อันเจิงยกมีดที่เต็มไปด้วยเืขึ้น“ทำไมเ้าถึงอยู่ที่นี่?”
คนคนนั้นเงียบไปชั่วขณะจากนั้นก็สั่งให้ปิดประตู กู่เชียนเยว่และชวีหลิวซียืนอยู่ด้านหลังอันเจิง นางทั้งสองเตรียมพร้อมสำหรับการนองเืในครั้งนี้แล้ว
ลูกน้องสองคนวิ่งไปปิดประตูจากนั้นก็ใช้ไม้มาตอกประตูอย่างแ่า ขณะนี้บนหลังคาและกำแพงบ้านมีคนชุดดำยืนเฝ้าอยู่พวกเขาถือธนูแล้วจ่อมาที่อันเจิง
“เื่นี้ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ เ้าวางมีดลงก่อนเถอะ”คนคนนั้นพูดด้วยเสียงที่ราบเรียบ
อันเจิงมองไปที่ใบหน้าของคนคนนั้นก่อนหน้านี้เขาเคยมีใบหน้าที่เมตตาและอ่อนโยนต่ออันเจิงหลายครั้ง ทั้งยังชมอันเจิงไม่หยุดปากตอนที่อยู่สำนักวรยุทธ์ชางยังเคยเตือนอันเจิงเื่ของติงเซิ้นซาอีกด้วย
เขาคือผู้ประสานงานในหน่วยทหาร...ชวี่ลวน
ชวี่ลวนกดมือลงความหมายก็คือไม่ให้คนบนกำแพงและหลังคาบ้านลงมือแต่เพราะเมื่อครู่อันเจิงฆ่าคนของเขาฉะนั้นชายชุดดำเ่าั้จึงเต็มไปด้วยแรงอาฆาต
“เ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นานและเพิ่งเข้าสำนักวรยุทธ์ชางมีอีกหลายเื่ที่เ้ายังไม่รู้ ชมรมสี่ทิศเป็ของหน่วยทหารที่หน่วยทหารสร้างชมรมสี่ทิศขึ้นก็เพื่อรวมตัวคนที่ยินยอมจะรับใช้แคว้นเยี่ยนคนเหล่านี้อาจมีชาติกำเนิดที่ไม่ดีนัก หรืออาจเคยกระทำความผิดอะไรมาก่อนจนไม่สามารถเข้าเป็ทหารได้แต่พวกเขาก็ยินดีจะสละชีพเพื่อแคว้น ฉะนั้นหน่วยทหารจึงให้โอกาสกับพวกเขาทุกคน”
อันเจิงหัวเราะด้วยน้ำเสียงเ็า“แต่หน่วยทหารขาดเงิน ฉะนั้นจึงให้พวกเขารับงานด้านมืดสินะ?”
ชวี่ลวนถาม “เ้าหมายความว่าอย่างไรเื่นี้ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ ๆ”
“เ้าถามลูกน้องตัวเองดู คืนนี้ใครเป็คนรับเงินมาแล้วไปฆ่าคนที่ถนนชุนหยางเล่าเป้าหมายก็คือจิงสานลิ้ง จิงสานลิ้งไปหน่วยฟางกู้พร้อมกับเพื่อนอีกสองคนคนหนึ่งชื่อชวีเฟิงจื่อ อีกคนชื่อพ้างซื่อ เขาทั้งสามเป็คนของสำนักวรยุทธ์เบิก์พวกเขาเพิ่งเดินออกจากหน่วยฟางกู้ได้ไม่นาน จิงสานลิ้งก็ถูกคนของชมรมสี่ทิศฆ่าตายส่วนชวีเฟิงจื่อและพ้างซื่อได้รับาเ็สาหัส ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้าจะอธิบายเื่เข้าใจผิดนี้อย่างไร”
สีหน้าของชวี่ลวนเปลี่ยนไปทันที เขาหันกลับไปถามด้วยความโมโห“เมื่อครู่ใครเป็คนออกไป!”
คนที่เดินตามเขาออกมาหลายสิบคนหน้าตามีพิรุธ พวกเขาจ้องหน้ากันไปมา มีบางคนในนั้นถอยหลังไปหลายก้าว
“เกาฉาง!” ชวี่ลวนหันกลับไปเรียก
ชายที่ดูเหมือนหนอนตำราวิ่งออกมาเขาเป็คนตัวอ้วนฉะนั้นเวลาวิ่งจึงเหนื่อยง่าย “ใต้เท้า เื่นี้...เื่นี้ค่อนข้างเร่งด่วนเลยไม่ได้รายงานจริงอยู่ที่เมื่อครู่มีคนออกไป แต่ถึงกระนั้นพวกเราไม่รู้ว่าเป้าหมายเป็คนของสำนักวรยุทธ์เบิก์หากพวกเรารู้ว่าเป็คนของหน่วยทหาร ต่อให้พวกนั้นจะให้เงินมากเท่าไหร่เราก็ไม่มีทางรับงานนี้แน่นอน”
เพียะ!
ชวี่ลวนตบเข้าที่ใบหน้าของเกาฉางอย่างแรง“ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้พวกเ้ารับงานเองตามใจชอบทุกงานต้องให้ข้าเป็คนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ เมื่อข้าอนุญาตแล้วจึงจะรับงานได้”
เกาฉางยกมือขึ้นกุมหน้าแล้วพูด“แต่ว่าใต้เท้า...เงินที่หน่วยทหารให้มาใช้ใกล้หมดแล้วพี่น้องเราอยากแสดงผลงานในสนามรบ แต่เพราะตอนนี้ายังไม่เร่งรีบเลยไม่มีคำสั่งเรียกพวกเราไปทุกคนก็ต้องกินต้องใช้ หรือท่านจะให้พวกเราทนให้พี่น้องอดข้าวกันหรือ?”
ชวี่ลวนพูดด้วยความโมโห “ต่อให้พวกเ้าจะหิวตายแต่ก็ห้ามออกไปฆ่าคนเรื่อยเปื่อย!”
ผู้ที่ดูมีการศึกษาถึงกับขึ้นเสียงด่าทอเช่นนี้ไม่มีใครรู้ว่าเขาโมโหมากแค่ไหน
เกาฉางพยายามอธิบาย “ใต้เท้าท่านไม่ใช่คนดูแลที่นี่ท่านไม่มีวันเข้าใจ ปากท้องคนนับร้อยหรือท่านจะปล่อยให้พวกเขาอดตาย?”
สีหน้าชวี่ลวนเปลี่ยนจากขาวซีดเป็แดงก่ำด้วยความโกรธ“เ้ากล้าเถียงรึ? หน่วยทหารตั้งกฎที่เข้มงวดมาั้แ่แรกแล้วว่าห้ามไม่ให้พวกเ้ารับงานไปเรื่อยแบบนี้ จะรับงานอะไรต้องให้ข้าเป็คนตัดสินใจหากใครรับงานโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องถูกลงโทษขั้นรุนแรง คำพูดเหล่านี้พวกเ้าลืมหมดแล้วหรือ”
ชายร่างกำยำคนหนึ่งะโขึ้นเสียงดัง “ข้ามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อมารองรับอารมณ์ใครพวกเ้าบอกว่าจะให้ข้ามาสร้างชื่อเสียงในสนามรบแต่รอมานานกว่าครึ่งปีก็ยังไม่มีโอกาสนั้น ข้าอยู่ที่บ้านกินอิ่มนอนหลับพอมาอยู่ที่นี่ต้องมาตกระกำลำบาก ต้องคอยรองรับอารมณ์แล้วยังไม่มีเงินใช้ ทำไมข้าต้องมาทนอะไรแบบนี้ด้วย!”
ชายอีกคนก็เริ่มพูดขึ้น “ใช่แล้วตอนแรกพูดอย่างดิบดีว่าจะไม่แบ่งแยกชนชั้นและไม่ว่าจะมีความผิดอะไรมาก่อนก็จะไม่พูดถึง ขอเพียงแค่ตั้งใจรบเพื่อแคว้นก็จะล้างมลทินให้เราแล้วยังจะเลื่อนขั้นให้อีกตอนนี้อะไรกัน ไม่ใช่แค่ไม่ได้เข้าเป็ทหารแต่ยังต้องทนลำบาก เื่นี้มันอะไรกัน?!”
“หากรู้ั้แ่แรกว่าเข้าหน่วยทหารแล้วต้องลำบากข้าไม่มีทางมาหรอกนึกว่าข้าอยากสละชีพเพื่อแคว้นนักหรืออย่างไร? ถุย! หากไม่ใช่เพราะบอกว่าแค่สร้างผลงานในสนามรบได้ก็จะล้างมลทินให้เรา เราจะมาที่นี่ทำไม พูดเหมือนยิ่งใหญ่เสียเต็มประดาเรามาก็เพื่ออนาคตตัวเองทั้งนั้น แต่อยู่มานานขนาดนี้แล้วยังไม่มีวี่แววจะมีอนาคตเลยสักนิดแล้วยังจะไม่ให้เราหาเงินใช้อีกรึ?”
อันเจิงหัวเราะ “ใต้เท้าชวี่ ดูคนที่เ้ารับมาเองก็แล้วกัน!”
ชวี่ลวนหันไปพูดกับอันเจิง“เื่นี้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นจริง ๆ แต่เ้าวางใจเถอะข้าจะต้องสืบอย่างละเอียดแน่นอน”
ชายร่างกำยำด้านหลังพูดขึ้น “สืบอะไรอีก?ก็พวกข้านี่แหละเป็คนทำ! ข้าชื่อหลิวเอ้ามาจากเมืองผิงเหยียนพวกเ้าสามารถไปสืบเื่ข้าได้เลยที่เมืองผิงเหยียนข้าจะทำอะไรก็ใช้แค่อารมณ์เท่านั้น อยากฆ่าใครก็ฆ่า ถ้าเ้าแน่มากก็เข้ามาแก้แค้นให้คนของเ้าที่ตายไปสิ!”
ชายข้างกายเขาห้าหกคนพุ่งออกมา“พวกข้าเป็คนออกไปทำเอง แล้วจะอย่างไร อยากจะสู้ก็เข้ามา!”
คนอื่น ๆ ได้แต่จ้องมองขณะนี้ต่างก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ชวี่ลวนมองไปยังเกาฉาง“นี่ก็เป็คนที่เ้าเลี้ยงขึ้นมารึ?”
เกาฉางยักไหล่ “หากท่านใต้เท้าพูดแบบนี้ข้าก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ท่านส่งคนมาให้ข้าดูแล ข้าก็ต้องหาข้าวให้พวกเขากินหากพวกเขากินไม่อิ่มก็จะโวยวาย หรือท่านอยากให้เมืองฟางกู้วุ่นวายเล่า?หากคนกว่าร้อยคนนี้ออกไปก่อเื่ เกรงว่าคงทำให้คนอื่นใไม่น้อยอย่าโทษว่าข้าน้อยทำงานไม่เต็มที่ เพราะข้ารู้สึกว่าตัวเองทำเต็มที่แล้ว ทั้งยังทำได้ดีมากอีกด้วย”
คนที่ชื่อหลิวเอ้าะโเสียงดัง“ท่านเกาพูดไม่ผิด เขาทำได้ดีมากแล้ว”
ชายหกเจ็ดคนะโขึ้น “ใช่แล้วอย่างน้อยท่านเกาก็ให้โอกาสเราหาเงินมาใช้เอง ่นี้หน่วยทหารทำอะไรอยู่?เรียกพวกเรามาแต่ไม่เคยถามถึงสักคำ นี่เอาเรามาเป็ตัวตลกงั้นรึ?”
“เื่ในเจียงหูก็แค่ฆ่าคนคนหนึ่งในเมื่อเ้าตัวก็มาถึงที่แล้ว งั้นก็จัดการตามวิถีเจียงหูไปเลย หากเ้ามีปัญญาก็ฆ่าข้าเสียหากเ้าไม่มีปัญญาข้าจะฆ่าเ้าอีกคน หญิงสองคนที่อยู่หลังเ้าก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ซ้ำยังงดงามดั่งนางฟ้า หากข้าจะฆ่าเ้าแล้วยังจะเอาผู้หญิงของเ้าด้วยแล้วเ้าจะทำอะไรได้?”
ชวี่ลวนหันไปะเิโมโห “เชื่อหรือไม่ข้าจะใช้กฎทหารมาจัดการเ้าเสียเดี๋ยวนี้!”
หลิวเอ้าหัวเราะด้วยเสียงที่เย็นะเื“ข้าจะไม่อยู่รับใช้เ้าแล้ว พี่น้องข้า พวกเราไปกันเถอะ!”
เขาะโออกมา จากนั้นชายหกเจ็ดคนก็พากันเดินออกไปแต่ถึงกระนั้น คนอื่น ๆ ก็ไม่แสดงท่าทีห้ามปรามหรือขวางไว้เลย ได้แต่มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าเท่านั้น
“ไปหรือ?”
อันเจิงยกมีดยาวแล้วชี้ไปที่หลิวเอ้า“เ้าคิดว่าคืนนี้ตัวเองจะออกจากประตูนี้ได้หรือ?”
หลิวเอ้าตบหน้าอกตัวเอง“ข้าอยู่เมืองผิงเหยียนฆ่าคนมานับไม่ถ้วน เ้าก็เหมือนเส้นขนเล็ก ๆ คิดจะขู่ข้ารึ?”
ชวี่ลวนรีบหันไปบอกอันเจิง “อันเจิงคนพวกนี้มีที่มาไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ แต่หน่วยทหารรับผิดชอบสั่งสอนพวกเขา เื่นี้ปล่อยให้หน่วยทหารจัดการเถอะหน่วยทหารต้องตัดสินอย่างเป็ธรรมแน่”
อันเจิงหัวเราะ“ชวีเจิ้งเซิงของหน่วยฟางกู้ก็พูดเช่นนี้ เมื่อครู่ข้าเพิ่งฆ่าคนชั่วต่อหน้าเขาไปและฆ่าในหน่วยฟางกู้เสียด้วย”
ชวี่ลวนะโเสียงดัง “หน่วยฟางกู้จะสู้หน่วยทหารได้หรือ?นี่เป็เื่ภายในของหน่วยทหารเราแน่นอนว่าต้องให้หน่วยทหารเป็คนจัดการ”
อันเจิงส่ายหน้า “นี่เป็เื่ของข้าไม่ว่าจะเป็หน่วยฟางกู้หรือหน่วยทหารก็ตาม ใครก็ห้ามยุ่ง”
เกาฉางลากชวี่ลวน “ใต้เท้าชวี่ในเมื่อเป็เื่ในเจียงหูงั้นเราก็อย่าเข้าไปยุ่งเลยข้าว่าให้พวกเขาจัดการกันเองดีกว่า เราแค่ดูเฉย ๆ ก็พอเื่นี้ท่านก็เป็คนรายงาน อยากรายงานอย่างไรก็ได้อยู่แล้ว”
ชวี่ลวนพูดด้วยความโมโห “สามหาว! เ้ารอรับโทษจากหน่วยทหารเถอะ!”
เหอะ...เกาฉางเปล่งเสียงออกมา “รอรับโทษจากหน่วยทหารงั้นหรือนึกว่าข้าโง่หรืออย่างไร? พวกเราจัดการไอ้สามตัวนั้นซะจากนั้นก็ส่งใต้เท้าชวี่ขึ้น์ตามไป พรุ่งนี้เช้าเราก็บอกว่าสามคนนี้เข้ามาฆ่าใต้เท้าชวี่แล้วเราก็เป็คนจัดการพวกมันต่อให้หน่วยทหารอยากจะสืบก็คงสืบไม่ได้ พวกเ้าจะทำหรือไม่ทำ? เมื่อจัดการเื่นี้เสร็จ ก็หาเงินมาสักก้อนแล้วจากไปไปเป็ใหญ่ในที่ของตัวเองซะ!”
สีหน้าของชวี่ลวนดูไม่ได้เลยสักนิด “เ้าจะฏรึ?พวกเ้ามาลากตัวคนพวกนี้ไป!”
คนอื่น ๆ มองหน้ากันไปมาต่างก็ไม่มีใครลงมือ คนพวกนี้ไม่ใช่คนของหน่วยทหารอย่างแท้จริง ถึงแม้่หลังจะถูกฝึกมาไม่น้อยแต่นิสัยก็ยังป่าเถื่อนอยู่พวกเขาไม่ร่วมมือกับเกาฉางก็นับว่าดีมากแล้ว แต่จะหวังให้พวกเขาจับตัวเกาฉางก็คงเป็ไปไม่ได้
อันเจิงกระชากตัวชวี่ลวนมาไว้ด้านหลังตัวเอง “กลับไปรายงานกับหน่วยทหารเองก็แล้วกันดูพวกระยำที่พวกเ้าเลี้ยงไว้!”
หลิวเอ้าคำราม “ฆ่ามัน!”
ชายร่างกำยำสองคนพุ่งเข้ามาด้านซ้ายและขวาทั้งสองฟันมีดยาวไปที่คอและหัวอันเจิง
อันเจิงกวาดมีดยาวของตัวเอง“ข้าจะช่วยหน่วยทหารล้างพวกชั่วนี้เอง!”
มีดยาวฟันออกไป กระทบเข้ากับมีดที่พุ่งเข้ามาจนเกิดประกายจากนั้นเขาก็ใช้มีดป้องกันมีดจากฝ่ายตรงข้ามที่พุ่งมากลางอากาศอันเจิงพุ่งตัวออกไปด้านหน้า เหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าไปที่กลางหน้าอกของชายร่างกำยำตรงหน้าหมัดของเขาพุ่งเข้าไปในหน้าอกของชายคนนั้น ชกกระดูกสันหลังจนหักแล้วทะลุออกมาทางด้านหลังมือที่ทะลุออกมายังคว้าหัวใจที่ยังเต้นอยู่หลุดออกมาด้วย
อันเจิงยกร่างนั้นขึ้นด้วยมือเดียวจากนั้นก็โยนออกไปอย่างรวดเร็ว เขาใช้ศพแทนอาวุธในการโจมตีชายคนที่สองจนกระเด็นออกไป
ชายคนนั้นยังไม่ทันลุกขึ้นอันเจิงก็พุ่งเข้าไปรวดเร็วดั่งลูกธนู จากนั้นก็ใช้เท้าถีบไปที่หัวของเขา ตูม! หัวของชายคนนั้นแตกออกไม่ต่างจากแตงโมเศษสีแดง สีขาวและสีดำกระจายออกไปรอบด้าน
เห็นอันเจิงฆ่าไปสองคนติดต่อกัน แรงอาฆาตของคนเ่าั้จึงมากขึ้น“เ้าฆ่าพี่น้องข้า ต่อให้จะต้องตามล่าเ้าไกลแค่ไหน ข้าก็จะต้องฆ่าเ้าให้ได้”
คนที่ยืนข้างหลิวเอ้าสี่ถึงห้าคนพุ่งออกมาและใช้อาวุธต่าง ๆ พุ่งมาทำร้ายอันเจิง คนเหล่านี้มีฝีมือไม่เลวแต่ทว่าพวกเขาไม่มีพลังวัตร ฉะนั้นสำหรับอันเจิงก็ไม่ใช่ด่านยากอะไรอยู่แล้ว
ในขณะที่อันเจิงสู้กับคนที่สามอยู่นั้นหลิวเอ้าก็ยกมือขึ้น ทันใดนั้นลำแสงก็พุ่งออกจากมือเขาไปยังอันเจิง มันรวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน
ปราณดาบ!
ผู้มีพลังในขอบเขตสุมารุ!
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตใหม่ของอันเจิงที่เขาใช้พลังที่ตนเองมีต่อสู้กับผู้ที่มีพลังในขอบเขตสุมารุ ครั้งก่อนที่ต่อกรกับเจินจวงปี้เขาก็ได้กระดิ่งแก้วช่วยเอาไว้ส่วนหลิวเอ้าที่ดูเป็ชายอกสามศอกกลับใช้วิธีชั่วโดยการให้คนที่ไม่มีพลังวัตรออกมาสู้ก่อน จากนั้นตัวเองที่มีพลังในขอบเขตสุมารุก็ลอบโจมตีอันเจิง!
ปราณดาบที่เต็มไปด้วยพลังที่เย็นะเืพุ่งออกไปทั้งสี่ทิศ
อันเจิงใช้มีดยาวมาบังตรงหน้าเอาไว้ทันใดนั้นมีดยาวก็หักในทันที
ร่างอันเจิงกระเด็นออกไปอย่างไม่อาจควบคุมได้ขณะนั้น คำว่าเป่ยหมินมีปลาวิเศษก็เปล่งแสงออกมา เกล็ดมัจฉาออกมาบังตรงหน้าเขาเอาไว้
แต่ทว่าปราณดาบนั่นรุนแรงเกินไป จึงยังคงทำให้อันเจิงปลิวออกไปอยู่ดี
“รนหาที่!” กู่เชียนเยว่สบถออกมาจากนั้นก็ยกมือไปจับที่สร้อยของนาง
อันเจิงสูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะจับมือของกู่เชียนเยว่ “ไม่ต้อง ให้ข้าจัดการเอง”
เขามองมีดยาวในมือที่หักเป็สองท่อนจากนั้นก็โยนทิ้งไปยังด้านข้าง
เขาไม่ได้นำกระดิ่งแก้วออกมา และไม่ได้นำหยกขาวหรือดาบเล่มเล็กที่เสวี่ยเหมยไต้ให้ไว้ออกมาด้วยเขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปยังหลิวเอ้า
นี่จะเป็การต่อสู้ที่น่ายกย่องและน่าจดจำ!
