ทันใดนั้นกลับมีกระแสลมเย็นๆพัดมา ไป๋เฉินสะดุ้งโหยงเพราะตระหนักได้ว่าลมนั้นคือร่างของคนผู้หนึ่งที่พุ่งมาอย่างไม่คิดชีวิต
"เฟยเฉิน!"
ร่างนั้นเปล่งเสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นมาแต่ไกล พร้อมกับหมัดอันหนักหน่วงซัดเข้าที่ไปหน้าตนอย่างจัง
"ปัง!"
ไป๋เฉินกระเด็นไปชนกับผนังถ้ำอย่างรุนแรง หากแต่มือทั้งสองของเขาสามารถรับไว้ได้อย่างหวุดหวิด เขาเงยหน้าขึ้นก็พบเข้ากับเสิ่นเหวินต้วน จนดวงตาสีเืฉายแสงแห่งความเ็า "ไอ้สารเลวนี่ตามติดเป็ปลิงเลย!"
ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลันคว้ากริชสองเล่มขึ้นมาฟาดเป็เส้นโค้งงดงามไปยังคอของเสิ่นเหวินต้วนอย่างโเี้
เสิ่นเหวินต้วนยิ้มอย่างเ็าก่อนที่มันจะคว้ากระบี่สีเขียวอ่อนขึ้นมาฟาดฟันปิดกั้นเส้นทางไว้อย่างง่ายดาย
"เชร้ง!"
"เชร้ง!"
"เชร้ง!"
"เชร้ง!"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอย่างดุเดือด กลับมีเสียงฝีเท้านับสิบที่กำลังไล่ตามมาติดๆ
ไป๋เฉินที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบหันหลังกลับและพุ่งทะยานไปยังช่องว่างของถ้ำที่ไร้ซึ่งแสงส่องและหายวับเข้าไปโดยไม่ลังเล
เสิ่นเหวินต้วนที่เห็นดังนั้นก็รีบไล่ตามไปติดๆ จนกระทั่งมันตระหนักได้ว่าเบื้องหน้าของมันมีอยู่ด้วยกันถึงสามเส้นทาง
มันพยายามก้มหน้าลงมองหารอยเท้าที่ทิ้งไว้ แต่มันกลับต้องประหลาดใจเมื่อไม่มีรอยเท้าปรากฏขึ้นแม้นว่ามันจะได้ยินเสียงมาทางนี้ก็ตามที
เสิ่นเหวินต้วนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด "สมกับเป็ทักษะของนักฆ่า แม้แต่การหลบหนีก็ยังไม่ทิ้งร่องรอยไว้ให้สืบเสาะ"
ก่อนที่มันจะหันไปหาบุคคลอีก 20 คนที่เหลือ "เ้าหนูนั่นมีทักษะหลบหนีที่แพรวพราว ความคิดที่จะเก็บเงินไว้คนเดียวให้พวกเ้าโยนทิ้งไป หากมีผู้ใดช่วยเหลือข้าในการตามหาข้าจะแบ่งปันทุกคนเท่าๆกัน และข้าจะไม่เอาแม้แต่แดงเดียว!"
เหล่าผู้ที่ตามล่าไป๋เฉินมาก็มองหน้ากันอย่างลังเลใจ ไม่ว่าใครก็้าฮุบเงินค่าหัวไว้อยู่กับตัวแต่เพียงผู้เดียว
100,000 เหรียญทอง! ต่อให้กินใช้เป็ 300 ปีก็ยังไม่หมด! ดังนั้นการแบ่งแยกเงินค่าหัวให้ผู้อื่นเป็การกระทำที่โง่เขลาที่สุด
เสิ่นเหวินต้วนที่เห็นดังนั้นก็เริ่มอธิบาย "พวกเ้าอย่าได้ลืมว่าเฟยเฉินเป็ศิษย์ของาานักฆ่า ไม่ว่าจะทักษะลอบสังหารหรือการลอบเร้น หากมัน้าหลบซ่อนและลอบฆ่าพวกเราทีละคนก็ยังทำได้"
"และอีกอย่างหากมีใครสักคนนำหัวของเฟยเฉินไปขึ้นเงิน พวกเ้าคิดว่าาานักฆ่าจะปล่อยคนผู้นั้นไปหรือไม่? ต่อให้ได้เงินค่าหัวมามากมายแต่กลับไม่ได้ใช้ พวกเ้าจะเอาเงินพวกนั้นไปเพื่ออะไร?"
"แต่หากพวกเราแบ่งเงินกันเป็จำนวนมากให้ใครหลายๆคนจะสามารถเบี่ยงเบนความสนใจได้ พวกเ้าลองทบทวนดูก็แล้วกัน ข้ามีเวลาให้สิบลมหายใจ" เมื่อกล่าวจบเสิ่นเหวินต้วนกอดอกอย่างใจเย็น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงซุบซิบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทั้ง 20 คน
เวลาผ่านไปจนถึงสิบลมหายใจทั้ง 20 คนก็ได้ข้อสรุป "ตกลง หากได้ค่าหัวของเฟยเฉินมาพวกเราจะแบ่งเป็เท่าๆกัน แต่ท่านยืนยันคำพูดของท่านว่าท่านจะไม่รับเงินแม้แต่แดงเดียวใช่หรือไม่?"
เสิ่นเหวินต้วนยิ้มอย่างอบอุ่น "ไม่จำเป็ต้องกังวล ที่ข้าไล่ตามมาก็เพื่อล้างแค้นให้บุตรชายข้าเท่านั้น ความมั่งคั่งข้ามีมากพอแล้ว"
"เช่นนั้นก็เป็อันตกลง" เหล่านักล่าค่าหัวที่ตามมาปรบมือฉาดใหญ่
เสิ่นเหวินต้วนปราดมองทางเข้าทั้งสามก่อนจะสั่งการ "แยกย้ายกันไปช่องละเจ็ดคน หากมีผู้ใดค้นพบเฟยเฉินให้รีบสังหารมันทันที และพวกเราจะมาเจอกันที่แห่งนี้"
"ไป!" เสิ่นเหวินต้วนเป็ผู้นำไปยังเส้นทางตรงกลางที่มีแสงเล็กน้อย ส่วนบุคคลที่เหลือก็แยกย้ายกันไปทางซ้ายและทางขวา
.
.
.
ไป๋เฉินวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดผ่านเพดานผนังถ้ำ นั่นเป็เหตุผลที่รอยเท้าของเขากลับไม่หลงเหลือไว้ให้สืบสาวที่มา และเขาวิ่งมายังส่วนลึกเป็เวลาหนึ่งก้านธูปแล้ว
นั่นหมายความว่าถ้ำแห่งนี้มีความกว้างใหญ่เทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็กหนึ่งเมืองเลยด้วยซ้ำ
ไป๋เฉินปาดเหงื่อด้วยเสียงหอบเบาๆ หนังตาของเขาเริ่มหนักจากผลกระทบของการสูญเสียปราณมากเกินไป "ดูเหมือนต้องใช้เวลาเกือบจะสิบนาทีจนกว่าปราณจะฟื้นฟูขึ้นมาสัก 20%"
สิ่งที่เขาต้องทำเป็อันดับแรกคือหาที่หลบซ่อนเพื่อที่จะกลั่นเืับริสุทธิ์ แต่สถานที่ที่เขาเลือกต้องมีสภาพแวดล้อมที่เดินทางข้ามผ่านมาอย่างลำบากและซ่อนเร้นจากสายตาศัตรู
ขณะนี้พลังปราณก็แห้งเหือด ซ้ำแล้วผู้ที่ไล่ตามยังเป็ผู้บำเพ็ญปราณระดับสูง และสภาพร่างกายของเขาในขณะนี้ไม่พร้อมสำหรับการลอบสังหาร
การเผชิญหน้ากับเว่ยเส้าเทียนทำให้เขาสูญเสียพลังปราณไปแล้วมากกว่า 60% หลังจากนั้นเขาใช้พลังปราณในการหลบหนีอีก 20% และใช้ะุโลหิตอีก 15% และ 5% สุดท้าย เขาได้ทำการสำรองไว้เผื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
เขาเร่งประสาทััการได้ยินจนถึงขีดสุด ก่อนจะเอาหูแนบกับพื้นพร้อมทั้งหลับตาและกลั้นหายใจ
เวลาล่วงเลยผ่านไปสิบลมหายใจ ดวงตาสีเืค่อยๆเบิกขึ้น "ทิศสิบนาฬิกาเจ็ดคน ระยะห่าง 1.3 กิโลเมตร"
"ทิศสิบสามนาฬิกาเจ็ดคน ระยะห่าง 1.7 กิโลเมตร"
"และทิศหกนาฬิกาอีกเจ็ดคน ระยะห่าง 1.9 กิโลเมตร"
"ดูเหมือนพวกมันจะแยกย้ายกันไปถ้ำละเจ็ดคน... เช่นนั้นอะไรๆก็ง่ายขึ้น" เมื่อได้รับข้อมูลตำแหน่งของศัตรูอย่างละเอียด เขาหันหน้ามองไปยังทิศทางของแปดนาฬิกาพุ่งทะยานไปยังทิศทางนั้นด้วยการเคลื่อนไหวเงียบเชียบไร้เสียงฝีเท้า
.
.
.
กลุ่มของชายหัวโล้นที่เข้ามาจากเส้นทางที่หนึ่งระมัดระวังในการเดิน ฝีเท้าของมันแทบจะไม่มีเสียงด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่ามันใช้ทักษะที่มีหมายจะ้าเข้าใกล้เฟยเฉินโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวังตัว และมันไม่้าที่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น ดังนั้นทั้งเจ็ดคนที่ตามมาต่างก็ค่อยๆย่างกรายเฉกเช่นเดียวกัน
"พี่ใหญ่ ท่านแน่ใจจริงๆงั้นหรือว่าเฟยเฉินผู้นั้นมาทางนี้?" จู่ๆชายสวมผ้าคาดหน้าผากกระซิบสอบถาม
ชายหัวโล้นพยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ "จมูกของข้าไม่เคยผิดพลาด นี่คือความสามารถที่ติดตัวข้ามาั้แ่จำความได้ ส่วนเงินรางวัลนั้นพวกเราจะนำไปแบ่งปันกันเพียงแค่เจ็ดคนก็เพียงพอ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีใครจะรู้จักพวกข้าที่มาจากเมืองเทียนเตี้ยนอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องไปฟังไอ้สารเลวนั่น"
"พี่ใหญ่ ท่านช่างฉลาดหลักแหลม" ชายผ้าคาดหน้าผากยกนิ้วชมเชย
แต่ในขณะที่ชายร่างกำยำค่อยๆเดินมันกลับััได้ถึงบางสิ่งในระยะสายตาของมัน มันจึงรีบรีดเค้นปราณบังเกิดแสงสว่างค่อยๆเลื่อนไปยังผนังถ้ำที่อยู่ไม่ไกล
สิ่งที่มันเห็นคือรอยเท้าเลือนรางที่วิ่งไต่ผนังถ้ำไปโดยที่น้ำหนักของเท้านั้นราวกับคนที่มีน้ำหนักเพียงแค่หนึ่งกิโลกรัมเท่านั้น
ดวงตาของชายหัวโล้นส่องประกายในขณะปราดมองตามรอยเท้าไปและเห็นว่าข้างหน้าคือทางลาดชันที่มีความสูงเกือบสิบเมตร ซ้ำยังมีร่องรอยฝีเท้าเบื้องล่างปรากฏให้เห็นเลือนราง "ช่างเป็วิธีการที่คาดไม่ถึงจริงๆ แต่สุดท้ายร่างกายของมนุษย์มีขีดจำกัดอยู่ดี"
"พี่ใหญ่ พวกเราจะทำอย่างไรต่อไป?" ชายที่มีผ้าคาดกระซิบถาม
ชายหัวโล้นเผยรอยยิ้มน่าขนลุก "ท่วงท่าการเดินที่ต้องระมัดระวังเช่นนี้จะทำให้ระยะทางของมันสั้นลง และทิ้งห่างจากพวกเราไม่มากนัก เพราะฉะนั้นพวกเราต้องลดเสียงฝีเท้าแต่จะเพิ่มความกว้างของแต่ละย่างก้าวไปให้ถึงตัวของเฟยเฉินให้เร็วที่สุด"
"รับทราบ!" สิ้นสุดเสียงกระซิบ ทั้งเจ็ดคนวิ่งตามรอยเท้าเลือนรางที่ปรากฏบนผนังถ้ำและะโลงไปทางลาดชันที่มีความสูงกว่าสิบฟุตอย่างรีบร้อน
โดยหารู้ไม่ว่ากลับมีร่างสีดำของไป๋เฉินกำลังนั่งอยู่หลังโขดหินที่ทั้งเจ็ดคนเพิ่งจะผ่านไปพร้อมทั้งปกปิดกลิ่นอายได้อย่างสมบูรณ์แบบ "คิดถูกจริงๆที่ทิ้งรอยเท้าไว้ ไม่คาดคิดว่าจะมีจมูกสุนัขอยู่ในกลุ่มของพวกมันด้วย"
ไป๋เฉินได้ใช้วิธีการวิ่งถอยหลังเพื่อลบรอยเท้าที่ร่วงลงไปยังเบื้องล่าง เพราะหากเขาวิ่งไปข้างหน้า บุคคลที่ไล่ตามก็จะพบเจอตนวันยังค่ำ
เพราะฉะนั้นวิธีการเดียวที่จะสงบสุขคือการทำให้ผู้ไล่ตามไล่ล่าบุคคลที่ไม่มีอยู่จริง เพราะเสิ่นเหวินต้วนได้แบ่งคนออกเป็สามกลุ่มแยกย้ายคนละทาง และหากเขาจะใช้ระยะเวลานี้ในการกลั่นเืั ก็คงจะไม่มีผู้ใดเข้ามายังเส้นทางนี้อีกสักระยะหนึ่ง
มือขวาจับขวดหยกขึ้นมาภายในมีเืสีแดงเข้มอมดำที่น่าเกรงขาม ภายในใจของไป๋เฉินกู่ร้องด้วยความหิวโหย
ไป๋เฉินเลียมุมปากอย่างหิวกระหาย เขานั่งลงเข้าสู่สภาวะฌาณก่อนที่รัศมีสีแดงปรากฏขึ้นกลางขม่อมมาพร้อมกับอักขระ 血 และแสงสีเืประดุจดั่งหลุมดำปรากฏขึ้น
"ซู่!"
รากปราณมารเก้าเนตรหมุนทวนเข็มนาฬิกา กลิ่นอายหยาดโลหิตหนึ่งหยดที่ลอยอยู่ตรงหน้าค่อยๆถูกดูดกลืนเข้าสู่อักขระกลางขม่อมอย่างช้าๆ
เื้ัร่างของไป๋เฉินพลันปรากฏร่างเงาสีดำที่มีปีกดุจปีศาจสยายออก และรัศมีที่โลหิตับริสุทธิ์ก็พลันปรากฏร่างเงาของัมายาขนาดใหญ่ส่งเสียงกู่ร้องคำรามสั่นะเืไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ!
เสียงคำรามของปีศาจและเสียงคำรามของักู่ร้องจนสภาพแวดล้อมภายในถ้ำสั่นะเือย่างรุนแรงราวกับกำลังจะเกิดภัยพิบัติ!
โขดหินและหินย้อยค่อยๆถล่มลงมาอย่างรุนแรง แต่โชคยังดีที่ไป๋เฉินกำลังนั่งอยู่หลังโขดหินที่คอยรับแรงกระแทกจากผลกระทบของสภาพแวดล้อมไว้ให้
แต่ไม่ทันที่เขาจะได้กลั่นเืั กลับมีเสียง "กราว!" ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายขนาดใหญ่สิบฟุต มาพร้อมกับเสียงฝีเท้าขนาดใหญ่สี่ขาวิ่งตรงมายังทิศทางของไป๋เฉินอย่างเร่งรีบ!
