ขณะที่เสียงของระบบยังคงก้องอยู่ในจิตสำนึกของจางเหวิน เสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาจากเบื้องหน้า
“เ้าคือจางเหวินงั้นหรือ”
จางเหวินชะงักไปครู่หนึ่ง ความคิดที่ยังไม่ทันเรียบเรียงถูกรบกวน เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนถือดาบอยู่ไม่ไกล ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามตามสัญชาตญาณ
“เ้าเป็ใคร”
หญิงสาวไม่ตอบ นางเพียงยกมือขึ้น ปลดแหวนมิติออกจากนิ้ว เสียงพลังสั่นะเืเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่เรือบินลำหนึ่งขนาดไม่ใหญ่นักจะลอยออกมาจากอากาศว่างเปล่า ตัวเรือเรียบง่าย แต่พลังที่แฝงอยู่กลับมั่นคงและลึกเกินกว่าจะมองข้าม
ยังไม่ทันที่จางเหวินจะตั้งคำถามเพิ่มเติม พลังอ่อนโยนแต่ไม่อาจขัดขืนก็ห่อหุ้มร่างของเขา ยกร่างเขาขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย ราวกับยกใบไม้แผ่นหนึ่งขึ้นจากลำธาร เรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที ทิ้งป่าอสูรโบราณไว้เื้ั
ลมพัดผ่านใบหน้า เสียงปีกเรือแหวกอากาศดังเบาๆ หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้ามีชื่อว่า หลินชิงถง”
นางหยุดไปเพียงครู่ ก่อนจะพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา
“ข้าเป็คู่หมั้นของเ้า”
ขณะที่จางเหวินกำลังมองไปที่ร่างของจางหลินที่กำลังถูกพาตัวออกไปโดยคนจากตระกูลฟีนิกซ์อย่างโล่งอก แต่เมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็ทำให้จางเหวินใเล็กน้อย ในตอนนี้ร่างกายของเขาฟื้นฟูจากาแจนเกือบสมบูรณ์แล้ว แต่สมองกลับชะงักงัน ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างจริงจัง
ความทรงจำเก่า ๆ ผุดขึ้นมา เขาจำได้ว่าเคยถูกจางหลิงเยว่บังคับให้รับสัญญาการแต่งงาน เพื่อแลกกับทรัพยากรบางอย่าง สัญญาการหมั้นของเขานั้นมาจากชายชราลึกลับผู้หนึ่ง ส่วนจางหลินเองก็ถูกผูกมัดกับสัญญาการหมั้นอีกฉบับหนึ่ง กับบุตรสาวของผู้นำตระกูลฟีนิกซ์
หญิงสาวตรงหน้าคงเป็คู่หมั้นที่จางหลิงเยว่เลือกมาให้เขา แต่ยังไม่ทันที่จางเหวินจะเอ่ยสิ่งใด หลินชิงถงก็พูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของนางยังคงสงบ โดยไม่มีการหลบเลี่ยงใดๆ
“ข้ามีเื่หนึ่งที่อยากบอกเ้าก่อน”
นางหันไปมองเส้นขอบฟ้า ในขณะที่เรือบินของนางได้บินออกมาจากป่าอสูรโบราณ
“ข้ารู้ว่าในตอนนี้ เ้ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก และเื่นี้อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะพูดถึง”
หลินชิงถงสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองเขาอีกครั้ง
“แต่สิ่งที่ข้าอยากบอกเ้าไว้ก่อนคือ ข้า้ายกเลิกสัญญาการหมั้น”
คำพูดนั้นราบเรียบ ไม่มีความลังเล
“ข้าอุทิศตนให้กับเต๋า เื่การหมั้นระหว่างเรา เป็เพียงข้อตกลงของคนเฒ่าคนแก่เท่านั้น”
นางหยุดพูดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดมันออกมาอย่างไม่ลังเล
“ทำไมเราไม่ยกเลิกมันไปเสียล่ะ”
หลังจากได้ยินคำพูดของหลินชิงถงในขณะที่จางเหวินกำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่าง หลินชิงถงกลับเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของนางยังคงเรียบสงบ ไม่เร่งรีบ แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เสแสร้ง
“ข้าเข้าใจสถานการณ์ของเ้า เ้ากำลังอยู่ใน่เวลาที่เลวร้าย”
เรือบินยังคงเคลื่อนตัวอย่างมั่นคงเหนือผืนฟ้า ลมพัดผ่านชายเสื้อของทั้งสองคน หลินชิงถงมองไปข้างหน้า ก่อนจะพูดต่ออย่างชัดเจน
“ดังนั้น ข้าจะมอบสิทธิ์ให้เ้า ได้มีโอกาสเข้ารับการทดสอบพิเศษ เพื่อเข้าร่วมดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล”
จางเหวินจ้องมองนางอย่างใจเย็น แววตาของเขาไม่ได้แสดงออกถึงความใหรือยินดีเกินควร ในจิตสำนึกของเขา ข้อมูลของหญิงสาวตรงหน้าปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน
[ชื่อ: หลินชิงถง]
[ระดับการบ่มเพาะ: การรวมร่าง ขั้นที่ 9]
[ร่างกายพิเศษ: ร่างกายดาบแห่งความโกลาหล (???) ]
[โชค: ทอง]
[ความชื่นชอบ: 55]
จางเหวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ตัวเลขและข้อมูลเ่าั้ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็อัจฉริยะที่ยืนอยู่บนเส้นทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
หลังจากคิดอยู่เพียงครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะได้สติและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
“ได้สิ ข้าตกลง”
คำตอบนั้นออกมาจากปากเขาโดยไม่มีการลังเลใดๆ
จางเหวินยกมือขึ้น เปิดแหวนมิติของตนเอง แสงสลัววาบขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ใบสัญญาการหมั้นฉบับหนึ่งจะลอยออกมา เขายื่นมันไปตรงหน้าหลินชิงถงอย่างตรงไปตรงมา
หลินชิงถงที่ก่อนหน้านี้ยังคงมีสีหน้านิ่งสงบ กลับแสดงอาการใออกมาเล็กน้อย นางไม่ได้คาดคิดเลยว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ นางยื่นมือออกไปรับใบสัญญานั้นมาอย่างมึนงง นิ้วมือััแผ่นกระดาษบางเบา ราวกับยังไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
“เ้าตอบตกลงจริง ๆ งั้นหรือ”
จางเหวินยิ้มบาง ๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“แน่นอน ข้าไม่เคยโกหกใครในเื่สำคัญแบบนี้อยู่แล้ว”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่น หลินชิงถงตกอยู่ในความมึนงง นางไม่แน่ใจว่าเป็เพราะเขาไม่รู้ถึงความพิเศษของตัวนาง หรือว่าเขากำลังดูถูกตัวนางอยู่หรือไม่
ในขณะที่นางยังคงครุ่นคิด จางเหวินก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ เขาเดินไปที่ขอบเรือบิน มองออกไปยังท้องฟ้าเื้ั ในระยะไกล เรือบินอีกหลายลำกำลังไล่ตามมาอย่างไม่ปิดบัง พลังออร่าที่ปลดปล่อยออกมาบ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อพูดคุย
จางเหวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ ราวกับกล่าวถึงเื่ธรรมดา
“สิทธิ์ในการทดสอบพิเศษ เพื่อเข้าร่วมดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล”
เขาหยุดแล้วทำการคิดอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ช่วยมอบสิทธิ์นั้น ให้น้องชายของข้าแทนด้วย ในตอนนี้เขาน่าจะอยู่ที่ตระกูลฟีนิกซ์”
หลินชิงถงในยามนั้นนางดีใจจนแทบจะตั้งสติไม่อยู่ แม้ระดับการบ่มเพาะของนางจะสูงล้ำเกินวัย แต่ในปีนี้นางก็เพิ่งอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น การถูกผูกมัดด้วยสัญญาการหมั้นั้แ่ยังไม่รู้ความ ทำให้นางรู้สึกอึดอัดและกดดันมาตลอดหลายปี ราวกับชีวิตถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าโดยคนที่ไม่เคยถามความ้าของนางเลยแม้แต่น้อย แต่ในวันนี้ เพียงคำตอบสั้น ๆ ของจางเหวิน กลับทำให้โซ่ตรวนที่รัดแน่นอยู่ในใจนางขาดสะบั้น ความโล่งอกถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงจนหัวใจเต้นแรง นางแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่
ทว่าเมื่อคำพูดถัดมาของจางเหวินดังขึ้น ความดีใจนั้นก็หยุดชะงักลงทันที หลินชิงถงเงียบไป ดวงตาของนางจับจ้องไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่มตรงหน้าเป็ครั้งแรกอย่างจริงจัง ไม่ใช่ในฐานะคู่หมั้นตามสัญญา แต่ในฐานะบุรุษคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่บนเส้นทางซึ่งแตกต่างจากคนทั่วไป ในขณะเดียวกันนั้นเอง นางก็เห็นเรือบินลำั์ทะยานออกมาจากแนวป่าอสูรโบราณ ธงขนาดใหญ่ปักตราสัญลักษณ์ตระกูลกู่โบกสะบัดกลางอากาศอย่างโอหัง พลังออร่าที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดขึ้นทันที
หลินชิงถงเหลือบมองเรือลำนั้นเพียงครู่เดียวอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหันกลับมามองจางเหวินและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะมอบสิทธิ์นั้นให้น้องชายของเ้า นั่นคือหนึ่งในสาขาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลนะ กองกำลังอันดับหนึ่งของโลกใบนี้และกองกำลังชั้นนำในโลกใบใหญ่”
จางเหวินยิ้มเล็กน้อย ในสายตาของเขามันไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“ใช่”
สิ้นสุดเสียงพูด เขาก็ก้าวเท้าออกจากเรือบินอย่างช้า ๆ ร่างของเขาลอยออกไปกลางอากาศราวกับสายน้ำที่แยกตัวจากลำธาร หลินชิงถงชะงักไป นางนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง
“เ้าจะไปไหน”
แต่ก่อนที่จางเหวินจะได้ตอบ เสียงใสของเด็กสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า
“เ้าคือจางเหวินสินะ พี่ชายของจางหลิน”
เมื่อเสียงนั้นจบลง หลินชิงถงเงยหน้าขึ้นมองไปยังที่มาของเสียง ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าที่ค่อนข้างคุ้นเคย หญิงสาวผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าคือกู่หลานเยว่ ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลกู่ ข้างกายนางคือกู่อี้เซิง บุตรชายของผู้นำตระกูลกู่ และไม่ไกลออกไปนั้น จางหลิงเยว่ หญิงผู้เป็มารดาของจางเหวินและจางหลิน ยืนอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในวินาทีนั้น สายตาของกู่หลานเยว่กวาดมองทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว คนแรกคือหลินชิงถง ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลจักรพรรดิหลิน หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล ส่วนอีกคนคือจางเหวิน พี่ชายของบุตรแห่งโชคชะตา จางหลิน
ชื่อ : หลินชิงถง
ตัวตน : ตัวเอกแห่งโชคชะตา, ผู้ท้าชิงตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล, [???]
ระดับการบ่มเพาะ : การรวมร่าง ขั้นที่ 9
ร่างกายพิเศษ : ร่างกายดาบแห่งความโกลาหล (???)
โชค : ทอง (???)
………….
ชื่อ : จางเหวิน
ตัวตน : [???]
ระดับการบ่มเพาะ : ก่อตั้งิญญา ระดับ 9
ร่างกาย : ร่างศักดิ์สิทธิ์สายน้ำบริสุทธิ์ (ระดับศักดิ์สิทธิ์)
โชค : สีแดง (500,000)
ความคิดมากมายแล่นผ่านในสมองของกู่หลานเยว่อย่างรวดเร็ว หลังจากที่นางปรับแผนการใหม่เพื่อทำการแย่งชิงโชคจากจางหลิน นางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้หากนางสามารถทำให้สองพี่น้องตัดขาดกันได้ โชคของจางหลินอาจจะลดลงอย่างมหาศาล แต่ต่อให้ไม่ถึงขั้นนั้น อย่างเลวร้ายที่สุดก็เป็เพียงการฆ่าผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งจิติญญาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีเหตุผลใดเลยที่นางจะไม่ลองทำ
แต่ในขณะนั้นเอง ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของจางเหวินอย่างชัดเจน
[ติ้ง ตรวจพบว่าโฮสต์ได้มอบจดหมายการหมั้นให้แก่ หลินชิงถง]
[การลงทุนสำเร็จ]
[คำนวณผลตอบแทนตามสีแห่งโชค เป้าหมาย: ทอง]
[ผลตอบแทน 10,000 เท่า]
[ได้รับ: จดหมายการหมั้น จำนวน 10,000 ฉบับ]
จางเหวิน : (⊙ _ ⊙)
ระบบ : (⊙ _ ⊙)
