"ท่านจำแท่นบูชาห้าสีได้ไหม? ข้านำมันออกมาจากที่นั่น และมันสามารถช่วยให้ผู้อื่นบ่มเพาะพลังได้"
จากนั้น หลินเสวียนก็ส่งบอลแสงทั้งสองให้แก่ เสวียนอวี่ และ หลินฮ่าว
เสวียนอวี่รีบปฏิเสธทันที "เสวียนเอ๋อร์ เ้าเป็คนได้มันมาด้วยตัวเอง สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ การที่เ้าจะดูดซับมันเองย่อมเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด"
หลินฮ่าวพยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้อง เสวียนเอ๋อร์ ข้าเข้าใจในความตั้งใจของเ้า และข้าก็รู้สึกยินดีมาก แต่ตราบใดที่เ้ามีพลังแข็งแกร่งพอ ข้าก็วางใจได้ เ้าควรดูดซับสมบัตินี้ด้วยตนเอง"
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านยังไม่เชื่อข้าอีกหรือ? ข้ามีแท่นบูชาห้าสีมากมายให้ใช้!"
พูดจบ หลินเสวียนก็ไม่รอให้ทั้งสองปฏิเสธอีกต่อไป เขาผลักฝ่ามือไปข้างหน้า ส่งแสงห้าสีเข้าสู่ร่างของทั้งสองทันที
ทันใดนั้น บอลแสงห้าสีก็แปรเปลี่ยนเป็พลังปราณิญญาฟ้าดินที่บริสุทธิ์และมหาศาล มันแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของพวกเขาอย่างอ่อนโยนและช่วยชำระล้างทุกส่วนภายใน ขณะเดียวกัน ลมหายใจของทั้งสองเริ่มเปล่งแสงห้าสีออกมา!
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เสวียนอวี่และหลินฮ่าวจึงทำได้เพียงนั่งบ่มเพาะด้วยความปวดใจ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มบ่มเพาะพลัง ดูดซับพลังปราณมหาศาลที่ได้จากแสงห้าสี
หลินเสวียนค่อยๆ ลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปด้านหลังของทั้งสองที่กำลังฝึกตน เขาหยิบแสงห้าสีออกมาอีกห้าหรือหกดวง แล้วส่งมันเข้าสู่ร่างกายของพวกเขาอย่างแ่เบา
สำหรับเสวียนอวี่และหลินฮ่าว หลินเสวียนยังคงรู้สึกเคารพพวกเขาอย่างสุดซึ้ง เพราะเพื่อปกป้องเขา เมื่อครั้งที่จ้าวแห่งหุบเหวมืดบุกทำลายตระกูลหลิน พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ขัดต่อจิตสำนึกของตนเองและ หักหลังตระกูลหลิน
ต่อมา หลังจากที่ หลินเสวียน หายตัวไป หลินฮ่าว ก็คลุ้มคลั่งราวกับปีศาจ เขาต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรในแดนรกร้าง อย่างบ้าคลั่ง!
แท่นบูชาห้าสีเป็สมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง แต่สำหรับหลินเสวียนแล้ว มันไม่มีค่าเทียบเท่ากับบิดามารดาของเขาในชาตินี้แม้แต่น้อย
...
เสวียนอวี่ ที่มุ่งมั่นฝึกฝนอย่างหนัก ใช้เวลาสามวันเต็มในการดูดซับแสงิญญาห้าสีจนหมด
พลังของนางพุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาล! นางทะลวงผ่านระดับพลัง ตำหนักม่วงขั้นที่1 ไปจนถึง ตำหนักม่วงขั้นที่3 ในคราเดียว!
ส่วน หลินฮ่าว ที่แข็งแกร่งกว่าเสวียนอวี่มาก จึงสามารถดูดซับแสงิญญาได้มากกว่า ตอนนี้เขายังคงถูกห่อหุ้มด้วยแสงห้าสี ขณะจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน
เมื่อเห็นเช่นนี้ เสวียนอวี่ก็รู้สึกปวดใจและโกรธขึ้นมาบ้าง นางจับตัวหลินเสวียนไว้ ก่อนจะกล่าวตำหนิเขาเป็การใหญ่ ซึ่งถือเป็เื่หาได้ยากนัก นางยังสั่งให้หลินเสวียนมอบสมบัติเหล่านี้ให้ตนดูแลในอนาคต พร้อมบอกว่าเขายังเด็กเกินไป แม้ตอนนี้จะใช้ไม่ได้ แต่ในภายภาคหน้า สมบัติเหล่านี้จะมีประโยชน์กับเขาอย่างแน่นอน
เพราะเสวียนอวี่รู้ดีว่า แท่นบูชาห้าสี นั้นเป็สมบัติล้ำค่าที่แม้แต่ จ้าวแห่งหุบเหวมืด ยังเห็นเป็ของหายาก เขาจะสามารถใช้มันกับพวกนางอย่างง่ายดายได้อย่างไร?
แต่สิ่งที่เสวียนอวี่ไม่รู้ก็คือ… แสงิญญาห้าสีที่นางเพิ่งดูดซับไปเมื่อครู่ มีมูลค่าเทียบเท่ากับแท่นบูชาของจ้าวแห่งหุบเหวมืดถึง ห้าหรือหกแท่น เลยทีเดียว!
หากนางรับรู้เื่นี้ เกรงว่าหัวใจของนางคงปวดร้าวยิ่งกว่าเดิม…
หลินเสวียนเพียงแค่ยิ้มบางๆ และตอบรับแต่โดยดี จากนั้น มือเล็กๆ ของเขาก็ขยับเบาๆ ก่อนจะโยนแสงิญญาห้าสีอีกลูกให้หลินฮ่าวที่กำลังฝึกตนอยู่ข้างๆ
ต่อมา หลินเสวียนโผเข้ากอดเสวียนอวี่อยู่นาน ก่อนจะกล่าวปลอบประโลมนาง
"ท่านแม่ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะ!"
เด็กน้อยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม มือเล็กๆ ของเขาดึงชายเสื้อของเสวียนอวี่เบาๆ
เสวียนอวี่ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ แม้จะอดไม่ได้ที่จะตามใจบุตรชาย แต่นางก็ยังเตือนสติอีกครั้ง
"อย่างไรก็ตาม เ้าห้ามเปิดเผยสมบัติเหล่านี้ต่อหน้าผู้อื่นเด็ดขาด! โบราณว่าไว้… อย่าเผยทรัพย์สมบัติของตนให้ผู้อื่นล่วงรู้ เสวียนเอ๋อร์ เ้าจำไว้ให้ดีนะ!"
"ข้ารู้แล้ว!"
หลินเสวียน ยิ้มก่อนจะถูก เสวียนอวี่ จูงมือออกจากห้อง
"เรียนแขกผู้มีเกียรติ ท่าน้าจะไปที่ใดหรือเ้าคะ? บ่าวผู้นี้ชื่อ ชุนฮวา และนางคือ ชิวเยว่ หากท่าน้าให้เรานำทาง เราสามารถพาท่านไปได้เ้าค่ะ!"
ทันทีที่ทั้งสองเดินออกมา ก็มีสาวใช้สองนางเดินเข้ามาพร้อมกล่าวอย่างนอบน้อม
"พวกเราเพียงออกมาเดินเล่นเพื่อผ่อนคลาย ไม่ต้องลำบากพวกเ้าหรอก" เสวียนอวี่โบกมือพลางยิ้มตอบ
แต่ทันใดนั้นเอง สาวใช้ทั้งสองก็คุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายของพวกนางสั่นเทา!
เสวียนอวี่ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบเข้าไปพยุงทั้งสองขึ้น "พวกเ้าไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้ ลุกขึ้นเถอะ!"
"แขกผู้มีเกียรติ… บ่าวทำสิ่งใดให้ขัดใจหรือเ้าคะ? หากมีสิ่งใดที่ท่านไม่พอใจ บ่าวยินดีแก้ไขโดยทันที ขอเพียงท่านอย่าโกรธพวกเราเลย!"
"ข้าไม่ได้ตำหนิพวกเ้าแต่อย่างใด!"
"เช่นนั้น… เหตุใดท่านจึงไม่ยอมให้พวกเราได้รับใช้เล่า? ฝ่าามีรับสั่งไว้ว่าเราต้องดูแลความปลอดภัยของแขกผู้มีเกียรติอย่างสุดความสามารถ หากเกิดเหตุอันใดขึ้นจนทำให้ฝ่าาเป็กังวล พวกเราคงไม่รอด…"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เสวียนอวี่ก็รู้สึกจนใจขึ้นมา… ที่แท้เป็เช่นนี้เอง
แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลินเสวียน หากเกิดเื่ขึ้นกับเขา มีหรือที่ บรรพชน จะปล่อย หยู่ตู้เฟย ไว้เฉยๆ? เกรงว่าอีกฝ่ายคงถูกฉีกิญญาไปสามส่วนเป็แน่!
"ถ้าเช่นนั้นก็แล้วไป พวกเ้าจะตามมาก็ได้" เสวียนอวี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะประคองสองสาวใช้ขึ้นมา "ลุกขึ้นเถอะ! เป็สาวเป็แส้ ไม่ต้องมาพูดเื่เป็ตายให้โชคร้ายเลย!"
สาวใช้ทั้งสองลุกขึ้นด้วยท่าทางสั่นเทา แล้วกล่าวอย่างเคารพ "ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่เข้าใจเ้าค่ะ พวกเราจะตามอยู่ห่างๆ และไม่รบกวนท่านแน่นอน"
ความจริงแล้ว เสวียนอวี่อยากจะบอกว่าไม่เป็ไร แต่เมื่อเห็นว่าทั้งสองนางยังคงกลัวจนตัวสั่น นางจึงได้แต่ยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับไปเพียง "ตกลง"
หลังจากนั้น เสวียนอวี่ก็อุ้มหลินเสวียนและเดินไปยังส่วนที่คึกคักที่สุดของ ตำหนักเต๋า
ระหว่างทาง หลินเสวียนไม่ได้พูดอะไร เขานอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของมารดาราวกับเป็เด็กน้อยเชื่อฟัง
ทว่าดวงตาของเขากลับเป็ประกาย กวาดมองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความสนใจ
…
ตำหนักเต๋า สมแล้วที่เป็สถานที่ซึ่งเป็หน้าเป็ตาของ ราชวงศ์เซียน อันเป็ราชวงศ์ชั้นสูงแห่ง อาณาเขตเหนือครามสิ่งต่างๆ ล้วนหรูหราโอ่อ่า ประดับประดาอย่างงดงาม
แม้ตำหนักเต๋าจะลอยอยู่บนฟากฟ้า แต่กลับมั่นคงราวกับอยู่บนพื้นดิน แม้จะเดินไปไหนก็ไม่มีความรู้สึกสั่นะเืเลยแม้แต่น้อย
เสวียนอวี่อุ้มหลินเสวียนเดินไปตามถนนของตำหนักเต๋า รอบตัวเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายตระกูลและกองกำลังต่างๆ ส่วนใหญ่เป็ผู้าุโที่พาบุตรหลานอัจฉริยะของตนมาเลือกชมของล้ำค่าหรือพูดคุยเกี่ยวกับเื่สำคัญ
โอกาสในการเข้าสู่ตำหนักเต๋าไม่ได้หาได้ง่ายๆ พวกเขาจึงต้องใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าที่สุด
แต่เสวียนอวี่ไม่มีความคิดเช่นนั้น นางเพียงเดินเล่นพาบุตรชายชมบรรยากาศรอบๆ ราวกับมาท่องเที่ยว เมื่อพบเห็น จี้หยก ที่แฝงด้วยคำอวยพร นางก็ซื้อหนึ่งอันมาคล้องไว้ที่คอของหลินเสวียน
เมื่อเดินผ่านร้านค้าแห่งหนึ่ง นางเห็น เครื่องรางที่มีความหมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาว ที่ส่องประกายหรูหราอยู่บนโต๊ะ นางคิดจะซื้อมันให้หลินเสวียนตั้งใจไว้ปกป้องบุตรชาย จึงต่อรองราคากับเ้าของร้าน
"ตกลง เถ้าแก่ นี่เป็ราคาสูงสุดที่ข้าสามารถให้ได้" เสวียนอวี่กล่าวอย่างนุ่มนวล
เถ้าแก่ร้านถอนหายใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา "ในชีวิตการค้าของข้า นี่เป็ครั้งแรกที่เจอคนต่อราคาได้แเีถึงเพียงนี้ เอาเถอะๆ! ข้าจะขายให้ ถือว่าเป็การผูกไมตรี!"
กล่าวจบ เขาก็หยิบเครื่องรางและห่อให้เสวียนอวี่อย่างอ่อนใจ
