ประสบการณ์ร่วมกับหยุนม่านเทียนในครั้งนี้ ต้องทำให้เด็กกลุ่มนี้จำตรึงใจไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
“หลงเหยียน ได้เวลาที่พวกเราควรจะกลับกันแล้ว ไม่ทราบว่าพวกเ้า...”
“พี่หยุน เกรงว่าแต้มผลงานที่ข้ามีอยู่ยังไม่พอ ข้าเตรียมอยู่ที่นี่เพื่อสังหารปีศาจอสูรต่ออีกสักหน่อย!”
หยุนม่านเทียนประสานมือคารวะไปยังหลงเหยียน “สหาย แล้วเจอกันใหม่ หวังว่าจะได้พบเ้าในตระกูลชั้นในในเร็ววัน”
พูดจบพวกเขาก็เดินจากไป หลงเหยียนมองตามร่างของหยุนม่านเทียนที่พาเด็กๆ เดินจากไป ก่อนจะเบี่ยงสายตาคมกริบไปยังจุดที่ไม่ไกลออกไป
ที่เื้ัของหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง มีร่างของคนสองคนซ่อนอยู่
“พวกเขาคงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่หมดแล้วสินะ!” หลงเหยียนพูดพลางก้าวเท้าไปที่หินก้อนนั้น
ในเมื่อถูกจับได้ เว่ยเชียนมู่กับชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ไม่จำเป็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป
“เ้าหนุ่ม เดิมทีข้าเตรียมจะสั่งสอนเ้าในโลกเฉียนคุนแห่งนี้เสียหน่อย คิดไม่ถึงว่าเ้าจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ ทั้งยังสังหารปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ได้อีก ช่างเป็พลังที่น่าสยดสยองเหลือเกิน ดูเหมือนว่าพลังของเ้าจะอยู่เหนือกว่าข้าไม่น้อย”
หลงเหยียนพูดหยัน “รู้ก็ดี”
ชายวัยกลางคนและเว่ยเชียนมู่เห็นการต่อสู้ที่แสนดุเดือดเมื่อครู่อย่างชัดเจนด้วยตาของตัวเอง พลังที่แข็งแกร่งของหลงเหยียนทำให้ทั้งสองรู้สึกยกย่องเขาจากใจจริง โดยเฉพาะกับชายวัยกลางคน เมื่อได้เห็นพลังของหลงเหยียน เขาก็รู้สึกจนปัญญาและไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา
แต่เมื่อคิดว่าพี่ชายของตนเทียนหลางเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับชีพธรณีขั้นแรกไปเมื่อไม่นาน เว่ยเชียนมู่ ก็มองไปยังหลงเหยียนด้วยสายตาเย็นะเือีกครั้ง
“ฮึ! ต่อให้จะฆ่าปีศาจอสูรได้ก็ไม่ใช่เื่ที่น่าได้ใจอะไร ครั้งหน้า หากได้เจอกับพี่เทียนหลางละก็ เ้าต้องได้เห็นดีแน่”
“อ้อ...งั้นหรือ? หมาป่าน้อยตัวนั้นยังไม่ยอมตายใจอีกหรือไร ก็ไม่แปลก ครั้งก่อนเขาเกือบจะถูกข้าดูดพลังจนกลายเป็ศพแห้งกรัง หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ฐานะของเขา ตัวข้าคงส่งเขาไปตายเป็สิบๆ ครั้งแล้ว ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็กลับไปบอกเขาด้วยว่าตัวข้าจะรอ”
“ว่าแต่ว่า! สาวน้อย เ้ากล้ามากที่คิดจะหยามเกียรติข้าในที่แห่งนี้ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไปเล่นสนุกด้วยกันสักหน่อยดีหรือไม่?” หลงเหยียนมองนางด้วยแววตาเ้าเล่ห์ระคนชั่วร้าย
เว่ยเชียนมู่รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย นางรู้ว่าเ้าหมอนี่เป็คนชั่วช้าแค่ไหน จึงยกมือขึ้นมากอดหน้าอกของตนเองเอาไว้แน่น
“เ้า... เ้าคิดจะทำอะไร?”
“ก็พาเ้าไปกินลม... ชมวิวด้วยกันไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
เว่ยเชียนมู่ถอยกลับไปหลายก้าวด้วยความเขินอาย “หลงเหยียน เ้า... เ้าช่างไร้ยางอายสิ้นดี”
หลงเหยียนยื่นมือข้างหนึ่งขึ้นไปโอบหลงหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เอาไว้ “ฮึ! คิดว่าตัวเองหน้าตาสะสวยนักหรือ? คิดว่าข้าหมายถึงเ้าอย่างนั้นหรือ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” หลงเหยียนหัวเราะเสียงดังลั่น พลางโอบหลงหลิงเดินออกไปจนลับสายตาของเว่ยเชียนมู่
เว่ยเชียนมู่กำหมัดแน่น “หลงเหยียน แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ต่อให้พี่เทียนหลางจะสู้เ้าไม่ได้ ครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะให้ท่านปู่มาสั่งสอนเ้าให้สาสม”
ท่าทางขณะโมโหของสาวน้อยคนนี้ดูน่ารักเหลือเกิน หากนางรู้ว่าความจริงแล้ว ท่านผู้ปกครองสำนักตงจวินเป็ตาแท้ๆ ของหลงเหยียน เกรงว่าสีหน้าของนางในตอนนั้นต้องน่าดูชมมากแน่ๆ
ไม่นาน หลงเหยียนกับพรรคพวกก็ออกมาจากโลกเฉียนคุน ในเมื่อท่านตาสั่งให้นำปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่มาแลกกับสมุนไพรวิเศษสำหรับเ้าสิงโตน้อย ตอนนี้หลงเหยียนก็ไม่มีความจำเป็ที่ต้องอยู่ต่ออีกแล้ว
เมื่อหลงเหยียนนำิญญาอสูรของปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่สองตัวมาแสดงต่อหน้าตงจวิน อีกฝ่ายก็ตกตะลึงลงทันที
“เหยียนเอ๋อ ดูเหมือนข้าจะประเมินพลังของพวกเ้าต่ำเกินไปแล้ว เอาล่ะ ข้าจะส่งคนไปบอกที่ห้องโทษรางวัล จากนั้นพวกเ้าก็ไปรับสมุนไพรวิเศษที่นั่นได้เลย”
“ขอบคุณท่านตา”
หลงเหยียนออกมาจากตำหนักตงฟางแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องโทษรางวัลต่อ ทั้งสามอารมณ์ดีไม่น้อย เมื่อได้รับสมุนไพรวิเศษมา เ้าสิงโตน้อยก็มีท่าทีตื่นเต้นเป็อย่างมาก เมื่อมีเ้าสิ่งนี้ เขาก็สามารถเลื่อนพลังขึ้นไปอยู่ในระดับมายาขั้นที่สามได้แล้ว ทั้งยังสามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้โดยไม่ต้องพึ่งสมุนไพรวิเศษเพื่อเพิ่มพลังอีกต่อไป
เมื่อกลับไปที่ตำหนักเซียวเหยา หลงเหยียนก็ให้เ้าสิงโตน้อยดูดซับพลังด้วยตนเอง ส่วนตนก็เริ่มฝึกฝนเพื่อเพิ่มความมั่นคงแก่ระดับพลังในตอนนี้เช่นกัน เขาหลอมพลังโลหิตที่ได้จากปีศาจอสูรทั้งสองตัว จากนั้นก็ผสานมันเข้ากับสายฟ้าทั้งสามสิบเอ็ดระลอก ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีม่วงกับสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นทันที หลงเหยียนนึกย้อนไปถึงพายุสายฟ้าที่หมุนวนอยู่รอบตัวในโลกเฉียนคุนเมื่อครู่เขาแอบคิดว่าในอนาคต หากตนปลดปล่อยพลังของกายสายฟ้าออกมาจนกลายเป็พายุสายฟ้าเช่นนั้นอีกครั้ง ต้องสร้างความเสียหายแก่คู่ต่อสู้ได้ไม่น้อยแน่
หลงหลิงนั่งอยู่ข้างๆ วันนี้นางนั่งเบื่อมาทั้งวันแล้ว
ตกดึก หลงหลิงลุกพรวดด้วยท่าทางตื่นเต้น
“อา... ในที่สุดวันที่แสนน่าเบื่อก็ผ่านพ้นไปเสียที เกิดเื่อีกแล้ว เ้ายังไม่รีบออกไปดูอีก?”
หลงเหยียนลืมตาขึ้น พลังจิตที่แข็งแกร่งของเขาเองก็สามารถรับรู้ได้เช่นกันว่ามีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นแล้ว
“หลงเหยียน ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้น พวกเราจะบุกเข้าไปด้านในเอง”
เว่ยเชียนมู่ส่งเสียงะโอยู่ที่นอกประตู
หลงเหยียนลุกขึ้นยืนพลางยกมุมปากขึ้นเบาๆ “ดูเหมือนสาวน้อยคนนั้นจะโมโหข้ามากจริงๆ ถึงพาเทียนหลางมาหาเื่ข้าเร็วเพียงนี้”
แม้จะรู้ว่าเทียนหลางก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าใบหน้าของหลงเหยียนกลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ เขาเตรียมจะเปิดประตูเพื่อออกไปดูเหตุการณ์ข้างนอกด้วยตนเอง
เ้าสิงโตน้อยขยับเข้ามาใกล้ “พี่เหยียน เ้านั่นตามกัดไม่ปล่อยเลยจริงๆ ทว่าครั้งนี้ ดูเหมือนพลังของเขาจะเพื่มขึ้นมาเล็กน้อย กลิ่นอายแห่งพลังที่กระจายออกมาจากร่างของเขาแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าผู้นำแห่งสำนักมารเลย”
หลงแหยียนพยักหน้า “อืม เ้าสิงโตน้อย ข้าเองก็ััได้เช่นกัน อย่างไรเสียเ้านั่นก็มีสายเืของตระกูลพยัคฆ์ขาวที่แสนสูงส่งอยู่ในร่างเชียวนะ แล้วอย่างไรเล่า ตอนนี้ข้าผสานเป็หนึ่งกับสายฟ้าสามสิบเอ็ดระลอกแล้ว เมื่อรวมกับแดนโลหิต มีหรือที่ข้าจะกลัวเขา?”
อย่างไรก็ตาม หลงเหยียนรู้ดีว่าต่อให้เทียนหลางจะน่าเกลียดแค่ไหน ตนก็ไม่มีทางเอาชีวิตเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเขา ท่านตาก็ไม่อาจปกป้องตนได้อีกต่อไป
หลงเหยียนรู้ความเกี่ยวโยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดี ด้วยเหตุนี้ เพียงไม่นานหลงเหยียนก็เปิดประตูออกไปด้านนอกตามคำสั่ง
เว่ยเชียนมู่ยืนมือเท้าเอวพลางยิ้มอย่างได้ใจ
“หลงเหยียน ในที่สุดเ้าก็ยอมออกมาเสียที หลบอยู่ข้างในตั้งนาน คิดจะหนีเอาชีวิตรอดอยู่หรือไร เ้าคงจะหวาดกลัวพี่เทียนหลางจนสติหลุดไปแล้วสินะ เลยอยากจะหลบซ่อนราวกับเต่าที่หดหัวอยู่แต่ในกระดองแบบนี้”
หลงเหยียนมองไปยังเทียนหลางกับเว่ยเชียนมู่ที่ยืนอยู่ข้างกันก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“ที่นี่เป็บ้านของข้า เช่นนี้แล้ว ข้าจะหนีไปที่ไหนได้ ข้าบอกว่าไม่ได้หนีก็คือไม่ได้หนี ทำไมข้าต้องหนีด้วย หรือว่าพวกเ้ากล้าฆ่าข้าที่นี่? หืม? อ้อ จริงสิ ตอนนี้พวกเราเป็เพื่อนบ้านกันแล้วนี่ หรือเมื่อครู่พวกเ้าไปออกกำลังกายแบบพิเศษกับเพื่อนบ้านมา พอเสร็จก็เลยมาหาข้าต่อ?”
เว่ยเชียนมู่หน้าแดงก่ำ นางดึงแขนของเทียนหลางเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของหลงเหยียนทำให้นางเดือดดาลยิ่งนัก
“พี่เทียนหลาง รีบฆ่ามันเร็ว วางใจเถิด ตอนนี้พี่เข้าไปในตระกูลชั้นในแล้ว ลำพังแค่ฐานะก็สูงส่งกว่ามันถึงหนึ่งระดับ อีกอย่างข้าก็นำเื่นี้ไปรายงานต่อท่านปู่เป็ที่เรียบร้อยแล้ว ท่านปู่ไม่มีทางลงโทษพวกเราแน่”
เทียนหลางปลอบให้เว่ยเชียนมู่ใจเย็นลงด้วยมือซ้าย พลางมองมาที่หลงเหยียนอย่างเคียดแค้น
“หลงเหยียน ตอนอยู่ในโลกเฉียนคุนเ้าเอาชนะข้าไปได้ ในตอนนั้นข้าสูญเสียความเป็ตัวเองไป เ้าก็เลยฉวยโอกาสนั้นเอาชนะข้าไป ทว่าอย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย เพราะ่ที่ผ่านมานี้ ความแค้นระหว่างเราทั้งสองคนได้สะสมมานานจนมีมากเกินพอแล้ว ความเกลียดชังที่ข้ามีต่อเ้าก็มากจนแทบจะล้นทะลักเช่นกัน ั้แ่ที่เ้าสังหารลั่วซางสหายรักของข้าลง ข้าก็สาบานว่าจะสังหารเ้าให้จงได้”
หลงเหยียนเลิกคิ้วขึ้น
“เลิกพูดไร้สาระเสียที เ้าคิดจะเอาอย่างไร?”
“กล้าขึ้นไปประลองกับข้าบนลานประลองหรือไม่ ไปสะสางความแค้นระหว่างเราที่นั่นไปเลย! ครั้งก่อนเ้าหนีไปได้ ทว่าครั้งนี้เ้าคงไม่ทำเช่นนี้แล้วสินะ พวกเราไปสู้กันอย่างแท้จริงต่อหน้าผู้ใหญ่ไปเลย ไม่ว่าจะเป็หรือตาย ต่อให้ข้าที่เป็ศิษย์ของตระกูลชั้นในจะถูกเ้าฆ่าตาย ข้าก็จะไม่เอาโทษหรือถามหาความรับผิดชอบใดๆ ต่อเ้าทั้งนั้น”
--------------------
