บนท้องฟ้าอันเงียบงัน หานิยังคงลอยนิ่งอยู่เหนือทุกสิ่ง ดวงตาเรียบเฉย ขณะที่พลังจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดนับหมื่นสายจากหุ่นเชิดเื้ัเขายังคงสาดแรงกดดันจนทั่วฟ้าสั่นะเื
แต่เขายังไม่ลงมือทันที เพราะกองทัพเกราะสีขาวของซุยจื่อเมิ่งเบื้องล่าง… เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง
พวกมันตั้งค่ายกลการต่อสู้ขนาดมหึมาอย่างเป็ระบบ โล่และหอกหลายพันเล่มถูกจัดวางในรูปขบวนล้อมตัวแ่าเหมือนกำแพงเหล็กที่ไม่เปิดช่องให้แม้แต่อากาศลอดผ่านได้
“ฮึ…” หานิพึมพำเบาๆ พลางกวาดตามองด้วยสีหน้าเรียบสนิท
ด้านล่าง กวนจื่อซวนที่แบกร่างเย่ลี่อินไว้หลัง ร่างของเขาทรุดตัวลงกระแทกพื้นทันที ออร่าของค่ายกลจากกองทัพเกราะขาวนั้นรุนแรงเกินไปสำหรับผู้ที่สูญเสียพลังการบ่มเพาะ ร่างของเขาสั่นะเือย่างหนักแต่ก็ยังไม่ปล่อยร่างหญิงสาวบนหลังของตัวเองให้ตกพื้นเด็ดขาด
หานิมองไปรอบๆ ก่อนดวงตาทั้งสองของเขาจะเปลี่ยนเป็สีทอง
“ระบบ ปิดกั้นพื้นที่รัศมี 10 ล้านกิโลเมตร ห้ามไม่ให้มีใครััถึงการมีอยู่ของพื้นที่นี้”
[รับทราบ]
เสียงตอบรับแ่เบาดังขึ้นในหัวเขา จากนั้นพลังลี้ลับบางอย่างแผ่ซ่านออกไปทั่วชั้นบรรยากาศ
ในตอนนั้นเอง… แม่ทัพของกองทัพเกราะขาวเงยหน้าขึ้นไปมองเบื้องบน แล้วพลันเบิกตากว้าง
ปากของเขาอ้าออกโดยไม่รู้ตัว เหงื่อมากมายไหลออกมาเต็มหน้าผากโดยที่เขาไม่ได้ขยับตัวใดๆ
เพราะสิ่งที่ลอยอยู่เหนือหัวเขา… ไม่ใช่แค่ หุ่นเชิดจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดนับหมื่นตัวที่ถืออาวุธจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทุกตัว แต่เป็ชายหนุ่มที่ควบคุมพวกมันอยู่ต่างหาก พลังของชายคนนั้นมันมหาศาลมาก ออร่าที่เปล่งออกมากระแทกกับความว่างเปล่าเื้ัจนบิดเบี้ยวแทบจะฉีกออก
แม่ทัพคนนั้นรวบรวมสติ เขาค่อยวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็นก่อนจะถามขึ้น
“ไม่ทราบว่าท่าน… เป็บุตรแห่งพระเ้าของตระกูลหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไหนขอรับ… ข้าเป็รองแม่ทัพลำดับที่ 72 ของกองทัพพยัคฆ์ขาวจากราชวงศ์จักรพรรดิเทพอีกาทอง หากมีสิ่งใดที่ข้าล่วงเกิน…”
หานิไม่ได้แม้แต่จะตอบกลับ เขาเอ่ยเพียงประโยคเดียวเท่านั้น
“ออกมาได้แล้ว”
ทันใดนั้น… ความว่างเปล่าเปิดขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งจะเดินก้าวออกมาจากรอยแยกช้าๆ
นางมีผมยาวสีดำขลับ ร่างสูงเพรียวในชุดสีทองที่แหวกหน้าอกเผยให้เห็นถึงเรือนร่างอันเย้ายวน ชวนหลงใหล แม้จะไม่ได้เคลื่อนไหวมากนัก แต่เพียงแค่นางยืนอยู่เฉยๆ ก็เหมือนควบคุมแรงดึงดูดทั้งโลกเอาไว้แล้ว
รอยยิ้มของนางปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของนาง นางคือ ร่างแยกของซุยจื่อเมิ่ง แม่ของอู๋จ้าว
ดวงตาของนางพลันเปล่งแสงสีทองขึ้นมาเช่นเดียวกับหานิ ก่อนที่ริมฝีปากจะขยับเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ในที่สุด… ข้าก็รู้แล้วว่ากองทัพพยัคฆ์ขาวของข้าหายไปได้อย่างไง… เ้าเองสินะ… ที่เป็ต้นเหตุ”
เสียงของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจปนสงสัย “ถึงอย่างงั้นเ้าเป็ตัวอะไรกันแน่… อายุของกระดูกไม่เกิน 20 ปี แถมยังไม่ใช่บุตรแห่งโชคชะตาแท้ๆ แต่กลับ… ไม่สามารถคำนวณอนาคตของเ้าได้เลยแม้แต่นิดเดียวถึงแม้จะยอมเสียอายุขัยไปมากมายก็ตาม”
นางหยุดชั่วครู่ แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหานิที่เป็สีทองสว่าง ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง… นางก็เข้าใจ
“…เ้าเองก็เป็ผู้ทำนายดวงชะตาเหมือนกับข้างั้นหรือ? …. ไม่สิ… เ้าต้องมีอะไรมากกว่านั้น…”
หานิไม่ตอบ ไม่พูด ไม่อธิบายใดๆ เขาเพียงหันหน้าไปสบตากับนาง และสิ่งที่เขาเห็นก็คือ… หน้าต่างสถานะที่ปรากฏขึ้นในสายตา
[ชื่อ: ซุยจื่อเมิ่ง]
[อายุ:???]
[ตัวตน:???]
[ระดับการบ่มเพาะ:???]
[ร่างกายพิเศษ:???]
[ศักยภาพ:???]
[ความเข้าใจ:???]
[โชค:???]
[ความภักดี: 45]
เกือบทุกช่อง… ว่างเปล่า
ซุยจื่อเมิ่งหันไปมองหานิเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาสีทองนั้นนิ่งสงบราวกับพยายามประเมินอะไรบางอย่าง ก่อนจะหลับตาลงเล็กน้อย นางรู้ดี หากต้องเปิดฉากสู้กันตอนนี้… นางไม่มีทางเอาชนะเด็กคนนี้ได้แน่นอน
ร่างที่นางใช้อยู่ตอนนี้เป็เพียงร่างแยกเท่านั้น แม้จะมีการบ่มเพาะถึงขั้นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าเทียบกับชายตรงหน้าแล้วก็ยังห่างไกล… ห่างจนไม่เห็นแม้แต่ความหวังเลยสักนิด นางก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพลังมันถึงได้ต่างกันถึงขนาดที่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า
และที่สำคัญไปกว่านั้น นางไม่อยากสูญเสียกองทัพด้านล่างพวกนั้น เหล่านักรบชุดเกราะสีขาว 1 พันคนด้านล่าง ไม่ใช่แค่ทหารธรรมดา แต่เป็คนที่นางคัดเลือกมาจากกองทัพพยัคฆ์ขาวในราชวงศ์อีกาทองคำ ทุกคนคือยอดฝีมือ และอัจฉริยะระดับสูง และยังมีโชคที่โดดเด่นกว่าผู้ใด นางนำพวกเขามาฝึกที่โลกเบื้องล่างไว้เพื่อเป้าหมายบางอย่างในโลกเบื้องบน
ถ้าเป็ศัตรูกับคนอื่น ไม่ใช่ชายตรงหน้านี้ นางคงปล่อยให้กองทัพพวกนั้นต่อสู้จนตายอย่างไม่ลังเล เพราะอย่างน้อยนางก็สามารถใช้ทรัพยากรในการทำให้พวกเขาเกิดใหม่ได้… แต่ว่าสิ่งที่นางเห็นในการทำนายชะตาของกองทัพพยัคฆ์ขาวหลังจากที่พวกเขาถูกชายตรงหน้านางฆ่า
ภาพในอนาคตนั้นชัดเจน กองทัพจะถูกสังหารยกชุด และเมื่อิญญาพวกเขากลับไปที่โถงิญญา โชคของพวกเขาทั้งหมดจะหายไป และนางไม่้าให้มันเกิดขึ้น นางจึงเลือกจะหยุดชายตรงหน้านี้ไว้ก่อน
นางจึงเปล่งเสียงเรียบสงบขึ้น “หนุ่มน้อย เ้า้าอะไรหรือเปล่า ข้าว่าพวกเราหยุดใช้ความรุนแรงแล้วมาพูดคุยกันดีๆ กันเถอะ”
หานิเงียบ ไม่ตอบอะไรแม้แต่น้อย
จากนั้น เพียงเสี้ยวลมหายใจ ร่างของเขาก็วาร์ปพุ่งมาปรากฏตรงหน้าซุยจื่อเมิ่ง พร้อมกับดาบแห่งแสงในมือที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างรวดเร็วและฟันลงมาด้วยพลังที่บิดเบี้ยวความว่างเปล่า
ซุยจื่อเมิ่งดวงตาเบิกกว้าง ดึงดาบสั้นขึ้นมารับทันควัน แต่หานิปิดพลังของดาบแสงลงในเสี้ยววินาที จากนั้นก็เปิดมันขึ้นมาอีกครั้งเมื่อดาบของเขาทะลุผ่านดาบสั้นของซุยจื่อเมิ่งไปใกล้ตัวนางแล้ว
แต่เมื่อดาบแห่งแสงใกล้มาถึงร่างของซุยจื่อเมิ่ง นางชักดาบอีกเล่มหนึ่งออกมา ป้องกันไว้ตรงจุดที่คิดว่าจะโดนโจมตี
แต่ทว่าดาบแห่งแสงของหานิเฉือนผ่านดาบเล่มที่สองของนางราวกับดาบนั้นมันเป็แค่แสงธรรมดาที่แค่ทะลุผ่านดาบของนางไป ก่อนที่แสงสีขาวสว่างวาบจะผ่าร่างของซุยจื่อเมิ่งออกเป็สองซีกในพริบตา
เืทะลักกลางอากาศ ซุยจื่อเมิ่งในร่างจำสลายไปทันที
เสียงดังจากริมฝีปากของหานิ
“ตายยากซะจริง”
ทันใดนั้นหุ่นเชิดจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ของหานิทั้งหมื่นตัว พุ่งเข้าจู่โจมเขาในชั่วอึดใจเดียว ทุกการเคลื่อนไหวทั้งรุนแรง และรวดเร็ว
คนของกองทัพพยัคฆ์ขาวกลับสับสนพวกเขาไม่เข้าใจว่าหุ่นเชิดที่หานิควบคุม เหตุใดจึงโจมตีหานิ?
แต่ก่อนที่จะได้คำตอบ... เสียงภายในดังเข้าสู่หูของผู้บัญชาการของกองทัพพยัคฆ์ขาว เขาเบิกตากว้าง ก่อนะโสุดเสียง “ทุกคน! ฆ่าตัวตายเดี๋ยวนี้!”
แต่ไม่ทันแล้ว…
การโจมตีของหุ่นเชิดทั้งหมื่นตัวที่หายไปทันทีก่อนจะถึงร่างของหานิ แต่มันกลับมาปรากฏขึ้นรอบตัวกองทัพพยัคฆ์ขาวแทนอย่างไร้สัญญาณเตือนใดๆ
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
แรงะเิะเืไปทั่วท้องฟ้า แขนขา ศีรษะ และเศษศพปลิวว่อนเต็มอากาศ เืไหลนองจนเมฆกลายเป็สีแดงไปหมด
หานิลอยนิ่งกลางฟ้า ก่อนจะยกมือขึ้นเบาๆ เพื่อดูดกลืน โชค จากกองทัพเ่าั้เข้าสู่ร่างกายของตนอย่างบ้าคลั่ง พลังที่มองไม่เห็นหลั่งไหลเข้ามาหาเขาเป็สายยาว
ในที่สุดเสียงของซุยจื่อเมิ่งที่ก็ดังขึ้นเบาๆ จากบนท้องฟ้า “ตอนนี้เ้าได้ทุกอย่างไปแล้ว… คงพอใจแล้วมั้ง?”
หานิไม่ได้สนใจคำพูดของนางเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงเก็บหุ่นเชิดทั้งหมดกลับเข้าไปในมิติอย่างสงบนิ่ง ไม่มีคำตอบ ไม่มีคำอธิบายใดๆ แต่แทนที่ซุยจื่อเมิ่งจะโกรธ นางกลับหัวเราะออกมาเสียงดังแทน
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าละชอบเ้าจริงๆ ไว้หาเวลาว่างๆ มาเที่ยวที่ราชวงศ์อีกทองคำสิ แล้วข้าจะเลี้ยงต้อนรับเ้าเป็อย่างดีเลยล่ะ…”
ซุยจื่อเมิ่งคิดในใจอย่างไงเด็กคนนี้คงต้องเป็ลูกหลานของตระกูลเทพพระเ้าสักแห่ง ไม่งั้นเขาไม่มีทางแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ั้แ่อายุยังน้อย แถมยังมีหุ่นเชิดระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มากมายพร้อมกับถืออาวุธจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทุกตัว ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่าเขามาจากตระกูลเทพพระเ้าสักแห่งแน่นอน
อีกเหตุผลหนึ่งคือ นางเผาผลาญอายุขัยนับล้านปีเพื่อทำนายตัวตนของเขา ก็ยังมองไม่เห็นแม้แต่เงาของโชคชะตาของเขาเลย และผู้พิทักษ์ของเขา นางไม่อาจััถึงมันได้เลย แต่ว่ามันสามารถลบพื้นที่หนึ่งไปจากััของนางได้อย่างสมบูรณ์ก็น่าจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง
ดังนั้นนางเลือกที่จะพูดคุยดีกว่าการสร้างศัตรูโดยไม่รู้ภูมิหลังอะไรเลย เพราะนางไม่อยากเจอสถานการณ์แบบว่า ชายหนุ่มตรงหน้าเป็บุตรแห่งพระเ้าของตระกูลเทพพระเ้าสักแห่ง มีแม่เป็ผู้นำดินแดนศักดิ์สิทธิ์บางแห่ง และเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สักที และยังเป็บุตรเขยของตระกูลที่ซ่อนเร้นอยู่
ถึงแม้ราชวงศ์จักรพรรดิเทพอีกทองคำจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่มันไม่ได้ไร้เทียมทาน และโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็มีข้อจำกัดมากเกินไป นางไม่อาจขยับตัวได้ตามใจโดยไม่เปิดเผยร่องรอยใดๆ เพราะนางไม่ได้ถนัดเื่ค่ายกลและรูปแบบเท่าไหร่ บางครั้งแค่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย... ก็อาจเป็จุดที่ทำให้ปู่ของมู่หนานซือจับผิดสังเกตได้