ผู้มาใหม่ดวลการดื่ม!
ผู้ชมเกือบทุกคนโห่ร้องขึ้นมา คุณชายทั้งสองก็ลุกขึ้นยืน กระตือรือร้นที่จะท้าประลอง
หานอวิ๋นซีที่ขโมยความโดดเด่นไปก่อนหน้านี้ ถ้าพวกเขาสามารถเอาชนะหานอวิ๋นซีในการดวลสุราครั้งนี้ได้ แม้ว่าชื่อเสียงของพวกเขาจะไม่โด่งดังไปกว่าหานอวิ๋นซี ทว่าอย่างน้อยก็เทียบเท่ากับนาง
จุดประสงค์ของการเข้าร่วมงานเลี้ยงเหมยฮวาก็เพียงเพื่อจะมีชื่อเสียงในงานเลี้ยงไม่ใช่หรือ? เมื่อสตรีมีชื่อเสียงก็จะสามารถดึงดูดให้คนมาชื่นชมได้ แต่สำหรับบุรุษแล้ว แท้จริงมีอีกหนึ่งเหตุผล
ลาภยศและชื่อเสียง แน่นอนว่ามีลาภยศแล้วย่อมมีผลกำไรเป็ธรรมดา
“หวังเฟย ในเมื่อทุกคนคาดหวังเช่นนี้ ท่านอย่าทำให้ผิดหวังเสียดีกว่า!”
จ่างซุนเช่อ คุณชายจากทางเหนือพูดด้วยรอยยิ้ม พลางโบกพัดด้ามจิ้วเบาๆ ด้วยท่าทางที่อ่อนโยนและมีเสน่ห์พร้อมกับรอยยิ้มที่เย้ายวนใจ มองแล้วอาจทำให้สตรีหลายคนไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ ทว่าหานอวิ๋นซีไม่แม้แต่จะมองไปที่จ่างซุนเช่อ
ทันทีที่คุณชายจากทางเหนือออกมา หลี่มู่เกอคุณชายจากทางใต้ก็ไม่พลาด เขาค่อยๆ เดินมาที่กลางงานเลี้ยง
คลี่พัดด้ามจิ้วออกอย่างเบามือและปกปิดใบหน้าที่งดงามยิ่งกว่าสตรีเอาไว้ครึ่งหนึ่ง และพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “หวังเฟย การได้ดวลสุรากับท่าน ช่างเป็โชคดีของข้าเหลือเกิน ท่านอย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ มันทำให้ข้าปวดใจ!”
หานอวิ๋นซีเห็นแล้วแทบอยากจะอาเจียนออกมา คุณชายทั้งสองเรียกได้ว่าคนหนึ่งเป็อสุรกาย อีกคนก็เป็วายร้าย ช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ!
“เสด็จอาหญิง ทำไมท่านถึงดูไม่มีความสุขเลยล่ะ? ดวลกันสักตาจะเป็ไรไป? คิดไม่ถึงว่าท่านจะกลัวแพ้ขนาดนี้!” องค์หญิงฉางผิงกระตุ้น นางไม่สามารถรอได้อีกต่อไป
ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีจึงจะยืนขึ้นอย่างสงบ “แน่นอนว่าดวลกันได้ แต่จะดวลกันแบบไหน แพ้แล้วเป็อย่างไร ชนะแล้วเป็อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อน?”
ไม่ว่ามันจะเป็เื่ดีหรือเื่ร้าย มันจะเป็อย่างไรก็ต้องให้มันเป็ นางจะไม่ละความพยายาม แม้ว่ามันจะลำบากกว่า แต่ในเมื่อยังไม่เคยลอง นางอาจจะไม่แพ้ก็ได้
วันนี้นางต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อโน้มน้าวใจคนกลุ่มนี้และกลายเป็ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็ผู้ชนะเพียงคนเดียวในงานเลี้ยงเหมยฮวา มาดูกันว่าหลังจากนี้จะมีใครกล้าสร้างปัญหาให้นางอีกหรือไม่
เมื่อเห็นหานอวิ๋นซีตอบตกลง องค์หญิงฉางผิงก็ดีใจและลุกขึ้นยืน “ผู้มาใหม่ทั้งสามคนต่อสู้กัน ผู้ที่ชนะคือเ้าแห่งบัลลังก์ ต้องปกป้องบัลลังก์และรับคำท้าจากผู้อื่น หากแพ้ละก็...”
ก่อนที่องค์หญิงฉางผิงจะพูดจบ หานอวิ๋นซีก็ขัดขึ้นมาว่า “ถ้าแพ้ ถอดกางเกงออกแล้ววิ่งไปรอบๆ ถนนเสวียนอู่!”
แคก!
แคกแคก!
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา องค์หญิงฉางผิงสำลักและไอติดต่อกันหลายครั้ง ทุกคนรอบตัวต่างตกตะลึงไปเช่นกัน ใบหน้าของสตรีหลายคนเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ และแม้แต่ชายหนุ่มเองก็มองหน้ากัน มันเหลือเชื่อเหลือเกิน
หานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซี ครั้งก่อนที่พนันกับมู่หลิวเยวี่ยก็ถอดเสื้อผ้า คราวนี้มาถอดกางเกงอีก ท่านยังเป็สตรีอยู่จริงหรือเนี่ย ช่างโหดร้ายจริงๆ! ท่านแน่ใจหรือไรว่าจะชนะ?
ใครจะคิดว่าหานอวิ๋นซีกลับพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “กฎนี้ไม่ได้จำกัดแค่พวกเราสามคนที่มาใหม่เท่านั้น แต่ยังใช้กับผู้ที่ท้าทายผู้ท้าชิงด้วย ถ้าชนะก็จะได้เป็เ้าแห่งบัลลังก์ ถ้าแพ้ ก็ต้องถอดกางเกงแล้ววิ่งไปรอบๆ!”
ถึงจะไม่อยากเล่น แต่ในเมื่อเล่นแล้วก็ต้องเล่นให้ใหญ่หน่อย!
เมื่อได้ยินประโยคเสริมของหานอวิ๋นซี เดิมทีสตรีที่กระตือรือร้นที่จะลองดวลสุราทั้งหมดต่างหน้าซีดและล้มเลิกความตั้งใจ
แม้ว่าการแพ้ชนะจะไม่แน่นอน แต่กฎถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อเข้าร่วมการดวลสุราก็ต้องมีความเสี่ยง ใครจะกล้าปล่อยให้ตัวเองเสี่ยงกันล่ะ!
ต้องรู้ว่า แม้แต่มู่หลิวเยวี่ยที่เป็คนมีชื่อเสียง ทั้งยังเป็สหายที่สนิทที่สุดขององค์หญิงฉางผิง ต่อให้จะมีคนวิ่งแทนนางแต่ก็จบลงด้วยความอับอาย หากพวกนางแพ้ จะไม่แย่กว่ามู่หลิวเยวี่ยหรือไร?
ทั้งงานเต็มไปด้วยความเงียบ คุณชายทั้งสองที่โอ้อวดเมื่อครู่ ตอนนี้ก็เงียบด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
ดีมาก ทุกคนที่เพิ่งจะโห่ร้องและเร่งเร้า ไปจนถึงท้าทายหานอวิ๋นซี ตอนนี้กลายเป็หานอวิ๋นซีที่เป็คนท้าทายออกมา
นางเลิกคิ้วและมองไปที่คุณชายทั้งสอง พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายทั้งสองท่าน ในเมื่อกระตือรือร้นขนาดนี้ ก็ทำให้มันเสร็จสิ หรือว่าพวกท่านไม่กล้า?”
คุณชายจากทางเหนือจ่างซุนเช่อทนการยั่วยุไม่ได้ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เขายิ้มอย่างมีความสุข “ทำไมจะไม่กล้า ตราบใดที่หวังเฟยเอ่ยปากพูด ข้าก็พร้อมที่จะเล่นจนจบ!”
เขาคิดว่า หานอวิ๋นซีเป็เพียงสตรีผู้หนึ่ง แม้ว่านางจะมีพื้นเพธรรมดา แต่นางก็ยังเป็สตรีที่มีมารยาทดี นางจะเคยมีโอกาสดื่มสุรามากขนาดไหนกันเชียว? ปริมาณที่ดื่มได้จะมากแค่ไหนเชียว?
นางเสนอเงื่อนไขที่น่ากลัวขนาดนั้น เป็ไปได้มากว่านางแค่อยากจะทำให้ทุกคนใ และคนอื่นจะตกหลุมพราง ดังนั้นเขาจะไม่มีทางหลงกลของนาง!
นางเป็สตรียังเล่นได้ เขาเป็ถึงชายฉกรรจ์จะไม่กล้าเล่นได้อย่างไร หากเื่นี้แพร่ออกไปคนอื่นๆ จะคิดอย่างไร?
ชายหญิงดวลกัน ใครจะไปกลัวกันล่ะ!
ทันทีที่คุณชายจากทางเหนือตอบตกลง คุณชายจากทางใต้หลี่มู่เกอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
แม้ว่าเขาจะลังเลและขาดความกล้าที่จะทำเช่นนั้น แต่คุณชายจากทางเหนือตอบตกลง หากเขาเอาแต่ยืนก้มหัวด้วยความหวาดกลัว ก็จะถูกเปรียบเทียบกับอีกฝ่าย มันไม่น่าตลกกว่าหรือไร?
“ตกลง หวังเฟย ข้าจะดวลกับท่านจนถึงที่สุด” ในที่สุดหลี่มู่เกอก็พูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงลูกผู้ชาย
หานอวิ๋นซีพึงพอใจอย่างมาก ยกนิ้วให้ทั้งสองคน ท่าทางนั้นดูอิสระและง่ายดาย เต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเอง ทุกคนรอบตัวนางเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ และต่างคาดเดาว่าสตรีผู้นี้สามารถดื่มได้มากขนาดไหน ครั้งนี้จะเปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่หรือไม่?
หลังจากตกลงกับคุณชายทั้งสองแล้ว หานอวิ๋นซีก็มองไปที่องค์หญิงฉางผิง “ฉางผิง ยังมีใครอยากเข้าร่วมอีกบ้าง ต้องรายงานชื่อก่อนหรือไม่?”
องค์หญิงฉางผิงมองฝูงชนทันที แต่นอกเหนือจากเหล่าชายหนุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจเข้าร่วมในตอนแรกแล้ว ก็ไม่มีสตรีผู้ใดแม้แต่ผู้เดียวที่เงยหน้าขึ้นมอง
องค์หญิงฉางผิงหน้าเสียในทันที นางโกรธจัดและร้องเรียกชื่อ “ซ่างกวนชิงเอ๋อร์ ท่านมาแล้วหรือ?”
“องค์หญิง วันนี้ท้องของชิงเอ๋อร์ไม่ค่อยสบายนัก แม้แต่ชาก็กินไม่ลง ไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน” ซ่างกวนชิงเอ๋อร์ปฏิเสธเสียงเบา
“ซูอิงเสวี่ย เ้าล่ะ?” องค์หญิงฉางผิงถามอีกครั้ง
ซูอิงเสวี่ยรีบโบกมือด้วยความใ “องค์หญิง ข้าดื่มไม่เก่ง ท่านก็รู้”
องค์หญิงฉางผิงรู้สึกอายอย่างมาก นางถอนหายใจด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะถามอีกกี่คน ทุกคนล้วนปฏิเสธโดยไม่มีข้อยกเว้น คนที่เพิ่งเอะอะก็ทำมึนและซ่อนตัวกันหมด
ต้องรู้ว่าพวกนางแตกต่างจากคุณชายทั้งสอง คุณชายทั้งสองได้รับการยอมรับว่าเป็นักดื่มที่เก่งกาจ และมีโอกาสสูงที่จะชนะหานอวิ๋นซี แต่อย่างไรก็ตามพวกนางก็เป็สตรี!
ถ้าหานอวิ๋นซีกลายเป็เ้าแห่งบัลลังก์ เห็นว่าหานอวิ๋นซีมีความมั่นใจมากขนาดนี้ ถึงจะไม่รู้ว่านางจะดื่มได้มากแค่ไหน แต่ใครจะกล้าเสี่ยงกันล่ะ?
หากคุณชายทั้งสองมีคนใดคนหนึ่งได้เป็เ้าแห่งบัลลังก์ เช่นนั้นพวกเขาก็จะต้องพ่ายแพ้!
แม้ว่าพวกนางจะชนะได้ แต่หากชนะก็ต้องยอมรับคำท้าของคนอื่น ใครจะรับประกันได้ว่าตัวเองจะชนะตลอดไปได้?
นี่เป็การซื้อขายที่ขาดทุนชัดๆ!
องค์หญิงฉางผิงที่กำลังจะถาม แต่หานอวิ๋นซีกลับหยุดไว้ “ฉางผิง เ้าเองก็เข้าร่วมด้วยใช่หรือไม่?”
เอ่อ…
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา องค์หญิงฉางผิงก็ประหม่าขึ้นมาทันที ถามคนอื่นมาตลอด ทำไมถึงไม่คิดถึงตัวเองบ้างนะ?
นางเองก็ไม่อยากที่จะเข้าร่วม! จะไปยอมรับความเสี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน?
นางอายและแสร้งทำเป็เมินมองท้องฟ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ “ข้าว่าลืมมันไปดีกว่า ข้าเห็นว่าท้องฟ้ามันก็มืดแล้ว บางทีพวกท่านสามคนดวลกันเสร็จ ฟ้าคงมืดสนิทพอดี คราวนี้พวกท่านก็ดวลกันก่อนก็แล้วกัน”
องค์หญิงฉางผิงคิดว่าหานอวิ๋นซีอวดดีเกินไป นางคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่หลังจากที่มีชื่อเสียงหรือไร? กล้าดีอย่างไรมาเดิมพันแบบนี้
คุณชายทั้งสองก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน มิฉะนั้นนางเองก็คงไม่เสี่ยงที่จะถูกเสด็จแม่ดุและเชิญสองคนนี้มา
ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะสู้หรือไม่ ตราบใดที่หานอวิ๋นซีสู้ ตราบใดที่หานอวิ๋นซีเมา ทุกอย่างก็จะง่าย
สำหรับการเดิมพันนั้นสามารถพูดได้ว่าหานอวิ๋นซีหาเื่ใส่ตัวเอง รนหาที่ตายชัดๆ!
หลังจากยืนยันว่าไม่มีใครเข้าร่วม ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางเสนอการเดิมพันที่กล้าหาญ เพื่อ้าทำให้คนอื่นหวาดกลัว ด้วยวิธีนี้ คู่ต่อสู้ของนางจึงเหลือเพียงคุณชายจากทางเหนือและคุณชายจากทางใต้เท่านั้น
หลังจากชนะสองคนนี้ ปัญหาของนางก็จะคลี่คลาย!
การดวลแบบสามคน เพื่อความเป็ธรรมแล้ว จะไม่มีการจับเป็คู่และไม่แยกแยะว่าใครดื่มก่อนใครดื่มหลังสุด แต่ดื่มพร้อมกันสามคน
ใน่เวลาที่กำหนด ใครดื่มสุราได้มากที่สุดจะเป็ผู้ชนะ
บนโต๊ะได้มีการจัดเตรียมสุราชั้นดีไว้เป็ที่เรียบร้อย และการดวลสุรากำลังจะเริ่มขึ้น!
หลังจากแน่ใจว่าตนเองไม่ต้องเข้าร่วม ทุกคนก็โห่ร้องอีกครั้ง บรรยากาศก็มีชีวิตชีวาอย่างมาก ทุกคนต่างโห่ร้องให้กำลังใจทั้งสามคน โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่คุณชายทั้งสอง หานอวิ๋นซีนั่งลงอย่างสงบและไม่ได้รับผลกระทบ
ทั้งสามคนแยกโต๊ะกันคนละโต๊ะ บนโต๊ะเต็มไปด้วยไหสุรา ข้างๆ เองก็วางกองไว้อีกไม่น้อย แต่ละคนจะมีสาวใช้ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อจะได้เตรียมสุราวางไว้บนโต๊ะได้ทุกเมื่อ
แน่นอนว่าเ้าภาพคือองค์หญิงฉางผิง นางมองไปที่มู่หรงหว่านหรูที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนอย่างมีเลศนัย ไม่นานก็ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นและเดินออกมา เมื่อยกมือทั้งสองข้างขึ้น ผู้คนที่เต็มไปด้วยความครึกครื้นก็เงียบลง
“ใครก็ตามที่มีไหสุราเปล่ามากที่สุดภายในเวลาหนึ่งก้านธูปคือผู้ชนะ! และทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็พยาน!” องค์หญิงฉางผิงพูดอย่างเสียงดัง
“ไม่มีปัญหา”
“ตกลง!”
คุณชายทั้งสองชอบกฎแบบนี้มาก ในเวลาหนึ่งก้านธูปแล้วสำหรับพวกเขาถือว่าอยู่ในระดับปกติ ต่อให้พยายาม ก็เดาว่าในที่นี้คงไม่มีใครสามารถเอาชนะได้
พวกเขามองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยความดูถูก มองหน้ากันและกัน ดวงตาทั้งสองหรี่ลง พวกเขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของพวกเขาคือกันและกัน
“เสด็จอาหญิงฉิน ข้าให้ท่านยืนยันอีกครั้ง จะไม่เป็ไรใช่หรือไม่?” องค์หญิงฉางผิงถามอย่างจงใจ
หานอวิ๋นซีมองคุณชายทั้งสองอย่างจริงจัง สายตาราวกับสแกนอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นานก็พูดว่า “เริ่มได้เลย”
“ตกลง!”
องค์หญิงฉางผิงจุดธูปหนึ่งดอกข้างๆ ด้วยตนเอง “เริ่ม!”
ทันทีที่พูดจบ ทั้งสามคนก็เคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน คุณชายทั้งสองหยิบไหสุราขึ้นมาแล้วเริ่มเทใส่ปาก หานอวิ๋นซีเองก็เช่นกัน
ไม่มีทางลัดสำหรับเวลาและจำนวนไห ต้องดื่มให้ทันเวลาเท่านั้น!
ในตอนแรกเป็เื่ของความเร็ว พอถึงตอนท้ายเป็เื่ของความสามารถในการดื่ม การดื่มเร็วใน่แรกต้องดื่มให้ได้มาก แต่หลังจากนั้นจะเป็การทดสอบความสามารถในการดื่ม!
ดื่ม ดื่ม ดื่ม!
ทั้งสามคนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไหสุราหมดไปทีละไหและถูกทุบแตกเป็เสี่ยงๆ ที่ด้านข้าง ในตอนแรกฉากนั้นดูรุนแรงจนทำให้ทุกคนไม่กล้าส่งเสียง เกรงว่าจะไปรบกวนพวกเขา
ใช้เวลาไม่นาน ก็เริ่มทิ้งระยะห่าง จำนวนไหสุราที่คุณชายจากทางเหนือและคุณชายจากทางใต้โยนทิ้งนั้นเท่ากัน ทั้งหมดคือห้าไห แต่หานอวิ๋นซีกลับตามหลังพวกเขาอยู่สองไห
แม้ว่าจะเป็่เวลาสั้นๆ ทว่าการที่หานอวิ๋นซีดื่มได้สองไหก็ถือว่าไม่เลวแล้วสำหรับสตรี แต่ตอนนี้มันเป็การแข่งขันและทุกคนให้ความสำคัญกับการชนะหรือแพ้ ไม่มีใครเห็นอกเห็นใจนาง
“เพล้ง!” คุณชายจากทางเหนือทุบไหที่หก ตามด้วย “เพล้ง” อีกครั้ง คุณชายจากทางใต้ตามมาติดๆ ในขณะที่หานอวิ๋นซียังดื่มไหที่สามอยู่
“ดูเหมือนว่าฉินหวังเฟยจะตามไม่ทันแล้ว!”
“เริ่มต้นก็ตามอยู่หลายไหแล้ว ต่อไปต้องตามหลังมากกว่านี้แน่ๆ!”
“ไม่หรอก ในตอนหลังมันถึงจะเป็การดวลสุรากันจริงๆ ตอนนี้ฤทธิ์สุราของนางคงยังไม่ออกฤทธิ์ อีกสักพักออกฤทธิ์แล้ว เดาว่านางคงไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว”
ไม่นานก็เกิดการถกเถียงกันขึ้น... ผู้มาใหม่ดวลการดื่ม!
ผู้ชมเกือบทุกคนโห่ร้องขึ้นมา คุณชายทั้งสองก็ลุกขึ้นยืน กระตือรือร้นที่จะท้าประลอง
หานอวิ๋นซีที่ขโมยความโดดเด่นไปก่อนหน้านี้ ถ้าพวกเขาสามารถเอาชนะหานอวิ๋นซีในการดวลสุราครั้งนี้ได้ แม้ว่าชื่อเสียงของพวกเขาจะไม่โด่งดังไปกว่าหานอวิ๋นซี ทว่าอย่างน้อยก็เทียบเท่ากับนาง
จุดประสงค์ของการเข้าร่วมงานเลี้ยงเหมยฮวาก็เพียงเพื่อจะมีชื่อเสียงในงานเลี้ยงไม่ใช่หรือ? เมื่อสตรีมีชื่อเสียงก็จะสามารถดึงดูดให้คนมาชื่นชมได้ แต่สำหรับบุรุษแล้ว แท้จริงมีอีกหนึ่งเหตุผล
ลาภยศและชื่อเสียง แน่นอนว่ามีลาภยศแล้วย่อมมีผลกำไรเป็ธรรมดา
“หวังเฟย ในเมื่อทุกคนคาดหวังเช่นนี้ ท่านอย่าทำให้ผิดหวังเสียดีกว่า!”
จ่างซุนเช่อ คุณชายจากทางเหนือพูดด้วยรอยยิ้ม พลางโบกพัดด้ามจิ้วเบาๆ ด้วยท่าทางที่อ่อนโยนและมีเสน่ห์พร้อมกับรอยยิ้มที่เย้ายวนใจ มองแล้วอาจทำให้สตรีหลายคนไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ ทว่าหานอวิ๋นซีไม่แม้แต่จะมองไปที่จ่างซุนเช่อ
ทันทีที่คุณชายจากทางเหนือออกมา หลี่มู่เกอคุณชายจากทางใต้ก็ไม่พลาด เขาค่อยๆ เดินมาที่กลางงานเลี้ยง
คลี่พัดด้ามจิ้วออกอย่างเบามือและปกปิดใบหน้าที่งดงามยิ่งกว่าสตรีเอาไว้ครึ่งหนึ่ง และพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “หวังเฟย การได้ดวลสุรากับท่าน ช่างเป็โชคดีของข้าเหลือเกิน ท่านอย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ มันทำให้ข้าปวดใจ!”
หานอวิ๋นซีเห็นแล้วแทบอยากจะอาเจียนออกมา คุณชายทั้งสองเรียกได้ว่าคนหนึ่งเป็อสุรกาย อีกคนก็เป็วายร้าย ช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ!
“เสด็จอาหญิง ทำไมท่านถึงดูไม่มีความสุขเลยล่ะ? ดวลกันสักตาจะเป็ไรไป? คิดไม่ถึงว่าท่านจะกลัวแพ้ขนาดนี้!” องค์หญิงฉางผิงกระตุ้น นางไม่สามารถรอได้อีกต่อไป
ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีจึงจะยืนขึ้นอย่างสงบ “แน่นอนว่าดวลกันได้ แต่จะดวลกันแบบไหน แพ้แล้วเป็อย่างไร ชนะแล้วเป็อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อน?”
ไม่ว่ามันจะเป็เื่ดีหรือเื่ร้าย มันจะเป็อย่างไรก็ต้องให้มันเป็ นางจะไม่ละความพยายาม แม้ว่ามันจะลำบากกว่า แต่ในเมื่อยังไม่เคยลอง นางอาจจะไม่แพ้ก็ได้
วันนี้นางต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อโน้มน้าวใจคนกลุ่มนี้และกลายเป็ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็ผู้ชนะเพียงคนเดียวในงานเลี้ยงเหมยฮวา มาดูกันว่าหลังจากนี้จะมีใครกล้าสร้างปัญหาให้นางอีกหรือไม่
เมื่อเห็นหานอวิ๋นซีตอบตกลง องค์หญิงฉางผิงก็ดีใจและลุกขึ้นยืน “ผู้มาใหม่ทั้งสามคนต่อสู้กัน ผู้ที่ชนะคือเ้าแห่งบัลลังก์ ต้องปกป้องบัลลังก์และรับคำท้าจากผู้อื่น หากแพ้ละก็...”
ก่อนที่องค์หญิงฉางผิงจะพูดจบ หานอวิ๋นซีก็ขัดขึ้นมาว่า “ถ้าแพ้ ถอดกางเกงออกแล้ววิ่งไปรอบๆ ถนนเสวียนอู่!”
แคก!
แคกแคก!
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา องค์หญิงฉางผิงสำลักและไอติดต่อกันหลายครั้ง ทุกคนรอบตัวต่างตกตะลึงไปเช่นกัน ใบหน้าของสตรีหลายคนเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ และแม้แต่ชายหนุ่มเองก็มองหน้ากัน มันเหลือเชื่อเหลือเกิน
หานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซี ครั้งก่อนที่พนันกับมู่หลิวเยวี่ยก็ถอดเสื้อผ้า คราวนี้มาถอดกางเกงอีก ท่านยังเป็สตรีอยู่จริงหรือเนี่ย ช่างโหดร้ายจริงๆ! ท่านแน่ใจหรือไรว่าจะชนะ?
ใครจะคิดว่าหานอวิ๋นซีกลับพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “กฎนี้ไม่ได้จำกัดแค่พวกเราสามคนที่มาใหม่เท่านั้น แต่ยังใช้กับผู้ที่ท้าทายผู้ท้าชิงด้วย ถ้าชนะก็จะได้เป็เ้าแห่งบัลลังก์ ถ้าแพ้ ก็ต้องถอดกางเกงแล้ววิ่งไปรอบๆ!”
ถึงจะไม่อยากเล่น แต่ในเมื่อเล่นแล้วก็ต้องเล่นให้ใหญ่หน่อย!
เมื่อได้ยินประโยคเสริมของหานอวิ๋นซี เดิมทีสตรีที่กระตือรือร้นที่จะลองดวลสุราทั้งหมดต่างหน้าซีดและล้มเลิกความตั้งใจ
แม้ว่าการแพ้ชนะจะไม่แน่นอน แต่กฎถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อเข้าร่วมการดวลสุราก็ต้องมีความเสี่ยง ใครจะกล้าปล่อยให้ตัวเองเสี่ยงกันล่ะ!
ต้องรู้ว่า แม้แต่มู่หลิวเยวี่ยที่เป็คนมีชื่อเสียง ทั้งยังเป็สหายที่สนิทที่สุดขององค์หญิงฉางผิง ต่อให้จะมีคนวิ่งแทนนางแต่ก็จบลงด้วยความอับอาย หากพวกนางแพ้ จะไม่แย่กว่ามู่หลิวเยวี่ยหรือไร?
ทั้งงานเต็มไปด้วยความเงียบ คุณชายทั้งสองที่โอ้อวดเมื่อครู่ ตอนนี้ก็เงียบด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
ดีมาก ทุกคนที่เพิ่งจะโห่ร้องและเร่งเร้า ไปจนถึงท้าทายหานอวิ๋นซี ตอนนี้กลายเป็หานอวิ๋นซีที่เป็คนท้าทายออกมา
นางเลิกคิ้วและมองไปที่คุณชายทั้งสอง พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายทั้งสองท่าน ในเมื่อกระตือรือร้นขนาดนี้ ก็ทำให้มันเสร็จสิ หรือว่าพวกท่านไม่กล้า?”
คุณชายจากทางเหนือจ่างซุนเช่อทนการยั่วยุไม่ได้ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เขายิ้มอย่างมีความสุข “ทำไมจะไม่กล้า ตราบใดที่หวังเฟยเอ่ยปากพูด ข้าก็พร้อมที่จะเล่นจนจบ!”
เขาคิดว่า หานอวิ๋นซีเป็เพียงสตรีผู้หนึ่ง แม้ว่านางจะมีพื้นเพธรรมดา แต่นางก็ยังเป็สตรีที่มีมารยาทดี นางจะเคยมีโอกาสดื่มสุรามากขนาดไหนกันเชียว? ปริมาณที่ดื่มได้จะมากแค่ไหนเชียว?
นางเสนอเงื่อนไขที่น่ากลัวขนาดนั้น เป็ไปได้มากว่านางแค่อยากจะทำให้ทุกคนใ และคนอื่นจะตกหลุมพราง ดังนั้นเขาจะไม่มีทางหลงกลของนาง!
นางเป็สตรียังเล่นได้ เขาเป็ถึงชายฉกรรจ์จะไม่กล้าเล่นได้อย่างไร หากเื่นี้แพร่ออกไปคนอื่นๆ จะคิดอย่างไร?
ชายหญิงดวลกัน ใครจะไปกลัวกันล่ะ!
ทันทีที่คุณชายจากทางเหนือตอบตกลง คุณชายจากทางใต้หลี่มู่เกอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
แม้ว่าเขาจะลังเลและขาดความกล้าที่จะทำเช่นนั้น แต่คุณชายจากทางเหนือตอบตกลง หากเขาเอาแต่ยืนก้มหัวด้วยความหวาดกลัว ก็จะถูกเปรียบเทียบกับอีกฝ่าย มันไม่น่าตลกกว่าหรือไร?
“ตกลง หวังเฟย ข้าจะดวลกับท่านจนถึงที่สุด” ในที่สุดหลี่มู่เกอก็พูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงลูกผู้ชาย
หานอวิ๋นซีพึงพอใจอย่างมาก ยกนิ้วให้ทั้งสองคน ท่าทางนั้นดูอิสระและง่ายดาย เต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเอง ทุกคนรอบตัวนางเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ และต่างคาดเดาว่าสตรีผู้นี้สามารถดื่มได้มากขนาดไหน ครั้งนี้จะเปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่หรือไม่?
หลังจากตกลงกับคุณชายทั้งสองแล้ว หานอวิ๋นซีก็มองไปที่องค์หญิงฉางผิง “ฉางผิง ยังมีใครอยากเข้าร่วมอีกบ้าง ต้องรายงานชื่อก่อนหรือไม่?”
องค์หญิงฉางผิงมองฝูงชนทันที แต่นอกเหนือจากเหล่าชายหนุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจเข้าร่วมในตอนแรกแล้ว ก็ไม่มีสตรีผู้ใดแม้แต่ผู้เดียวที่เงยหน้าขึ้นมอง
องค์หญิงฉางผิงหน้าเสียในทันที นางโกรธจัดและร้องเรียกชื่อ “ซ่างกวนชิงเอ๋อร์ ท่านมาแล้วหรือ?”
“องค์หญิง วันนี้ท้องของชิงเอ๋อร์ไม่ค่อยสบายนัก แม้แต่ชาก็กินไม่ลง ไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน” ซ่างกวนชิงเอ๋อร์ปฏิเสธเสียงเบา
“ซูอิงเสวี่ย เ้าล่ะ?” องค์หญิงฉางผิงถามอีกครั้ง
ซูอิงเสวี่ยรีบโบกมือด้วยความใ “องค์หญิง ข้าดื่มไม่เก่ง ท่านก็รู้”
องค์หญิงฉางผิงรู้สึกอายอย่างมาก นางถอนหายใจด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะถามอีกกี่คน ทุกคนล้วนปฏิเสธโดยไม่มีข้อยกเว้น คนที่เพิ่งเอะอะก็ทำมึนและซ่อนตัวกันหมด
ต้องรู้ว่าพวกนางแตกต่างจากคุณชายทั้งสอง คุณชายทั้งสองได้รับการยอมรับว่าเป็นักดื่มที่เก่งกาจ และมีโอกาสสูงที่จะชนะหานอวิ๋นซี แต่อย่างไรก็ตามพวกนางก็เป็สตรี!
ถ้าหานอวิ๋นซีกลายเป็เ้าแห่งบัลลังก์ เห็นว่าหานอวิ๋นซีมีความมั่นใจมากขนาดนี้ ถึงจะไม่รู้ว่านางจะดื่มได้มากแค่ไหน แต่ใครจะกล้าเสี่ยงกันล่ะ?
หากคุณชายทั้งสองมีคนใดคนหนึ่งได้เป็เ้าแห่งบัลลังก์ เช่นนั้นพวกเขาก็จะต้องพ่ายแพ้!
แม้ว่าพวกนางจะชนะได้ แต่หากชนะก็ต้องยอมรับคำท้าของคนอื่น ใครจะรับประกันได้ว่าตัวเองจะชนะตลอดไปได้?
นี่เป็การซื้อขายที่ขาดทุนชัดๆ!
องค์หญิงฉางผิงที่กำลังจะถาม แต่หานอวิ๋นซีกลับหยุดไว้ “ฉางผิง เ้าเองก็เข้าร่วมด้วยใช่หรือไม่?”
เอ่อ…
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา องค์หญิงฉางผิงก็ประหม่าขึ้นมาทันที ถามคนอื่นมาตลอด ทำไมถึงไม่คิดถึงตัวเองบ้างนะ?
นางเองก็ไม่อยากที่จะเข้าร่วม! จะไปยอมรับความเสี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน?
นางอายและแสร้งทำเป็เมินมองท้องฟ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ “ข้าว่าลืมมันไปดีกว่า ข้าเห็นว่าท้องฟ้ามันก็มืดแล้ว บางทีพวกท่านสามคนดวลกันเสร็จ ฟ้าคงมืดสนิทพอดี คราวนี้พวกท่านก็ดวลกันก่อนก็แล้วกัน”
องค์หญิงฉางผิงคิดว่าหานอวิ๋นซีอวดดีเกินไป นางคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่หลังจากที่มีชื่อเสียงหรือไร? กล้าดีอย่างไรมาเดิมพันแบบนี้
คุณชายทั้งสองก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน มิฉะนั้นนางเองก็คงไม่เสี่ยงที่จะถูกเสด็จแม่ดุและเชิญสองคนนี้มา
ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะสู้หรือไม่ ตราบใดที่หานอวิ๋นซีสู้ ตราบใดที่หานอวิ๋นซีเมา ทุกอย่างก็จะง่าย
สำหรับการเดิมพันนั้นสามารถพูดได้ว่าหานอวิ๋นซีหาเื่ใส่ตัวเอง รนหาที่ตายชัดๆ!
หลังจากยืนยันว่าไม่มีใครเข้าร่วม ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางเสนอการเดิมพันที่กล้าหาญ เพื่อ้าทำให้คนอื่นหวาดกลัว ด้วยวิธีนี้ คู่ต่อสู้ของนางจึงเหลือเพียงคุณชายจากทางเหนือและคุณชายจากทางใต้เท่านั้น
หลังจากชนะสองคนนี้ ปัญหาของนางก็จะคลี่คลาย!
การดวลแบบสามคน เพื่อความเป็ธรรมแล้ว จะไม่มีการจับเป็คู่และไม่แยกแยะว่าใครดื่มก่อนใครดื่มหลังสุด แต่ดื่มพร้อมกันสามคน
ใน่เวลาที่กำหนด ใครดื่มสุราได้มากที่สุดจะเป็ผู้ชนะ
บนโต๊ะได้มีการจัดเตรียมสุราชั้นดีไว้เป็ที่เรียบร้อย และการดวลสุรากำลังจะเริ่มขึ้น!
หลังจากแน่ใจว่าตนเองไม่ต้องเข้าร่วม ทุกคนก็โห่ร้องอีกครั้ง บรรยากาศก็มีชีวิตชีวาอย่างมาก ทุกคนต่างโห่ร้องให้กำลังใจทั้งสามคน โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่คุณชายทั้งสอง หานอวิ๋นซีนั่งลงอย่างสงบและไม่ได้รับผลกระทบ
ทั้งสามคนแยกโต๊ะกันคนละโต๊ะ บนโต๊ะเต็มไปด้วยไหสุรา ข้างๆ เองก็วางกองไว้อีกไม่น้อย แต่ละคนจะมีสาวใช้ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อจะได้เตรียมสุราวางไว้บนโต๊ะได้ทุกเมื่อ
แน่นอนว่าเ้าภาพคือองค์หญิงฉางผิง นางมองไปที่มู่หรงหว่านหรูที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนอย่างมีเลศนัย ไม่นานก็ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นและเดินออกมา เมื่อยกมือทั้งสองข้างขึ้น ผู้คนที่เต็มไปด้วยความครึกครื้นก็เงียบลง
“ใครก็ตามที่มีไหสุราเปล่ามากที่สุดภายในเวลาหนึ่งก้านธูปคือผู้ชนะ! และทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็พยาน!” องค์หญิงฉางผิงพูดอย่างเสียงดัง
“ไม่มีปัญหา”
“ตกลง!”
คุณชายทั้งสองชอบกฎแบบนี้มาก ในเวลาหนึ่งก้านธูปแล้วสำหรับพวกเขาถือว่าอยู่ในระดับปกติ ต่อให้พยายาม ก็เดาว่าในที่นี้คงไม่มีใครสามารถเอาชนะได้
พวกเขามองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยความดูถูก มองหน้ากันและกัน ดวงตาทั้งสองหรี่ลง พวกเขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของพวกเขาคือกันและกัน
“เสด็จอาหญิงฉิน ข้าให้ท่านยืนยันอีกครั้ง จะไม่เป็ไรใช่หรือไม่?” องค์หญิงฉางผิงถามอย่างจงใจ
หานอวิ๋นซีมองคุณชายทั้งสองอย่างจริงจัง สายตาราวกับสแกนอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นานก็พูดว่า “เริ่มได้เลย”
“ตกลง!”
องค์หญิงฉางผิงจุดธูปหนึ่งดอกข้างๆ ด้วยตนเอง “เริ่ม!”
ทันทีที่พูดจบ ทั้งสามคนก็เคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน คุณชายทั้งสองหยิบไหสุราขึ้นมาแล้วเริ่มเทใส่ปาก หานอวิ๋นซีเองก็เช่นกัน
ไม่มีทางลัดสำหรับเวลาและจำนวนไห ต้องดื่มให้ทันเวลาเท่านั้น!
ในตอนแรกเป็เื่ของความเร็ว พอถึงตอนท้ายเป็เื่ของความสามารถในการดื่ม การดื่มเร็วใน่แรกต้องดื่มให้ได้มาก แต่หลังจากนั้นจะเป็การทดสอบความสามารถในการดื่ม!
ดื่ม ดื่ม ดื่ม!
ทั้งสามคนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไหสุราหมดไปทีละไหและถูกทุบแตกเป็เสี่ยงๆ ที่ด้านข้าง ในตอนแรกฉากนั้นดูรุนแรงจนทำให้ทุกคนไม่กล้าส่งเสียง เกรงว่าจะไปรบกวนพวกเขา
ใช้เวลาไม่นาน ก็เริ่มทิ้งระยะห่าง จำนวนไหสุราที่คุณชายจากทางเหนือและคุณชายจากทางใต้โยนทิ้งนั้นเท่ากัน ทั้งหมดคือห้าไห แต่หานอวิ๋นซีกลับตามหลังพวกเขาอยู่สองไห
แม้ว่าจะเป็่เวลาสั้นๆ ทว่าการที่หานอวิ๋นซีดื่มได้สองไหก็ถือว่าไม่เลวแล้วสำหรับสตรี แต่ตอนนี้มันเป็การแข่งขันและทุกคนให้ความสำคัญกับการชนะหรือแพ้ ไม่มีใครเห็นอกเห็นใจนาง
“เพล้ง!” คุณชายจากทางเหนือทุบไหที่หก ตามด้วย “เพล้ง” อีกครั้ง คุณชายจากทางใต้ตามมาติดๆ ในขณะที่หานอวิ๋นซียังดื่มไหที่สามอยู่
“ดูเหมือนว่าฉินหวังเฟยจะตามไม่ทันแล้ว!”
“เริ่มต้นก็ตามอยู่หลายไหแล้ว ต่อไปต้องตามหลังมากกว่านี้แน่ๆ!”
“ไม่หรอก ในตอนหลังมันถึงจะเป็การดวลสุรากันจริงๆ ตอนนี้ฤทธิ์สุราของนางคงยังไม่ออกฤทธิ์ อีกสักพักออกฤทธิ์แล้ว เดาว่านางคงไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว”
ไม่นานก็เกิดการถกเถียงกันขึ้น...
