บทที่ 28
ท่ามกลางพวกคุณ... ยังมีผีซ่อนอยู่
จี้เหิงโบกมืออย่างตื่นเต้น "ท่านปรมาจารย์ ในที่สุดคุณก็มาสักที!"
หลินซีอ้าปากหาวหวอดใหญ่ "เกิดเื่อะไรขึ้น?"
จี้เหิงวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาแล้วกระซิบกระซาบ "จางจื้อเทาโดนผีสิงครับ!"
"จางจื้อเทาคือใคร?" หลินซีถามด้วยหัวที่มึนตึ้บ เธอยังตื่นไม่เต็มตาเลย
จี้เหิงเหลือบมองคนใต้เท้าเธอแล้วตอบเสียงอ่อย "อาจารย์ครับ จางจื้อเทาโดนคุณเหยียบอยู่ใต้เท้าเนี่ยครับ รบกวนคุณช่วยยกเท้าอันสูงส่งออกหน่อยเถอะครับ"
หลินซีถึงเพิ่งสังเกตเห็นผู้ชายที่นอนอยู่ใต้ฝ่าเท้า ใบหน้าเขาเขียวช้ำไปครึ่งซีก นอนสลบเหมือดน้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้น เธอถอนเท้ากลับอย่างใจเย็น
"ขอโทษทีนะ พอดีลงมือหนักไปนิดหน่อย"
กลางดึกสงัดแบบนี้เธอกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่แท้ๆ จู่ๆ ก็ััได้ถึงสัญญาณขอความช่วยเหลือจากยันต์คุ้มครอง เลยต้องรีบโบกรถ "แท็กซี่ผี" บึ่งตรงมาที่มหาลัยทันที ปกติมหาลัยมักจะสร้างทับป่าช้าเก่า เพราะนอกจากที่ดินจะถูกแล้ว พลังชีวิตของเหล่านักศึกษายังช่วยกดทับไอหยินของิญญาได้ด้วย พอดีว่าใต้หอพักชายมหาวิทยาลัย A มีสุสานขนาดใหญ่อยู่พอดี รถแท็กซี่ผีเลยมาส่งถึงใต้ตึก หลินซีใช้เวลาเพียงนาทีเดียวปีนขึ้นมาที่ชั้นสามด้วยมือเปล่า
พอเห็นผู้ชายที่แผ่ไอหยินออกมาคลุ้งห้อง เธอไม่คิดหน้าคิดหลัง ซัดหมัดเข้าใส่ทันที จะมาหาเื่เวลาไหนไม่มา ดันมาหาเื่ตอนเธอนอน เธอเกลียดผีที่รบกวนเวลานอนที่สุด!
หลินซีตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ "จี้เหิง ไปดูสิว่าจางอะไรงั่นน่ะเป็ยังไงบ้าง?"
จี้เหิงรีบพยุงจางจื้อเทาขึ้นมาเช็กลมหายใจ "อาจารย์ครับ ยังหายใจอยู่!" เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ "แล้ว... อาจารย์ครับ ผีล่ะ?"
หลินซีบิดี้เี "เมื่อกี้ฉันโมโหไปหน่อย เผลอชกผีที่สิงร่างเขาตายคามือไปแล้ว"
จี้เหิงอุทานลั่น "เชี้ย! อาจารย์... โคตรเทพ!"
หลินซีกล่าวเรียบๆ "แต่ที่นี่น่ะยังมีผีอยู่นะ ตัวเมื่อกี้มันเป็แค่ร่างแยก"
"ฮะ?" จี้เหิงหดตัวหนีด้วยความหวาดกลัว "อยู่ที่ไหนครับ?"
หลินซีมองไปรอบๆ ห้องพักที่เละเทะ ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า กางเกง ถุงเท้าโยนทิ้งสะเปะสะปะบนเตียง ถังขยะส่งกลิ่นหอมหวนชวนอาเจียนของล่าเถียวผสมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทิชชู่กระจายเต็มพื้น เธอทนไม่ไหวจนต้องบ่น
"จี้เหิง หอพักพวกนายนี่... สุขอนามัยเข้าขั้นวิกฤตนะ"
จี้เหิงเขินจนหน้าแดง "อาจารย์ครับ พวกผมสัญญาจะปรับปรุงตัวครับ ขออภัยจริงๆ ฮ่าๆ"
เพราะท่าทางของเธอดุดันเกินไป เขาเลยลืมไปชั่วขณะว่าเธอเป็ผู้หญิง โชคดีที่ไม่ได้วางหุ่นฟิกเกอร์ลามกไว้ ไม่งั้นได้อายจนอยากมุดแผ่นดินหนีแน่ๆ
หลินซีนวดขมับแล้วหันไปมองอีกฝั่ง ผู้ชายสองคนนอนแผ่อยู่บนพื้น สภาพกึ่งเป็กึ่งตาย คนหนึ่งเืท่วมหน้า อีกคนไอโขลกๆ อย่างหมดแรง จี้เหิงรีบแนะนำ
"นี่รูมเมทอีกสองคนครับ คนหล่อๆ ชื่อเวินเฉิงโจว ส่วนไอ้ที่หน้าตาดูไม่ได้นั่นชื่อโจวจุนเจี๋ยครับ"
โจวจุนเจี๋ยส่งเสียงฮึดฮัด "ฉันไม่ได้น่าเกลียดนะ"
ส่วนเวินเฉิงโจวได้แต่ก้มหน้านิ่ง
หลินซีก้าวเท้าเข้าไปหา ทันใดนั้นจี้เหิงะโลั่น!
"อาจารย์! ระวังข้างหลัง!!"
หลินซีไม่หันไปมอง เธอเหวี่ยงหมัดไปทางด้านหลังทันที!
"อ๊ากกกก!" เสียงแหบพร่าฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้น "แกเป็ใครกันแน่?! ฉันจะฆ่าแกให้ได้!"
กลุ่มหมอกดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นกลางอากาศ ค่อยๆ ก่อตัวเป็ใบหน้าสยองขวัญ ดวงตาเต็มไปด้วยความแค้นฝังลึก ทันใดนั้นลมแรงพัดจนหน้าต่างดังปังๆ ทั้งห้องสั่นะเื ข้าวของบนโต๊ะร่วงหล่นลงมาหมด
"โอ๊ย!" โจวจุนเจี๋ยโชคร้ายโดนกองหนังสือกองโตหล่นทับเท้า เขาะโลั่น
"จี้เหิง! จี้เหิงช่วยด้วย!"
"ไอ้บ้าเอ๊ย!" จี้เหิงกุมหัววิ่งหลบไปทั่ว จนสุดท้ายมาหยุดข้างๆ เวินเฉิงโจว "เป็อะไรไหม?"
เวินเฉิงโจวส่ายหน้าเบาๆ "จี้เหิง ไม่ต้องสนฉัน ไปดูโจวจุนเจี๋ยเถอะ" จี้เหิงเหลือบมองเพื่อนจอมกร่าง
"เสียงร้องดังฟังชัดขนาดนั้น มันไม่ตายหรอก" เขาพยุงเวินเฉิงโจวให้นั่งลง
"หน้านายซีดมากเลย าเ็ตรงไหนหรือเปล่า?" เวินเฉิงโจวยิ้มบางๆ อย่างอ่อนแรง จี้เหิงตบบ่าเขาเบาๆ
"ไม่ต้องกลัวนะ มีท่านปรมาจารย์อยู่ ไอ้ผีนี่ไม่รอดแน่"
เวินเฉิงโจวฝืนยิ้ม "อืม"
ปัง! เสียงะเิดังสนั่นจนจี้เหิงหดตัว
"แม่เ้า... อาจารย์โหดมาก เตียงผมปลิวไปแล้ว!" เขามองไปที่หลินซี เธอสะบัดยันต์สิบแผ่นล้อมรอบกลุ่มหมอกดำนั่นไว้ ผีจะลอยไปทางไหน ยันต์ก็พุ่งตามไปราวกับติดระบบ GPS
หมอกดำค่อยๆ หดตัวลง กลายเป็ร่างมนุษย์ ใบหน้ามีรอยเหี่ยวเป็ทางยาว ผมยาวลากพื้นราวกับสาหร่ายเน่า ทุกย่างก้าวที่เดินจะมีรอยเท้าเปียกชุ่มทิ้งไว้ หลินซีหรี่ตามอง "ผีพรายน้ำ" ผีตัวนี้มีกลิ่นคาวเืรุนแรงมาก มีหนี้เืติดตัวมหาศาล อย่างน้อยต้องสังหารคนมาไม่ต่ำกว่าสามสิบศพ... ฆ่าทิ้งได้!
สายตาของหลินซีเปลี่ยนไปทันที เธอไม่ได้บู๊จริงๆ จังๆ มานานแล้ว งานนี้มีลุ้นนิดหน่อย ผีพรายน้ำในคราบผีปากกาแค่นยิ้ม
"ยัยหนู! แกเป็นักพรตเหม็นเน่าสินะ! ฉันน่ะชอบกินเนื้อนักพรตที่สุด แกไม่รอดแน่!"
"จะดูสิว่าแกมีน้ำยาแค่ไหน?" หลินซีเริ่มขยับ ยันต์ทั้งสิบแผ่นพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกัน
"โฮก!" ผีพรายคำรามเสียงต่ำ ทุบอกตัวเองอย่างแรง ท่อนล่างกลายเป็แอ่งน้ำส่งกลิ่นคาวปลาเหม็นคลุ้งไปทั่วห้อง จี้เหิงกับโจวจุนเจี๋ยกอดขาโต๊ะอาเจียนกันยกใหญ่ เชี้ยเอ๊ย! ผีปากกาที่พวกเราอัญเชิญมาคือผีพรายน้ำเหรอเนี่ย! แค่คิดว่าเคยเล่นเกมกับมันมาตั้งนานก็สยดสยองจนตัวสั่น แล้วหอพักพวกเขาล่ะ?! จะบอกป้าคุมหอยังไงดี?
จี้เหิงพยายามลากเวินเฉิงโจวออกห่างจากสนามรบ ผีตัวนี้ดุร้ายกว่า "เสี่ยวถู่" เยอะเลย ผีพรายยังคงเยาะเย้ย
"อย่าเสียแรงเปล่าเลย ยันต์โดนน้ำก็ไร้ค่า!"
หลินซีี้เีจะเสวนาด้วย เธอรีบประสานอินด้วยความเร็วสูง ยันต์ทั้งสิบแผ่นหมุนคว้างกลางอากาศ ราวกับเครื่องดูดฝุ่น พริบตาเดียวแอ่งน้ำบนพื้นก็ถูกดูดจนแห้งสนิท!
ผีพรายถึงกับอึ้ง ตอนนี้เหลือเพียงหัวโด่ๆ ดวงตามีแววสับสน เล่นแบบนี้ก็ได้เหรอ? แย่แล้ว! ยัยนี่เก่งเกินไป ต้องหนี! มันพยายามมุดลงท่อระบายน้ำ แต่หลินซีคว้าผมยาวๆ ของมันไว้แล้วกระชากกลับมาอย่างแรง!
"แกเป็ใครกันแน่?!" ผีพรายร้องลั่นอย่างบ้าคลั่ง มันไม่เคยเห็นใครที่สู้ด้วยมือเปล่าแปลกประหลาดขนาดนี้ ยัยเด็กนี่ไม่กลัวไอหยินกัดเซาะร่างกายเลยหรือไง
หลินซีตอบนิ่งๆ "คนที่มาฆ่าแกไง!"
ยันต์ทั้งสิบแผ่นแปะเข้าที่ร่างของผีพราย ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้าบาดตา!
"อ๊ากกกก!" ผีพรายกรีดร้องโหยหวน ดิ้นรนสุดชีวิต
"ฉันคือผีปากกา! ฉันบันดาลพรให้แกได้ทุกอย่าง ฉันคือผีปากกานะ!!" หลินซีมองมันด้วยสายตาเ็า
"ไอ้สิ่งชั่วร้ายช้าเลวทรามอย่างแก กล้าดียังไงมาเรียกตัวเองว่าเทพ!"
ไอ้ตัวนี้แฝงตัวอยู่ในโลกมนุษย์ คอยสูบเืกินเนื้อคนเพื่อเพิ่มพลัง มันไม่ใช่ผีทั่วไปแล้ว แต่มันคือ "วั่งเหลี่ยง" (อสูรกาย) ที่ไม่สามารถเข้าสู่กงล้อเวียนว่ายตายเกิดได้ ได้แต่ฆ่าคนเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้น หลินซีบีบนิ้ว เสียงกรีดร้องเงียบหายไปทันที ผีพรายสลายไปในความมืด
คืนนี้ถือว่าคุ้มที่ไม่ได้นอน การกำจัดตัวประหลาดแบบนี้ได้แต้มบุญมหาศาล เท่ากับการดูดวงสามร้อยคิวเลยทีเดียว จี้เหิงมองภาพตรงหน้าตาค้าง แล้วเอ่ยถามเสียงอ่อย "อาจารย์ครับ... จบแล้วใช่ไหม?"
หลินซียกมุมปากยิ้ม "ยังค่ะ" เธอกวาดสายตามองใบหน้าของคนทั้งสี่ในห้อง
"ท่ามกลางพวกคุณ... ยังมีผีซ่อนอยู่อีกตนหนึ่ง เป็ผีที่มือเปื้อนเืมาโชกโชนด้วย"
จี้เหิงสูดหายใจเข้าลึก "เชี้ย! ใครกัน?!"
