การปลุกพลังสายเืนั้นเป็เอกลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของผู้บำเพ็ญหยวนซิว ซึ่งยอดฝีมือส่วนใหญ่มักฝึกฝนศาสตร์การบ่มเพาะที่เน้นพลังหยางอันร้อนแรง เพียงแต่การฝึกฝนเช่นนี้ ย่อม้าการสมดุลหยินหยาง ดังนั้นร่างเสวียนหานของเบ้าหลอมหรือคู่บำเพ็ญเต๋า จึงกลายเป็เป้าหมายที่เหล่าอัจฉริยะและยอดฝีมือต่างพากันแย่งชิง
ร่างเหมันต์ซานหยินของซูอวิ๋นเปรียบดั่งเบ้าหลอมชั้นเลิศ บัดนี้ นางยังได้หินฤทัยน้ำแข็ง หากสามารถหลอมรวมเข้ากับร่างกายได้ ผลลัพธ์จะยิ่งทวีคูณ แม้กระทั่งอวิ๋นชางเหยี่ยก็ยังอดใจมิได้ที่จะหวังนาง
เมื่อััได้ถึงสายตาอันร้อนแรงจากเหล่าอัจฉริยะหลายคน ซูอวิ๋นก็รู้สึกปลื้มปิติยินดีเป็อย่างยิ่ง นางเป็หญิงที่รู้จักใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของตัวเองได้เป็อย่างดี ความงามและเรือนกายพิเศษของนางคืออาวุธลับที่ทรงพลังที่สุด
“ของล้ำค่าชิ้นที่สิบคือเขาั เริ่มประมูลที่อาวุธิญญาระดับสูงห้าชิ้น”
คำประกาศของจอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งงาน ราคาประมูลสูงถึงอาวุธิญญาระดับสูงห้าชิ้น สร้างความประหลาดใจอย่างมาก
บนลานประมูล สาวใช้กำลังนำเขาัสีขาวนวลขึ้นมาให้ทุกคนได้เห็น มันมีความยาวประมาณหนึ่งจั้งแปดชุ่น เรียบเนียนดุจหยกมันแพะ ประดับด้วยลวดลายวิจิตรพิสดาร งดงามจับตา
เล่าขานกันว่ามันคือขุมพลังสำหรับจื๋อซิว ยากนักที่ผู้บำเพ็ญหยวนซิวและซิงซิวจะควบคุมได้
หนิงเทียนจ้องมองอยู่นานก่อนคิ้วจะเริ่มขมวดแน่น เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดจึงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ?”
เยี่ยหลิงหลานเอ่ยขึ้นว่า “โดยทั่วไปแล้วเชื้อสายรากพฤกษามักไม่รู้สึกถึงสมบัติวิเศษประเภทนี้ สิ่งสำคัญคือต้องดูว่าสำนัก์และสำนักกายาจะแสดงท่าทีอย่างไร”
ผู้มีวาสนาห้าคนขึ้นมาบนลานประมูลแล้ว ซึ่งล้วนเป็ผู้บำเพ็ญจื๋อซิว ครานี้สองปรมาจารย์ทั้งจอมปราชญ์หลงชางแห่งสำนัก์และไป๋หลี่หงอวิ๋นจากสำนักกายาต่างปรากฏกาย
หลังจากการต่อสู้แย่งชิงกันอย่างดุเดือด สุดท้ายเขาัก็ตกไปอยู่ในมือของปรมาจารย์ไป๋หลี่หงอวิ๋นจากสำนักกายา โดยแลกกับอาวุธิญญาระดับสูงห้าชิ้น
“ยังเหลือสมบัติอีกสามชิ้น ชิ้นแรกคือแผนที่ล่าดารา!”
แผนที่โบราณ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็แผนที่แห่งดวงดาว ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความลี้ลับอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล สิ่งนี้เปรียบเสมือนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งขึ้นสำหรับผู้บำเพ็ญซิงซิว และเป็การเข้าถึงระดับที่สูงขึ้น
หยวนซิวและจื๋อซิวไม่อาจััได้ บทสรุปคือแผนที่ล่าดาราตกไปอยู่ในมือของเทพดาราเทียนโต้ว
“ชิ้นที่สองคือหม้อหลอมรวมหยวน”
เพียงคำพูดนี้เอ่ยออกจากปาก เหล่าปรมาจารย์หยวนซิวก็พลันตื่นเต้นระส่ำระสาย นี่คือสุดยอดขุมทรัพย์ล้ำค่าแห่งดินแดนหยวนซิง เป็สิ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อการบ่มเพาะพลังของหยวนซิว
หม้อหลอมรวมหยวนต่างจากแผนที่ล่าดาราตรงที่นอกจากยอดฝีมือหยวนซิวแล้ว ยังมียอดฝีมือซิงซิวและจื๋อซิวบางคนที่มีโอกาสได้เช่นกัน
ในบรรดาผู้ร่วมประมูลนั้นมีหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย รวมถึงอวิ๋นชางเหยี่ย เป่ยหวาเทียนอวิ๋น ซูอวิ๋น และคนอื่นๆ
ท่ามกลางเหล่าผู้ร่วมประมูล ผู้ที่ดึงดูดสายตาได้มากที่สุดเห็นจะไม่พ้นเทพ์เทียนหวาจากจวนหยวน การปรากฏตัวบนลานประมูลของเขาสร้างความสิ้นหวังให้กับผู้ใฝ่ฝันขุมพลังอันล้ำค่านี้ในทันที
การประมูลดำเนินไปอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายหม้อหลอมรวมหยวนซึ่งเป็วัตถุโบราณล้ำค่าก็ตกเป็ของเทพ์เทียนหวา ซึ่งเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ล้ำค่าประจำจวนหยวน
“และแล้วก็มาถึงสินค้าชิ้นสุดท้ายของงานประมูลวันนี้ กุญแจนามว่าโซ่ตรึงสรรพสิ่ง!”
บนมือของจอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งปรากฏจานหยกใบหนึ่ง บนจานนั้นวางห่วงเหล็กอันประณีตยิ่ง ประกอบไปด้วยแผ่นบางเรียบซ้อนทับกันเป็ชั้นๆ สลักลวดลายถี่แน่นจนแทบมองไม่ออกด้วยตาเปล่า
ห่วงเหล็กนี้คือโซ่ตรึงสรรพสิ่ง ประดิษฐ์จากแผ่นบางนับพัน สามารถแยกออกและประกอบกันได้อย่างมหัศจรรย์
“ราคาเริ่มต้นอยู่ที่อาวุธิญญาระดับสูงสิบชิ้น”
ราคาเช่นนี้แม้แต่ปรมาจารย์ก็ยังรู้สึกยากจะรับไหว แสดงให้เห็นถึงความล้ำค่าของสิ้นค่าชิ้นสุดท้ายนี้อย่างดี
“มีระยะเวลาหนึ่งก้านธูป เชิญเหล่าปรมาจารย์และอัจฉริยะทั้งหลายลองตรวจสอบดู”
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งประกาศการเริ่มจับเวลา เหล่าปรมาจารย์จากสำนักบำเพ็ญทั้งสามสายต่างจับจ้องด้วยความตั้งใจ พลังอันล้นหลามของพวกเขาแผ่กระจายไปทั่ว จนหอเมฆาลี้ลับสั่นะเืราวกับจะพังทลายลงมา
โซ่ตรึงสรรพสิ่งนี้มีรูปทรงพิสดาร ต่างจากกุญแจทั่วไปที่เปิดปิดได้ มันเป็เพียงวงแหวนกลมสนิท ไร้ช่องทางใดๆ
หนิงเทียนจ้องมองโซ่ตรึงสรรพสิ่งอย่างพินิจพิเคราะห์ สายน้ำวนเวียนรอบกาย กระตุ้นยันต์เต๋าอนันต์ และทันใดนั้นวงแหวนเหล็กก็เริ่มเปล่งแสงเรืองรอง
หนิงเทียนรีบพุ่งขึ้นไปบนลานประมูลเป็คนแรกด้วยความดีใจ ซึ่งดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้อง
อวิ๋นชางเหยี่ยและเป่ยหวาเทียนอวิ๋นต่างรู้สึกขุ่นเคือง ชายผู้นี้ช่างน่าโมโห ทุกครั้งที่ปรากฏตัวเขามักแย่งชิงความเด่นไปจากพวกตนเสมอ
เสียงห่วงเหล็กดังกังวาน จากนั้นอวิ๋นชางเหยี่ยก็ขึ้นลานประมูลเป็ลำดับที่สอง ตามมาด้วยเป่ยหวาเทียนอวิ๋น
อัจฉริยะที่ทรงพลังที่สุดของผู้บำเพ็ญทั้งสามสายปรากฏตัว ดึงดูดสายตาผู้คนให้จดจ่อ ใครกันนะที่จะเป็คนที่สี่?
ท่ามกลางความสงสัย เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อหลิ่วิเยวี่ยปรากฏตัวขึ้น
คนที่ห้าคือหลงยวนศิษย์ของจอมปราชญ์หลงชาง และซูอวิ๋นเป็คนที่หก
หลังจากนั้น เหล่าผู้มีพร์ก็ทยอยขึ้นลานประมูล ในไม่ช้าจำนวนก็เกินยี่สิบคน
ยามนี้ ปรมาจารย์จากสำนักต่างๆ เริ่มปรากฏตัวบนลานประมูลแล้ว เริ่มต้นด้วยวังดารา ตามมาด้วยจวนหยวน ต่อด้วยปรมาจารย์จากสิบแดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่แห่งทั้งสามสายและเหล่าปรมาจารย์จากสำนักชั้นสองบางสำนัก
“ครบหนึ่งก้านธูปแล้ว! อัจฉริยะรุ่นเยาว์ยี่สิบสี่คน ปรมาจารย์สิบแปดคน”
ผลลัพธ์อันน่าตกตะลึงนี้ สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งงานประมูล ตลอดการประมูลทั้งสิบสามชิ้น ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าจะมีผู้มีวาสนามาร่วมประมูลมากมายขนาดนี้ ช่างให้ความรู้สึกราวกับว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าร่วมประมูลได้
แม้แต่จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เมื่อมองเหล่าผู้มีบุญวาสนาทั้งสี่สิบสองคน ในใจพลันเกิดคำถามขึ้นว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เทพดาราเทียนโต้ว เทพ์เทียนหวา จอมปราชญ์หลงชาง ปรมาจารย์หานอวี้ และยอดฝีมือคนอื่นๆ ต่างก็อยู่บนลานประมูล โชคดีที่เยี่ยหลิงหลาน เทพธิดาเหยากวง เกาเจี้ยนหย่วนไม่ได้ปรากฏตัว มิเช่นนั้นการแย่งชิงโซ่ตรึงสรรพสิ่งคงจะดุเดือดเลวร้ายเกินกว่าจินตนาการ
“บัดนี้ถึงเวลาแล้ว จงใช้ความสามารถของตนให้เต็มที่”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศจากจอมปราชญ์อวิ๋นจิ้ง การต่อสู้อย่างดุเดือดก็เริ่มต้นขึ้น
สายตาของยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศต่างจับจ้องไปยังห่วงเหล็กสีดำสนิท วัตถุล้ำค่าที่เปล่งประกายสีดำขลับ วาบวับสั่นไหวไปมา พร้อมเสียงอื้ออึงก้องกังวาน สร้างความขนลุกให้แก่ผู้ได้ยิน
อวิ๋นชางเหยี่ย เป่ยหวาเทียนอวิ๋น หลงยวน และซูอวิ๋นต่างพุ่งเข้าหาห่วงเหล็กด้วยความรวดเร็ว ต่างคนต่างมุ่งหมายคว้าชัยในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุด
กฎกติกากำหนดไว้ชัดเจนว่า ห้ามใช้มือเปล่าแย่งชิงห่วงเหล็ก ห้ามผู้มีวิทยายุทธ์สูงรังแกผู้มีวิทยายุทธ์ต่ำ และห้ามทำร้ายกันเอง
กลวิธีใดๆ ล้วนใช้ได้กับห่วงเหล็กเท่านั้น จงพยายามทำให้ถึงที่สุดเพื่อใช้ทุกสิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เหล่าปรมาจารย์จากสำนักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็เยี่ยหลิงหลาน เทพธิดาเหยากวง และเกาเจี้ยนหย่วนต่างจับตาดูการต่อสู้ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด หลายคนต่างครุ่นคิดว่าเหตุใดผู้มีวาสนาในครั้งนี้จึงมากมายเหลือเกิน ช่างดูเหลือเชื่อเสียจริง
หนิงเทียนไม่ได้รีบเข้าหาห่วงเหล็กทันที แต่กลับตรงรี่ไปหาหลิ่วิเยวี่ย
“กุญแจนี้มีนามว่าโซ่ตรึงสรรพสิ่ง สามารถตรวจหัวใจ ความคิด ิญญา และพลัง จึงไม่สามารถใช้การผสานรวมได้ จำเป็ต้องหาวิธีไขมันออกเท่านั้น”
หนิงเทียนคว้ามือหลิ่วิเยวี่ย สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ชั่วพริบตาความคิดของเขาก็ส่งผ่านเข้าสู่ใจของนาง
กล้วยไม้เซียนเก้าตื่นขึ้น สายใยแห่งดวงใจทั้งสองผูกพันเป็หนึ่ง
ใจของหลิ่วิเยวี่ยเต้นระรัว นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้สนทนากันอย่างใจเย็น ไร้ซึ่งอคติใดๆ
“จะไขออกได้อย่างไร?”
หนิงเทียนตอบ “ข้าจะใช้ศาสตร์เลขเก้าหลัก ผสมผสานพลังจากพรรณไม้อย่างดอกไม้ ต้นหญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ ธาตุทั้งสี่อย่างดิน ไฟ น้ำ และลม ควบคู่ไปกับเส้นทางเต๋าพฤกษา เส้นทางแห่งจิติญญา และเส้นทางิญญา ผนวกกับร่างดาวคู่ประสานธาตุของเ้า สร้างหอคอยพลังเพื่อวิเคราะห์และคำนวณหาคำตอบ”
หลิ่วิเยวี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “หยินหยาง ฟ้าดินสอดประสาน จื๋อซิวยึดมั่นในแผ่นดิน ซิงซิวใช้ท้องฟ้าเป็สรวง์ หยวนซิวใช้กฎธรรมชาติเป็รากฐาน ผสานสามพลังเป็หนึ่ง เลขเก้าหลักผันแปร”
ดวงตาของหนิงเทียนเป็ประกาย เขารู้สึกทึ่งในความเฉลียวฉลาดของหลิ่วิเยวี่ย
“เนตร์เป็ดวงตา หูทิพย์เป็ดั่งสิ่งรับฟัง ประตูสู่์คือทางผ่าน สรรพสิ่งปรากฏ”
ทั้งสองคนต่างมีความคิดอ่านเฉียบคม ต่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างละเอียดลออ ถกเถียงกันอย่างลึกซึ้ง
ในขณะเดียวกัน เทพดาราเทียนโต้วร่วมแรงร่วมใจกับเป่ยหวาเทียนอวิ๋นผู้เป็ศิษย์ เทพ์เทียนหวาประสานพลังกับอวิ๋นชางเหยี่ยอย่างชาญฉลาด ปรมาจารย์หานอวี้ร่วมรุกคืบกับซูอวิ๋น จอมปราชญ์หลงชางร่วมสืบหาความลับกับหลงยวน
การต่อสู้ครั้งนี้ไร้ข้อจำกัด สามารถจับมือเป็พันธมิตร ร่วมแรงร่วมใจล้วนทำได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าใครจะยิ้มได้ในตอนท้ายก็เท่านั้น
กล่าวตามหลักแล้ว เหล่าปรมาจารย์ล้วนมีฝีมือล้ำเลิศย่อมเหนือกว่าผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด
สายตาของผู้ชมส่วนใหญ่มุ่งไปที่เทพ์เทียนหวา เทพดาราเทียนโต้ว จอมปราชญ์หลงชาง และปรมาจารย์หานอวี้
ท่ามกลางเหล่าผู้มีวาสนา หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยกลับกลายเป็เพียงเงาไร้ตัวตน ไร้ซึ่งความโดดเด่นใดๆ
เสียงสั่นะเืจากห่วงเหล็กดังก้อง เหล่าอัจฉริยะและปรมาจารย์มากมายต่างพยายามสื่อสารกับมัน หลั่งพลังอันลี้ลับเข้าสู่ห่วงเหล็ก หวังกระตุ้นความสนใจของห่วงเหล็กและหลอมรวมเข้าเป็หนึ่งกับมัน
ทุกคนต่างเชื่อมั่นว่า หากสามารถหลอมรวมกับห่วงเหล็กได้ ย่อมหมายถึงการได้รับการยอมรับจากมัน
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับช่างน่าประหลาด เหล่าผู้มีวาสนาบนลานประมูลกว่าสิบคน ต่างพบว่ากระบวนการสื่อสารกับห่วงเหล็กนั้นช่างง่ายดาย ราวกับไม่ต้องออกแรงใดๆ
หลายคนต่างปลุกเร้าความฮึกเหิม เปี่ยมไปด้วยความหวัง ทุ่มเทพลังดารา พลังหยวน และพลังิญญาอย่างไม่ยั้ง หวังจะเอาชนะใจห่วงเหล็กอันล้ำค่านี้
ใครเล่าจะคาดคิดว่าห่วงเหล็กช่างไม่รังเกียจสิ่งใด เปรียบดั่งหลุมดำไร้ก้นบึ้ง แม้จะถูกเหล่าอัจฉริยะและปรมาจารย์ผู้เลิศล้ำป้อนพลังปราณลงไปมากเพียงใด ก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอ
ต้องทราบว่าเหล่าผู้มีวาสนาจำนวนสี่สิบสองคนบนลานประมูลล้วนเป็ผู้มีฝีมือเฉียบคม หาตัวจับยาก ยกเว้นหนิงเทียนผู้เป็เพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกดาราแล้ว เหล่าอัจฉริยะอีกยี่สิบสามคนล้วนเป็ผู้บรรลุขอบเขตเปลี่ยนผ่าน ส่วนสิบแปดปรมาจารย์ล้วนเป็ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งยุทธภพ
แม้คนเหล่านี้จะถ่ายเทพลังเพียงส่วนหนึ่ง ก็เพียงพอที่จะะเิอาวุธิญญาระดับสูงได้ ทว่าห่วงเหล็กกลับเพียงสั่นะเืส่งเสียงกึกก้อง และเป็ประกายสว่างไสวเป็ครั้งคราว โดยไร้ซึ่งเค้าลางของความผิดปกติใดๆ
ในบรรดาคนทั้งสี่สิบสอง กลับมีเพียงหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยที่แหวกแนว ต่างจากผู้อื่นที่ต่างมุ่งหน้าเข้าปะทะ ทั้งคู่จับมือกัน พลังปราณภายในไหลเวียนรวมเป็หนึ่ง หลอมรวมพลังเข้าด้วยกัน โดยใช้ร่างกายของหนิงเทียนเป็สื่อ ผสานรวมห้าวิถี ทั้งเต๋าดารา เต๋าหยวน เส้นทางเต๋าพฤกษา เส้นทางแห่งจิติญญา และเส้นทางิญญาเข้าด้วยกัน และใช้ยุทธศาสตร์ครอง์เป็แนวทางบุกรุก สื่อสารกับห่วงเหล็ก หลังจากนั้นก็เริ่มสำรวจสถานการณ์ของมัน โดยใช้การอนุมานของเลขเก้าหลัก เพื่อหาทางไขปริศนา
หนิงเทียนมองว่าห่วงเหล็กเป็ดั่งกลไกอันซับซ้อน และเขาจำต้องคลี่คลายกลไกนี้ทีละขั้นตอน เปรียบเสมือนการไขกุญแจอันซ่อนเร้น
กระบวนการนี้ช่างยากเย็นแสนเข็ญ กินพลังจิตมหาศาล โชคดีที่หนิงเทียนเชี่ยวชาญศาสตร์ิญญา มีประตูิญญาคอยกดขี่แสงิญญา ป้องกันไม่ให้ถูกห่วงเหล็กตีกลับ
ผู้คนต่างมุ่งเน้นไปที่การสื่อสารและหลอมรวม โดยคิดว่านั่นคือหนทางที่ถูกต้อง
ทว่าหนิงเทียนกลับเลือกวิเคราะห์จากคำว่า “กุญแจ” และหากมันคือกุญแจ การไขกุญแจย่อมเป็วิธีแก้ไขที่แท้จริง
ใจของหลิ่วิเยวี่ยและหนิงเทียนสื่อถึงกัน จิติญญาสื่อถึงกัน เมื่ออาศัยพลังของหมื่นสรรพสิ่งในใจและทักษะเก้าเนตร์ พวกเขาจึงสามารถมองเห็นโครงสร้างบางส่วนภายในห่วงเหล็กได้
โซ่ตรึงสรรพสิ่งนั้น ประกอบไปด้วยแผ่นบางนับไม่ถ้วน บนแผ่นบางแต่ละแผ่นล้วนสลักลวดลายอันประณีตที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งส่องประกายระยิบระยับด้วยแสงเรืองรอง และเก็บกักพลังอันยิ่งใหญ่ไว้ภายใน
พลังเหล่านี้ล้วนมาจากการอัดฉีดอย่างต่อเนื่องของเหล่าปรมาจารย์และอัจฉริยะทั้งหลาย ที่อุทิศตนเททั้งพลังกายพลังใจหล่อหลอมลงบนแผ่นบาง ซึ่งถูกกักขังไว้ด้วยโซ่ตรึง
หนิงเทียนใช้เวลาหนึ่งก้านธูปกว่าจะเข้าใจโครงสร้างภายนอกของห่วงเหล็ก เขาพยายามใช้ศาสตร์แห่งเลขเก้าหลักเพื่อไขปริศนาต่อทันที
จุดเริ่มต้นย่อมยากลำบาก และขั้นตอนนี้ถือเป็หัวใจสำคัญ
หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยปรึกษาหารือกันอยู่นาน พิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมั่นใจว่าไม่มีผิดพลาดจึงเริ่มลงมือ
ทันใดนั้น ห่วงเหล็กที่สั่นะเืพร้อมก็เปล่งแสงสว่างจ้า ดั่งเครื่องจักรกลอันซับซ้อนกำลังเปิดออกอย่างช้าๆ ก่อนจะปลดปล่อยพลังอันรุนแรงออกมา
พลังอันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ร่างของหนิงเทียน เปรียบดั่งสายน้ำจากสรวง์ที่พลิกผัน ทลายตรวนผนึกบนแผ่นหินทีละชั้น พลังอันลึกลับหลั่งไหลเข้าสู่เส้นลมปราณของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
พลังแต่ละสายล้วนรุนแรงดั่งภูผาเทียมฟ้าถล่ม ทลายลงสู่พื้นพสุธา กดทับร่างของหนิงเทียนจนสั่นะเืไปทั้งกาย
หอคอยพลังทั้งหกในร่างกายของหนิงเทียนหมุนด้วยความเร็วสูง แบ่งพลังอันเชี่ยวกรากออกเป็ส่วนๆ เพื่อลดภาระให้กับร่างกาย
