บทที่ 124 ผู้มั่งมีที่แท้จริง
หลังจากมองเฉียนหลิงอู่อย่างละเอียด ฉินชูก็หัวเราะเบา “เช่นนั้นข้ามีความคิดชั่วร้ายได้หรือไม่?”
“ได้สิ ขอเพียงเ้ามีความกล้า!” เฉียนหลิงอู่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ฉินชูไม่กล่าวอะไรอีก หลังจากมองดูอ่างใหญ่ที่ตัวเองใช้อาบน้ำ เขาก็ชะล้างอ่างให้เสร็จ ก่อนจะใส่น้ำสะอาด และแบกเข้าไปในเรือนไม้ แล้วก่อกองไฟ ส่วนเฉียนหลิงอู่ก็ทำหน้าที่ใส่สมุนไพร
“ได้แล้ว!” หลังจากก่อกองไฟเสร็จ ฉินชูจึงพยักหน้าให้เฉียนหลิงอู่
“หากคิดว่าได้แล้ว แล้วเหตุใดเ้าไม่ออกไป ข้าจะแช่โอสถได้อย่างไร?” เฉียนหลิงอู่ถลึงตาใส่ฉินชู
ฉินชูรู้สึกเก้อเขิน “ท่านเริ่มแช่ได้เลย ข้าจะไปตักน้ำสะอาดมาให้ หลังจากท่านแช่โอสถเสร็จ จะได้อาบเนื้อล้างตัวให้สะอาด”
ขณะที่เฉียนหลิงอู่แช่โอสถ ฉินชูก็ไปหาบน้ำสะอาดกลับมาอีกสองถังวางไว้หน้าประตู
“ข้าอยู่ในอ่างอาบน้ำแล้ว เ้ายกเข้ามาให้ข้าที” ตอนที่ฉินชูวางน้ำสะอาดลง เฉียนหลิงอู่พลันะโบอกฉินชู
ฉินชูที่ไม่มีทางเลือก ได้แต่ส่งน้ำเข้าไปในเรือนไม้ ยังดีที่ตัวเฉียนหลิงอยู่แช่อยู่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ทั้งตัว
ถึงเฉียนหลิงอู่แช่โอสถอยู่ ฉินชูก็เริ่มฝึกกระบี่ แม้จะมีหญิงงามอาบน้ำอยู่ภายในเรือนไม้ จะทำให้จิตใจของเขาลอยล่องไปบ้าง แต่เขายังสงบจิตใจได้
ฉินชูฝึกฝนเพลงกระบี่อยู่พักหนึ่ง เสียงของเฉียนหลิงอู่จึงดังขึ้น นางขอให้ฉินชูออกห่างหน่อย เพราะมีอ่างอาบน้ำเพียงอ่างเดียว นางไม่สามารถอาบเนื้อล้างตัวด้วยน้ำสะอาดได้ จึงได้แต่ออกมาอาบข้างนอก
เมื่อไม่มีหนทางอื่น ฉินชูได้แต่กลับไปยังลานศิษย์รับใช้ พูดคุยกับเอ้อพั่ง ผ่านไปกึ่งชั่วยามถึงกลับมา
ตอนที่ฉินชูกลับมา เฉียนหลิงอู่ก็แต่งตัวเสร็จแล้ว
“ฉินชู ข้าล้างอ่างอาบน้ำแล้ว หากเ้าจะอาบน้ำ ก็ไปอาบได้” เฉียนหลิงอู่กล่าวกับฉินชู
“อ่างอาบน้ำนั่นข้าให้ท่าน ไว้ข้าไปล้างตัวในธารสายเล็กก็ได้ นอกจากนั้น ท่านระวังตัวหน่อย ตอนนี้ข้าอยู่ใน่อายุที่เืลมพลุ่งพล่าน”
“เ้ามีความกล้าหรือ?” เฉียนหลิงอู่หัวเราะเบา
“หากท่านมีสวามี เช่นนั้นข้าไม่กล้า แต่ท่านไม่มีสวามี ข้าก็ไม่เกรงกลัวอะไร” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่ก่อนกล่าว
เฉียนหลิงอู่ไม่ได้ต่อบทสนทนาของฉินชู เพียงฝึกซ้อมร่วมกับฉินชูต่อ
่หลายวันต่อจากนั้นถือว่าสงบเงียบไม่น้อย ฉินชูหลอมสมุนไพรที่เฉียนหลิงอู่ใช้ในการชุบโอสถเป็เม็ดโอสถ เขาไปหาอ่างอาบน้ำมาอีกหนึ่งอ่าง อ่างหนึ่งใส่น้ำโอสถ อีกอ่างหนึ่งใส่น้ำสะอาด ยามเฉียนหลิงอู่ใช้ก็สะดวกขึ้นมาก
แน่นอนว่างานหาบน้ำและก่อกองไฟ ล้วนเป็งานของฉินชู แต่เฉียนหลิงอู่ก็ทำงานอื่นได้เป็อย่างดี ส่วนการทำความสะอาด และการชงน้ำชาล้วนเป็เฉียนหลิงอู่ทำ
ในตอนที่โม่เต้าจื่อมาหา เขาก็เห็นเฉียนหลิงอู่และฉินชูกำลังดื่มน้ำชากันอยู่
“อีกสองวันพวกเราออกเดินทางไปยังหมู่บ้านเทียนเซียงที่อยู่บริเวณรอบนอกหุบเขาเทียนเซียง” โม่เต้าจื่อกล่าวกับฉินชู
“ผู้เฒ่าโม่ ท่านฟื้นฟูดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่? แล้วเหตุใดพวกเราถึงต้องไปหมู่บ้านเทียนเซียง?” ฉินชูเอ่ยถามด้วยความรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
“ข้าฟื้นฟูจนเกือบหายดีแล้ว ที่ต้องไปหมู่บ้านเทียนเซียงเพราะงานประลองยุทธ์ชนรุ่นใหม่สี่สำนักใหญ่ เพราะสถานที่ประลองถูกกำหนดให้จัดขึ้นที่นั่น ผู้ใดชนะก็จะได้อำนาจควบคุมหุบเขาเทียนเซียง แต่มีจุดหนึ่งที่ข้าแน่ใจได้ สามสำนักใหญ่คงอยากให้พวกเราตกรอบก่อน” โม่เต้าจื่อกล่าว
ฉินชูพยักหน้า “ผู้เฒ่าโม่ องค์หญิง ข้ามีเื่หนึ่งที่ไม่เข้าใจ ความไม่มั่นคงของสี่สำนักใหญ่ เกิดจากราชวงศ์เฉียนไม่ใช่หรือ เหตุใดบัดนี้ถึงกลายเป็เช่นนี้ไปได้?”
“เ้าเข้าใจเื่นี้ผิดไป ภายในสำนักใหญ่ทั้งสี่มีคนของราชวงศ์เฉียนนั้นเป็ความจริง สามสำนักใหญ่เป็สาขาย่อยของกลุ่มอิทธิพลจากพื้นที่อื่นก็เป็ความจริงเช่นกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์ในพื้นที่แถบนี้ สิ่งที่ราชวงศ์เฉียน้าทำคือให้สำนักใหญ่ทั้งสี่ลดทอนกำลังกันเอง แน่นอน ว่าก่อนหน้านี้ก็นับรวมสำนักชิงหยุนด้วย แต่ยามนี้ดูจะไม่เป็เช่นนั้น” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระหว่างสำนักใหญ่ทั้งสามและราชวงศ์เฉียน อยู่ในรูปการณ์ต่างวางแผนเล่นงานซึ่งกันและกัน” โม่เต้าจื่อพยักหน้า
“หากเป็เช่นนี้ ข้าก็เข้าใจแล้ว นี่เป็การต่อสู้ที่ใช้ทั้งการวางแผนและพลังความสามารถ” ฉินชูกล่าว
“ความจริงสามสำนักใหญ่ในตอนนี้ หามีภัยคุกคามต่อราชวงศ์เฉียนไม่ แต่เรายังไม่รู้ถึงพละกำลังของพวกเขาที่มาจากต่างแดน ข้าต้องคอยป้องกันจุดนี้ เสด็จพี่ของเปิ่นกง[1] จะเตรียมการบางอย่างเอง” วาจานี้นางกล่าวกับโม่เต้าจื่อ ในยามนางสนทนากับฉินชู นางจะไม่แทนตัวเองว่าเปิ่นกง
อยู่พูดคุยเพียงครู่หนึ่ง โม่เต้าจื่อก็กลับไป ฉินชูรู้สึกว่าสีหน้าของโม่เต้าจื่อยังคงดูไม่ค่อยดีนัก ความเสียหายที่เกิดจากการย้อนนิมิตให้เขายังไม่ฟื้นฟูโดยสมบูรณ์
ฉินชูฝึกฝนอย่างสงบอีกสองวัน จากนั้นจึงออกเดินทางไปพร้อมโม่เต้าจื่อ แน่นอนว่ายังมีหลิงหยุนจื่อ นอกจากนั้น พวกหลัวเจินก็ออกเดินทางเช่นเดียวกัน พวกเขาใช้เส้นทางลับ หากสำนักใหญ่ทั้งสามก่อความวุ่นวายที่หมู่บ้านเทียนเซียง เช่นนั้นสิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ก็คือศึกครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่สำนักชิงหยุนที่มีการเตรียมความพร้อม ราชวงศ์เฉียนก็มีการเตรียมไว้เช่นเดียวกัน
พวกเขาเดินทางโดยนั่งเกวียนสัตว์อสูร โม่เต้าจื่อและหลิงหยุนจื่อนั่งด้วยกัน ฉินชูและเฉียนหลิงอู่นั่งอีกเล่มหนึ่ง
“เ้าไม่ต้องรู้สึกกังวล ในฐานะผู้ฝึกตน เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการปะทะกันบ้าง” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“เหตุผลเ่าั้ข้าเข้าใจ สถานที่ที่มีคนย่อมมีการแก่งแย่งชิงดี หากไม่อยากถูกข่มเหงก็ต้องมีพลังความสามารถ ถ้าไม่มีพลังความสามารถ ข้าก็ไม่อาจตามหาคนในครอบครัวได้” ฉินชูกล่าว
“ปัญหาเื่ชาติกำเนิดทำให้สภาวะจิตใจของเ้าสับสนวุ่นวาย เื่นี้ข้าเข้าใจได้ รอให้พื้นที่ละแวกนี้สงบแล้ว ข้าก็จะออกไปข้างนอกบ้าง” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพร้อมกล่าว
ฉินชูพยักหน้า “ออกจากที่นี่ คิดอยากพบหน้าท่านผู้เฒ่าอีกคงยาก เขาเลี้ยงดูข้ามาสิบสี่ปี แม้จะไม่เคยเรียกเขาว่าท่านปู่ แต่ภายในใจข้า ก็เห็นเขาเป็ท่านปู่นานแล้ว” ฉินชูกล่าว
ใช้ชีวิตร่วมกับท่านผู้เฒ่านานสิบสี่ปี ฉินชูคุ้นชินกับคืนวันที่มีท่านผู้เฒ่าอยู่ข้างกายแล้ว ไม่ได้พบมากว่าสองปี ภายในใจฉินชูรู้สึกเป็ห่วงเล็กน้อย ถึงแม้จะรู้ว่าท่านผู้เฒ่ามีพลังตบะแกร่งกล้าก็ตาม
“เ้าย่อมได้พบกับเขาอีกแน่ ตอนนี้จัดการปัญหาตรงหน้าก่อนค่อยว่ากัน” เฉียนหลิงอู่กล่าว นางเข้าใจฉินชูดี รู้ว่าฉินชูในยามนี้ยากจะสงบใจได้
ฉินชูผ่อนลมหายใจออก ่หลายวันที่ผ่านมา ภายในห้วงความคิดของเขาเต็มไปด้วยภาพบุรุษชุดครามที่แผดเสียงร้องและสตรีชุดขาวที่เส้นผมสีดำขลับที่แปรเปลี่ยนเป็สีขาว เขารู้ว่าหากไม่ใช่เพราะเศร้าเสียใจถึงขีดสุด ก็ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เป็ข้อพิสูจน์ว่าทั้งสองคนใส่ใจเขามาก หากไม่ใช่เพราะเขา บุรุษชุดครามและสตรีชุดขาวก็คงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ ไม่มีทางถูกทำร้ายจนาเ็หนักเช่นนั้น
“หลังจากถึงหุบเขาเทียนเซียง เ้าจะไปพบจื่อหลวนหรือไม่?” เมื่อเห็นว่าสภาวะจิตใจของฉินชูดูหดหู่อีกครั้ง เฉียนหลิงอู่จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ย่อมต้องพบ! ข้าต้องบอกกล่าวสถานการณ์ในยามนี้ให้นางรู้ ไม่หวังให้นางช่วยเหลือพวกเรา แต่อย่างน้อยก็อย่าได้เป็ปรปักษ์” ฉินชูกล่าว
“ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ข้าต้องบอกเ้า จงฮั่นมีความบาดหมางกับเ้าใช่หรือไม่ อีกไม่นานราชวงศ์เฉียนจะจัดการ เฉาเทียนปฏิบัติตามคำสั่งของเสด็จพี่ เขากลับไปเข้าพวกกับเฉาเทียนอย่างไม่รู้สถานการณ์ ส่วนเฉียนชิง หากเขาไม่รนหาที่ตาย จะปล่อยเขาไปดีหรือไม่?” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพร้อมเอ่ยถาม
ฉินชูพยักหน้า ถึงแม้เขาอยากสังหารเฉียนชิงเป็อย่างมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรเฉียนชิงก็เป็หลานชายของเฉียนหลิงอู่
“เช่นนั้นข้าก็ขอบคุณเ้ามาก ความจริงมีเื่ราวมากมายที่ไม่อาจพูดให้กระจ่างได้ คนมากมายคิดว่าเ้าเป็คนธรรมดายากไร้ แต่ความจริงเป็อย่างไรเล่า?เ้าถือกำเนิดจากตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์ นั่นเป็ตระกูลผู้มั่งมีอย่างแท้จริง” ดวงตาคู่งามของเฉียนหลิงอู่มองไปที่ฉินชูอย่างพินิจ
[1] เปิ่นกง คือคำที่องค์หญิง ฮองเฮา หรือพระสนม จะใช้เรียกแทนตัวเอง ในยามที่สนทนากับผู้มีศักดิ์ต่ำกว่า
