น่าเสียดายที่ในยุคนั้น "ครูบาอาจารย์" กลับถูกตราหน้าว่าเป็ "ปัญญาชนหัวกะทิชนชั้นกระฎุมพี" พวกเขาตกเป็เป้าของการปฏิรูป ถูกผลักให้เป็ชนชั้นล่างสุดที่เรียกว่า "เฒ่าเหม็นหมายเลขเก้า" ซึ่งต่ำต้อยยิ่งกว่าพวกนายทุน เ้าที่ดิน หรือแม้แต่สายลับขายชาติเสียอีก ต้องเผชิญกับการกวาดล้างที่รุนแรงจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
คลื่นพายุทางการเมือง "กวาดล้างสิ่งปฏิกูล" และ "ชำระล้างชนชั้น" พัดโหมกระหน่ำใส่ 'จางเฉิงเหวิน' อย่างหนักหน่วง ขาของเขาต้องพิการลงใน่เวลานั้นเอง
ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไม่อาจทนเห็นสามีถูกทรมาน ซ้ำร้ายยังตรอมใจจนล้มป่วยและจากไปในที่สุด
ส่วนตัวเขาเองที่กัดฟันสู้ชีวิตมาหลายปี สภาพร่างกายและจิตใจตอนนี้ก็เปราะบางจนแทบจะแหลกสลาย
ถังหว่าน... ในวัยแปดขวบ ถูกส่งไปอยู่กับคนอื่นหลังจากแม่เสียชีวิตและพ่อกลายเป็คนพิการ เถียนจ้าวตี้ในตอนนั้นรู้ตัวว่าจะมีลูกไม่ได้อีก แต่อยากได้ลูกสาวไว้เลี้ยงดูยามแก่เฒ่า พอเห็นเด็กหญิงหน้าตาน่าเอ็นดู แถมมีเชื้อสายปัญญาชน จึงรับมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรม
แต่์กลั่นแกล้ง ไม่นานหลังจากนั้น เธอถูกใช้งานหนัก ถูกบังคับให้ไปซักผ้ากลางอากาศหนาวจนพลัดตกน้ำ พี่ชายรองต้องกลายเป็คนสติไม่ดี ส่วนเธอเองก็ถูกทุบตีทารุณจนความทรงจำอันเลวร้ายฝังรากลึก กลายเป็ปมในใจที่ไม่กล้าแตะต้อง
แต่บัดนี้... ความทรงจำเ่าั้ไหลย้อนกลับมาชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ความรู้สึกผูกพันจากสายเืทำเอาถังหว่านแสบจมูก น้ำตาพานจะไหล แต่นั่นก็ดีแล้ว... จากนี้ไปเธอจะได้จัดการกับพวกตระกูลถังได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีเยื่อใยหรือความรู้สึกผิดใดๆ ให้ค้างคาใจ
“ตายจริง นี่เธอคิดจะกลับไปอยู่บ้านตระกูลจางจริงๆ เหรอ? บ้านนั่นมันรังหนูชัดๆ ฝนตกหลังคาก็รั่ว บรรยากาศน่ากลัวอย่างกับบ้านผีสิง เธอคิดดีแล้วแน่นะ?” ถังเสี่ยวหงที่เดินตามมา แสร้งทำเสียงเป็ห่วงเป็ใย
ในเมื่อชาวบ้านกำลังจับตามอง นี่เป็โอกาสดีที่นางจะได้สร้างภาพนางเอกแสนดีผู้มีน้ำใจ
ถังหว่านหันขวับกลับมามองด้วยแววตาเรียบนิ่ง “เป็อะไรไป? ถ้าฉันไม่ไปอยู่ที่นั่น แล้วจะให้ไปอยู่บ้านเธอมั้ยล่ะ?”
ถังเสี่ยวหงหน้าตึงขึ้นทันที นางชะงักกึก โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาคาดหวังของชาวบ้านที่มองมา... จะตอบรับก็ไม่ได้ ยุคนี้ลำพังจะกินยังแทบไม่พอ ใครจะบ้าหาเหาใส่หัวรับคนปากกัดตีนถีบเพิ่มอีกคน? แต่ครั้นจะปฏิเสธ ภาพลักษณ์ 'แม่พระ' ที่อุตส่าห์สร้างมาก็พังยับเยินพอดี
ถังหว่านไม่อยากเสียเวลาเสวนากับคนหน้าไหว้หลังหลอก เธอหัวเราะ หึ ในลำคอ แล้วเดินเชิดหน้าจากไปอย่างไม่ไยดี
โชคดีที่มีชาวบ้านใจดีช่วยชี้ทาง เธอจึงคลำทางมาจนเจอบ้านหลังเก่าในความทรงจำ
บ้านดินสภาพทรุดโทรมจวนจะพังแหล่มิพังแหล่ ประตูรั้วไม้ผุพัง สนามหญ้ารกชัฏเต็มไปด้วยวัชพืชสูงท่วมหัว มุมหนึ่งของลานบ้านกองไปด้วยขยะที่เก็บมาขาย...
แม้แสงแดดจะแผดจ้า แต่บรรยากาศที่นี่กลับเงียบเหงาวังเวงจับใจ
เด็กๆ จอมซนที่เดินตามมาถึงหน้าบ้าน ต่างหยุดกึก ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าล่วงล้ำเข้ามา เพราะผู้ใหญ่ขู่ไว้ว่าที่นี่มีปีศาจออกหากินตอนกลางคืน
“ใครน่ะ... แค่กๆ” เสียงไอแห้งๆ แ่เบาลอยออกมาจากในตัวบ้าน
“ฉันเอง... ถังหว่าน” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นเครือ
โครม
สิ้นเสียงตอบรับ ก็มีเสียงข้าวของล้มดังมาจากข้างใน ถังหว่านทิ้งความอึดอัดใจ รีบวิ่งถลันเข้าไปดู
ภาพที่เห็นทำเอาใจหล่นวูบ... จางเฉิงเหวิน พ่อผู้พิการของเธอล้มกลิ้งอยู่บนพื้น พยายามตะเกียกตะกายหนีไปที่มุมห้อง เมื่อเห็นหน้าลูกสาว เสียงของเขาก็สั่นพร่ายิ่งกว่าเดิม ะโไล่ด้วยความเ็ป “แกมาทำไม ใครใช้ให้แกมาที่นี่ ออกไป”
หลายปีที่ผ่านมา เขารู้ดีว่าลูกสาวต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่เถียนจ้าวตี้ขู่ไว้ว่าถ้าเขากล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวาย ก็จะตัดหางปล่อยวัดถังหว่านทันที
เด็กตัวคนเดียว ไร้ที่พึ่ง จะมีชีวิตรอดได้อย่างไร?
เพื่ออนาคตของลูก เขาจึงยอมกลืนเื ตัดขาดความเป็พ่อลูก ยอมทนเหงาตายอย่างโดดเดี่ยว ดีกว่าต้องเห็นลูกสาวตกระกำลำบากเพราะพ่อที่ไม่มีน้ำยา
ถังหว่านมองเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในแววตาหวาดกลัวคู่นั้น หัวใจที่เคยหนักอึ้งค่อยๆ คลายลง เธอทำเป็มองข้ามสภาพบ้านที่สกปรกยิ่งกว่าคอกหมู เดินเข้าไปพยุงร่างผอมแห้งให้ลุกขึ้นนั่ง
จางเฉิงเหวินรีบเอามือปิดจมูก พยายามผลักไสไล่ส่งเธอสุดแรง “แกออกไปเดี๋ยวนี้ ไปขอโทษพ่อแม่แกซะ แล้วกลับไปอยู่กับพวกเขา”
เขากลัว... กลัวว่าวัณโรคที่เป็อยู่จะติดต่อไปยังลูกสาว
ถังหว่านสูดหายใจลึก กัดฟันแน่น “หนูไม่กลับ หนูยอมตายดีกว่ากลับไปให้พวกมันโขกสับ วันนี้ลูกชายมันฉีกจดหมายตอบรับของหนูทิ้ง พรุ่งนี้มันอาจจะขายหนูไปให้ใครก็ได้... ไม่สิ พวกมันเคยขายหนูมาแล้วครั้งนึงด้วยซ้ำ”
ใบหน้าซีดเซียวของชายชราฉายแววตื่นตะลึงและความสิ้นหวัง “อะไรนะ? ฉีกจดหมายตอบรับ? จดหมายเข้ามหาวิทยาลัยรึ?”
ถังหว่านพยักหน้าช้าๆ
ชายชราส่งเสียงสะอื้นฮักในลำคอ กำปั้นลีบๆ ทุบพื้นอย่างแรงด้วยความคับแค้นใจ “เวรกรรม... เวรกรรมแท้ๆ ทำไมถึงทำกันได้ลงคอ” เขาเคยเป็ปัญญาชนมาก่อน ย่อมรู้ซึ้งถึงคุณค่าของการศึกษา
ในยุคนั้น การได้เป็ครูในโรงเรียนรัฐบาลไม่ใช่เื่ง่าย มีแค่ไม่กี่ทางเลือก คือสอบบรรจุโดยตรง, จบโรงเรียนฝึกหัดครู, ย้ายมาจากหน่วยงานอื่น หรือเป็ครูอาสา
จางเฉิงเหวิน... คือครูที่สอบบรรจุได้ด้วยความสามารถของตัวเอง เป็ข้าราชการครูเต็มตัว
ถึงชีวิตจะตกต่ำถึงขีดสุด แต่จิติญญาความเป็ครูยังคงอยู่ การฉีกจดหมายตอบรับของใครสักคน ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็
ถังหว่านเห็นพ่อร้องไห้จนตัวโยน ไอโขลกจนหน้าดำหน้าแดง ก็อดสงสารจับใจไม่ได้ เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ลูบหลังปลอบโยนเบาๆ
“ตราบใดที่ยังมีหลังคาคุ้มหัว เราก็ยังมีบ้าน... ตราบใดที่พ่อยังไม่ตาย ลูกก็ยังมีพ่อ พ่อเคยทิ้งหนูไปแล้วครั้งนึง
นี่คิดจะทิ้งหนูเป็ครั้งที่สองอีกเหรอ?”
คำตอบที่ได้รับ มีเพียงเสียงร้องไห้โฮอย่างไม่อายฟ้าดิน
เมื่อชายชราร้องไห้จนพอใจ ถังหว่านก็ประคองเขาขึ้นอย่างทะมัดทะแมง หาเศษผ้าเก่าๆ ชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ แล้วคุ้ยหารองเท้าคู่เก่าขาดๆ มาสวมให้ ก่อนจะพยุงเขาเดินออกจากบ้าน
“จะพาฉันไปไหน?” จางเฉิงเหวินเพิ่งได้สติ ถามเสียงหลง
“ไปหาหมอ”
“ไม่ไป ฉันไม่ไป” เขาขืนตัวสุดแรง นึกว่าลูกสาวจะพาไปเอาเื่ตระกูลถัง แต่พอรู้ว่าจะพาไปหาหมอ เขายิ่งดิ้นรน
โรคนี้รักษาไม่หายหรอก... มีเงินเก็บอยู่นิดหน่อย เขาอยากเก็บไว้เป็สินสอดให้ลูกสาวได้ออกเรือนมากกว่าเอามาละลายกับสังขารที่ใกล้ผุพัง
“ถ้าพ่อไม่ไป... หนูก็จะเลิกเรียน จะไม่แตะหนังสืออีกเลยตลอดชีวิต” เธองัดไม้ตายออกมาขู่
ได้ผลชะงัด... จางเฉิงเหวินหยุดดิ้นทันที ยอมจำนนแต่โดยดี
ถังหว่านเรียกรถลากลา จ้างคนขับสองเหมาให้พาเข้าไปในตัวเมือง
โรงพยาบาลเดียวในเมืองคือโรงพยาบาลเหมืองแร่ คนงานและญาติรักษาฟรี แต่คนนอกอย่างพวกเขาต้องจ่ายเงินเองเต็มจำนวน
เธอพาพ่อเดินฝ่าสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของผู้คนเข้าไปในตึก จางเฉิงเหวินตัวสั่นเทิ้มด้วยความประหม่า เขาล้วงมือสั่นๆ เข้าไปในอกเสื้อที่เก่าจนดูไม่ออกว่าสีเดิมคือสีอะไร ควักธนบัตรยับยู่ยี่ออกมาปึกหนึ่ง ยื่นให้ลูกสาว
ถังหว่านดันมือเขากลับไป พลางนึกขำในใจ... พ่อลูกคู่นี้เหมือนกันเปี๊ยบ ชอบซ่อนเงินไว้กับตัว
“เก็บไว้เถอะค่ะพ่อ หนูมีเงินพอ” โชคดีที่เธอหาเงินก้อนโตมาได้ก่อนหน้านี้ ไม่อย่างนั้นคงมืดแปดด้านแน่ๆ
ระบบโรงพยาบาลยุคนี้ทำงานช้าเป็เต่าคลาน กว่าผลตรวจจะออกก็ปาเข้าไปค่ำมืด
แต่ก็นับว่าเป็ข่าวดี... ไม่ใช่โรคปอดเรื้อรังหรือวัณโรคระยะสุดท้ายอย่างที่กลัว เป็เพียงอาการปอดอักเสบรุนแรงบวกกับโรคขาดสารอาหารเรื้อรัง
ถังหว่านถอนหายใจเฮือกใหญ่... ์ยังเมตตา
ดึกแล้ว รถกลับหมู่บ้านหมดเกลี้ยง จางเฉิงเหวินยังไอค่อกแค่กไม่หยุด พยาบาลสาวๆ เดินผ่านไปมาส่งสายตาตำหนิ หมอเองก็ยืนยันเสียงแข็งว่าอาการนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องแอดมิทนอนโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้
พอได้ยินคำว่า 'นอนโรงพยาบาล' จางเฉิงเหวินก็หน้าซีดเผือด โบกมือปฏิเสธพัลวันด้วยความตื่นตระหนก... ไม่เอาเด็ดขาด เขาไม่มีเงิน
