อยได้พบ
ผู้ใหญ่เหล่านี้ในบ้านสกุลตู้ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยๆ ทว่ามีตำแหน่งสูง บางคนตำแหน่งก็ไม่ได้ต่ำไปกว่าลุงใหญ่เลย
นอกจากลุงใหญ่และผู้าุโคนอื่นๆ ก็มีทายาทวัยรุ่นของตระกูลนั่งอยู่ บรรดาเด็กวัยรุ่นที่มีความสามารถโดดเด่นของตระกูลก็มา ตู้อวี่และตู้เสวี่ยเองก็มาด้วย
ทว่าตู้เซ่าฝู่ไม่เห็นตู้เฮ่ากับตู้เหยียนคนกลุ่มนั้นมา คาดว่าน่าจะเจ็บหนักจากเมื่อวาน วันนี้เลยไม่ได้พบ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเหตุการณ์สำคัญๆ เช่นนี้ พวกเขาต้องมาเข้าร่วมแน่นอน
เมื่อตู้เซ่าฝู่เหยียบเข้ามาในห้องโถง ก็รับรู้ได้ถึงสายตาอันไม่ประสงค์ดีของหลายคน ราวกับว่ามีผู้ใหญ่ของบ้านสกุลตู้จ้องมองเขาด้วยความแค้นเคือง ทว่าต่างก็ทำได้แค่เก็บไว้ในใจ
ทว่าในอีกด้านหนึ่งของห้องโถง ตู้เซ่าฝู่เห็นคนแปลกหน้าจำนวนไม่น้อย ฝั่งแขกที่เป็บุคคลที่ตำแหน่งใหญ่ที่สุดคือบุรุษวัยราวๆ สี่สิบกว่า ท่าทางดูองอาจ สวมชุดยาว ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็มิตรพูดเก่ง มีรัศมีความสง่า แม้นั่งนิ่งๆ แต่ก็ดูน่าเกรงขามมีบารมี
“มีทักษะความสามารถที่เก่งฉกาจมาก”
นี่คือความรู้สึกที่ตู้เซ่าฝู่มีต่อบุรุษวัยกลางคนคนนี้ เขารู้สึกว่าเขามีพลังและรัศมีบนตัวแตกต่างไปจากลุงใหญ่ตู้เจิ้นอู่ พลังของบุรุษคนนี้ไม่ได้ดุดันแข็งกร้าวอย่างพลังของลุงใหญ่ ทว่าดูพลิ้วไหวดุจดั่งสายลม
ทว่าสัญชาตญาณของตู้เซ่าฝู่บอกว่าพลังพลิ้วไหวดุจสายลมนี้กลับแข็งแกร่งกว่าพลังที่ลุงใหญ่มีเสียอีก
“ท่านผู้นี้คือเ้าเมืองของเมืองสือเฉิงเยี่ยเป่าหลิน”
ตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปมองบุรุษทรงสง่าคนนั้น เขาเคยได้ยินชื่อเยี่ยเป่าหลินเ้าเมืองสือเฉิง แต่ไม่เคยพบเห็นตัวจริงมาก่อน ได้ยินว่าครั้งนี้เ้าเมืองมาหา ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตำแหน่งที่นั่งที่สูงที่สุดของฝั่งแขกต้องเป็เ้าเมืองน่ะสิ
เมื่อครั้นยังวัยเยาว์ ตู้เซ่าฝู่ก็ได้รับการศึกษากับอาจารย์ในสำนักศึกษาประจำบ้านสกุลตู้มาก่อน เขาเคยอ่านหนังสือและตำราต่างๆ มาไม่น้อย เื่เกี่ยวกับโลกภายนอกจึงพอรู้มาบ้าง เมืองสือเฉิงเป็เพียงเมืองชายแดนของแคว้น ใหญ่กว่าเมืองคือจังหวัด ใหญ่กว่าจังหวัดคือมณฑล ใหญ่กว่ามณฑลก็จะเป็การควบคุมของแคว้นหรือจักรวรรดิแล้ว ผู้ที่ได้เป็ผู้ปกครองของมณฑล ต่างได้รับการแต่งตั้งเป็ยศจากประมุขแคว้นกันมาแล้ว และต่างคือยอดฝีมือที่มีชื่อเสียง
ในแผ่นดินใหญ่นี้ประกอบไปด้วยหลายแคว้น และมักจะมีาเกิดขึ้นระหว่างแคว้น จนเกิดคนเจ็บล้มตายจำนวนมาก ดีที่เมืองสือเฉิงเป็แค่เมืองชายแดนเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล ไม่ได้มีพื้นที่อยู่ติดกับแคว้นอื่นๆ ปกติก็ไม่ต้องได้เห็นาใหญ่ระหว่างแคว้น เพราะเป็เมืองที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงและโลกภายนอก
เมื่อบุรุษทรงสง่าคนนั้นหันไปหาหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ ั์ตาของตู้เซ่าฝู่ก็สั่นไหวเล็กน้อย ตอนแรกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเขาไปช่วยชีวิตบุตรสาวของเ้าเมืองั้แ่เมื่อไร ที่แท้เด็กสาวหัวหน้ากลุ่มวัยรุ่นเมื่อตอนนั้นคือบุตรสาวของเ้าเมืองนี่เอง
ตู้เซ่าฝู่เริ่มทำการมองสำรวจหญิงสาวคนนี้ พอตั้งใจดูแล้ว พบว่านางหน้าตาใช้ได้เลย นางไม่ได้ดูสวยน้อยไปกว่าจูเสวี่ยศิษย์สำนักยันต์ปราณคนนั้นเลย มิหนำซ้ำอาจดูดีพอๆ กับจอมยุทธสาวที่คิดจะแย่งชิงยาวิเศษกับเขาตอนนั้นได้เลย
ทว่าหากตั้งใจเปรียบจริงๆ บุคลิกของหญิงสาวสองคนไม่เหมือนกัน จอมยุทธสาวคนนั้นดูสง่าและสูงศักดิ์ ทว่าเด็กสาวที่อยู่ด้านหน้าของตอนนี้ดูสวยแบบสง่าพร้อมกับความเ็า
“คารวะท่านลุงใหญ่ ท่านลุงสองและท่านผู้าุโทุกๆ ท่าน”
ตู้เซ่าฝู่มองสำรวจดูสถานการณ์แบบผ่านๆ ดูท่าคนที่มาจากบ้านสกุลเยี่ยน่าจะสนทนากับลุงใหญ่นานแล้ว เขารีบก้าวเข้าไปก้มคารวะลุงใหญ่ลุงสองและผู้าุโทั้งหลาย ทว่าผู้ใหญ่คนอื่นๆ ของบ้านสกุลตู้ ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจอะไร
“เซ่าฝู่ ข้าจะแนะนำให้เ้ารู้จัก ท่านผู้นี้คือเ้าเมืองเยี่ย รีบคารวะทักทายเขาเร็ว ส่วนลูกสาวของเ้าเมืองเยี่ย ข้าว่าเ้าน่าจะรู้จักนางแล้ว” ตู้เจิ้นอู่ยิ้มขณะที่แนะนำให้กับตู้เซ่าฝู่
“คารวะท่านเ้าเมืองเยี่ย” ตู้เซ่าฝู่กล่าวทักทาย พร้อมกับตั้งมือและก้มศีรษะคารวะ เขาเดาไม่ผิดเลย บุรุษวัยกลางคนท่าทางองอาจและทรงสง่าผู้นี้คือเ้าเมืองของเมืองสือเฉิง เยี่ยเป่าหลิน
“เ้าหนูเอ๋ยไม่ต้องพิธีรีตองให้มากหรอก ท่านเ้าเมืองอะไรกัน เรียกข้าว่าลุงเยี่ยก็พอแล้ว ครั้งนี้ที่มาเพื่อมาขอบคุณเ้า หากไม่ได้เ้า จื่อจินคงต้องประสบอันตรายแสนสาหัสแล้ว เ้าคืออัศวินหนุ่มน้อย เมืองสือเฉิงของข้ามีบุคคลที่มีพร์เพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว”
เยี่ยเป่าหลินมองตู้เซ่าฝู่และยิ้มให้ ดูออกว่าเขากำลังแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างใจจริง จากนั้นเขาก็โบกมือเรียกชายสวมชุดเกราะท่าทางเหมือนทหารที่อยู่ข้างๆ ให้ก้าวออกมา ทหารคนนั้นถือกล่องฝ้ายขนาดราวๆ สามศอกออกมาแล้วยื่นให้กับตู้เซ่าฝู่
เยี่ยเป่าหลินยิ้มให้กับตู้เซ่าฝู่ ทำท่าทางเป็การบอกตู้เซ่าฝู่ว่าให้เปิดกล่องฝ้ายดู เขากล่าวว่า “เซ่าฝู่เอ๋ยรับมันไว้เถิด นี่คือ “กระบี่ดับิญญา” ที่บ้านสกุลเยี่ยเก็บรักษาเอาไว้มานาน แม้มันไม่อาจแสดงถึงความรู้สึกขอบคุณที่เ้าช่วยเหลือจื่อจินไว้ได้ แต่อย่างน้อยมันก็เป็น้ำใจจากข้าที่ตั้งใจเตรียมไว้ให้เ้า”
