แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายทอดลงบนลานหน้ากระท่อมที่เคยรกร้าง บัดนี้มันดูสะอาดตาขึ้นมาก หลินชิงเหอกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ตัวเตี้ย ตรวจนับกระสอบแป้งสาลีขาวละเอียดและไหใส่น้ำมันถั่วเหลืองที่เธอเพิ่งจ้างเกวียนให้มาส่งเมื่อเช้า หลังจากได้รับเงินมัดจำก้อนแรกจากผู้จัดการจาง ธุรกิจของเธอก็เริ่มมี "กระแสเงินสด" หมุนเวียนอย่างที่ตั้งใจไว้
"แม่ครับ ชุดใหม่นุ่มจังเลย!" เสี่ยวเป่าวิ่งร่าออกมาจากบ้าน เขาซุกหน้าลงกับแขนเสื้อสีน้ำเงินเข้มตัวใหม่ที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อดี แม้จะเป็เพียงชุดเรียบๆ ไม่มีลวดลาย แต่มันก็ดีกว่าชุดปะชุนตัวเก่าราวฟ้ากับเหว
ต้าเป่าเองก็เดินตามออกมาในชุดใหม่เช่นกัน เขาลูบชายเสื้ออย่างระมัดระวัง กลัวว่าฝุ่นดินจะทำให้มันเปื้อน "แม่ครับ ผมจะใส่ชุดนี้ไปช่วยแม่ขายของวันพุธนะ"
ชิงเหอยิ้มด้วยความเอ็นดู "ใส่ไปเถอะลูก ของนอกกายเราหาใหม่ได้เสมอ ตราบใดที่พวกเรามีแรงทำมาหากิน"
แต่ในขณะที่สามแม่ลูกกำลังมีความสุขอยู่นั้น เสียงฝีเท้าของคนสองคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว ชิงเหอเงยหน้าขึ้น สายตาพลันเย็นเยียบลงทันทีเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
แม่เฒ่าหลินเดินนำเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายมีหญิงสาวรูปร่างท้วม ผิวพรรณดูดีกว่าชาวบ้านทั่วไปเล็กน้อย สวมเสื้อผ้าสีสดใสและจัดแต่งทรงผมอย่างประณีต เธอคือ สะใภ้เล็ก หรือ จางชุ่ยหัว ภรรยาของลูกชายคนเล็กที่แม่เฒ่าหลินโปรดปรานที่สุด
"นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่านังคนนี้มันซ่อนความรวยไว้!" แม่เฒ่าหลินชี้มือสั่นๆ ไปที่กระสอบแป้งและไหน้ำมัน "ดูนั่นสิชุ่ยหัว! แป้งขาวกองโตขนาดนั้น น้ำมันพืชอีก! ขนาดบ้านใหญ่ของเรายังไม่มีปัญญาตุนไว้เยอะขนาดนี้เลย!"
จางชุ่ยหัวกวาดสายตาคมกริบมองไปรอบๆ ลานบ้าน ความริษยาแล่นพล่านขึ้นมาในอกทันทีเมื่อเห็นเด็กชายทั้งสองในชุดใหม่ "พี่สะใภ้ใหญ่... แหม ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน ร่ำรวยขึ้นขนาดนี้เลยเหรอคะ? ดูชุดที่เด็กๆ ใส่สิ ผ้าเนื้อดีเชียวนะ ขนาดลูกชายฉันที่เป็หลานรักของแม่ยังไม่ได้ใส่ชุดใหม่แบบนี้เลย"
ชิงเหอลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "สะใภ้เล็ก... ลมอะไรหอบเธอมาถึงกระท่อมท้ายหมู่บ้านล่ะ? ปกติเธอรังเกียจที่นี่จะตายไปไม่ใช่เหรอ บอกว่ากลิ่นอับของคนจนมันจะติดเสื้อผ้าสวยๆ ของเธอ"
จางชุ่ยหัวหน้าตึงขึ้น "ฉันก็แค่มาเยี่ยมตามประสาพี่น้องไงคะ เห็นแม่บอกว่าพี่สะใภ้มีเงินเยอะแยะจากการขายของในตลาดมืด ฉันเลยอยากจะมาเตือนว่าการทำธุรกิจผิดกฎหมายแบบนั้นมันจะทำให้ตระกูลหลินพลอยเดือดร้อนไปด้วย ถ้าพี่สะใภ้สำนึกได้ ก็ควรจะเอาเงินสกปรกพวกนั้นมาฝากไว้ที่แม่ให้ช่วยดูแลจะดีกว่านะคะ"
"เงินสกปรก?" ชิงเหอเสียงสูงพร้อมทั้งแค่นยิ้มเย็น "เงินที่ฉันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ตื่นั้แ่ตีสี่ไปหาบของขายหน้าโรงงานทอผ้า จนผู้จัดการโรงงานไว้วางใจสั่งออเดอร์ครั้งละร้อยลูก... เธอเรียกมันว่าเงินสกปรกเหรอสะใภ้เล็ก? หรือว่าเธออิจฉาที่ฉันหาเงินได้มากกว่าสามีของเธอที่เอาแต่นั่งกินนอนกินอยู่บ้านใหญ่?"
"แก! กล้าดียังไงมาว่าลูกชายฉัน!" แม่เฒ่าหลินตวาด "เอาเงินมาเดี๋ยวนี้! แล้วก็แบ่งแป้งขาวนั่นมาให้บ้านใหญ่ครึ่งหนึ่ง ถือเป็ค่าตอบแทนที่ตระกูลหลินยังยอมให้แกใช้นามสกุลอยู่!"
ชิงเหอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แววตาของเธอแข็งกร้าวเหมือนตอนที่เธอสั่งปลดพนักงานที่ทุจริตในบริษัท "นามสกุลหลินเป็ของสามีฉันที่ไปรบเพื่อชาติ ไม่ใช่ของที่พวกคุณเอามาแลกกับแป้งสาลี! และฟังไว้ให้ดีนะสะใภ้เล็ก การที่เธอแต่งเข้ามาในตระกูลหลินแล้วได้อยู่อย่างสุขสบายบนความลำบากของฉันและลูกๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ ถ้าวันนี้พวกคุณยังไม่ไสหัวไป อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!"
"พี่จะทำอะไรฉัน? จะตบฉันเหรอ?" จางชุ่ยหัวลอยหน้าลอยตา "ฉันเป็ลูกสาวบ้านคนมีชื่อเสียงนะ ถ้าพี่แตะต้องฉัน สามีฉันไม่ปล่อยพี่ไว้แน่!"
"ฉันไม่ลดตัวลงไปตบเธอให้เจ็บมือหรอก" ชิงเหอกล่าวเสียงเรียบ "แต่ฉันจะเดินไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านเดี๋ยวนี้ แล้วแจ้งว่าพวกคุณมาข่มขู่กรรโชกทรัพย์ครอบครัวทหารที่ได้รับความคุ้มครอง สะใภ้เล็ก... เธออยากให้ชื่อเสียงของบ้านคนมีชื่อเสียงของเธอพังพินาศเพราะเื่แป้งไม่กี่กระสอบไหมล่ะ? หรืออยากให้สามีเธอหมดสิทธิ์สอบเสมียนเพราะมีแม่และเมียเป็หัวขโมย?"
จางชุ่ยหัวหน้าถอดสี เธอรู้ดีว่าชิงเหอคนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่ยอมคนอีกต่อไป
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด เสียงเรียกที่สดใสก็ดังขึ้นจากรั้วบ้าน
"ชิงเหอเอ๋ย! ฉันเอาไข่ไก่สดๆ มาฝาก... อ้าว! แม่เฒ่าหลินกับสะใภ้เล็กก็อยู่ด้วยเหรอ?"
เหม่ยหลิน เดินเข้ามาพร้ะกร้าไข่ไก่ เธอเห็นท่าทางฮึดฮัดของสองแม่ลูกตระกูลหลินก็พอจะเดาเื่ราวได้ทันที เหม่ยหลินเป็คนปากไวและไม่กลัวใครในหมู่บ้าน
"แหม... วันนี้แดดร้อนนะเนี่ย ทำไมแม่เฒ่ากับสะใภ้เล็กถึงขยันเดินมาถึงที่นี่ล่ะจ๊ะ? อ๋อ... คงจะมาช่วยชิงเหอนวดแป้งทำซาลาเปาส่งโรงงานใช่ไหมล่ะ? ดีจริงเชียว พี่น้องช่วยกันทำมาหากินแบบนี้สิถึงจะเจริญ ไม่ใช่มาจ้องจะเอาของของคนอื่นเขาไปหน้าตาเฉย" เหม่ยหลินจิกกัดด้วยรอยยิ้ม
แม่เฒ่าหลินหน้าแดงด้วยความอับอาย "ฉัน... ฉันแค่มาดูว่าหลานๆ เป็ยังไงบ้าง! ไม่ได้มาเอาของใคร!"
"อ๋อ... ดูหลานเหรอจ๊ะ?" เหม่ยหลินปรายตามองชุดใหม่ของต้าเป่าและเสี่ยวเป่า "ถ้าอย่างนั้นก็เห็นแล้วใช่ไหมว่าหลานๆ ดูดีขึ้นเยอะเลย เพราะแม่เขาเก่งและขยัน ไม่ต้องรอส่วนบุญจากใคร สะใภ้เล็ก... เสื้อผ้าสีชมพูนั่นน่ะสวยดีนะ แต่ดูท่าทางจะกันแดดไม่ค่อยอยู่ หน้าเธอถึงได้ดำคร่ำเครียดขนาดนี้ กลับไปพักผ่อนที่บ้านใหญ่เถอะจ้ะ เดี๋ยวคนเขาจะนินทาเอาได้ว่าสะใภ้บ้านใหญ่มาอิจฉาสะใภ้บ้านเล็ก"
จางชุ่ยหัวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เธอจ้องมองหลินชิงเหอด้วยความอาฆาต "จำไว้เถอะหลินชิงเหอ! พี่อย่าเผลอก็แล้วกัน!"
"ฉันไม่เคยเผลอหรอกสะใภ้เล็ก... เพราะฉันมองเห็นความริษยาในตาของเธอชัดเจนกว่าใคร" ชิงเหอตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
แม่เฒ่าหลินเห็นท่าไม่ดีและไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าเหม่ยหลินมากกว่านี้ จึงรีบกระชากแขนลูกสะใภ้คนโปรด "ไปชุ่ยหัว! อย่าไปต่อปากต่อคำกับพวกต่ำต้อยเลย เสียเวลาเรา!"
สองแม่ลูกรีบเดินหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของเหม่ยหลิน
"ขอบคุณมากนะคะพี่เหม่ยหลินที่แวะมาจังหวะพอดี" ชิงเหอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ผ่อนคลายลง
"แหม... ชิงเหอ ต่อให้พี่ไม่มา พี่ก็เชื่อว่าเธอจัดการได้" เหม่ยหลินวางตะกร้าไข่ลง "แต่ดูเถอะนะ ความอิจฉานี่มันน่ากลัวจริงๆ ยิ่งเธอรวยขึ้น พวกนั้นจะยิ่งตามมาราวี เธอต้องระวังตัวให้มากนะ"
ชิงเหอมองตามทิศทางที่สองคนนั้นเดินหายไป สายตาของเธอกลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง "ให้พวกเขามาเถอะค่ะพี่... ยิ่งพวกเขาริษยามากเท่าไหร่ มันยิ่งเป็หลักฐานว่าฉันกำลังประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น และฉันจะไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่นอน"
ในเย็นวันนั้น กลิ่นซาลาเปาหอมกรุ่นก็ลอยฟุ้งออกจากกระท่อมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เพียงกลิ่นของอาหาร แต่มันคือกลิ่นของชัยชนะที่หลินชิงเหอกำลังปรุงแต่งขึ้นเพื่ออนาคตของเธอกับลูกๆ ต่อไป
