เล่มที่ 6 บทที่ 167 เคล็ดวิชาหลิงเป่า
ช่างเป็เื่น่ายินดีราวกับฟ้าประทานจริงๆ…
ปกติแล้วผู้บำเพ็ญกระบี่จะไม่ใช้วิชากระบี่อื่นเลย สำนักเวิ่นเจี้ยนและสำนักกระบี่หลีซานเองก็เช่นกัน เพราะหลังจากบำเพ็ญกระทั่งแต่ละคนมีอาวุธคู่กายแล้ว ทุกอย่างล้วนจะต้องอาศัยอาวุธคู่กายทั้งหมด ไม่จำเป็ต้องศึกษาวิชาอื่นแม้แต่น้อย
ทว่าทั่วพิภพอันกว้างใหญ่แห่งนี้ยังมีผู้บำเพ็ญอีกมากมาย และไม่ใช่ทุกคนที่ใช้กระบี่จะต้องเป็ผู้บำเพ็ญกระบี่เสมอไปอีกด้วย อีกทั้งไม่จำเป็ต้องมีอาวุธคู่กายเล่มเดียวเสมอไป หากเป็เช่นนั้นกระบี่จะมีจิตใจเชื่อมโยงกับผู้เป็เ้าของได้อย่างไรล่ะ?
เพราะเหตุนี้เองจึงมีวิชากระบี่เกิดขึ้นมานั่นเอง…
หลินเฟยพาเจียงหลีมาถึงบริเวณหลังร้าน เพราะการต่อสู้แสนดุเดือดเมื่อคืน ทำให้ทางด้านหลังร้านกลายเป็ซากปรักหักพัง ทว่าเศษหินเศษทรายกลับถูกสัตว์ร้ายทั้งแปดของค่ายกลแปดอสูรหลิงเป่ากลืนกินไปจนหมดแล้ว จึงเหลือเป็ลานโล่งๆเท่านั้น เหมาะที่จะเป็สถานที่ฝึกวิชากระบี่พอดี
“ดูให้ดีๆ ล่ะ”
วิชาที่หลินเฟยสอนมีทั้งหมดสิบสามกระบวนท่า หนึ่งกระบวนท่ามีเคล็ดอยู่หนึ่งประโยค จึงทำให้ง่ายต่อการเข้าใจและจดจำเป็อย่างมาก เจียงหลีใช้เวลาอยู่ประมาณหนึ่งชั่วยาม ก็สามารถเรียนรู้ได้เจ็ดถึงแปดกระบวนท่าแล้ว
อยู่ดีๆเจียงหลีก็เกาหัวขึ้นมา…
ไม่ใช่เพราะเขาไม่รู้เื่หรอก
แต่ที่เกาหัวก็เพราะเข้าใจแล้วต่างหาก…
‘จะดูหยาบเกินไปหน่อยไหมนะ?’
ตอนแรกที่มีความคิดนี้ผุดขึ้นมา เจียงหลีเองก็เคอะเขินอยู่ไม่น้อย เพราะแม้แต่ฟานซื่อผู้เป็อาจารย์ซึ่งมีขั้นบำเพ็ญระดับจิงตันยังออกปากชมว่าอาจารย์อาผู้นี้มีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หากสามารถเรียนรู้วิชาจากอีกฝ่ายได้ละก็ ย่อมต้องเป็วิชาที่มีพลังะเืฟ้าะเืดินเป็แน่…
และที่รู้สึกว่าวิชานั้นดูหยาบกระด้างเกินไป อาจเป็เพราะยังไม่เข้าใจถ่องแท้แน่ๆ!
‘ใช่แล้ว มันต้องเป็เช่นนี้แหละ…’
เจียงหลีจึงใช้เวลาอีกสองชั่วยามเพื่อทบทวนวิชาอีกครั้งอย่างจริงจัง เจียงหลีทบทวนทั้งสิบสามเคล็ดและสิบสามกระบวนท่าซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น…
ทว่าผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม…
เจียงหลีเริ่มลนลานขึ้นมา
“หรือข้าจะโง่เกิน?”
‘แต่ก็ไม่น่าใช่…’
เมื่ออดีตขณะที่อาจารย์ได้รับเขาเข้ามาเป็ศิษย์ ยังได้เอ่ยปากว่าเขาเป็ถึงอัจฉริยะที่จะพบเจอได้เพียงคนเดียวจากหนึ่งหมื่นคน แถมยังบอกว่าตนมีกายอะไรสักอย่างอีกด้วย พร์ของเขาจึงไม่น่าจะแย่ขนาดนั้น
‘แล้ววิชากระบี่นี่มันคืออะไรกันล่ะ?’
หลังจากผ่านไปอีกสองชั่วยาม เจียงหลีก็เริ่มทนไม่ไหว จึงวิ่งไปหาหลินเฟยก่อนจะระบายสิ่งที่อัดแน่นอยู่เต็มอกออกมา
หลินเฟยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาน้อยๆ
“จะหยาบหรือไม่นั้น ทำไมไม่นำกระบี่ไปลองดูเล่า?”
“ก็จริง…” เมื่อหลินเฟยพูดจบ เจียงหลีก็ตบเข้าที่หัวตนเองทันที จากนั้นก็รีบวิ่งไปหยิบกระบี่ที่ชั้นวาง
แต่จู่ๆหลินเฟยก็เอ่ยห้ามไว้เสียก่อน ทันใดนั้นก็ชี้ไปทางกระบี่สิบเล่มสำหรับเตรียมวางขายในวันนี้
“ใช้เล่มนั้นสิ”
“หื้อ?”
เจียงหลีได้ยินเช่นนั้นก็เกาหัวแกรกๆอย่างงุนงง ในใจก็พลางสงสัยว่ามันต่างกันอย่างไร?
อย่างไรก็ตามในเมื่ออาจารย์อาพูดเช่นนี้ เจียงหลีก็ทได้แค่พยักหน้าตอบรับ และเอื้อมไปหยิบกระบี่สีดำเล่มหนึ่งมา ก่อนจะวิ่งไปทางด้านหลังร้าน ในใจก็ทวนเคล็ดวิชาอีกครั้ง ทว่าครู่เดียวกระบี่สีดำก็เกิดลำแสงเปล่งประกายออกมา และนี่ก็คือกระบวนท่าแรกของวิชากระบี่ ไม่นานก็มีปราณกระบี่สีดำสายหนึ่งสูงกว่าสิบจ้างพุ่งขึ้นมาคล้ายกับัร้ายสีดำ ทันใดนั้นกระแสอันโเี้ก็แพร่กระจายทันที…
“บ้าน่า” เจียงหลีสะดุ้งเฮือกใ ก่อนจะโคจรพลังสะบั้นกระบี่ออกไป
จากนั้นทุกอย่างก็นิ่งสนิท ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย
“…” เจียงหลีใจเต้นระส่ำด้วยความตะลึง เป็เวลานานจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายจะร้องไห้ออกมา
“ข้าว่าแล้ว…”
ทว่ายังไม่ทันจะพูดจบ พื้นดินบริเวณหลังร้านก็สั่นะเืรุนแรงขึ้นมาทันที ทั้งที่ในตอนแรกยังเป็พื้นที่ราบแท้ๆ ตอนนี้กลับแตกออกกลายเป็รอยยาวเกือบห้าจ้าง แถมยังมีความลึกกว่าสิบจ้างเลยทีเดียว พอมองไปจึงคล้ายกับัร้ายที่กำลังเลื้อยอยู่้า เจียงหลีเห็นดังนั้นก็รู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม เขาเอาแต่สลับมองกระบี่และรอยแยกไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก…
“นี่ๆ…เป็ฝีมือข้างั้นหรือ?”
หลินเฟยได้ยินคำพูดของเจียงหลี ก็หัวเราะน้อยๆออกมาเท่านั้น โดยไม่เอ่ยตอบคำถามของอีกคน…
เคล็ดวิชากระบี่นี้เป็หนึ่งในเคล็ดวิชากระบี่หลิงเป่า มันมีต้นกำเนิดเดียวกับค่ายกลแปดอสูรหลิงเป่า ยิ่งใช้คู่กับกระบี่ที่เกิดจากค่ายกลแปดอสูรหลิงเป่าด้วยแล้ว พลังจึงทวีความรุนแรงอย่างมาก เช่นนั้นแล้วจะเป็เคล็ดวิชาหยาบได้อย่างไรล่ะ?
ค่ายกลแปดอสูรหลิงเป่าเกิดจากนักพรตหลิงเป่าแห่งสำนักเชียนจีในอดีตชาติ สำนักเชียนจีนั้นเป็สำนักที่ชำนาญการหลอมอาวุธมากที่สุด นักพรตเชียนจีจึงถือว่าเป็หนึ่งในปรมาจารย์ด้านหลอมอาวุธแห่งสำนักเชียนจีเลยก็ว่าได้ ที่สร้างค่ายกลแปดอสูรหลิงเป่าออกมานั้น ก็เพราะ้าใช้พลังของเหล่าสัตว์ร้ายแทนพลังมนุษย์ เพื่อทำให้เกิดค่ายกลซึ่งสามารถสร้างอาวุธออกมาได้นั่นเอง…
น่าเสียดายที่แิการสร้างค่ายกลนี้ผิดพลาดมาั้แ่ต้น เพราะค่ายกลเป็สิ่งตาย แต่มนุษย์เป็สิ่งมีชีวิต สามารถพลิกแพลงตามสถานการณ์ได้ ดังนั้นค่ายกลที่ราวกับเครื่องจักรนี้ จึงไม่อาจมีความละเอียดละอ่อนและมีจิตใจที่มุ่งหวังพัฒนาอาวุธให้ดียิ่งขึ้นอย่างเช่นช่างหลอมที่เป็มนุษย์จริงๆ ได้…
ดังนั้นค่ายกลแปดอสูรหลิงเป่า เต็มที่จึงหลอมได้เฉพาะค่ายกลที่มีมนต์สะกดเก้าสายเท่านั้น ไม่อาจหลอมได้มากไปกว่านี้ และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว นักพรตหลิงเป่าถึงกับต้องเค้นสมองเพื่อคิดค้นเคล็ดวิชาหลิงเป่าออกมา โดยเคล็ดวิชาหลิงเป่านั้นมีกระบวนท่าที่สามารถใช้ได้กับอาวุธทุกชนิด และวิชาที่หลินเฟยสอนให้กับเจียงหลีในตอนนี้ ก็คือเคล็ดวิชากระบี่ที่เป็หนึ่งในเคล็ดวิชาหลิงเป่านั่นเอง…
ช่างน่าเสียดาย…แม้จะเป็เช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องของค่ายกลได้แล้ว สุดท้ายนักพรตหลิงเป่าจึงโกรธมาก ถึงขั้นปิดผนึกค่ายกลนี้เอาไว้ กระทั่งหลายปีถัดมา ค่ายกลนี้ก็เล็ดลอดออกมาจนได้ จากนั้นก็แพร่กระจายไปทั่วพิภพหลัวฝู กลายเป็เคล็ดลับที่ไม่มีใครไม่รู้ในที่สุด แต่สำนักเวิ่นเจี้ยนเป็เพียงสำนักเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียนรู้วิชานี้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แม้แต่เคล็ดวิชาหลิงเป่าก็ยังได้มาครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว…
เมื่อหลินเฟยถูกส่งมาที่หอดาบ ระหว่างที่เขารู้สึกเบื่อหน่ายไม่มีอะไรทำ เขาจึงคุ้ยหาบันทึกค่ายกลและวิชาหลิงเป่าขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา คิดไม่ถึงเลยว่าหลายหมื่นปีต่อมา จะมีโอกาสได้นำออกมาใช้…
ความยินดีฉายชัดบนใบหน้าของเจียงหลีขึ้นมา หลินเฟยเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เขาทำเพียงรออีกฝ่ายสงบสติ ก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“ถ้าข้าขายเคล็ดวิชานี้ให้ เ้ายินดีจะจ่ายเท่าไรล่ะ?”
“หา?” เจียงหลีชะงักฉับพลัน จากนั้นก็ลูบคางน้อยๆระหว่างพิจารณา ก่อนจะพึมพำเสียงเบา
“พลังของเคล็ดวิชานี้รุนแรงไม่เบาเลยทีเดียว หากผู้บำเพ็ญขั้นมิ่งหุนเคราะห์หนึ่งนำมาใช้ละก็ จะต้องมีพลังเทียบเท่าผู้เพ็ญมิ่งหุนที่ฝ่าเคราะห์สองแล้วเป็แน่ หากจะขายละก็ ต่อให้ขายหนึ่งแสนหินิญญาก็เกรงว่าจะถูกเกินไปด้วยซ้ำ…”
เจียงหลีเองก็ไม่ได้โง่อะไร เพียงครู่เดียวก็รู้ว่าเคล็ดวิชานี้มีต้นกำเนิดเดียวกับค่ายกลที่ใช้หลอมอาวุธ หากเหล่าผู้เพ็ญที่ซื้ออาวุธได้ไปละก็ จะต้องราวกับพยัคฆ์*ติดปีกเป็แน่ เพราะฉะนั้นขายสักหนึ่งแสนจึงถือว่าไม่แพงหรอก…
(*พยัคฆ์ติดปีก หมายถึง เก่งขึ้นกว่าเดิม)
“แสนหินิญญาอย่างนั้นหรือ…” หลินเฟยลูบจมูกตนเองก่อนจะตบบ่าเจียงหลีเบาๆ
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเ้าออกไปบอกคนที่เข้าแถวอยู่ด้านนอก สามหมื่นหินิญญา สามารถซื้อได้หนึ่งกระบวนท่า…”
“…” เจียงหลีได้ยินก็สะดุ้งโหยงทันที ‘ยังดีที่อาจารย์อาไม่ได้คิดจะทำการค้าอะไร ไม่อย่างนั้นละก็เกรงว่าผู้บำเพ็ญทั่วทั้งเมืองวั่งไห่จะต้องถูกปอกลอกจนหมดตัวแน่นอน…
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
