“น่าสนุกจริงๆ ข้าพาเ้าไปดูเื่สนุกๆ ต่อ”
เมื่อสตรีงามชุดเรียบคนนั้นพูด พร้อมกับปรากฏกายต่อหน้าตู้เซ่าฝู่ ที่เอาแต่ตะลึงกับเหตุการณ์จนตาค้างในทันใด นางใช้มือคว้าบ่าตู้เซ่าฝู่เหาะลอยบนฟ้าด้วยความเร็วไม่ช้าไม่เร็ว ราวกับว่าไม่ใส่ใจเื่ที่พวกคนของสำนักกระเงี้ยวนิลเดินหน้าไปก่อนแล้ว
พื้นที่อันกว้างใหญ่ของเทือกเขานี้พังทลายเป็ซากกองต้นไม้และหินไปทั้งแถบ วิหคั์ที่ตกลงพื้นยังนอนนิ่งอยู่ในเขาราวกับว่าได้ตายไปแล้ว สองร่างั์ของอสูรตกอยู่ในหุบเขาลูกเดียวกัน พลังอันรุนแรงที่พุ่งวนเวียนบริเวณอสูรสองตัวนี้ ทำให้ปราณในร่างกายของมนุษย์เกิดอาการติดขัดอย่างปริศนา และจิติญญาในร่างรู้สึกสั่นไหว
อสูรวิหคั์สองตัว ตัวหนึ่งมีแสงสีทองเปล่งประกาย ให้พลังความรู้สึกถึงความเฉียบคมและดุดัน เป็เหยี่ยวขนาดใหญ่ที่มีปีกสีทองอร่าม
อีกตัวหนึ่งเป็สีม่วงทั้งตัว ขนดูมันวาวสะท้อนแสง รูปร่างเหมือนหงส์ รอบกายยังคงมีเปลวเพลิงที่ยังไม่มอด
พลังเปลวเพลิงที่ร้อนระอุให้ความรู้สึกน่ากลัว ไม่น่าย่างกรายเข้าใกล้มัน
เมื่อสำนักอสรพิษ์ สำนักกระเงี้ยวนิล ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและคนอื่นๆ ไปถึงบริเวณใกล้ร่างของวิหคั์สองตัวนั้น ทุกคนต่างแววตาเป็ประกาย ใจเต้นเร็วระรัว นี่คือของเลอค่าที่ยิ่งกว่าเลอค่า เป็โอกาสทองที่์ประทานให้
“ในร่างของอสูรที่พลังยิ่งใหญ่มหาศาลต่างมีกระดูกหายาก กระดูกหายากคือสมบัติที่ล้ำค่ามากๆ”
เ้าสำนักถงเสอ กวังโถวจง และผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนสามคนนี้ มุ่งมาถึงร่างวิหคั์สองตัวนั้นก่อนใครเพื่อนในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ระดับพลังอย่างเ้าคิดจะมาแย่งชิงสมบัติเช่นนี้ด้วยหรือ รนหาที่ตายจริงเชียว!”
เสียงเกรี้ยวกราดของคนหนึ่งดังขึ้น ลำแสงสามเส้นมุ่งผ่านอากาศไป พลังรุนแรงจนน่ากลัว
“ไม่ได้การล่ะ มียอดฝีมือมา”
กวังโถวจง เ้าสำนักถงเสอ และผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนทั้งสามคนทันใดก็สีหน้าเปลี่ยน พลังอันตรายที่รุนแรงจู่ๆ ก็พุ่งเข้ามา ทั้งสามคนไม่มีใครกล้าประมาท ยันต์ที่สักบนศีรษะของกวังโถวจงราวกับมีชีวิต ทันใดก็ลอยพุ่งมาอัดแน่นเรียงเป็เงารูปร่างดั่งระฆังั์ป้องกันการโจมตีด้านหน้า
เ้าสำนักถงเสอเองก็ไม่รอช้า เหวี่ยงไม้เท้าหัวงูไปข้างหน้า เกิดเป็พลังรูปร่างงูเหลือมั์ขนาดกว่าสิบจั้งพุ่งไปบังพลังที่พุ่งมาข้างหน้าไว้ได้
วิชาของผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนพิเศษกว่าใคร พลังที่รวบรวมดูแล้วแปลกประหลาด ด้านหลังมีปราณไหลพุ่งออกมาจนน่าใ พลังปราณกลายเป็นกกระเรียนสีขาวปรากฏอยู่ด้านหน้า ซึ่งมันคอยคุ้มกันการโจมตีทั้งหลายที่มาใกล้เขาได้
“ฉึกๆๆ!”
เมื่อลำแสงสามเส้นพุ่งเข้ามา ระฆังั์ที่ลอยเหนือศีรษะของกวังโถวจงก็ดังขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆ มีรอยแตกร้าว ไม้เท้าหัวงูของเ้าสำนักถงเสอก็เป็รูมีรอยแตก เงานกกระเรียนนี่ปรากฏข้างหน้าก็ร้องโหยหวนอย่างเ็ป
“ปึงๆๆ!”
ยอดฝีมือทั้งสามแค่กระบวนท่าเดียวก็ไม่สามารถตั้งรับการโจมตีไว้ได้ ทั้งสามคนที่ยังเหาะบนอากาศ ล้มตกกระแทกลงพื้น าเ็ไปถึงข้างในสำลักเืออกมาและเริ่มสายตาตื่นตระหนก พวกเขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก พวกเขาสามคนไม่มีใครรับกระบวนท่าเดียวนี้ไว้ได้เลย
“โฮก!”
“แกว่ก!”
“แฮ่!”
เกือบจะในเวลาเดียวกัน เกิดเสียงน่ากลัวของอสูรสามเสียงขึ้นมา เงาของอสูรั์สามตัวปรากฏต่อหน้าทุกคน ตัวหนึ่งเป็หมีดำขนาดมหึมา ใหญ่พอๆ กับั์ ฝ่ามือใหญ่และดูแข็งแรงดั่งเสาศาลา พลังดูน่าเกรงกลัวอย่างยิ่ง
อีกตัวคือเสือสีโลหิตตัวเท่าั์ กำลังจ้องขู่ ท่าทางเหมือนจะกระโจนเข้ามา กรงเล็บคมกริบ มีแสงสะท้อนเปล่งบนเล็บด้วย ผู้ได้พบเห็นต่างกลัวจนใจสั่น อสูรอีกตัวมีเสียงร้องคำรามดั่งฟ้าผ่า ร่างของมันใหญ่ราวๆ สิบจั้ง พอๆ กับเขาเล็กๆ ลูกหนึ่ง ได้ยินแค่เสียงก็ทำให้ปราณในร่างกายไหลเวียนรุนแรง เืสูบฉีดรวดเร็ว
อสูรสามตัวที่ปรากฏกระโจนใส่คนของสำนักอสรพิษ์ สำนักกระเงี้ยวนิลและผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนที่ตามมา สำหรับบรรดาผู้ฝึกฌานที่เหาะเหินเดินอากาศได้ เมื่ออยู่ภายนอกก็ถูกมองเป็ยอดฝีมือผู้แกร่งกล้า ทว่าเมื่อปรากฏต่อหน้าอสูรสามตัวนี้ กลับไม่มีพลังเพียงพอที่จะเอาชนะมันได้เลย
“อ๊าก...”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปหลายเสียงดังขึ้น ยอดฝีมือทั้งหลายรวมถึงคนของสำนักอสรพิษ์ สำนักกระเงี้ยวนิลราวๆ สิบคน กะพริบตาเพียงไม่กี่ทีก็ถูกเ้าอสูรั์ทั้งสามฆ่าตายไปแล้ว สุดท้ายสายตาของอสูรั์ทั้งสามก็จับจ้องไปที่กวังโถวจง เ้าสำนักถงเสอ และผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนด้วยสายตาเหี้ยมโหดและกระหายเื
“พวกมันคือาาแห่งบรรดาอสูรในเทือกเขาอสุรกาย ปกติมีปีศาจหงส์คอยคุมอำนาจ พวกาาอสูรพวกนี้ไม่กล้าทำตัวเกเร ขณะนี้ปีศาจหงส์กับอสูรเหยี่ยวปีกทองตัวนั้นตายไปพร้อมกันแล้ว พวกอสูรเหล่านี้ก็อยากกินร่างกายอสูรวิหคสองตัวนั้นเช่นกัน เพื่อให้พลังของพวกมันแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น”
ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียน เ้าสำนักถงเสอ และกวังโถวจงทั้งสามคนเข้าใจดีว่า อสูรที่น่ากลัวเหล่านี้้าอะไร ต่อให้อยู่ใน่ยุคทองของพวกเขา ก็ยากที่จะต่อกรกับาาอสูรเหล่านี้ ขณะนี้ถูกโจมตีได้รับาเ็สาหัส ผลลัพธ์ที่จะเกิดต่อจากนี้คงพอเดากันได้
“หนี รีบหนี ตอนนี้าเ็สาหัสมาก คงไร้วาสนากับสมบัติล้ำค่านี้แล้ว”
สมบัติล้ำค่าเมื่อเทียบกับชีวิตของตัวเองแล้ว แน่นอนว่าชีวิตสำคัญกว่า หากตายไป ต่อให้ได้สมบัติเลอค่านี้มาจะมีประโยชน์อันใด ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและคนอื่นๆ ก็ไม่ใช่พวกฝีมือกระจอกงอกง่อย ทั้งสามตัดสินใจเหาะพุ่งไปบนฟ้า รีบหนีอย่างรวดเร็ว
“โฮก”
อสูรทั้งสามตัวคำราม าาอสูรทั้งสามตัวนี้ไล่ตามผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและคนอื่นๆ ไม่ยอมปล่อย พวกมันบินขึ้นฟ้าพร้อมกับคำราม พุ่งตามไปไล่สังหาร การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า ทำให้บริเวณนั้นเกิดคลื่นลมพัดสั่นไหว กระแทกต้นไม้ที่สูงตระหง่านหักไปจำนวนมาก
“ปึงๆๆ!”
เมื่ออสุรกายทั้งสามตัวหายไปจากบริเวณนั้น ก็มีเงาของสองคน ร่างใหญ่คนหนึ่งร่างเล็กคนหนึ่ง ร่างใหญ่นั่นคือหญิงชราอายุราวๆ ห้าสิบกว่าปี หลังค่อมเล็กน้อย ผมยาวของนางถูกเกล้าเป็มวยสูงเหนือศีรษะ และเส้นผมบางเส้นหงอกเป็สีขาว ใบหน้าของนางเหี่ยวย่นดูแก่ชรา
ทว่าเด็กสาวอีกคนที่อยู่ข้างกายหญิงชรา ท่าทางของนางดูสง่า สวมชุดนักสู้สีมรกต ในมือข้างหนึ่งถือคันธนูอยู่ ใบหน้าเล็กดูละเมียดละไม หุ่นสูงเพรียว ดูรวมๆ แล้วให้ความรู้สึกคล่องแคล่วพลิ้วไหว ลักษณะเหมือน “พราย” สาวที่อยู่กลางป่ากลางเขา “ดูท่า ในบรรดาทุกคน เหลือเพียงท่านกับข้าที่ต้องแย่งชิงกันแล้ว ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร?”
หญิงชรามองไปข้างหน้า พยายามยืดตัวขึ้น หลังค่อมลดลงไปนิดหน่อย บนร่างไม่มีพลังปราณใดๆ เคลื่อนไหว ทว่าสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เสียงนางฟังดูแล้วทรงพลัง น้ำเสียงคล้ายกับก่อนที่ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและอีกสองคนนั้นจะถูกโจมตี นี่หมายถึงเ้าสำนักถงเสอและคนอื่นๆ ถูกหญิงชราคนนี้โจมตีใส่
“ข้าไม่ได้ตั้งใจมาเยือนที่แห่งนี้ แค่บังเอิญเห็นเื่น่าสนุกจึงแวะมา ชื่อของข้าก็ช่างมันเถิด แต่นึกไม่ถึงนะว่าท่านจะพาคนตระกูลนั้นมา หรือว่าท่านเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลนั้นหรือ?”
เสียงสดใสและกังวานดังขึ้น สตรีงามชุดเรียบขณะนี้ลอยอยู่กลางอากาศ สีหน้านิ่งเรียบ เหล่ไปมองเด็กสาวที่สวมชุดนักสู้ที่อยู่ข้างๆ สักครู่ จากนั้นก็หันไปมองร่างของปีศาจหงส์สีม่วงและอสูรเหยี่ยวปีกทองที่อยู่บนพื้น
“แม่นางคนนั้นนี่”
ตู้เซ่าฝู่ถูกสตรีงามคนนั้นจับห้อยยืนอยู่กลางเวหา แววตาใเมื่อเห็นพรายสาวน้อยคนนั้นที่อยู่ข้างๆ หญิงชราตรงหน้า เด็กหญิงคนนี้คือผู้หญิงสวมชุดนักสู้ในตอนนั้น ที่ยิงธนูห้าดอกสังหารปีศาจหมูทลายผาห้าตัวไปได้ นึกไม่ถึงว่าจะได้มาเจอนางที่นี่อีก
ทว่าผู้หญิงท่าทางลักษณะเหมือนพรายคนนั้นไม่สนใจมองตู้เซ่าฝู่เลย สายตาจับจองไปแค่ร่างของอสูรั์สองตัวบนพื้น
“เป็อสูรที่ช่างน่ากลัว” เมื่อตู้เซ่าฝู่จ้องมองไปที่ร่างของปีศาจหงส์สีม่วงและอสูรเหยี่ยวปีกทอง ก็ยิ่งรู้สึกตะลึง ร่างของมันใหญ่ขนาดเกือบเท่าเนินเขา มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาไม่หยุด ทำเอาตู้เซ่าฝู่เกือบใร่วงลงจากบนฟ้า
“ท่านพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ แต่ในเมื่อท่านมาแค่เพื่อแวะดูเื่สนุก ถ้าอย่างนั้นกระดูกหายากของปีศาจหงส์สีม่วงและอสูรเหยี่ยวปีกทองก็เป็ของข้าก็แล้วกัน โลหิตสกัดและกระดูกส่วนอื่นๆ พวกเราแบ่งกันคนละครึ่งดีไหมล่ะ?” หญิงชรามองสตรีงามชุดเรียบ แล้วหญิงชรารับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของสตรีงามชุดเรียบนางนี้ได้อยู่ลึกๆ ทำให้นางกลัวเล็กน้อย มิเช่นนั้นนางคงไม่เอ่ยถึงเื่แบ่งกันขึ้นมาหรอก
