อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหัวหน้าของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตไม่อาจเข้าใจรายละเอียดที่บันทึกไว้ในหนังสือ 'ภูมิปัญญาของาาปีศาจ' ได้อย่างถ่องแท้ ดังนั้น แม้ว่าแนวความคิดของกับดักจะลึกซึ้งมากถึงขนาดที่ซุนเฟยใน 'โหมดมือสังหาร' ยังต้องทึ่ง แต่วิธีในการจัดและรูปแบบในการเรียงกลับห่วยแตกอย่างมาก ทำให้กับดักเวทมนตร์ไม่อาจแสดงอำนาจที่แท้จริงของมันออกมาได้ ถ้าเปลี่ยนเป็ซุนเฟยที่เป็คนวางกับดักพวกนี้เอง อำนาจในการทำลายล้างของกับดักพวกนี้จะต้องเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า ต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับหกหรือเจ็ดดาวก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้
นี่ก็สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมซุนเฟยถึงพบหนังสือเกี่ยวกับตัวอักษรโบราณและตัวอักษรปัจจุบันสำหรับการแปลภาษาที่ชั้นหนังสือในห้องโถงใต้ดินด้านหน้า คาดว่าหัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตมีนิสัยที่รอบคอบมาก เขาไม่จดบันทึกตัวอักษรในหนังสือ 'ภูมิปัญญาของาาปีศาจ' แล้วนำไปให้นักวิชาการช่วยแปล แต่เลือกที่จะศึกษาค้นคว้าตัวอักษรโบราณด้วยตัวเอง ค่อยๆ ศึกษาทำความเข้าใจด้วยตัวเองทีละก้าว
โชคดีที่หัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเลือกที่จะใช้วิธีนี้ ทำให้เื่ห้องลับในมิติยังไม่รั่วไหล ไม่อย่างนั้นล่ะก็ กองกำลังที่แข็งแกร่งทั้งหมดในเมืองหลวงคงค้นพบเบาะแสและออกสืบหาจนค้นพบห้องลับนี้อย่างแน่นอน หากเป็แบบนั้น ขุมสมบัตินี้คงไม่เหลือถึงมือซุนเฟยแน่
ที่จริงแล้ว สิ่งที่ซุนเฟยคาดเดาไว้ก็ใกล้เคียงความจริงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
ต้นสายปลายเหตุทั้งหมดก็เป็เช่นนั้น
คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต หลังจากที่หัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตค้นพบความลับนี้ เขาก็คอยปกปิดความลับนี้อย่างรอบคอบ แม้กระทั่งคนสนิทข้างกายเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าในห้องโถงมีทางเชื่อมโยงไปยังห้องลับที่อยู่ในอีกมิติหนึ่ง
ั้แ่นั้นมา ความลับนี้ นอกจากเขากับ์แล้วก็มีซุนเฟยที่รู้
การมากวาดล้างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตในครั้งนี้ ทำให้ซุนเฟยได้รับรางวัลใหญ่ที่เหนือความคาดหมาย
สิ่งเดียวที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกเสียดายคือ กลิ่นอายที่เรียกหาเขาจากตัวโครงกระดูกลึกลับนี้ยังคงทำให้ซุนเฟยรู้สึกอบอุ่นและสนิทสนม เพียงแต่ว่า ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของซุนเฟยทำให้เขาไม่สามารถเข้าใกล้โครงกระดูกสีทองนั้นได้ และซุนเฟยเองก็ไม่สามารถเดาความคิดที่แฝงมากับกลิ่นอายนี้ออกว่า้าที่จะกล่าวอะไร
ดูเหมือนว่า เขาคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะถึงจะทำความเข้าใจได้
ในขณะที่ซุนเฟยกำลังจะออกไป ตอนนี้เอง...
ตึงๆๆๆ!
ตูมๆๆๆ!
“อ๊าก…”
เสียงกับดักเวทมนตร์ทำงานดังขึ้นพร้อมกับเสียงะเิที่ดังสนั่นลอยเข้ามา จากนั้นก็มีเสียงกระแทกตามมา เป็ยอดฝีมือที่ใช้คลื่นพลังที่แข็งแกร่งของตัวเองทำลายกับดักเวท ในขณะเดียวกันก็มีเสียงโหยหวนกับเสียงร้องใดังขึ้นมาไม่ขาดสาย
“อ้อ? ในที่สุดก็มีคนมาแล้วสินะ”
ซุนเฟยแสยะยิ้มน้อยๆ เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกใอะไรมากมาย
ในตอนที่ซุนเฟยทำลายบัลลังก์สัตว์อสูรสิงโตคู่จนค้นพบทางลับนี้ หลังจากที่แงะประตูออก ซุนเฟยก็ไม่ได้หาอะไรมาปิดทางลับนี้ไว้ คาดว่าน่าจะเป็พวกกองกำลังในเมืองหลวงที่เห็นว่ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตถูกทำลายลง ก็พากันคิดว่าได้เวลาที่ต้องแบ่งปันผลประโยชน์กันแล้ว ด้วยความโลภที่เข้าครอบงำ พวกเขาจึงแย่งกันวิ่งเข้ามาในทางลับจนมาพบกับดักเวทมนตร์พวกนี้เข้า ด้วยความไม่รู้ ทำให้พวกเขาหลายคนไปกระตุ้นกับดักเวทมนตร์ให้ทำงานจนเกิดการะเิขึ้นมา
ซุนเฟยไม่คิดจะซ่อนตัว เขายืนอยู่กับที่นิ่งๆ
เสียงะเิและเสียงทำลายกับดักลอยเข้ามากระทบหูของเขาเรื่อยๆ ซุนเฟยถือโอกาสนี้เดินสำรวจภายในห้องโถงใต้ดินนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อตรวจดูว่ายังมีสมบัติล้ำค่าอะไรที่ตัวเองมองข้ามไปหรือเปล่า
ตูมๆๆๆ!!!
“ผ่านแล้ว…ในที่สุดข้าก็ผ่านมาได้แล้ว!”
“รีบเข้าไปกันเถอะ จมูกของข้าได้กลิ่นสมบัติลอยออกมาจางๆ ด้วย”
“ใครกล้าแย่งสมบัติกับคนตระกูลบีเกิ้ลกัน?”
“อะไรที่เรียกว่าแย่ง? อย่าลืมสิว่าพวกเราตกลงอะไรกันไว้ก่อนหน้านี้!”
เสียงะเิที่รุนแรงดังขึ้นมาเป็ครั้งสุดท้าย กับดักเวทมนตร์ที่ถูกติดตั้งไว้ก็โดนทำลายจนเกลี้ยง เสียงดังจอแจค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ มีบางเสียงที่ซุนเฟยรู้สึกคุ้นเคยรวมอยู่ด้วย เสียงฝีเท้ารีบเร่งเดินเข้ามา ไม่ช้า ฝูงชนขนาดใหญ่ก็พากันเดินมาถึงห้องโถงลับนี้ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า
“โอ้ เหรียญทอง ก้อนหินเวทมนตร์…ฮ่าๆๆๆ นี่มันูเาสมบัติน้อยชัดๆ”
“ทหารรับจ้างดาบโลหิตมีสมบัติจำนวนไม่น้อยเลยนะนี่ เห็นทีพวกเราคงต้องจัดคลังสมบัติสักสิบห้องไว้รอท่าเสียแล้ว คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าในห้องลับใต้ดินจะมีสมบัติมากมายขนาดนี้….”
“เฮ้! มาดูอะไรนี่สิ ตรงนี้ยังมีชุดเกราะ...แล้วก็อาวุธอยู่ด้วยนะ…อาวุธแต่ละเล่มคมดีจริงๆ มีอาวุธกี่ชิ้นกันล่ะเนี่ย?”
“โอ้พระเ้า ทั้งหมดทำมาจากเหล็กกล้าทั้งนั้น มันเหมาะสำหรับทหารม้ามากเลย…”
“อาวุธแต่ละชิ้นที่อยู่ที่นี่มีมูลค่าหลายร้อยเหรียญทองขึ้นไป และยังเป็สินค้าที่ขาดตลาดด้วยนะ กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตมีของล้ำค่ามากมายเหล่านี้ได้อย่างไร?”
กลุ่มแรกที่วิ่งเข้ามาน่าจะเป็ทหารระดับต่ำของพวกตระกูลขุนนางกับกองทัพ เ้านายของพวกเขาน่าจะรับปากว่าจะมอบของตอบแทนให้อย่างคุ้มค่า ขอเพียงให้ความร่วมมือกับพวกยอดฝีมือ พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้เืเนื้อของพวกเขาในการปูทางกวาดล้างกับดักเวทมนตร์ให้ ดังนั้นทหารกลุ่มแรกที่วิ่งเข้ามาจึงมีหลายคนที่ได้รับาเ็ไม่น้อย แต่เมื่อเห็นกองสมบัติอยู่ตรงหน้าก็เหมือนได้ดื่มยาชูกำลังเข้าไปจนเกิดอาการคึกคักขึ้นมา
ในดวงตาของพวกเขาไม่ปกปิดความโลภเลยสักนิด
ถ้าไม่ใช่ว่าด้านหลังของเขามีคนของตระกูลใหญ่ยืนอยู่ล่ะก็ บางทีพวกทหารเหล่านี้อาจจะเริ่มยกดาบมาฆ่ากันเองเพื่อแย่งสมบัติ
ตอนนี้เอง เริ่มมีคนมองเห็นซุนเฟย “เฮ้ย มีคนอยู่ที่นี่ด้วย”
“มันต้องเป็สมาชิกของทหารรับจ้างดาบโลหิตแน่ๆ ดูท่าแล้วคงเป็ตัวหัวหน้าแน่นอน ทุกคนฆ่ามัน! ตัดหัวมัน!” มีทหารบางคนเริ่มยกดาบขึ้นมาแล้วพูดกระตุ้นคนอื่นๆ ไม่ว่าชายตรงหน้าจะเป็คนจากทหารรับจ้างดาบโลหิตจริงๆ หรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา เพราะอย่างไรเสีย คนที่จะตายก็ไม่ใช่คนของตัวเอง ยิ่งเมื่อเห็นูเาสมบัติั์ตรงหน้าก็เหมือนกับมีแรงกระตุ้นความรู้สึกฆ่า
การกระตุ้นครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี
“ตาย!”
ยิ่งเห็นซุนเฟยยืนอยู่คนเดียวด้วยแล้ว ความรู้สึกลังเลใจก็เริ่มสลายไป พวกเขากำดาบแน่น เตรียมจะพุ่งไปด้านหน้า
“ข้าไม่ใช่คนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต” สีหน้าของซุนเฟยไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด เขายังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
“เล่นลิ้น ฆ่ามัน!” ทหารอีกคนะโขึ้นมาว่า “ถ้าไม่อยากตายก็คุกเข่าลง แล้วข้าจะเข้าไปมัดมือ”
“ฮึ! ไม่รู้จักที่ตาย!”
ซุนเฟยี้เีปวดหัวอธิบายกับพวกทหารเหล่านี้เป็ครั้งที่สอง เขาแค่นเสียงออกมาอย่างเ็า พลังมหาศาลที่มองไม่เห็นเริ่มไหลทะลักออกมาจากร่างของเขา ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาพวกทหารที่อยู่ตรงหน้าทั้งยี่สิบกว่าคน แต่ละคนเมื่อเชิญหน้ากับแรงกดดันนี้ก็กระอักเืออกมาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นพลางร้องโหยหวน สีหน้าของพวกเขามองมายังซุนเฟยด้วยสายตาหวาดกลัว ไม่มีใครลุกขึ้นยืนได้
การลงมือครั้งนี้ ซุนเฟยยังยั้งมือไว้อยู่
ถ้าไม่ติดว่าคนพวกนี้เป็คนของกองกำลังที่ให้ความร่วมมือกับเมืองแซมบอร์ดในคืนนี้ ด้วยพลังคนเถื่อนเลเวล 40 ของซุนเฟย มันไม่ยากหรอกถ้าเขาอยากจะบดขยี้ร่างกายของพวกมันให้เละเป็โคลน
เมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของซุนเฟย เหล่าทหารที่อยู่ในห้องโถงแต่ละคนต่างก็มองหน้ากันแล้วคลานถอยกลับไป
ตอนนี้เอง
“นี่มันเื่อะไรกัน? เ้าเป็ใคร?” น้ำเสียงหยิ่งทระนงดังขึ้น ก่อนที่ชายหญิงคู่หนึ่งจะเดินเข้ามา
ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีเงินสำหรับสตรี เสริมให้รูปร่างของนางดูโดดเด่น ยิ่งบวกกับใบหน้าสวยของนางแล้วยิ่งทำให้นางดูน่าทะนุถนอมมากขึ้น นางคือบีเกิ้ล บียอนเซ่ หญิงสาวผู้แสนทระนงจากตระกูลบีเกิ้ลที่ควบคุม 'กองกำลังั์' หนึ่งในสิบกองกำลังหลักของราชอาณาจักรเซนิท
ผู้หญิงคนนี้ซุนเฟยเคยพบนางที่สนามประลองดาบหมายเลขหนึ่ง และเป็คนสั่งสอนมารยาทให้กับนาง ได้ยินมาว่าในวันที่เหล่าขุนนางใหญ่ในราชอาณาจักรเซนิทถูกลอบสังหารจากนักฆ่าแห่งราชอาณาจักรสปาร์ตากุส บียอนเซ่สามารถหนีรอดมาได้เพราะการคุ้มครองของปู่นาง ดูเหมือนว่าตระกูลบีเกิ้ลก็คงได้ทำข้อตกลงในคืนนี้ไว้เหมือนกัน
บีเกิ้ล บียอนเซ่ยืนอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มที่สวมชุดนักเวทสีดำ บนศีรษะของเขาสวมมุงกุฏที่ประดับด้วยอัญมณีสีแดง บนหน้าอกของเขาปักรูปดาวเล็กๆ ห้าดวง เป็สัญลักษณ์บ่งบอกว่าตัวเองเป็นักเวทระดับห้าดาว ถึงแม้ว่าอายุจะยังไม่ถึงยี่สิบสามปี แต่กลับเป็นักเวทห้าดาวได้แล้ว แสดงว่าคนคนนี้จะต้องเป็อัจฉริยะอย่างแน่นอน ชายคนนี้มีใบหน้าหล่อเหลาติดจะหยิ่งหน่อยๆ
“หือ?” ในดวงตาของบียอนเซ่ปรากฏร่องรอยของความแปลกใจขึ้นมา ดูเหมือนว่านางก็คงใที่เห็นซุนเฟยอยู่ที่นี่
“เ้ารู้จักเขา?” นักเวทหนุ่มเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย
ดวงตาของนางเป็ประกายแปลกๆ นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัวเบาๆ แล้วตอบกลับไปว่า...
“ไม่รู้จัก”
นักเวทหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับโล่งอก เขาหันไปสำรวจร่างของซุนเฟยก่อนจะหันมามองคนของตัวเองที่มีเืเกรอะกรังอยู่ที่ปาก “มันเกิดอะไรขึ้นราฟาฮ์?”
ทหารคนนั้นรีบตะกายลุกขึ้นมาก่อนจะหันไปมองซุนเฟยด้วยสายตาเกลียดชัง เขาหันไปหานักเวทหนุ่มคนนั้นพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหว่า “ฝ่าา ผู้ชายคนนี้เป็สมาชิกของทหารรับจ้างดาบโลหิต มันไม่เพียงทำตัวอวดดี แต่ยังกล้าทำร้ายคนด้วย...”
“อ้อ? งั้นสังหารมันสิ!” นักเวทหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ
เขาเงยหน้าขึ้นมามองซุนเฟย ไม่ว่าจะมองอย่างไรเขาก็ไม่เห็นจะรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังหรือพลังเวทใดๆ จากตัวซุนเฟย เขาส่งสายตาเหยียดหยามไปให้ ก่อนจะเบือนหน้ากันกลับไปมองกองสมบัติที่อยู่ภายในห้องนี้ด้วยความสนใจ
แต่ผ่านไปได้ครึ่งนาที
นักเวทหนุ่มก็หันกลับมามองคนของตัวเองด้วยสายตาสงสัย เมื่อเห็นว่าคนของตัวเองไม่ยอมทำตามคำสั่งของเขา
“นี่? ทำไมพวกเ้าไม่จัดการตามคำสั่งของข้า?”
“ฝ่าา…เขา…เขาแข็งแกร่งมากขอรับ พวกข้า...ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา…” ชายที่ชื่อราฟาฮ์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
-----------------
