ภายใต้แม่น้ำดารา ปรากฏไข่มุกที่โอบล้อมไปด้วยแสงดวงดาราพุ่งขึ้นมา ดูแล้วละลานตามาก สามารถััได้ถึงพลังงานเข้มข้นจนถึงขีดสุดที่อัดแน่นอยู่ภายใน
ผู้คนที่ฝึกฝนอยู่รอบๆ พลันตื่นขึ้น สายตาของพวกเขาจ้องไปที่ไข่มุกดาราด้วยดวงตาร้อนผ่าว มีคนแผดเสียงคำรามดังออกมาว่า “ไข่มุกดารา ไข่มุกดาราออกมาแล้ว”
“ฮ่าๆ คิดไม่ถึงเลยว่าไข่มุกดาราจะโผล่ออกมาเช่นนี้ ข้านี่โชคดีเสียจริง”
“ปกติแล้วไข่มุกดาราจะปรากฏขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ มันก็จะพุ่งขึ้นมา หากข้าได้ไข่มุกเม็ดนั้น ข้าจะต้องทะลวงขั้นพลังย่อยได้เป็แน่”
ผู้คนต่างก็ดีอกดีใจ การทะลวงขั้นพลังย่อยนั้นทำให้ผู้คนตาร้อน ปกติแล้วการทะลวงขั้นสถิติญญาจะต้องใช้เวลาครึ่งปีกว่าจึงจะสามารถทะลวงได้ ซึ่งไข่มุกดาราเม็ดนี้สามารถย่นระยะเวลาได้ถึงหนึ่งปีครึ่งเลยทีเดียว
ของล้ำค่าชนิดนี้ไม่ใช่แค่ช่วยทะลวงขั้นพลังย่อยเท่านั้น ยังช่วยกลั่นหลอมพลังภายในร่างกายให้กลายสภาพ มันที่พบเจอได้ยากยิ่ง
เต้าหลิงเองก็ััได้ถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในไข่มุกดารา อีกทั้งของสิ่งนี้ยังอยู่ใต้แท่นเต๋าของเขาด้วย เขารีบยื่นมือออกไปแล้วคว้ามันเอาไว้อย่างไม่ลังเล
“หาที่ตาย” มีคนแผดเสียงกล่าวออกมาด้วยโทสะ ของล้ำค่าที่ตนหมายปองเอาไว้มีคนหาญกล้าแย่งชิงมันไป อยากตายมากงั้นสินะ
เด็กหนุ่มผมสีม่วงทะยานเข้ามา สีหน้าของเขาเฉยชา เขาไม่เอ่ยอะไร ฝ่ามือพุ่งเข้าไปที่เต้าหลิงหมายจะแย่งชิงไข่มุกดารามาไว้ในมือของตน
มีเสียงลมหวีดร้องดังขึ้นจากด้านหลัง ฝ่ามือของเต้าหลิงที่กำลังคว้าไข่มุกดาราเอาไว้ เมื่อััได้ถึงคลื่นพลัง เขาขมวดคิ้วขึ้นพลางม้วนตัวหมุนกลางอากาศ ขาขวายื่นออกไปโจมตีเข้าใส่
เด็กหนุ่มผมสีม่วงส่งเสียงฮึ เขาไม่หนีถอยพลางพุ่งเข้ารับ แม่น้ำดาราโดยรอบสั่นไหว ร่างของพวกเขาทั้งสองผละออกจากพื้น พลังงานเอ่อล้นมาจากใต้ฝีเท้า ตอนนี้พวกเขายืนอยู่เหนือแม่น้ำ
“ข้าหมายปองของสิ่งนี้เอาไว้แล้ว เ้าไปหาอันอื่นเสียเถอะ” จี๋ซิงโป๋เอ่ยเสียงเย็น
“ข้าเองก็หมายปองของสิ่งนี้ไว้เช่นเดียวกัน” เต้าหลิงส่งเสียงฮึพลางกระชับหมัด เมื่อครู่เขาเกือบจะได้ไข่มุกดารามาครองอยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมาขวางเอาไว้เสียได้
“หาที่ตาย” พลังทั่วร่างจี๋ซิงโป๋เย็นะเื ฝ่าเท้าทะยานออกไปข้างหน้า อย่างไรเสียเขาก็ต้องเอาไข่มุกดารามาให้จงได้
ชายเสื้อของเต้าหลิงกระพือขึ้น ผมยาวปลิวไสว ท่าทางของเขานิ่งสงบราวกับเซียน แสงสีทองแดงเปล่งออกมาทั่วร่าง เขาอยากจะรู้ว่าผลของกายทองแดงนั้นเป็อย่างไร ก่อนปล่อยหมัดเข้าปะทะ
หมัดของพวกเขาปะทะเข้าด้วยกัน ร่างกายของจี๋ซิงโป๋สั่นสะท้าน เขารู้สึกเหมือนว่าหมัดของตนกำลังจะะเิออก ั์ตาฉายแสงประหลาดใจ ก่อนแสยะยิ้มเย็นออกมา “ที่แท้ก็ใช้วิชามหาอำนาจ มาดูกันว่าข้าจะจัดการเ้ายังไง”
เขาลากเสียงคำรามยาว คลื่นพลังทั่วร่างเดือดขึ้น พลังที่เกรี้ยวกราดพุ่งออกไปข้างหน้า ภายในปรากฏขุนเขาสีม่วง
มันเหมือนกับูเาของจริงไม่มีผิด น้ำตกไหลหล่นมา สัตว์อสูรโบยบินอยู่บนท้องฟ้า นิมิตที่ปรากฏขึ้นไม่ธรรมดาเลย
“นี่มันวิชามหาอำนาจของสำนักซิงเฉินงั้นหรือ? น่ากลัวมาก จี๋ซิงโป๋แข็งแกร่งขึ้นทุกทีแล้วสิ” ผู้คนโดยรอบกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง เขาสามารถใช้วิชามหาอำนาจมาได้จนถึงขั้นนี้แล้วอย่างนั้นหรือ
“แหลกไปซะ” จี้ซิงโป๋เอามือไขว้หลัง พลังจองหองปรากฏขึ้นทั่วร่าง เขายื่นนิ่งไม่ขยับ ดูแล้วโอหังยิ่ง
ร่างของเต้าหลิงสั่นไหว พลังภายในร่างเดือดขึ้น แสงสีทองแดงสว่างจ้า ร่างทองแดงโบราณสั่นไหวเหมือนกับูเาทองแดงขนาดเล็ก
“เปิด” เต้าหลิงแผดเสียงคำรามดัง เืลมภายในร่างพุ่งพล่าน ก่อนปล่อยหมัดซัดออกไป
เมื่อเห็นดังนั้น มีคนกล่าวเสียงหลงออกมาว่า “เ้านั่นบ้าไปแล้วงั้นหรือ กล้าปะทะกับวิชามหาอำนาจ ไม่กลัวหมัดตัวเองแหลกหรืออย่างไร”
“ฮึ ข้าว่าเขาคงจะคิดว่าวิชามหาอำนาจกายจะเหนือกว่างั้นสินะ วิชาเช่นนั้นจะประมือกับวิชามหาอำนาจประเภทนี้ได้ที่ไหน”
“นั่นสิ เ้ารอก่อนเถอะ ขุนเขาั์จะต้องบดขยี้เ้านั่นจนแหลกแน่”
ผู้คนโดยรอบต่างก็พูดคุยกันต่างๆ นานา หลังจากนั้น ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของผู้คน หมัดที่รุนแรงของเต้าหลิงก็ได้พุ่งออกไปฉีกผ่านห้วงอากาศ ฟ้าดินสั่นไหวครืนๆ ก่อนทีู่เาขนาดั์จะถูกซัดจนะเิ
ใบหน้าของผู้คนบิดเบี้ยว พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าหมัดของเต้าหลิงจะสามารถทำลายูเาั์ได้ วิชากายมหาอำนาจน่ากลัวถึงขนาดนี้เชียวหรือ
พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าวิชากายมหาอำนาจฝึกฝนได้ยากมาก ทำให้มีน้อยคนที่อยากจะฝึกฝนมัน ทว่าคิดไม่ถึงว่าแค่หมัดเดียวจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้
เต้าหลิงไม่รู้เลยว่าเพราะพลานุภาพในหมัดเดียวของเขา จะทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยอยากจะฝึกฝนวิชากายมหาอำนาจ ทว่าผลที่ตามมาคือผู้คนต่างเจ็บตัวหนักจนแทบปางตาย
“แข็งแกร่ง” ข้างๆ มีศิษย์หญิงหลายคนที่มองอยู่ ดวงตาคู่สวยของเด็กสาวคนหนึ่งเป็ประกาย นางมองไปยังร่างกายของเต้าหลิงที่เปล่งแสงสีทองแดงออกมาพลันเลียริมฝีปากของตนอย่างอดไม่ได้
“เสี่ยวหลิง เ้ามีคู่ครองแล้ว”
“ไปตายซะ” เด็กหญิงนามว่าเสี่ยวหลิงอับอายมาก นางกล่าวกับเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ นางด้วยความโกรธ
ใบหน้าจองหองของจี๋ซิงโป๋พลันหนักอึ้ง ั์ตาฉายสีขึงขัง เขาไม่พูดไม่กล่าวอะไรพลางลงมืออีกครั้ง
พลังทั่วร่างของเต้าหลิงพุ่งทะลักออกมา กล้ามเนื้อขยายใหญ่ขึ้น จนเขาแผดเสียงคำรามออกมาอย่างอดไม่ได้ ลมปราณะเิทะลวงฝ่าห้วงอากาศ ความเร็วเพิ่มขึ้นดุจวายุ
สีหน้าของจี๋ซิงโป๋ดูไม่ดีนัก เขาคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้าโจมตีกลับ พลังที่ดุดันปลดปล่อยออกมาทั่วร่าง ก่อนเริ่มเหนี่ยวนำพลังฟ้าดิน
พลังดาราที่ปกคลุมฟ้าดินถูกปลุกให้ตื่น พลังงานฟ้าดินที่บริสุทธิ์ทำให้พลังการโจมตีแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า
เต้าหลิงเผชิญหน้าต่อแรงต้านทานโดยรอบ ทว่าการโจมตีของเขาก็ยังคงเป็ไปอย่างเรียบง่าย แขนทั้งสองหมุนขึ้นราวกับพญาอินทรีย์สยายปีก
จี๋ซิงโป๋เองก็ไม่ยอมแพ้ หมัดของเขาพุ่งออกไป พลังบริสุทธิ์ม้วนตัวพุ่งโจมตีอกของเต้าหลิง
ผมยาวของเขาปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ทั่วร่างเปล่งแสงสีทองแดงออกมา เขาใช้ข้อศอกรับหมัดเอาไว้ ในเวลาเดียวกันเขาก็ใช้ขาซ้ายเตะตวัดสวนกลับไป
จี๋ซิงโป๋หน้าเปลี่ยนสี เขารู้สึกเหมือนกำปั้นจะะเิออก เขารีบยื่นฝ่ามืออีกข้างหนึ่งโจมตีใส่ขาของเต้าหลิง ในตอนนั้นแรงกดดันที่รุนแรงก็ปะทะเข้ามาสู่ร่างทำเอาขาทั้งสองอ่อนแรงจนแทบล้ม
การโจมตีของเต้าหลิงรุนแรงมาก เขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พัก หมัดที่โจมตีออกไปได้แปรเปลี่ยนเป็ฝ่ามือ จากนั้นชั่วพริบตาฝ่ามือของเขาก็กดทับเข้าที่อกของจี๋ซิงโป๋
“บัดซบ!” จี๋ซิงโป๋เสียเปรียบอย่างต่อเนื่อง เขานำกระบี่ล้ำค่าออกมาด้วยความโกรธ พลางใช้กระบี่เล็งเข้าใส่ฝ่ามือของเต้าหลิง
เมื่อเห็นดังนั้น หัวใจของผู้คนพลันสั่นไหว หากถูกกระบี่ล้ำค่านั่นแทงทะลวงฝ่ามือ เืจะต้องไหลกระฉอกออกมาจนหยุดไม่อยู่แน่
ในตอนนั้นปลายกระบี่ล้ำค่ากำลังขยับเข้ามาใกล้ฝ่ามือ นิ้วมือทั้งห้าของเต้าหลิงก็กางออกแล้วคีบใบมีดกระบี่ล้ำค่าเอาไว้
“บัดซบ ไปตายซะ” จี๋ซิงโป๋แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธ พลังภายในร่างแล่นเข้าไปในกระบี่ล้ำค่า จากนั้นกระบี่ล้ำค่าก็ปล่อยแสงกระบี่ออกมา มันสามารถฟันก้อนหินให้ขาดเป็สองท่อนได้
ทว่าในตอนที่พลังกระบี่พุ่งเข้ามาตรงนิ้วมือทั้งสองของเต้าหลิง ก็มีเสียง เกร๊งเกร๊ง ดังขึ้นเหมือนกับกำลังตีเหล็กอยู่ สะเก็ดไฟสาดกระเซ็นออกมา
“อะไรกัน!?” ผู้คนต่างก็ตกตะลึง มีคนขยี้ตาตัวเองเพราะอยากรู้ว่าบนมือของเขานั้นถืออาวุธอะไรไว้หรือไม่
“เขาสามารถปะทะกับพลังกระบี่ได้อย่างนั้นหรือ ทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนี้” มีคนอ้าปากพะงาบๆ “ร่างของเขาทำขึ้นจากเหล็กหรือยังไงกัน?”
“นั่นก็คือวิชากายมหาอำนาจ น่ากลัวจริงๆ ข้าตัดสินใจแล้วว่าข้าจะฝึกฝนวิชากายมหาอำนาจนี้ ในภายภาคหน้าจะได้ประมือกับอาวุธได้” เด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าวพลางนึกภาพของตนที่กำลังต่อสู้กับอาวุธ์
ฝ่ามือของเต้าหลิงโจมตีเข้าใส่จี๋ซิงโป๋จนถอยหลัง เขามองที่นิ้วมือของตนแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเืไหลซึมออกมาเล็กน้อย เขาก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ “ไม่เลว หากฝึกฝนทิศที่หนึ่งจนสำเร็จ จะต้องสามารถประมือกับอาวุธธรรมดาได้โดยแน่”
ในตอนนี้เขาให้ความสำคัญกับวิชาสามทิศกายทองคำมาก ทว่าในใจก็อดเสียดายส่วนกายทองที่หายไปไม่ได้ หากหาทิศสุดท้ายเจอ ไม่อยากจะคิดเลยว่าพลานุภาพของมันจะน่ากลัวมากแค่ไหน
ในตอนนั้นเขาก็หันหลังพลางมุ่งหน้าเดินไปที่ไข่มุกดารา ผู้คนโดยรอบไม่กล้าทำอะไร เพราะคนคนนี้แข็งแกร่งมากเกินไป
ทันใดนั้น ก็มีคลื่นพลังที่น่ากลัวปรากฏขึ้นบนแม่น้ำดารา ผึ้งทองคำสูงสามสิบสามเซ็นติเมตรตัวหนึ่งปรากฏขึ้น ร่างของมันเปล่งแสงสีทองคำอร่าม ปีกทั้งสองเบาบาง เพียงแค่ขยับเบาๆ ก็สามารถทำลายก้อนหินขนาดใหญ่ได้
เต้าหลิงมองไปที่มัน พลันรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของผึ้งทองคำนี้ เขาคว้าไข่มุกดาราเอาไว้ในมือ ไข่มุกเม็ดกลมขนาดเท่าหัวแม่มือเปล่งแสงสว่างระยิบระยับ ภายในอุดมไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์มหาศาล
“ของดีจริงๆ พลังที่อยู่ข้างในบริสุทธิ์มาก” ใบหน้าของเต้าหลิงฉายสีปีติ ถ้ากลั่นหลอมไข่มุกเม็ดนี้ พลังของเขาต้องเพิ่มขึ้นสูงมากแน่
ผึ้งทองคำใช้สายตาเ็ามองไปที่เขา หลังจากมองสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง มันก็เอ่ยเสียงเย็นออกมาว่า “เด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ เ้านายของข้าให้มาเรียกเ้า”
คำพูดของมันที่กล่าวออกมาทำให้ผู้คนโดยรอบตกตะลึงมาก ั์ตาของผึ้งทองคำเย็นะเื มันไม่ได้สนใจเสียงพูดคุยของคนที่อยู่รอบๆ ปีกเบาบางทั้งสองของมันแข็งแกร่งมากจนสามารถผ่าูเาเล็กให้ขาดเป็สองท่อน
