รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าละอ่อน สายตาจ้องมองไปที่คัมภีร์หยก ถึงแม้ว่าจะต้องเจ็บตัวไม่น้อยเมื่อได้มันมา แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ของล้ำค่าที่สุดที่จอมยุทธ์โบราณเหลือทิ้งไว้
สายตาแปลกประหลาดของหลินซือซือจ้องมองไปที่ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิง แล้วมุมปากของนางก็กระตุกรอยยิ้มหวานชวนน่าหลงใหล “เ้าโง่ เ้ายิ้มอะไรอย่างนั้นหรือ”
กล่าวจบ สายตาของนางก็สังเกตเห็นคัมภีร์หยกที่อยู่ภายในมือของเต้าหลิง หนังตาของนางกระตุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปมองดูคัมภีร์หยกใกล้ๆ พลางแผดเสียงหลงกล่าวออกมา “อย่าบอกนะว่าเ้าแย่งชิงวิชามหาอำนาจของจอมยุทธ์โบราณมาได้!?”
“เ้าคิดว่าไงล่ะ” เต้าหลิงมองไปที่นางพลางยิ้มน้อยๆ
หลินซือซืออ้าปากค้าง นางตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงหัวเราะจนตัวโค้งงอ ดวงตาพร่ามัว ฟันขาวสะอาดเผยออกมาจนครบทุกซี่ ฟังดูโรคจิตอย่างไรชอบกล
“หยุดหัวเราะโง่ๆ แบบนั้นได้แล้ว” เต้าหลิงพูดไม่ออก
หลินซือซือก้มหน้ากลั้นหัวเราะ ไม่นานนัก นางก็สงบอารมณ์ได้พลางเลิกคิ้วแล้วกล่าวออกมาว่า “สมน้ำหน้า เจียงเฉินไห่จะต้องโกรธมากจนบ้าเป็แน่”
“ว่าแต่ ข้างในนี้เป็วิชามหาอำนาจอะไรอย่างนั้นหรือ” หลินซือซือนั่งขัดสมาธิลงพลางมองไปที่คัมภีร์หยก “วิชามหาอำนาจที่จอมยุทธ์โบราณทิ้งเอาไว้ เดาว่าจะต้องไม่ใช่วิชาระดับต่ำ”
“หมัดแห่งความโกลาหล” เต้าหลิงฉีกยิ้มออกมา จิต์ไหลเข้าไปข้างใน เมื่อเริ่มมองดูวิชาหมัดเพื่อเตรียมที่จะฝึกฝน
ก่อนหน้านี้ที่ปะทะกับจอมยุทธ์ขั้นกำเนิดพลัง ทำให้เต้าหลิงรู้สึกว่าจอมยุทธ์ขั้นกำเนิดพลังนั้นน่ากลัวมาก พลังภายในเข้มข้นเป็อย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็เขาก็ยากที่จะทำอะไรอีกฝ่ายได้
จะต้องมีวิชามหาอำนาจที่น่ากลัว ถึงจะสามารถประมือกับยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลังได้ ซึ่งวิชามหาอำนาจประเภทนี้ต่างกับวิชากายมหาอำนาจ
ถึงแม้ว่ากายมหาอำนาจจะแข็งแกร่ง แต่พลังที่ะเิออกมานั้นใช่ว่าจะแข็งแกร่งเท่าไรนัก หากอยู่ต่อหน้าคนที่มีพลังขั้นสูงกว่าก็ยากที่จะฆ่าอีกฝ่ายได้
และยังมีวิชามายาสังหารบางประเภท ที่สามารถทำให้พลังในการต่อสู้ของผู้ใช้เพิ่มขึ้นได้หลายเท่าตัว คนที่มีวิชาเหล่านี้อยู่ในมือ ก็เท่ากับว่าได้รับชัยชนะไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ซึ่งวิชามหาอำนาจที่ได้มานี้เป็สิ่งที่เต้าหลิงกำลัง้าอยู่พอดี
“วิชามหาอำนาจอย่างนั้นหรือ” หลินซือซืออึ้งไป ก่อนที่จะรีบกล่าวออกมาต่อว่า “ข้าเคยได้ยินชื่อของวิชานี้มาก่อน ว่ากันว่ามันเป็วิชามหาอำนาจสมัยโบราณที่หายสาบสูญไปหลายปีแล้ว อีกทั้งวิชามหาอำนาจนี้ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มันสามารถปลดปล่อยพลังการโจมตีที่ไร้ขีดจำกัดออกมาได้”
เต้าหลิงพยักหน้า เขารู้สึกได้ว่าวิชามหาอำนาจนี้ไม่ธรรมดาพลางกล่าวออกมาว่า “รีบฝึกเถอะ ไม่รู้ว่าจะฝึกฝนได้ยากหรือไม่“
จิต์ของเขาเข้าไปดูรายละเอียดที่เขียนเอาไว้ จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่ด้านล่างของคัมภีร์หยก แล้วก็พบกำปั้นสลัวๆ ปรากฏขึ้นมา เขาจึงรวบรวมสมาธิแล้วจ้องมองไปที่กำปั้นนั้น
ตู้มมม ฟ้าดินสั่นไหว ห้วงจักรวาลสั่นะเือย่างรุนแรง ห้วงมิติพลันบิดเบี้ยวน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง มีกำปั้นอันหนึ่งแฝงอยู่ภายในมิติ ซึ่งไม่รู้ว่ามันโจมตีมาจากที่ไหน
ทั้งห้วงมิติทรุดตัวลงมา กำปั้นนั้นไม่รู้ว่าพุ่งทะลวงออกมาไกลแค่ไหน มองเห็นแค่เพียงหลุมดำขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมา พลังอานุภาพน่าเกรงขามถึงขีดสุด
ภายในฟ้าดินนี้มีพลังลึกลับแผ่ซ่านออกมาเป็ระลอกๆ ทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังยุทธ์ที่คล้ายกับว่าสามารถฉีกขาดห้วงนภานี้ได้
“หวา ที่แท้ก็เป็มรดกวิชามหาอำนาจที่ใช้สืบทอด ถ้าเป็แบบนี้สามารถฝึกฝนได้อย่างง่ายดาย เดาว่าไม่นานก็น่าจะฝึกสำเร็จ” ใบหน้าของหลินซือซือเต็มไปด้วยความปีติ นางมองดูกำปั้นนั้นพลันััได้ถึงพลังยุทธ์ที่น่ากลัว
วิชาสืบทอดมหาอำนาจเป็วิชาที่มีวิธีการพิเศษ จอมยุทธ์โบราณได้นำพลังยุทธ์และหมัดโกลาหลผสานรวมกันเข้าไปในคัมภีร์หยก ขอแค่พลังทั้งสองสิ่งนี้ผสานเข้าด้วยกันก็จะสามารถบรรลุถึงแก่นแท้ได้อย่างรวดเร็ว
วิชาสืบทอดมหาอำนาจหาได้ยากเป็อย่างยิ่ง ถึงแม้จอมยุทธ์โบราณจะเหลือของสิ่งนี้ทิ้งเอาไว้ให้กับคนรุ่นหลัง แต่ก็จำเป็ที่จะต้องเสียพลังจำนวนมากเป็ข้อแลกเปลี่ยน
เต้าหลิงเองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน จิติญญาของเขาศึกษาดูวิชาหมัดนี้อย่างไม่ขาดสาย ก่อนที่จะค่อยๆ เข้าไปข้างในดินแดนพิเศษแห่งหนึ่ง
ในตอนนี้เบาะนั่งนี้เป็ประโยชน์อย่างมาก เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างบน เขาได้ถูกพลังเต๋าปกคลุมร่างเอาไว้ ทำให้จิติญญาและการรับรู้ของเขาเพิ่มสูงขึ้น
ของสิ่งนี้สามารถผสานกับพลังเต๋าได้ เหมือนกับรวมฟ้าดินให้เป็หนึ่ง ในตอนนั้นจิต์ก็จะน่ากลัวขึ้นมา และสามารถหยั่งรู้บรรลุสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วมากขึ้น
ดังนั้น มูลค่าของเบาะนั่งนี้จึงสูงมาก โดยเฉพาะสำหรับจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่ง นับว่าเป็ของสำคัญที่ล้ำค่ามากเป็อย่างยิ่ง อีกทั้งยังสามารถใช้ดินแดนพิเศษนี้ทะลวงขั้นพลังได้
เวลาสามวันผ่านไป พลังงานที่อยู่ภายในถ้ำพุ่งขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย พลังทะลวงฝ่าอากาศจนเกิดเสียงดังฟึ่บขึ้น ดูแล้วน่าฉงนใจยิ่งนัก
พลังทั่วร่างของเต้าหลิงเดือดพล่านขึ้น มวลอากาศเคลื่อนตัวไปรอบๆ ซึ่งเกิดจากการผสานตัวกันของพลังท่ามกลางอากาศ ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าไม่มีอยู่จากคนที่พบเห็น
พลังภายในร่างของเขาปะทุขึ้น แสงหมอก์ปลิวไสว พลังบริสุทธิ์เข้มข้นจนถึงขีดสุด เขาชูหมัดต่อยขึ้นฟ้าทะลวงฝ่าห้วงอากาศ พลังภายในร่างไหลแล่นเข้าไปในกำปั้น
หมัดของเขาที่ต่อยออกไปนั้น ดูแล้วช้าเป็อย่างมาก ทว่าพลังอานุภาพแข็งแกร่งจนถึงขีดสุด ทำเอามวลอากาศม้วนตัวขึ้น
เมื่อลองมองดูอย่างละเอียด จะมองเห็นคลื่นพลังที่ไร้รูปร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางอากาศคล้ายกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว
เต้าหลิงขมวดคิ้ว ถึงแม้เขาจะศึกษาพลังหมัดโกลาหลได้ในระดับผิวเผิน แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้มันออกมาแบบไร้รูปร่างรูปธรรมได้ ถ้าโจมตีออกไปแบบนี้ ยอดฝีมือก็จะจับการเคลื่อนไหวได้
เขาพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะบรรลุให้ถึงแก่นแท้ของมัน เขาศึกษาวิชามหาอำนาจที่อยู่ในคัมภีร์หยก จนสุดท้ายพลังที่รั่วไหลออกมาก็ลดน้อยลง
เพราะหมัดโกลาหลนั้นเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติ ซึ่งเขาเพิ่งจะบรรลุได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
ทว่าแค่นี้ก็น่ากลัวมากแล้ว เพราะคนธรรมดาจะสามารถััได้ถึงพลังที่มีอยู่เล็กน้อยเท่านั้น ถ้าหากไม่ระวังตัวให้ดีก็จะถูกหมัดแห่งความโกลาหลฆ่าตาย
ทว่าสำหรับยอดฝีมือ พวกเขายังสามารถััได้ถึงมัน ถึงแม้ว่าจะมีพลังเล็ดลอดออกเพียงแค่เล็กน้อย แต่พวกเขาก็สามารถรู้ได้ว่าอยู่ตรงไหน
เต้าหลิงยิ่งััได้ว่าหมัดโกลาหลนี้น่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ วิชามหาอำนาจนี้สามารถใช้พลังทั้งหมดโจมตีคู่ต่อสู้ อดที่จะกล่าวไม่ได้ว่าวิชานี้เปรียบเสมือนกับวิชามายาสังหาร
ขั้นที่สอง เต้าหลิงเริ่มปรับเปลี่ยนระดับความแข็งแกร่งของพลังงาน จนสามารถฝึกฝนได้จนจบ ซึ่งเขาใช้เวลาไปทั้งหมดห้าวัน เต้าหลิงรู้ว่าเขาเริ่มเข้าใกล้จุดหมายทุกทีแล้ว
เต้าหลิงลืมตาทั้งสองพลางลุกขึ้นยืน ร่างกายแข็งแกร่งดุจขุนเขาปล่อยหมัดออกไป
คลื่นพลังที่เบาบางเคลื่อนทะลวงฝ่าอากาศด้วยความเร็วจนถึงขีดสุด มันพุ่งเข้าใส่ก้อนหินที่อยู่ตรงหน้า พลังที่น่ากลัวะเิออกมาทำให้กองก้อนหินแหลกเป็ผุยผง
เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นข้างหน้า เต้าหลิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พลางกล่าวพึมพำขึ้นมาในใจว่า “ไม่เลว ทว่าถ้าอยากจะฝึกฝนให้สมบูรณ์แบบจะต้องฝึกฝนมายาห้วงมิติ เพื่อเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติ เช่นนั้นจึงจะสามารถบรรลุวิชามหาอำนาจนี้ได้โดยแท้จริง”
หลินซือซือเองก็ปล่อยหมัดออกไปเช่นเดียวกัน ทว่าหมัดของนางนั้นแตกต่างกับของเต้าหลิงมาก หมัดที่นางปล่อยออกไปมีประกายแสงกระบี่สาดกระเซ็นออกมา
เมื่อเห็นดังนั้น เต้าหลิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าหมัดโกลาหลนี้ ความจริงแล้วสามารถโจมตีพลังออกมาได้หลากหลายรูปแบบอย่างไม่จำกัด รวมถึงพลังที่อยู่ภายในร่าง
“ถ้าหากเป็เช่นนี้” ดวงตาของเต้าหลิงประกายแสงพลางกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น “ไม่แน่ว่าข้าอาจจะสามารถแอบซ่อนนิมิตเอาไว้ภายในหมัด เช่นนี้พลังอานุภาพที่โจมตีออกไปก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เต้าหลิงก็หยั่งรู้วิชาหมัดนี้มากขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก สายตามองไปที่หลินซือซือพลางกล่าวออกมาว่า “พวกเราไปเถอะ ลองไปดูที่แม่น้ำดารา ไม่แน่ว่าอาจจะหาของเหลวดารา์ได้”
“ไปสิ” หลินซือซือยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนที่จะกล่าวออกมาในใจด้วยความปีติว่า “ได้วิชามหาอำนาจนี้มา น่าจะสามารถพอช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้างแล้ว”
ภายในโถงวิหารดารานั้นกว้างใหญ่เป็อย่างมาก เขตนอกส่วนมากจะเป็จอมยุทธ์ขั้นสถิติญญา เขตด้านในจะอันตรายมากขึ้นเสียหน่อย เพราะข้างในนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งดุร้าย อีกทั้งยังมียอดฝีมือขั้นกำเนิดพลังอยู่ด้วย
ทว่าภายในส่วนลึกนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า ภายในมีสัตว์อสูรโบราณอยู่ แต่ของล้ำค่าที่อยู่ข้างในนั้นมีอยู่เยอะมาก มีอาวุธผ่านจิตปรากฏขึ้นมาภายในหุบเขา ทั้งในเขตต้องห้ามที่น่ากลัวบางแห่ง ว่ากันว่าเป็ที่ที่จอมยุทธ์โบราณได้เสียชีวิตลง ซึ่งพวกเขาเ่าั้ได้เืล้ำค่าเอาไว้ มีคนเคยได้เื์มาจากที่นั่น
เื์น่ากลัวยิ่ง หากได้หลอมมันลงไป ไม่ใช่แค่สามารถใช้ล้างไขกระดูก แต่ยังสามารถได้รับสายเืของเื์ ถึงจะเป็เพียงแค่เล็กน้อย ทว่ามันก็สามารถที่จะหล่อเลี้ยงให้ขยายใหญ่มากขึ้นได้ ถือว่าเป็ของล้ำค่าที่ยิ่งใหญ่เกินจะจินตนาการ
