หลังจากลำแสงเคลื่อนย้ายดับลง ทั้งตำหนักศิลากลับเป็แสงสลัวโดยคบไฟเช่นเดิม ทำให้ราชันหั่วยวินเยาซึ่งปลอมเป็เย่เฟิงโล่งใจ
“ฮ่าๆ ขอให้พวกเ้าสนุกนะ ข้าหั่วยวินเยาขอสนุกกับโลกใบนี้ก่อนแล้วกัน”
ราชันหั่วยวินเยายิ้มพลางหัวเราะอย่างแปลกประหลาด ก่อนเดินวางมาดไปด้านนอกโบราณสถาน
แผนการแรกคือกลับเมืองเยี่ยนจิง จากนั้นติดต่อหน่วย NSA ราชันหั่วยวินเยาได้ยินมาว่าเย่เฟิงมีสาวงามมากมาย แต่สำหรับเขาตอนนี้ การฟื้นฟูความแข็งแกร่งเป็สิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นเขาไม่มีอารมณ์สนใจผู้หญิง นอกจากนี้ที่เขาชอบที่สุดแท้จริงคือแม่วัว ไม่ใช่มนุษย์ผู้หญิง
เย่เฟิงตัวจริงถูกราชันหั่วยวินเยาเหวี่ยงเข้าไปในลำแสงเคลื่อนย้าย ระหว่างการเคลื่อนย้ายชายหนุ่มรู้สึกราวกับทั้งร่างถูกฉีกเป็ล้านๆชิ้นอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับถูกเคลื่อนย้ายไปที่ไกลแสนไกล ข้ามฝ่าโลกมากมายนับไม่ถ้วน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ในที่สุดร่างของเขาก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ สติฟื้นฟูทีละนิด แต่ร่างกายทุกส่วนด้านชา ไม่สามารถลืมตาได้ เพียงรู้สึกถึงพื้นที่เย็นเยียบ
เย่เฟิงรู้สึกอยากอ้วก ร่างขดงอ หูไม่ได้ยินเสียง จมูกไม่ได้กลิ่น รสชาติของการเคลื่อนย้ายข้ามโลกเป็เช่นนี้หรือ? ตอนที่เขาเคลื่อนย้ายจากโลกเทวะไปอีกโลก ร่างกายของเขาตายไปครึ่งหนึ่ง จึงไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าการเคลื่อนย้ายมันช่างทรมาน
โชคดีอย่างยิ่งที่เขามีระดับพลังบ่มเพาะยี่สิบปี ถ้าหากต่ำกว่านี้ เป็ไปได้ที่เขาจะตายอีกครั้ง
ตอนนี้ร่างของเขารู้สึกอึดอัดจนไม่สามารถอธิบายได้ ราวกับมีมดนับร้อยล้านตัวคืบคลานอยู่ภายในร่าง หลังจากการเคลื่อนย้าย ร่างกายควรรู้สึกปกติ แต่การเคลื่อนย้ายข้ามโลกนี้เมื่อเทียบกับการเคลื่อนย้ายแต่ละเมืองภายในโลกเทวะแล้วรุนแรงกว่ามาก
ขณะเย่เฟิงกำลังวิตก เหมือนกับตอนเจออันตราย อยู่ๆ แหวนกระบี่ัโบราณบนนิ้วก็เริ่มร้อนขึ้นมาคล้ายกับว่ามีสมบัติบางอย่างอยู่แถวนี้ ทำให้เย่เฟิงรับรู้ถึงบางอย่าง แท้จริงเขามายังสถานที่ไหนกัน?
ซูเฟยหยิ่งล่ะ? ราชันหั่วยวินเยาล่ะ?
เขารู้สึกมึนงงแต่ภายใต้การแจ้งเตือนของแหวนกระบี่ัโบราณ ร่างกายของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น การดมกลิ่น การฟัง และการมองเห็นค่อยๆ ฟื้นฟูเป็ปกติ
กลิ่นแรกที่เข้ามาในจมูกเขาคือกลิ่นอับชื้น ที่แห่งนี้คล้ายอยู่ใต้ดินมาหลายปี เย่เฟิงมั่นใจมาก นี่ไม่ใช่ถ้ำเพลิงเมฆา เนื่องจากถ้ำเพลิงเมฆาอยู่ใกล้ปล่องูเาไฟ อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีกลิ่นอับชื้น
ทันใดนั้น เสียงใสของซูเฟยหยิ่งดังเข้ามาในหูของเขา ตามมาพร้อมเสียงการต่อสู้ มันมีเสียงแปลกๆ ราวกับแมลงกำลังคืบคลาน
ซูเฟยหยิ่งกำลังสู้กับใคร?
เสียงนี้ทำให้เย่เฟิงพยายามลืมตา ก่อนจะพบว่ารอบด้านมืดสนิท แต่สามารถเห็นร่างงามผิวขาวราวหิมะอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เธอลอยไปมา และใช้วิชาดวงดาวร่วงหล่น ต่อสู้กับกลุ่มเงาดำขนาดใหญ่ เมื่อมองดูดีๆ แล้ว มันคือกลุ่มแมงมุมสีดำขนาดใหญ่
แมงมุมแต่ละตัวมีขนาดเท่าตัวคน มีแปดตา ท่าทางดุร้ายมาก นอกจากนี้เขี้ยวของมัน หากคนธรรมดาโดนกัดจะต้องจบเห่แน่นอน
ถ้าซูเฟยหยิ่งไม่คอยคุ้มครองเย่เฟิงอยู่เบื้องหน้า ช่วยขับไล่แมงมุมกลุ่มนี้ เกรงว่าเขาคงถูกแมงมุมเหล่านี้กินจนไม่เหลือซากแล้ว
“ท่านอาจารย์ รับไป!”
เย่เฟิงตื่นขึ้นมาแล้วรีบลุกขึ้น จนแทบจะล้มลง แต่โชคดีที่ยั้งเท้าเอาไว้ได้
ชายหนุ่มหยิบกระจกครอบสุริยะจากแหวนมิติและโยนไปให้ซูเฟยหยิ่ง
เมื่อกระจกครอบสุริยะปรากฏขึ้น ลำแสงเจิดจ้าก็ส่องสว่างไปทั่วทิศ ทำให้เย่เฟิงเห็นชัดเจนว่าที่แห่งนี้เหมือนกับวิหารเก่าแก่ และมีการก่อสร้างคล้ายโบราณสถานในทะเลทราย แต่อักขระบนกำแพงดูลึกลับยิ่งกว่า
ที่นี่คือโลกเทวะหรือ?
เย่เฟิงไม่รู้เลย รู้เพียงว่าโลกนี้พลังฟ้าดินหนาแน่นสิบเท่าเมื่อเทียบกับโลกที่จากมา ด้วยความหนาแน่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่แมงมุมจะเติบโตได้ขนาดนั้น
เมื่อเห็นกระจกครอบสุริยะ ซูเฟยหยิ่งััได้ทันทีว่ามันคืออาวุธวิเศษ ภายในโบราณสถานที่ทะเลทราย ซูเฟยหยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับของชิ้นนี้ที่เย่เฟิงหยิบออกมา ตื่นตระหนกกับประสิทธิภาพของมัน ขณะที่รับกระจกครอบสุริยะมา ก็ใช้วิชาเซียนผ่านสิ่งนี้ทันที
กลุ่มแมงมุมมุ่งหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อนราวกับไม่หวาดกลัวความตายแม้จะเจอการโจมตีอันรุนแรงของซูเฟยหยิ่ง มันคงอยากกลืนนางลงท้อง แต่เมื่อกระจกครอบสุริยะปรากฏขึ้น พวกมันเริ่มชะงักและลังเล
โดยไม่รอให้พวกมันตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ซูเฟยหยิ่งปล่อยลูกไฟสุดยอดเปลวสุริยะลูกใหญ่ผ่านกระจกครอบสุริยะ กระบวนท่านี้ไม่ได้เรียกว่าสุดยอดเปลวสุริยะ แต่เป็การนำเปลวสุริยะและวิชาเซียนของสำนักสุสานดวงดาวรวมกันจนกลายเป็วิชาเซียนใหม่ ลูกไฟสีขาวปรากฏขึ้น ก่อนที่จะแตกตัวออกเป็ลูกไฟสีน้ำเงิน คล้ายกับดวงดาวและสุริยะหลอมรวมกัน
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่น เปลวเพลิงสว่างวาบไปทั่วห้อง เหล่าแมงมุมสีดำเต็มห้องต่างถูกเผาจนสิ้น ในที่สุดเสียงคล้ายแมลงเดินก็หายไป ทั้งห้องเงียบกริบราวกับป่าช้า
“ท่านอาจารย์ ท่านรู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน?”
เย่เฟิงโล่งอก ลุกขึ้นปัดก้นตัวเอง แล้วใช้จิตหยั่งรู้ตรวจสอบรอบด้าน พบว่าไม่สามารถตรวจสอบผ่านกำแพงวิหารเก่าแก่นี้ได้ ดูเหมือนว่าผู้ฝึกวิถีเซียนในอดีตจะเป็ผู้ก่อสร้างไว้
“ไม่รู้เหมือนกัน” ซูเฟยหยิ่งที่เพิ่งจัดการกลุ่มแมงมุมไป หันหน้ามา ใบหน้าอันงดงามแสดงถึงความเป็ห่วง “เ้าเป็อะไรไหม?”
“มีท่านอาจารย์อยู่ แน่นอนว่าต้องไม่เป็อะไรอยู่แล้ว”
เย่เฟิงยิ้ม แต่ความจริงเขายังคงรู้สึกพะอืดพะอม แต่ไม่หนักหนานัก ไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว
ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าแหวนกระบี่ัโบราณร้อนขึ้นและกำลังนำทาง จึงเอ่ยปาก “มีแรงดึงดูดระหว่างแหวนกระบี่ัโบราณอยู่ที่นี่ ด้านซ้ายห่างออกไปหนึ่งลี้เหมือนมีสมบัติอยู่ พวกเราควรไปดูกันไหมครับ?”
ซูเฟยหยิ่งเห็นสีหน้าผ่อนคลายของเขาพลันรู้สึกโล่งอก นางเห็นแหวนกระบี่ัโบราณบนนิ้วเย่เฟิงเปล่งประกาย อดไม่ได้ที่จะใ
แหวนวงนี้ยอมรับเย่เฟิงแล้ว หากกลับไปยังโลกเทวะ มันสามารถใช้หาสุสานกระบี่ัโบราณเพื่อตามหามรดกของกระบี่ั หากทำสำเร็จ ประสิทธิภาพการต่อสู้ของเย่เฟิงอย่างน้อยจะเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า
“ระวัง!”
เย่เฟิงพลันร้องเตือนเหมือนกับเห็นอะไรบางอย่างด้านหลังซูเฟยหยิ่ง
หญิงสาวกำลังขบคิดอยู่ในขณะนั้นจึงไม่ได้สังเกต ทันใดนั้นก็ใช้จิตหยั่งรู้ แต่ไม่สามารถััอะไรที่อยู่รอบตัวได้เลย แต่ไม่นาน กรงเล็บแมงมุมพลันลอบโจมตีมาจากเื้ั เสียบหลังทะลุอกทันที
เืสีแดงสดสาดกระจายไปทั่ว แท้จริงคือแมงมุมขนาดใหญ่เท่าูเาย่อมๆ ลอบโจมตี ก่อนที่จะยกร่างบอบบางของเธอขึ้นกลางอากาศ
จิตหยั่งรู้ของซูเฟยหยิ่ง ไม่สามารถตรวจพบตัวตนของอีกฝ่ายที่เข้ามาใกล้ และถูกลอบโจมตีอย่างฉับพลัน!
