‘ถูกต้องแล้ว! สองภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ที่เขาเขียนบทและแสดงด้วยยังทำให้เขาคว้าถ้วยนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาครองเลยนะ!’
‘หวังว่าหนังจะเป็ 3D นะ ไม่งั้นอาจแสดงศักยภาพของเอฟเฟกต์ได้ไม่เต็มที่’
หลังจากเห็นคอมเมนต์มากมายจากผู้คน เฉินเฟิงจึงเลือกตอบกลับไปอีกข้อความ
[ั้แ่เริ่มต้นการถ่ายทำ ผมใช้กล้อง 3D ตลอด
ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังได้รับเกียรติจากผู้กำกับระดับประเทศชื่อดังหลายท่านมาช่วยให้คำแนะนำ อีกทั้งยังมาร่วมแสดงเป็ตัวประกอบอีกด้วย
ดังนั้นรับประกันได้ว่าการแสดงของนักแสดงสมทบทุกคนมีคุณภาพแน่นอน]
หลังจากโปรโมตภาพยนตร์เสร็จ เฉินเฟิงรู้สึกว่าเพลงประกอบภาพยนตร์สองเพลงที่มีอยู่อย่างเพลงเต๋ากับเพลงใครเป็นาย ยังไม่เหมาะกับการฉายในโรงภาพยนตร์
เขาจึงเตรียมใช้เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้เป็เพลงประกอบฉากต่อสู้สุดมันส์
เฉินเฟิงเคยฟังเพลงของแร็ปเปอร์หน้าใหม่คนหนึ่งในอดีต เขาคิดว่าเพลงนั้นเหมาะกับภาพยนตร์ของเขาไม่น้อย
แต่เวลาก็ล่วงเลยผ่านมานานมาก อีกทั้งเขาก็ไม่ได้ร้องเพลงนั้นมานานแล้ว ทั้งเนื้อเพลงและท่วงทำนองก็หลงลืมไปบางส่วน
เฉินเฟิงจึงตัดสินใจเรียกใช้ระบบสร้างชื่อเสียงรอบด้าน
‘ระบบ ผมอยากร้องเพลงอาชากลางอัคคี แต่จำเนื้อเพลงไม่ได้ ผมต้องใช้ค่าชื่อเสียงนักร้องนักแต่งเพลงแลกเนื้อเพลงกับโน้ตเพลงฉบับสมบูรณ์กี่คะแนน’
ระยะหลังมานี้ ระบบรู้สึกน้อยใจเพราะเฉินเฟิงมีความสามารถรอบด้านเกินไป
เขาเก่งทั้งการขับร้อง แต่งเพลง กำกับภาพยนตร์ เขียนบทภาพยนตร์ และวิทยายุทธ์ยังเยี่ยมยอดจนไร้ผู้เทียบเทียม
เฉินเฟิงที่เก่งกาจขนาดนี้ไม่ได้ทำการแลกเปลี่ยนกับระบบมานานแล้ว
ระบบรู้สึกเหมือนกำลังอดอยาก!
[ในที่สุดก็หวนนึกขึ้นได้ว่าในร่างกายยังมีระบบอยู่ พักหลังนี้ คุณหมกมุ่นอยู่กับการเขียนนิยาย ถ่ายหนัง จีบสาว จนแทบจะลืมระบบไปแล้วสินะ!]
ระบบส่งเสียงที่ฟังดูคล้ายกับว่ากำลังน้อยใจ
‘แฮะๆ... ผมผิดเอง ผมผิดเอง จริงๆ ก็เพราะผมเป็นักร้องนักแสดงมีฝีมืออยู่แล้ว เลยมีโอกาสพึ่งพาคุณน้อยลง’
เฉินเฟิงตอบกลับอย่างเขินๆ
[อาชากลางอัคคีเป็เพลงแร็ปไม่เข้ากับสไตล์เพลงก่อนๆ ของคุณ
ดังนั้น ราคาจึงแพงกว่าปกติ ต้องใช้ค่าชื่อเสียงนักร้องนักแต่งเพลงหนึ่งล้านคะแนน
อย่างไรก็ตาม ระบบอยู่อย่างอดอยากนานนับเดือน ถึงเวลาเติมพลังให้ระบบด้วยค่าชื่อเสียงแล้ว]
คราวนี้เสียงจากระบบฟังดูค่อนข้างดีใจ
ส่วนทางด้านเฉินเฟิงย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
สำหรับเขาแล้วล้านคะแนนจากชื่อเสียงนักร้องนักแต่งเพลงก็เปรียบได้ดั่งเศษเงินเท่านั้น
เฉินเฟิงจึงใช้คะแนนหนึ่งล้านคะแนนแลกเปลี่ยนเป็เพลงอาชากลางอัคคีอย่างไม่ลังเล
หลังจากนั้น เมื่อเขาสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาพบว่าตัวเองมาอยู่ในฐานถ่ายภาพกลางทุ่งหญ้า
ในทุ่งหญ้า ม้าจำนวนมากกำลังกินหญ้าอย่างเพลิดเพลิน ขณะที่ทีมงานภาพยนตร์เื่อื่นกำลังถ่ายทำอยู่ไม่ไกล
เฉินเฟิงไม่อยากเสียเวลาไปอัดเพลงในห้องอัดเสียง
เพลงอย่างอาชากลางอัคคีควรร้องสดในที่ที่มีม้าอยู่จริงๆ
เฉินเฟิงจึงโทรเรียกวงดนตรีร็อกชื่อดังที่สุดของประเทศให้มาพร้อมกับเครื่องดนตรี
วงดนตรีร็อกนี้ได้เซ็นสัญญากับบริษัทหลงอ้าวมิวสิคไว้แล้ว
พวกเขาจึงพร้อมตอบสนองคำสั่งจากเ้านายอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สมาชิกวงดนตรีร็อกทั้งสี่คนก็เดินทางมาถึง
น่าแปลกใจที่สมาชิกทั้งสี่เป็หญิงสาวสุดสวยในชุดโบราณ
อีกทั้งเครื่องดนตรีที่พวกเธอนำมา ก็ไม่ใช่เครื่องดนตรีร็อกทั่วไป
แต่เป็ซอน่า เอ้อหู กู่เจิง และผีผา
แต่ด้วยคำสั่งของเฉินเฟิง พวกเธอจึงนำเอากลองใหญ่มาอีกด้วย
กลองใบนี้เฉินเฟิงจะเป็ผู้เล่นเอง
วงดนตรีนี้ ประกอบไปด้วยหญิงสาวหน้าตาสะสวยสี่คน แต่งกายด้วยชุดโบราณ เปิดตัวเมื่อครึ่งเดือนก่อน แต่โด่งดังไปทั่วประเทศ พวกเธอคือวงเฟิงหลินฮัวชาน(หรือฟูรินคาซัน - ลม ป่า ไฟ ูเา)
"บอสคะ มีเพลงใหม่ให้พวกเราช่วยบรรเลงหรือคะ?"
หัวหน้าวงยิ้มพลางถามเฉินเฟิง ในมืออุ้มซอน่าอย่างทะนุถนอม
"เป็เพลงแร็ปน่ะ ชื่ออาชากลางอัคคี ผมอยากใช้เป็เพลงประกอบฉากบู๊ในหนัง
พอดีผมมาเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าแล้วเห็นม้าเยอะดี คิดว่าน่าจะใช้ที่นี่ถ่าย MV ได้ เลยเรียกพวกคุณมา ผมมั่นใจว่าพวกคุณต้องชอบเพลงนี้แน่นอน!"
เฉินเฟิงอธิบายงานอย่างละเอียดด้วยความกระตือรือร้น
"เอ่อ... บอสคะ คุณไม่ค่อยเล่นเพลงรวมกับพวกเรา ฉันเลยตัดสินใจบอกพวกแฟนคลับเดนตายโดยพลการค่ะ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่าคุณชอบสาวๆ สวยๆ ฉันเลยบอกแต่แฟนเพลงผู้หญิงเท่านั้น"
หัวหน้าวงพูดเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด
"ไม่เป็ไร ผมบอกคนของกองถ่ายไว้แล้ว แต่ว่า... ผมพูดตอนไหนว่าชอบแฟนเพลงผู้หญิงอย่างเดียว?!"
เฉินเฟิงพูดด้วยความเอือมระอาปนขบขัน
ประมาณสองอาทิตย์ก่อน เขาถูกใจวงดนตรีร็อกเครื่องดนตรีโบราณที่ประกอบด้วยสาวสวยสี่คนนี้ เขาเลยตัดสินใจเซ็นสัญญากับพวกเธอทันที
ไม่น่าเชื่อว่าวงดนตรีนี้จะโด่งดังไปทั่วประเทศด้วยเวลาแค่สองอาทิตย์
หลังจากเริ่มมีชื่อเสียง สาวๆ ทั้งสี่เริ่มไม่เกรงใจเฉินเฟิงมากขึ้นเรื่อยๆ
"แฮะๆ อย่าไปสนใจเื่นั้นเลยค่ะ... เรามาดูโน้ตเพลงกันดีกว่า เดี๋ยวพวกแฟนๆ ก็มากันแล้ว..."
หัวหน้าวงหัวเราะคิกคักพลางแลบลิ้นอย่างซุกซน
"ผมจะร้องให้ฟังก่อน พวกเธอฟังแล้วหาทำนองที่เข้ากันเองนะ ถือเป็การทดสอบพวกเธอไปในตัว"
เฉินเฟิงกลอกตาพลางเดินไปหยิบไม้กลองสองอันที่ข้างกลอง
สิ้นเสียง เฉินเฟิงไม่รอช้าเริ่มตีกลองพร้อมร้องเพลงอาชากลางอัคคีด้วยความมุ่งมั่น
"หิมะหนาเจ็ดฉื่อ เบื้องหน้าขาวโพลน หนทางกลับบ้านช่างไกลแสนไกล หลายเดือนผ่านพ้น ไม่รู้สิ้นสุด
โลหิตเปรอะผกา บดบังท้องฟ้าเสมือนลางร้าย
ทุกคนรวมใจ ไฟาลุกโชน ดั่งิญญาทหาร มุ่งหน้ากลับบ้านเกิด
หวนคิดถึงแสงจันทร์ เงาสะท้อนในวารี
เหล่าวีรบุรุษกล้าทั้งชายชาตรีและอิสตรี ล้วนเป็สหายรักใคร่
ลืมตาตื่น เต็มไปด้วยาแ รุ่งอรุณมาเยือน ดวงตาเต็มไปด้วยมลทิน กระดูกผองเรากลายเป็เถ้าถ่าน
อริมิหนำใจ คิดเหยียบย่ำเรา จะอดทนต่อไปได้อย่างไร ใจเราเดือดดาล
เคียงข้างยามเย็น กีบม้ากระทบน้ำ วีรบุรุษเดินตามกองทัพ ไม่คิดถึงวันกลับ
ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านไฟา หล่อหลอมความกล้า
ใบไม้แห้งเกรอะ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เต็มไปด้วยสุสาน าช่างโหดร้าย
เสียงแตรสัญญาณ ดังกังวานไปทั่วทุ่ง ความคนึงหาแผดเผา ท่ามกลางควันไฟ
แขนขาอ่อนล้า เป็กำแพงสุดท้าย รินสุรารดฟ้า บูชาวีรชน
ปกป้องบ้านเกิด ไม่ท้อถอย วีรกรรมนี้จะจารึก มิลืมเลือน
หิมะหนาเจ็ดฟุต เบื้องหน้าขาวโพลน หนทางกลับบ้านช่างไกลแสนไกล หลายเดือนผ่านพ้น ไม่รู้สิ้นสุด
โลหิตเปรอะผกา บดบังท้องฟ้าเสมือนลางร้าย
หวนคิดถึงแสงจันทร์ เงาสะท้อนในวารี
เหล่าวีรบุรุษกล้าทั้งชายชาตรีและอิสตรี ล้วนเป็สหายรักใคร่
าแทิ่มแทงกาย ไร้เวลาลังเล ต้องสู้อีกนานเพียงใด ต้องไปอีกนานแค่ไหน
ฟ้ายิ่งมืดมนเพียงใด ยิ่งบุกตะลุยผู้เดียวเท่านั้น
เผชิญหน้าข้าศึก ใจยิ่งเด็ดเดี่ยว หลงลืมชื่อเสียงเงินทอง นึกเพียงแผ่นดินและคนรุ่นหลัง
สหายร่วมรบล้มตาย หวนกลับมิได้อีก แค่นี้มิลืมเลือน
ท้าทายอุปสรรค กินลมกินน้ำ ข้ามผ่านแม่น้ำแยงซีนับพันลี้
ทหารผ่านศึก ปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน สืบสานชั่วนิรันดร์ รุ่นหลังมิลืมเลือน
ควงดาบขี่ม้า ทะยานสู่สนามรบ ใฝ่ฝันจะแตะต้องูเาและแม่น้ำ
บนหลังม้าเป็ั ลงม้าเป็เสือ ฝ่าฟันอุปสรรค ตัดขวากหนาม
แหงนมองฟ้า เหยียบย่ำผืนดิน โบกธงของเรา
หิมะหนาเจ็ดฟุต เบื้องหน้าขาวโพลน หนทางกลับบ้านช่างไกลแสนไกล หลายเดือนผ่านพ้น ไม่รู้สิ้นสุด
โลหิตเปรอะผกา บดบังท้องฟ้าเสมือนลางร้าย
ทุกคนรวมใจ ไฟาลุกโชน ดั่งิญญาทหาร มุ่งหน้ากลับบ้านเกิด
หวนคิดถึงแสงจันทร์ เงาสะท้อนในน้ำ วีรบุรุษชายหญิงเป็ดั่งสหายรู้ใจ"
