เทียนหลางมีสีหน้าแข็งกร้าว เขาพูดด้วยท่าทีจริงจัง การที่หลงเหยียนปล่อยให้เขาคอยเก้อเมื่อครั้งก่อนทำให้คนมากมายพากันดูแคลนพวกเขา แล้ววันนี้เล่า หลงเหยียนจะปฏิเสธเขาอีกหรือไม่?
“ได้ ข้าตกลง แต่อย่าลืมล่ะว่าเ้าเป็คนพูดเอง ในการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็หรือตายก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น!”
หลงเหยียนรู้สึกว่าเ้าหมอนี่เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะสุขุมและรอบคอบขึ้นมาก แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง
‘หรือการเข้าไปเป็ศิษย์ของตระกูลชั้นในทำให้เ้าหมอนี่โตเป็ผู้ใหญ่ได้มากขึ้น? หรือเขาไปฝึกวิชายุทธ์ระดับสูงอะไรมา ถึงได้มั่นใจในตัวเองขนาดนี้? ช่างมารดามันเถิด อย่างไรเสียครั้งนี้ตัวข้าก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว’
เทียนหลางคิดไม่ถึงว่าหลงเหยียนจะตอบตกลงง่ายดายเช่นนี้
“ได้ ตกลงตามนี้ หากครั้งนี้เ้าไม่มาอีก ก็เชิญไสหัวออกไปจากเมืองอู่ตี้เถิด”
พูดจบก็นำสัญญาณเป็ตายออกมาจากหน้าอก แล้วกดประทับนิ้วมือของตนเองลงบนนั้น
หลงเหยียนเองก็ไม่พูดให้มากความ เขาขับเคลื่อนพลังิญญามารวมกันที่ฝ่ามือ จากนั้นก็บาดไปที่ปลายนิ้วของตน ประทับรอยนิ้วมือสีเืขนาดใหญ่ลงบนนั้นเช่นกัน
เทียนหลางมีท่าทีดีอกดีใจเป็อย่างมาก เมื่อเห็นว่าหลงเหยียนยอมประทับรอยนิ้วมือลงบนใบสัญญาโดยไม่แม้แต่จะอ่านก่อนเช่นนี้
“ได้ ครั้งนี้ถือว่าเ้าใจเด็ดขึ้นมาก แต่ไหนๆ ก็จะตายแล้ว เพื่อให้เ้าได้ตายตาหลับ ข้าจะบอกอะไรให้ สมน้ำหน้าจริงๆ ที่เ้าไม่ยอมอ่านให้ละเอียดก่อน เพราะในใบสัญญานี้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเวลาประลองคือวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้พวกเราจะไปประลองเพื่อวัดความเป็ความตายกัน คิดไม่ถึงล่ะสิ ครั้งนี้ ข้าไม่เปิดโอกาสให้เ้าได้เลื่อนพลังอีกแน่”
หลงเหยียนเริ่มแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาให้เห็น เขาร้องะโ “ตัวข้าไม่้า”
...
เวลาเที่ยงของวันต่อมา ในตำหนักตงฟาง ณ ลานประลองแห่งความเป็ความตาย
ข่าวเื่นี้ถูกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ตงจวินมีสีหน้าตกตะลึงยิ่งนักเมื่อได้ทราบข่าว ด้วยระดับพลังของหลงเหยียนในตอนนี้ การขึ้นประลองกับเทียนหลางที่มีพลังระดับชีพธรณีขั้นแรกก็ไม่ต่างไปจากการเอาไข่ไปทุบกับหินดีๆ นี่เอง
“เหยียนเอ๋อ ไยถึงวู่วามเช่นนี้?” ตงจวินถูกเชิญขึ้นไปนั่งบนแท่นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ที่นั่งอยู่ด้านล่างถัดจากเขาก็คือผู้นำสำนักทั้งสิบคน เว่ยเวยกับตงจวินมองหน้ากันครู่หนึ่ง ใบหน้าของพวกเขาในบัดนี้ต่างก็เต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใย
ผู้ที่ได้ใจมากที่สุดในที่แห่งนี้ก็คือผู้นำแห่งหน่วยกฎระเบียบนั่นเอง เพราะเทียนหลางเคยเป็ศิษย์ในความดูแลของเขา ครั้งก่อนตอนที่เทียนหลางได้รับาเ็ หน่วยกฎระเบียบก็ถูกเรือนเหยากวางกดข่มมาโดยตลอด มาบัดนี้ หากเทียนหลางเอาชนะในการประลองได้ ก็เท่ากับการกู้ศักดิ์ศรีให้หน่วยกฎระเบียบเช่นกัน
ครั้งนี้มีผู้าุโสามในสิบคนของตระกูลชั้นในมาร่วมชมการประลองด้วย พวกเขานั่งอยู่ที่ที่ข้างหนึ่งของตงจวิน กำลังคุยกันอย่างอารมณ์ดี พวกเขาได้ยินมาว่าสำนักตงฟางมีเด็กหนุ่มยอดพร์อยู่คนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาอยากเจอมานานมากแล้ว ทั้งสามก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหลงเหยียนคือใครกันแน่
หลังจากที่เทียนหลางออกจากสำนักตงฟางเพื่อเข้าไปเป็ศิษย์ของตระกูลชั้นใน หลงเหยียนก็เข้ามาแทนที่เทียนหลางและกลายเป็ที่เลื่องลือในสำนักมาจนถึงทุกวันนี้ ชื่อเสียงของเขาถูกเล่าลืออย่างแพร่หลายยิ่งกว่าตอนที่เทียนหลางยังอยู่ที่นี่เสียด้วยซ้ำ
ทว่ามาตอนนี้กลับมีผู้าุโหลายคน รวมถึงคนอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ไม่ตั้งความหวังไว้กับหลงเหยีนน
ตงจวินเป็ห่วงเื่ความปลอดภัยของหลงเหยียน เขาทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังลานประลองเบื้องล่าง
ไม่นานเขาก็มองเห็นหลงเหยียนจนได้ ตงจวินกวักมือเรียกให้หลงเหยียนเข้าไปหา
“เหยียนเอ๋อ เ้าคิดจะประลองโดยมีชีวิตเป็เดิมพันกับเขาจริงๆ หรือ?”
“ท่านผู้ปกครองสำนัก ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วขอรับ!”
“ไม่ได้ ข้าไม่อนุญาต เ้าไม่รู้บ้างเลยหรือไรว่าหากเทียนหลางทำให้เ้าได้รับาเ็ เื่นี้ยังไม่ถือเป็เื่ใหญ่ เพราะอย่างมาก สำนักตงฟางของเราก็แค่เสียศิษย์ที่มีพร์ไปหนึ่งคนเท่านั้น ทว่าหากเ้าเล่นงานเทียนหลางจนตาย เ้าคิดว่าผู้าุโจากตระกูลชั้นในสามคนนั้นจะยอมปล่อยเ้าไปหรือ?”
หลงเหยียนขยับเข้าไปใกล้ตงจวิน “ท่านตา วางใจเถิด พวกเราทำสัญญาเดิมพันเอาไว้แล้ว แบบนี้ ตาเฒ่าสามคนนั้นยังจะฆ่าข้าอีกหรือ?”
“เฮ้อ! เหยียนเอ๋อ เ้ายังหนุ่มเกินไปจริงๆ ถึงไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของตระกูลชั้นใน ต่อให้จะทำสัญญากันแล้วอย่างไรเล่า? ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเมื่อเ้าเข้าไปเป็ศิษย์ของตระกูลชั้นใน คนพวกนั้นจะหาทางรังแกและใส่ร้ายเ้าเพราะเื่นี้หรือไม่”
อีกด้านหนึ่ง เทียนหลางมุ่งหน้าเข้ามาหาหลงเหยียน
ตงจวินเดินลงมาด้วยตนเองเช่นนี้ เทียนหลางหรือจะไม่รู้ว่าตงจวินกำลังกังวลเื่ใดอยู่
“ท่านตงจวิน วางใจเถิด ครั้งนี้ ข้าเทียนหหลางตัดสินใจแน่วแน่และจริงจังในการประลองครั้งนี้มาก ข้าบอกให้ผู้าุโในตระกูลทราบกันแล้ว ดังนั้นเื่ที่พวกท่านกังวลอยู่จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากข้าโชคไม่ดีถูกหลงเหยียนเล่นงานจนตายจริงๆ พวกเขาก็ไม่มีทางหาเื่หรือเอาความหลงเหยียนแน่”
เมื่อพูดจบ ผู้าุโสามคนที่นั่งอยู่บนแท่นก็ลุกขึ้นยืนแล้วพยักหน้าเบาๆ มาให้ตงจวิน ดูเหมือนว่าเทียนหลางจะแจ้งเื่นี้ให้พวกเขาทราบกันล่วงหน้าแล้ว
หลงเหยียนคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ เทียนหลางเปลี่ยนนิสัยไปั้แ่เมื่อใด ดูเหมือนว่าเขาจะมีคุณธรรมและผ่าเผยขึ้นเล็กน้อย
ตงจวินมองดูหลงเหยียน รอบลานประลองมีศิษย์ของสำนักตงฟางล้อมอยู่เต็มไปหมด ในเวลาเช่นนี้ ต่อให้จะเปลี่ยนใจก็สายเกินไปแล้ว
ตงจวินส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ในที่สุดก็กลับไปนั่งในที่ของตนเองอีกครั้ง
หานอวี่ซึ่งเป็คนสนิทของเว่ยเวยมาหาหลงเหยียนตามคำสั่งที่ได้รับ
“หลงเหยียน ข้าขอถามเ้าตามตรง ว่าเ้ามั่นใจเพียงใดว่าจะเอาชนะเทียนหลางได้”
เมื่อมองไปยังสตรีตรงหน้า เขาก็อดคิดถึงหลี่เมิ่งเหยาไม่ได้ หลงเหยียนส่ายหน้าตอบ “มั่นใจเพียงหนึ่งส่วนสิบเท่านั้น ถึงอย่างไรข้าจะพยายาม”
“อะไรนะ มีความมั่นใจแค่หนึ่งส่วน หลงเหยียน เ้าบ้าไปแล้วใช่หรือไม่ มั่นใจแค่หนึ่งส่วนยังกล้ารับปากว่าจะประลองกับเขาอีก?”
หลงเหยียนดันนางออกไปให้ห่าง จากนั้นก็มองไปยังเทียนหลางด้วยแววตาเย็นเฉียบ “กลับไปบอกท่านผู้นำเว่ยด้วยว่าจงเชื่อมั่นในตัวข้า”
พูดจบก็ออกแรงที่ฝ่าเท้าแล้วะโขึ้นไปบนลานประลอง
เทียนหลางกำหมัดแน่น เขาคิดถึงการตายของลั่วซาง คิดถึงปัญหากระทบกระทั่งระหว่างตนกับหลงเหยียนใน่ที่ผ่านมา ทั้งหมดนั้นทำให้ความแค้นเคืองก่อตัวขึ้นในหัวใจ เขาไม่รอช้า ะโขึ้นไปบนลานประลองเช่นกัน
เมื่อทั้งสองขึ้นไปประจันหน้ากัน กลุ่มคนเบื้องล่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นทันที เพราะเป็ศิษย์ของสำนักเหยากวาง ผู้ชมส่วนใหญ่จึงยังเอนเอียงไปทางหลงเหยียนมากกว่า เ้าสิงโตน้อยกับหลงหลิงเองก็เป็หนึ่งในฝูงคนเช่นกัน เ้าสิงโตน้อยเห็นดังนั้นก็ร้องะโขึ้นด้วย
“หลงเหยียนชนะขาดลอย หลงเหยียนจงชนะ” ไม่นานศิษย์แห่งเรือนเหยากวางก็ะโตามกันอย่างพร้อมเพรียง การกระทำของหลงเหยียนใน่ที่ผ่านมาทำให้ศิษย์มากมายต่างก็เชื่อมั่นใจตัวเขา เพราะหลงเหยียน เรือนเหยากวางถึงกลายเป็ที่หนึ่ง นำหน้าเรือนทั้งสิบได้
ด้วยเหตุนี้ คนทั้งหลายจึงอดเป็ห่วงและกังวลแทนหลงเหยียนไม่ได้
หลงเหยียนะโขึ้นไปบนลานประลอง พลันกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แข็งแกร่งก็ะเิขึ้นอย่างสิ้นเชิง ครั้งนี้เขาไม่ได้เก็บซ่อนพลังเอาไว้อย่างเช่นทุกครา เพราะวันนี้เขาจะเอาชนะเทียนหลางที่แสนเย่อหยิ่งคนนี้ต่อหน้าผู้าุโทุกคนอย่างผ่าเผย
ความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวของหลงเหยียนทำให้ผู้าุโจากตระกูลชั้นในทั้งสาม ตงจวิน ผู้นำเว่ย และผู้นำจากเรือนทั้งสิบตาเป็ประกายขึ้นมา
หนึ่งในสามผู้าุโผู้มีนามว่า ‘ฉินกว่าง’ มองไปยังหลงเหยียนพลางกล่าวชื่นชมออกมา
“นี่ก็คือหลงเหยียนสินะ? เป็เด็กหนุ่มที่มีพร์ั้แ่เด็กจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่ากลิ่นอายแห่งพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะออกมาจากร่างของศิษย์ที่มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง ไม่ธรรมดาจริงๆ”
“ผู้าุโฉิน ท่านมีความเห็นอย่างไรในการประลองของสองคนนั้น?” ตงจวินที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามขึ้น
ฉินกว่างส่ายหน้า “ข้าไม่อาจตัดสินอะไรเด็ดขาดได้เลย ่ที่ผ่านมานี้ หลงเหยียนคนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว กระทั่งตระกูลชั้นในก็ยังมีคนมากมายที่รู้จักชื่อเสียงของเขา ได้ยินว่าเมื่อวานนี้ มีศิษย์อายุน้อยกลุ่มหนึ่งของตระกูลชั้นในถูกปีศาจอสูรโจมตีในโลกเฉียนคุน เป็หลงเหยียนที่ช่วยพวกเขาเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเคยเอาชนะผู้นำแห่งสำนักมารมาได้อีก ถือเป็ผู้ที่มีพร์ที่ไม่เลวเลย”
“หากจะว่ากันด้วยเื่ของระดับพลัง เทียนหลางมีระดับพลังเหนือกว่าเขาถึงสองขั้นด้วยกัน อีกทั้งใน่หลายวันมานี้ เทียนหลางยังได้รับคำชี้แนะจากท่านปู่ของเขาซึ่งเป็ผู้าุโของตระกูลชั้นในมาอีก เกรงว่าพลังของเขาในตอนนี้คงอยู่เหนือกว่าศิษย์ที่มีพลังอยู่ในระดับเดียวกันไม่น้อย”
ผู้าุโทั้งสามส่ายหน้าเบาๆ หลงเหยียนคนนี้มีพร์ล้ำเลิศ ถือเป็ยอดอัจฉริยะด้านการฝึกยุทธ์คนหนึ่ง ทว่าผู้นำแห่งสำนักมารที่เขาเอาชนะมาได้ก็มีพลังเพียงระดับชีพธรณีขั้นต่ำเท่านั้น หากคู่ต่อสู้ของผู้นำแห่งสำนักมารในตอนนั้นคือเทียนหลาง ผู้นำแห่งสำนักมารก็คงไม่มีโอกาสหนีรอดไปได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ การประลองระหว่างศิษย์จากตระกูลชั้นในและชั้นนอกเคยเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง กลับยังไม่เคยมีศิษย์จากตระกูลชั้นนอกคนไหนที่สามารถเอาชนะศิษย์จากตระกูลชั้นในได้สักคน เพียงเท่านี้ก็ดูออกแล้วว่าตระกูลชั้นในและชั้นนอกห่างชั้นกันเพียงใด
--------------------
