สีหน้าเ็าของอู่อวี้เจ๋อจ้องมองไปที่พวกเขาทั้งสองคนซึ่งกำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม จิตสังหารภายในใจพลันเอ่อล้น เขารู้สึกเสียหน้าอย่างที่สุด
ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออก สายตาของเฉินลี่กวาดมองไปรอบๆ เมื่อเห็นเต้าหลิงเขาก็กล่าวทักทายด้วยท่าทีประจบสอพลอ “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ท่านก็มาที่นี่เหมือนกันอย่างนั้นหรือ”
“อะไรกัน” ใบหน้าของอู่อวี้เจ๋อบิดเบี้ยว เขาพูดว่าไงนะ? อีกฝ่ายมีเหรียญตราผู้ยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรือ นี่มันเป็ไปได้อย่างไร
แววตาของซ่างกวานอวี่บ่งบอกถึงความใ นางรู้จักเหรียญตราผู้ยิ่งใหญ่ของคลังสมบัติดี มีเพียงยอดยุทธ์าุโเก่าแก่เท่านั้นถึงจะมีมัน หรือไม่ก็เป็อัจฉริยะที่โดดเด่นของตระกูลใหญ่ๆ
สีหน้าของอู่อวี้เจ๋อเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หรือว่าเขาจะเป็ผู้สืบทอดของขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ ไม่เช่นนั้น เขาไม่มีทางที่จะมีเหรียญตราผู้ยิ่งใหญ่
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งจะประมูลสินค้าไป ทว่าเหรียญทองไม่เพียงพอ ใช้ของเหล่านี้ในการแลกเปลี่ยนได้หรือไม่” เต้าหลิงชี้ไปที่แร่หินพร้อมกล่าวออกมา
“ได้แน่นอน ท่านสบายใจได้ เื่นี้ปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ” เฉินลี่รีบพยักหน้าตอบรับด้วยความเคารพ จากนั้นก้าวฝีเท้าถอยหลังแล้วเดินออกไป
หลินซือซือดึงชายเสื้อของเขา คิ้วเรียงสวยพลันขมวดขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความกังขา นางเองก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะมีเหรียญตรา
บรรยากาศภายในห้องรับรองเคร่งเครียดขึ้นทันควัน หวังเฉินเทียนยืนนิ่ง ตอนนี้เขายังไม่รู้สถานะของอีกฝ่ายอย่างแน่ชัด เขาจึงไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม
ระหว่างนั้น ของที่ถูกนำมาประมูลล้วนมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนซึ่งอยู่ในห้องรับรองของชั้นที่สามก็ยกมือขึ้น ยอดเงินแต่ละคราวที่เสนอออกไปนั้นน่ากลัวเป็อย่างมาก พวกเขาต่างก็ใช้หินต้นกำเนิดมาเสนอราคา
“เหรียญทองก็เป็แค่เศษทองแดง หินต้นกำเนิดต่างหากล่ะถึงจะเป็สิ่งที่เอาไว้ใช้ฝึกยุทธ์โดยแท้จริง” เต้าหลิงพึมพำด้วยความตกตะลึง เพื่อที่จะพัฒนาขั้นพลังให้สูงขึ้น ในตอนนี้หินต้นกำเนิดจึงจะเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด
“พวกท่านคงรอกันแย่แล้วสิ” หญิงสาวผู้ดำเนินงานประมูลยิ้ม “ในตอนนี้จะเข้าสู่่ของล้ำค่ารอบสุดท้ายแล้วเ้าค่ะ ของล้ำค่าชิ้นที่หนึ่งเป็ของลูกค้าเขา์โบราณผู้ทรงเกียรติ”
มีเสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับเสียงพูดคุยของผู้คน เขา์โบราณเชียวนะ! ขุมพลังอำนาจนี้น่ากลัวเป็อย่างมาก ซึ่งปกติแล้วพวกเขาจะไม่ออกมาจากูเา คิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ ุ์ของเขา์โบราณจะมาที่นี่ ทั้งยังเอาของล้ำค่าออกมาประมูล
“ของที่จะนำประมูลในครั้งนี้ก็คือวิชายอดมหาอำนาจ ข้าเชื่อว่าคงมีคนหลายคนที่สนใจ” หญิงสาวยิ้มออกมา “ทุกท่านคงจะเคยได้ยินวิชาฝ่ามือสยบัสินะเ้าคะ”
“ฝ่ามือสยบั หนึ่งในเจ็ดสิบสองวิชายอดมหาอำนาจ!” มีคนลุกขึ้นแผดเสียงร้องอย่างไม่อาจระงับกิริยา
“จากคำร่ำลือ ว่ากันว่าวิชายอดมหาอำนาจนี้ สามารถสยบัได้ ทั้งยังเป็เจ็ดสิบสองยอดวิชามหาอำนาจที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ทว่าวิชายอดมหาอำนาจนี้หายสาบสูญไปนานหลายปีแล้ว”
“นั่นสิ ครั้งนี้จะประมูลยอดวิชามหาอำนาจที่สุดยอดขนาดนี้จริงๆ นะหรือ?”
มีคนหลายคนที่ตั้งข้อสงสัย เื่นี้ไม่น่าจะเป็ไปได้ ถ้าเป็ฝ่ามือสยบัจริงๆ ทั่วทั้งเมืองชิงโจวจะต้องเกิดานองเืขึ้นอย่างแน่นอน
“อย่างที่ทุกท่านทราบ ฝ่ามือสยบันั้นหายสาบสูญไปนานแล้ว สำหรับวิชายอดมหาอำนาจฝ่ามือสยบัในคราวนี้เป็วิชาเลียนแบบ แต่พลังอานุภาพนั้นแข็งแกร่งมาก” หญิงสาวยังเสนอคุณสมบัติของสินค้าอย่างต่อเนื่อง
“ที่แท้ก็เป็วิชาเลียนแบบ ใแทบแย่ ข้าก็คิดว่าจะเป็ของจริงเสียอีก”
“ทว่าเมื่อพันปีก่อนก็มีฝ่ามือสยบฟ้าปรากฏขึ้นมาเหมือนกันมิใช่หรือ” คนใหญ่คนโตในชั้นที่สามกล่าวพูดคุยกันทำให้ห้วงมิติพลันสั่นะเื
หญิงสาวผู้ดำเนินงานประมูลพูดต่อในทันทีว่า “ใช่แล้วเ้าค่ะ อย่างที่ท่านทั้งหลายกล่าว นี่ก็คือวิชามหาอำนาจฝ่ามือสยบฟ้า ทั้งจะต้องใช้พลังต้นกำเนิดในการแลกเปลี่ยน ส่วนมูลค่าของมันนั้นคงไม่ต้องกล่าวอะไรอีก”
สีหน้าของกลุ่มคนพลันเปลี่ยนสี นี่มันถือว่าเป็กำไรชั้นยอด แค่ใช้พลังต้นกำเนิดก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับฝ่ามือสยบัได้แล้ว เดาว่าน่าจะเป็ทายาทของคนใหญ่คนโตในเขา์โบราณ
ภายในห้องรับรองห้องหนึ่งของชั้นที่สาม เด็กหนุ่มผู้ซึ่งทั่วร่างปกคลุมไปด้วยละอองแสง์คนหนึ่งยืนเอามือไขว้หลังอยู่ ดวงตาของเขามีแสงเรืองรองส่องประกายออกมา พลังแข็งแกร่งมากจนยากจะเทียบ
“นายน้อยขอรับ พลังต้นกำเนิดสรรพสิ่งหายากที่สุดในฟ้าดิน ขนาดเขา์โบราณยังไม่มี แล้วที่นี่จะมีอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ต้องลองดู ข้าได้ยินมาว่าตอนที่อู่ตี้อยู่ในขั้นสถิติญญา เขาได้หล่อหลอมพลังต้นกำเนิดที่ล้ำเลิศมาก ถ้าข้าอยากจะประมือกับเขา ย่อมต้องเติมเต็มส่วนของพลังที่หายไป” เขาเอ่ยเรียบๆ “พวกเผ่ามนุษย์ไม่มีทางที่จะเป็อันดับหนึ่งของดินแดนลึกลับ”
“ฮึ เ้าพวกมนุษย์จองหองยิ่งนัก แค่สลักชื่ออันดับที่หนึ่งไว้ที่ศิลาเทพยุทธ์มีอะไรให้น่าคุยโว ถ้าเป็ศิลายอดมหายุทธ์สิถึงจะเป็ยอดยุทธ์อัจฉริยะโดยแท้จริง” ชายหนุ่มคู่สนทนาแสยะยิ้มอย่างไม่แยแส
“อู่ตี้ที่มีชื่อเสียงมาจนถึงตอนนี้ เดาว่าพลังน่าจะไม่ใช่อ่อนแอ” เขาเอ่ยนิ่งๆ “หาสาเหตุการตายของพวกมันเจอแล้วหรือยัง?”
ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็กลับมาสำรวมท่าทาง เขาบอกไปว่า “นายน้อยขอรับ ข้าได้ตรวจสอบแล้ว คนที่สังหารพวกมันก็คือเ้าเด็กหนุ่มมนุษย์ที่แย่งชิงหนังสัตว์อสูรสีเงินไปเมื่อครั้งก่อน ทว่าเร็วๆ นี้ดูเหมือนว่าสำนักซิงเฉินจะจับตาดูเขาเป็พิเศษ”
“เช่นนั้นก็ให้เขาอยู่รอดไปก่อน แล้วค่อยไปแย่งชิงหนังสัตว์อสูรสีเงินกลับมาตอนที่ไปโถงวิหารดารา” เขาพยักหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ยเรียบๆ
การแลกเปลี่ยนฝ่ามือสยบฟ้าในครั้งนี้ลึกลับเป็อย่างมาก ไม่มีใครรู้ว่าการแลกเปลี่ยนจะสำเร็จหรือไม่
ผู้คนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอ
ฝ่ามือสยบฟ้าเป็อันดับที่สอง เช่นนั้นของล้ำค่าอันดับที่หนึ่งจะเป็อะไร?
บรรยากาศภายในคลังสมบัติกดดันเข้มข้นมากขึ้นทุกขณะ รอบๆ เต็มไปด้วยจอมยุทธ์มากมายที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วงมิติ ทำให้ดึงดูดสายตาของเหล่าคนใหญ่คนโตจำนวนมาก
ทันใดนั้นได้ปรากฏติ่งสีม่วงอันหนึ่งขึ้น มันโอบล้อมไปด้วยพลังิญญา หมอก์ส่องประกายออกมาเป็เส้นๆ สีหน้าของผู้คนเต็มไปด้วยความตะลึงพรึงเพริด ติ่งล้ำค่าอันนี้เป็อาวุธเต๋า ทว่ามันเป็เพียงแค่ภาชนะใส่ของเท่านั้น ไม่มีผู้ใดรู้ว่าข้างในใส่ของล้ำค่าอะไรเอาไว้
ภายในห้องรับรอง สีหน้าของเต้าหลิงเปลี่ยนสี ดอกบัวเขียวปกคลุมไปด้วยหมอกโกลาหล ร่างของมันสั่นไหว ความหิวกระหายแผ่ซ่านออกมาเพราะถูกของบางสิ่งที่อยู่ในติ่งดึงดูด
“หรือว่าจะเป็แร่หินพลังต้นกำเนิด” ฝ่ามือของเต้าหลิงกระชับขึ้นเล็กน้อย หัวใจของเขาเต้นรัวแรง พลันพยายามสะกดกลั้นความกระหายอยากของดอกบัวเขียวเอาไว้ ของสิ่งนี้เขาไม่สามารถที่จะเอามาได้ เพราะอย่างนั้นเ้าก็อย่าได้คิดเลย
ติ่งล้ำค่าสีม่วงถูกเปิดออก แสง์สว่างระยิบระยับพรั่งพรู พลังบริสุทธิ์หลั่งไหลออกมาหลายหมื่นเส้นแสง ทั้งยังอุดมไปด้วยพลัง์ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่มคนล้วนเบิกตากว้าง สิ่งที่อยู่ภายในติ่งก็คือเถาวัลย์ต้นหนึ่ง ขนาดของมันเล็กประมาณหนึ่งฝ่ามือ ทว่ากลับตลบอบอวลไปด้วยพลังิญญา แสงหลากสีไหลเวียนหมุนวน คลื่นพลัง์ศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาเป็ระลอกๆ
ทว่าต้นเถาวัลย์นั้นมีสภาพสีเหลืองแห้งคล้ายกับต้นไม้ตาย ทำให้ผู้คนใเป็อย่างมาก
ชายชราผู้นั่งอยู่ท่ามกลางห้วงมิติเอ่ยปาก “ทุกท่านเคยได้ยินเื่ของเถาน้ำเต้าที่เกิดขึ้นท่ามกลางความโกลาหลหรือไม่?”
“ข้าเคยได้ยิน เล่าลือกันว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าที่เกิดขึ้นท่ามกลางความอลหม่านปั่นป่วน เถาน้ำเต้าจะออกผลออกมาเป็สมบัติน้ำเต้าล้ำค่า หรือว่าต้นเถาวัลย์นี้จะเกี่ยวข้องกับมัน” ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ย จนทำให้ทั่วทั้งฟ้าดินสั่นะเื
เหล่าคนรุ่นหลังต่างปิดปากเงียบ เมื่อคนใหญ่คนโตเอ่ยออกมาเช่นนั้น พวกเขามีสิทธิ์ที่จะกล่าวอะไรได้อีกเล่า
“ความเป็มาของเถาวัลย์นี้นั้นแปลกประหลาดเป็อย่างมาก มันเคยให้กำเนิดพลังก่อนฟ้า ทว่าน่าเสียดายที่พลังก่อนฟ้านั้นได้หายไปแล้ว” จอมยุทธ์ชราของคลังสมบัติถอนหายใจ ของล้ำค่าชนิดนี้ที่หายไป เป็เื่น่าเสียดายเหลือเกิน
“สามารถให้กำเนิดพลังก่อนฟ้าได้อย่างนั้นหรือ ไม่ธรรมดาจริงๆ น่าเสียดายนัก พลังนั้นสามารถสร้างยอดยุทธ์อัจฉริยะขึ้นมาได้” จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งกล่าวอย่างสนอกสนใจ
“เถาวัลย์นี้สามารถเพาะปลูกได้ แต่จะต้องใช้ของเหลว์พิเศษ”
ยอดยุทธ์พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่กลางอากาศ มีหลายคนฟังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก หัวใจของเต้าหลิงเต้นแรง ถ้าหากได้ต้นเถาวัลย์นั้นมา ไม่แน่ว่าอาจจะใช้พลังงานสีทองในการบ่มเพาะมันได้
“น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถซื้อมันมาได้ ถึงจะใช้แร่หินทั้งหมดก็เถอะ” เต้าหลิงเม้มปากด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์ เขารู้สึกว่าพลังงานสีทองสามารถใช้หล่อเลี้ยงเถาวัลย์ต้นนี้ได้
ถ้าเป็เช่นนั้นจริงๆ มูลค่าของมันจะต้องสูงมาก นั่นเป็ถึงสมบัติล้ำค่า ภายในอุดมไปด้วยพลังก่อนฟ้า เรียกอีกอย่างก็คือรากิญญาก่อนฟ้า
ว่ากันว่า ภายในขุมพลังอำนาจบางแห่ง บางตระกูลมีรากิญญาก่อนฟ้าอยู่ และมันสามารถผลิตพลังบริสุทธิ์ต้นกำเนิดที่เข้มข้นออกมาได้ มันเป็เหมือนกับทรัพยากรล้ำค่าที่เหล่าจอมยุทธ์ต่างก็ฝันถึง
ทว่ากว่ามันจะเติบโตขึ้นมาได้นั้นยากเย็นเหลือแสน เนื่องจากต้องใช้เวลาหลายร้อยปี
ณ ราชวังโอ่โถงแห่งหนึ่งของเมืองชิงโจว ภายในมีกลุ่มจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ มีบางคนหยิบของล้ำค่าออกมาเพื่อป้องกันอารักขาอย่างเข้มงวด การป้องกันของที่แห่งนั้นสูงกว่าที่งานประมูลมากหลายเท่า
ค่ายกลมิติที่มีพวกเขาคอยคุ้มกันอยู่นั้นะเิแสง์ส่องสว่างจ้าขึ้น ประตูมิติได้ถูกเปิดออกพร้อมกับพลังมหาศาลไหลทะลักออกมา
ทั่วทั้งราชวังพลันน่ากลัวขึ้น เหล่าจอมยุทธ์ซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วงมิติหลายสิบคนได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีปกป้องค่ายกลเอาไว้ จะให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด
บุคคลน่ากลัวแต่ละคนเดินออกมาจากข้างในนั้น ส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็ผู้าุโที่มีอายุอานาม ผมร่วงจวนจะหมดทั้งหัว ทว่าพลังของพวกเขานั้นน่ายำเกรงเป็อย่างยิ่ง พวกเขามายังที่แห่งนี้ก็เพื่อมาคุ้มครองอะไรบางอย่าง ภายในเหมือนกับว่ามีสมบัติล้ำค่าูเา์แอบซ่อนเอาไว้
อึดใจต่อมา ปรากฏร่างเงาร่างหนึ่งสาวเท้าออกมา ทั่วทั้งร่างตลบอบอวลไปด้วยพลัง์ศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมไปทั่วใบหน้า
คนคนนี้ก้าวฝีเท้าเดินออกมาราวกับิญญา กระนั้นแต่ละฝีก้าวกลับหนักแน่นประหนึ่งาา์ พลังแข็งกล้าจนน่าเกรงขามเหมือนกับัฟ้าลงมาอุบัติบนโลกมนุษย์
