“เหตุใดอยู่ๆ ปราณิญญาถึงได้น้อยลงไป?”
ไช่เยว่ที่สวมชุดสีขาวเหมือนคุณชายน้อยตื่นขึ้นมาจากการบำเพ็ญตบะ
ไช่เยว่คือลูกสาวคนเล็กของไช่หลันผู้นำกะโหลกเื มีตบะท้าย์่ท้ายเช่นเดียวกัน ห่างจากการเหยียบย่างสู่ขั้นกลาง์เพียงแค่ก้าวเดียว
่ที่ผ่านมาไช่เยว่ล้วนใช้ห้องฝึกตนนี้ฝึกฝนอย่างหนัก หวังว่าจะพัฒนาไปอีกก้าว เหยียบย่างเข้าสู่ขั้นกลาง์ในเร็ววัน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน กะโหลกเืต่อสู้นองเืกับเดือนดับ การต่อสู้ครั้งนั้นไช่เยว่เองก็เข้าร่วมด้วย แต่กลับต้องเสียเปรียบคนอื่น
นางคิดว่าเป็เพราะขอบเขตของนางไม่มากพอจึงเป็เหตุให้นางเสียเปรียบผู้อื่น ดังนั้นจึงร้อนใจอยากจะฝ่าทะลุขั้นในเร็ววัน
ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนยังไม่มา ไช่เยว่ได้ใช้ห้องฝึกตนแห่งนี้มานานมากแล้ว นางจึงรู้อย่างแน่ชัดถึงระดับความเปี่ยมล้นของปราณิญญาในห้องฝึกตน
ความผิดปกติของปราณิญญารบกวนการฝึกบำเพ็ญตบะของนาง ทำให้ความเร็วในการรับปราณิญญาของนางช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ไช่เยว่พยายามข่มกลั้นความร้อนใจเอาไว้ รออีกพักหนึ่ง แต่ก็พบว่าปราณิญญาฟ้าดินของห้องฝึกตนแห่งนี้ไม่ได้กลับคืนสู่สภาพปกติ ยังคงไหลหายไปอย่างเชื่องช้าเช่นเดิม
เดิมทีนางเองก็ไม่ใช่คนมีน้ำอดน้ำทนเท่าไหร่อยู่แล้ว ดังนั้นจึงหยุดการฝึกตนชั่วคราวแล้วเดินออกมาจากในห้อง
“คุณชายน้อย” เมื่อนางเดินออกมา สือชิงที่เป็ผู้รับผิดชอบดูแลห้องฝึกตนของชั้นหนึ่งก็รีบเดินเข้าไปรับหน้า แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “วันนี้จะหยุดแค่นี้หรือขอรับ?” สือชิงเข้าใจไปว่าการฝึกบำเพ็ญตบะของนางสิ้นสุดลงแล้ว
“ท่านลุงสือ!” ไช่เยว่สีหน้าเ็า เอ่ยถามราวกับตำหนิ “ห้องฝึกตนของข้าเกิดปัญหาหรือไม่? เหตุใดเวลาที่ข้าฝึกบำเพ็ญตบะปราณิญญาถึงได้ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง?”
“จะเป็ไปได้อย่างไร?” สือชิงอึ้งตะลึง
“เ้าเข้าไปดูเองก็แล้วกัน!” ไช่เยว่แค่นเสียงกล่าว
“ตกลง ข้าจะไปดู” สือชิงเดินตามไช่เยว่เข้ามาในห้องฝึกตน หรี่ตาลงรับััปราณิญญาฟ้าดินของที่แห่งนี้อย่างละเอียด
เพียงแค่ไม่กี่วินาทีสือชิงก็ััได้ถึงความผิดปกติ จึงเอ่ยด้วยความใ “เป็อย่างที่ว่าจริงๆ ด้วย!”
“ท่านลุงสือ สรุปว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ห้องฝึกตนนี้เกิดปัญหาที่ตรงไหน?” ไช่เยว่มีสีหน้าไม่พอใจ “ข้าอุตส่าห์ตั้งใจฝึกตน หากเ้าทำให้ความกระตือรือร้นของข้าหายไป กลับไปข้าจะบอกท่านพ่อให้ท่านพ่อจัดการกับเ้าแน่ๆ!”
สือชิงหน้าเปลี่ยนสี เอ่ยขอโทษติดต่อกันก่อนจากนั้นถึงได้พูดกับนางว่า “เ้ารอสักครู่”
เขาเดินมายังกลางห้องฝึกตน ใช้มือที่ผอมแห้งของตัวเองวางลงไปบนเสาหยกต้นหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งขวามือและใช้จิตรับัั
ครู่หนึ่งหลังจากนั้นสีหน้าของสือชิงก็เปลี่ยนมาเป็แปลกประหลาดถึงขีดสุด เอ่ยพึมพำเบาๆ “นี่ถึงขนาดจำเป็ต้องดึงเอาปราณิญญาของห้องนี้ไปใช้เชียวหรือ...”
“ท่านลุงสือ สรุปว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?” ไช่เยว่ตวาดถาม
สือชิงใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ก็อธิบายพร้อมยิ้มเจื่อน “คุณชายน้อย แท้จริงแล้วห้องฝึกตนทั้งสองห้องในแต่ละชั้นล้วนเชื่อมโยงกัน ตรงใต้ดินของห้องฝึกตนทั้งสองได้สร้างค่ายกลลับที่กระตุ้นใช้ปราณิญญาของหินวิเศษ และทำให้ปราณิญญาไหลไปยังห้องฝึกตนทั้งสอง”
“หากห้องใดห้องหนึ่งเผาผลาญปราณิญญาฟ้าดินมากเกินไป ใช้ความเร็วเกินกว่าที่ค่ายกลจะกระตุ้นหินวิเศษได้ทัน”
“ถ้าเช่นนั้นห้องที่เผาผลาญปราณิญญาฟ้าดินมากเกินไปก็จะเปิดใช้ค่ายกลอีกแห่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ แล้วดึงเอาปราณิญญาฟ้าของห้องฝึกตนอีกห้องหนึ่งที่เชื่อมโยงกันไปชดเชย”
ไช่เยว่เข้าใจได้ในทันที จึงเอ่ยถามด้วยความใ “เ้าจะบอกว่าขณะที่เ้าคนที่อยู่อีกห้องหนึ่งฝึกฝนได้เผาผลาญปราณิญญาฟ้าดินไปเกินกว่าที่ค่ายกลจะแบกรับได้ไหว? ปราณิญญาในห้องฝึกตนของเขาเองมีไม่มากพอให้เขาได้ใช้ ดังนั้นถึงได้ยืมใช้ปราณิญญาจากห้องของข้า?”
“จากที่ดูในตอนนี้ก็น่าจะเป็เช่นนี้” สือชิงมีสีหน้าปั้นยาก แล้วก็พูดอีกว่า “แต่ว่าตอนที่พวกเราสร้างห้องฝึกตนทั้งสองนี้ก็อิงจากขอบเขตสูงสุดในการดูดซับปราณิญญาของผู้ที่อยู่ในขั้นท้าย์ ขอแค่มีตบะท้าย์ ไม่ว่าจะเป็่ต้นหรือ่สุดยอด ต่อให้ใช้พลังทั้งหมดมาดูดซับปราณิญญาก็ไม่ค่อยเป็ไปได้ที่จะทำให้เกินความเร็วในการกระตุ้นใช้ปราณิญญาของค่ายกล”
“ผู้ที่มีตบะท้าย์ ขอบเขตมีจำกัด โดยปกติแล้วย่อมไม่มีทางเป็ไปได้เด็ดขาด”
“ในความเป็จริง นับแต่ที่สร้างห้องฝึกตนทั้งสองห้องมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยมีใครที่สามารถกระตุ้นค่ายกลอีกค่ายหนึ่งให้ไปดึงเอาปราณิญญาของอีกห้องมาใช้”
ไช่เยว่ฟังคำพูดของสือชิงจนเกิดใจใคร่รู้ “ท่านลุงสือ เ้าแน่ใจหรือว่าคนผู้นั้นมีขอบเขตท้าย์?”
“แน่นอน ตอนที่เขามาถึงข้าก็สังเกตดูแล้ว เขาอยู่ท้าย์่ท้าย ไม่มีทางผิดแน่นอน” สือชิงกล่าวขึงขัง
“เ้าหมอนี่เป็ใคร?” ไช่เยว่แค่นเสียงหนึ่งครั้ง “ตัวเขาเองไม่ตั้งใจฝึกบำเพ็ญตบะให้ดียังมาแย่งปราณิญญาที่ควรเป็ของข้าอีก ข้าไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปแน่!”
“เขาคือสหายของหลีเหย่” สือชิงเอ่ยด้วยความจนใจ
“เป็สหายของเ้าอ้วนนั่นแล้วอย่างไร?” ไช่เยว่ไม่เกรงใจเลยแม้แต่นิด “หากหลีเหย่กล้าปกป้องเขา ข้าก็จะเล่นงานหลีเหย่ไปด้วยกันเลย!”
“คุณชายน้อย ที่สำคัญ ที่สำคัญคือ...เขาไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” สือชิงปวดหัวอย่างถึงที่สุด “เขาฝึกบำเพ็ญตบะอยู่ในห้องฝึกตน ต่อให้เผาผลาญปราณิญญาไปมากเกิน แต่ถึงอย่างไรเขาก็จ่ายหินวิเศษแล้ว ทุกอย่างควรทำตามกฎ แต่ไหนแต่ไรมากะโหลกเืของพวกเราก็ล้วนเคารพกฎมาโดยตลอด เห็นๆ กันอยู่ว่าเขาไม่ได้ทำผิดกฎ พวกเราไม่มีเหตุผลให้ต้องไปเล่นงานเขานะ”
“ข้าไม่สน!” ไช่เยว่พุ่งออกไปด้วยความโมโหขุ่นเคือง หมายจะไปหาเื่เนี่ยเทียน
“อย่านะ!” สือชิงรีบเอ่ยห้ามปราม กล่าวด้วยความร้อนรน “อย่าให้คนอื่นได้เห็นเื่น่าขายหน้าของกะโหลกเื เดี๋ยวเขาจะเอาไปพูดกันได้ว่ากะโหลกเืของพวกเราขี้เหนียว คุณชายน้อย ต่อให้เ้าจะไปหาเื่เขาก็ต้องรอให้ผ่านสิบชั่วยามของเขาไปก่อน รอให้เขาออกมาจากด้านในค่อยว่ากัน เ้าก็รู้ว่าระหว่างการฝึกบำเพ็ญตบะหากอยู่ๆ ถูกคนรบกวนจะเกิดเื่แบบใดขึ้น”
ไช่เยว่ที่มายืนรออยู่หน้าห้องฝึกตนของเนี่ยเทียนแล้วพอได้ยินสือชิงเอ่ยเช่นนี้ก็ลังเลเล็กน้อย และในที่สุดก็ยอมหยุดลง
“ข้ากำลังหงุดหงิด แถมปราณิญญาในห้องนั้นก็ยังไม่พอ ถึงอย่างไรก็ฝึกบำเพ็ญตบะต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าจะรอเขาอยู่ตรงนี้นี่แหละ!” ไช่เยว่เฝ้าอยู่หน้าประตู “ข้าอยากจะรู้ว่าเ้านี่เป็คนแบบไหน มีความพิเศษมากมายจริงหรือไม่ ถึงได้กล้าแม้กระทั่งแย่งปราณิญญาจากห้องฝึกตนของข้า!”
สือชิงได้แต่ยิ้มเจื่อนอยู่กับตัวเอง ลองพูดเกลี้ยกล่อมดูอีกรอบ หลังจากเห็นว่าไช่เยว่ไม่คิดจะสนใจจึงไม่พูดมากความอีก
สือชิงกลับไปนั่งอยู่ที่เดิมอีกครั้ง สายตาเป็ประกายมองไปยังห้องที่เนี่ยเทียนใช้ฝึกตน เขาเองก็เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้เช่นกัน
เท่าที่เขารู้มา มีเพียงผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์่กลางและ่ท้ายเท่านั้นที่หากยืมใช้ห้องฝึกตนของท้าย์ก็อาจจะทำให้ปราณิญญามีไม่มากพอ จำเป็ต้องดึงเอาของอีกห้องมาใช้
ทั้งๆ ที่เนี่ยเทียนมีเพียงตบะท้าย์ ระหว่างการฝึกของเขากลับเผาผลาญปราณิญญาฟ้าดินไปมากมายขนาดนี้ ทำให้สือชิงเองก็ตกตะลึงอย่างมาก
เนี่ยเทียนใช้เวทลับที่ตัวเองได้มาจากดินแดนลึกลับสร้างลูกปราณิญญาขึ้นมาอีกหนึ่งลูก และดูดซับเอาปราณิญญาที่รูปร่างเหมือนน้ำและเหมือนหมอกซึ่งอยู่ในลูกปราณิญญาให้เข้ามาอยู่ในมหาสมุทริญญา ขยายมหาสมุทริญญาให้ไปถึงขีดสุดอย่างต่อเนื่อง
คลื่นปราณิญญาสามลูกหมุนโคจรอย่างบ้าคลั่ง ทำให้มีปราณิญญาจำนวนมากกว่าเดิมเกิดขึ้นมาและค่อยๆ ขยายออกไปรอบนอกของมหาสมุทริญญา
เดิมทีการฝึกบำเพ็ญตบะที่นี่ก็เร็วกว่าที่เขาฝึกก่อนหน้านี้หลายเท่าตัวอยู่แล้ว เมื่อเขาใช้เวทลับนั่นมาเริ่มสร้างลูกปราณิญญา ใช้ลูกปราณิญญามาชักนำปราณิญญา ความเร็วในการฝึกของเขาจึงทะยานขึ้นสูงอีกครั้ง!
เขาแอบมีลางสังหรณ์ว่าเมื่อใช้การสร้างปราณิญญาฟ้าดินที่เข้มข้นของที่นี่ ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญตบะของเขาอาจจะมากเกินกว่าตอนที่อยู่ข้างนอกเกือบยี่สิบเท่า!
หนึ่งชั่วยามต้องจ่ายหินวิเศษสิบก้อน ในสายตาของเขา ราคานี้ถือว่าคุ้มเอามากๆ
เดิมทีหากไม่สามารถสร้างลูกปราณิญญาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งชั่วยามต้องจ่ายด้วยหินวิเศษสิบก้อนจะได้แค่เพิ่มความเร็วในการฝึกบำเพ็ญตบะของเขาเท่านั้น ทว่าหากใช้หินวิเศษฝึกอยู่ด้านนอก อาจจำเป็ต้องใช้เวลามากกว่านั้น แต่ถ้าดูโดยภาพรวมแล้วระดับความก้าวหน้าก็น่าจะมากกว่าฝึกอยู่ในห้องแห่งนี้
ห้องฝึกตนสามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกบำเพ็ญตบะ แต่กลับจำเป็ต้องใช้หินวิเศษมาชดเชยเวลาเ่าั้
แต่ว่าเมื่อเขาสร้างลูกปราณิญญาขึ้นมา เขาก็พบว่าการฝึกหนึ่งชั่วยาม ปริมาณรวมของปราณิญญาที่เขาได้รับย่อมเกินกว่าหินวิเศษสิบก้อนแน่นอน!
เขาใช้เวทลับนั้นมาฝึกตนก็แทบจะเรียกได้ว่าใช้วิธีโกงมาสร้างปราณิญญาเข้มข้นในระยะเวลาสั้นๆ
เมื่อมหาสมุทริญญาขยายออกไปอย่างรวดเร็ว เนี่ยเทียนก็อารมณ์ดีเป็อย่างยิ่ง จึงยื่นมือออกไปสร้างลูกปราณิญญาขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่ ชักนำปราณิญญาฟ้าดินมามากกว่าเดิม
หินวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่าที่ปูวางอยู่ในค่ายกลห้องฝึกตนทั้งสองห้องของชั้นที่หนึ่งปริแตกออกอย่างต่อเนื่อง กลายมาเป็หินไร้ค่า
เมื่อเนี่ยเทียนฝึกตนถึงท้ายที่สุด ปราณิญญาในห้องที่ไช่เยว่อยู่ก่อนหน้านี้ก็เบาบางจนแทบจะมองไม่เห็น ปราณิญญาในห้องฝึกตนแห่งนั้นแทบจะถูกเนี่ยเทียนแย่งชิงไปหมด
แม้แต่หินวิเศษที่ปูอยู่ใต้ห้องของไช่เยว่เองก็ยังทยอยกันแตกออกด้วย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
และก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เนี่ยเทียนถึงได้ฟื้นตื่นขึ้นมาจากการฝึกบำเพ็ญตบะ และเขาก็พลันค้นพบว่าปราณิญญาในห้องฝึกตนนี้ไม่พอให้เขาสร้างลูกปราณิญญาขึ้นมาอีกแล้ว
“พังแล้วหรือ?” เนี่ยเทียนตะลึง
และเวลานี้เอง สือชิงที่อยู่นอกห้องฝึกตนและไช่เยว่ที่รอให้เนี่ยเทียนออกมาต่างก็มีสีหน้าคล้ำทะมึนอย่างถึงที่สุด
สมาชิกของกะโหลกเืคนหนึ่งที่รับผิดชอบเติมหินวิเศษอยู่ด้านล่างยืนอยู่ข้างกายสือชิงและพูดขึ้นด้วยความนอบน้อม “ใต้เท้า ด้านล่างห้องฝึกตนทั้งสองของชั้นหนึ่งเผาผลาญหินวิเศษไปทั้งหมดสามร้อยห้าสิบก้อน ตอนที่คุณชายน้อยอยู่ใช้ไปแค่ห้าสิบหินวิเศษเท่านั้น”
“นับั้แ่ที่คนผู้นั้นเข้าไป เวลาเพียงแค่หกชั่วยามก็เผาผลาญหินวิเศษไปแล้วสามร้อยห้าสิบก้อน”
“หินวิเศษเผาผลาญเร็วเกินไปจนแทบจะเติมไม่ทันแล้ว ใต้เท้า ตอนนี้ยังต้องเติมต่อหรือไม่?”
สือชิงขมวดคิ้ว โบกมือกล่าว “ไม่จำเป็!”
“ข้าอยู่ทั้งวันทั้งคืนก็ยังเผาผลาญหินวิเศษแค่ห้าสิบก้อน! ไอ้หมอนั่นเพิ่งจะเข้าไปได้หกชั่วยามกลับเผาผลาญไปแล้วสามร้อยกว่าก้อน!” ไช่เยว่เดือดดาลขึ้นมาทันที “ท่านลุงสือ เขาจ่ายหินวิเศษมาเท่าไหร่ คิดจะใช้ห้องนานแค่ไหน?”
“หินวิเศษหนึ่งร้อยก้อน เตรียมใช้สิบชั่วยาม” สือชิงกล่าว
“ข้าว่าเขาต้องซุกซ่อนศักยภาพที่แท้จริงแน่นอน ใช้ตบะของกลาง์หรืออาจถึงขั้นต้น์เหยียบย่างเข้าไปในห้องนั้น จงใจฉวยโอกาสจากกะโหลกเืเรา!” ไช่เยว่พูดด้วยความฉุนเฉียว
ขณะที่นางแทบอยากจะพุ่งเข้าไปลากตัวเนี่ยเทียนออกมาจากห้องเพื่อถามให้ชัดเจน เนี่ยเทียนเองก็ได้เดินออกมาจากห้องฝึกตนเพราะปราณิญญาไม่พอเช่นกัน
เนี่ยเทียนไม่ได้สนใจไช่เยว่ แค่มองสือด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ “สิบชั่วยามยังไม่ถึงกระมัง เหตุใดถึงไม่มีปราณิญญาให้ใช้แล้ว? ห้องฝึกตนกะโหลกเืของพวกเ้าคงไม่เกิดข้อขัดข้องแบบนี้เป็ประจำแบบนี้หรอกกระมัง?”
เมื่อกล่าวจบ หนังหน้าของสือชิงก็กระตุกยิกๆ ทันที
-----
