ปลายปี 1977 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ถูกระงับไปนานถึง 10 ปี กำลังจะกลับมาจัดขึ้นอีกครั้ง
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยใน่ปีแรกๆ หลังการฟื้นฟูนั้น ไม่จำกัดอายุ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ไม่ว่าแต่งงานแล้วหรือยัง หรือมีลูกแล้วหรือไม่ก็ตาม!
หากไม่ฉวยโอกาสนี้เปลี่ยนแปลงชาติกำเนิด เปลี่ยนชนชั้น เปลี่ยนชะตากรรมของตนเอง แล้วจะรอไปถึงเมื่อไหร่กัน?
แน่นอนว่าเมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ฮวาเจาไม่ได้ใส่ใจเื่พวกนี้มากนัก เธอเพียงแค่ชอบการเรียนรู้ และอยากจะยกระดับสถานะของตัวเอง เพื่อให้เหมาะสมกับเย่เซินมากยิ่งขึ้น
ด้วยวิธีนี้จะสามารถลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็ในครอบครัวได้
เย่เซินคงจะไม่ดูถูกชาติกำเนิดของเธอ เพราะเขาเห็นเธอในทุกรูปแบบแล้ว… แถมยังมอบสินสอดให้เธอถึง 2,000 หยวน แสดงว่าเขาค่อนข้างพอใจในตัวเธออยู่บ้าง…
ส่วนเื่ที่เขาพอใจในด้านไหนนั้น เธอไม่กล้าคิดลึกซึ้ง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว… พอ! หยุดความคิดนี้ไว้ก่อน!
แฮ่ม เย่เซินอาจจะไม่สนใจชาติกำเนิดของเธอ แต่ครอบครัวของเขาคงไม่ชอบสะใภ้ที่มาจากชนบทแน่
เพื่อที่จะลดเสียงนินทาในอนาคต หรือแม้แต่การดูถูกลูกของเธอ เธอจะต้องพยายาม
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฮวาเจาก็ลงมือทำทันที หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ไปค้นหาหีบไม้ที่ไม่ใช้แล้วในห้องของฮวาเฉียง เมื่อเปิดออกก็พบแต่หนังสือเก่าๆ
หนังสือเหล่านี้เป็ของที่ฮวาเฉียงใช้ตอนเรียนหนังสือที่โรงเรียนสอนพิเศษ หลายปีมานี้เขาก็ไม่ได้ทิ้ง
ปกติเขาก็ไม่ได้เอาออกมาอ่าน เพราะเขาไม่ใช่คนประเภทนั้น… เขาแค่จบชั้นประถม อ่านออกเขียนได้
สิ่งนี้ทำให้ฮวาเจามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าจะ "เรียนให้ดี" อย่างไรก็ได้ เพราะยังไงเขาก็ไม่รู้ว่าอะไรคือ "ดี" ที่ผิดปกติ~
วันแรก ฮวาเจาแสดงความสามารถในการเรียนรู้ที่น่าทึ่ง ไม่ได้ถึงขั้นจำได้ทุกคำ แต่ฮวาเฉียงพูดสองสามครั้ง เธอก็จดจำได้แล้ว
เป็การวางรากฐานที่ดีสำหรับการก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในอนาคต~
......
วันต่อมา เสี่ยวจ้าวมาคนเดียว เขานำเงินค่าถั่วงอก 5 กระบุงเมื่อครั้งก่อนมาให้ฮวาเจา และยังนำถั่วเขียวมาให้เธออีก 500 ชั่ง พร้อมทั้งภารกิจจากหวังเิ นั่นก็คือ เขา้าถั่วงอก! ถั่วงอก! ถั่วงอกจำนวนมหาศาล!
เมื่อวานเสี่ยวจ้าวได้นำถั่วงอกกลับไป พวกเขากินถั่วงอกเป็อาหารเย็นในวันนั้น
ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย! ทำไมถั่วงอกถึงอร่อยกว่าเนื้อเสียอีก?
คนอื่นจะมีความสุขก็ไม่เท่าไหร่ แต่ประเด็นสำคัญคือมีผู้ใหญ่มาตรวจงานพอดี และได้กินเข้าไปด้วย
"ของดีขนาดนี้ ทำไมถึงกินอยู่คนเดียวได้?" คุณผู้นำพูดเล่น
คนอื่น "พูดเล่น" แต่เขาจะคิดว่ามันเป็เื่เล่นๆ ไม่ได้…
แถมยังมีคุณผู้นำหลายคนมาพูดเล่นแบบนี้ เขาจะทำให้ใครขุ่นเคืองใจไม่ได้
ถ้าเขาบอกว่าไม่มี ก็จะกลายเป็คนกินของดีอยู่คนเดียว ซึ่งมันไม่ใช่เื่ตลกเลย
ดังนั้นเขาจึงรีบให้คำมั่นว่าจะส่งให้พวกเขาคุณละหลายร้อยชั่ง แถมยังเป็ประจำอีกด้วย…
แน่นอนว่าเขาต้องเก็บเงินด้วย เพราะของพวกนี้ไม่ได้มาฟรีๆ! เขาไปซื้อมาจากทีมผลิตแห่งหนึ่ง!
เขาไม่ได้บอกว่ามาจากคนส่วนตัว
ส่วนทีมผลิตจะเปิดโรงงานเล็กๆ ขายผลผลิตทางการเกษตรเล็กน้อย มันก็เป็เื่ที่สมเหตุสมผลและถูกกฎหมายอยู่แล้ว
คนอื่นก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไร พวกเขาแค่้ากินถั่วงอกเท่านั้น
"วางใจเถอะ จะให้กินฟรีๆ ได้อย่างไร? มันจะดูไม่ดีเอา"
หวังเิวางใจได้ เพราะยุคสมัยนี้ใครกล้าซื้อของไม่จ่ายเงิน? เขาแค่เขียนจดหมายร้องเรียนไป… แฮ่ม!
"หัวหน้าให้ฉันถามเธอว่า ครั้งหนึ่งเธอปลูกถั่วเขียวได้มากที่สุดกี่ชั่ง?" เสี่ยวจ้าวถาม
"1,000 ชั่งมั้ง" ฮวาเจาคิดแล้วตอบ
ถั่วเขียว 1,000 ชั่ง ก็คือ 143 กระบุงต่อวัน แถมยังเป็งานที่เธอทำคนเดียวเกือบทั้งหมด ด้วยพละกำลังของเธอ เธอก็พอจะทำได้
มากกว่านี้ก็ได้… ความจริงแล้วเธอไม่จำเป็ต้องใช้กระบุงเลย แค่เอาถั่วเขียวแช่น้ำ ก็จะกลายเป็ถั่วงอกได้ในพริบตา ไม่ต้องพูดถึง 1,000 ชั่ง 10,000 ชั่งก็จิ๊บๆ
แต่ก็ไม่ได้ เธอต้องทำตัวเหมือนคนปกติ
"ตกลง! งั้นพรุ่งนี้ฉันจะเอาถั่วเขียวไปให้ 1,000 ชั่ง!" เสี่ยวจ้าวรีบพูด "แถมถั่วเขียว 500 ชั่งครั้งนี้กับ 100 ชั่งเมื่อวาน เมื่อไหร่ปลูกเสร็จ บอกด้วย ฉันจะขับรถมารับ!"
หากมีปริมาณน้อย ฮวาเจาสามารถยกขึ้นรถไฟได้ภายใน 1 นาที แต่ถ้า 100 กว่ากระบุง เธอคง "ยก" ไม่ไหว
การมีคนมารับของก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว
"อีก 5 วันค่อยมา" เธอตอบ
"โอเคๆๆ!" เสี่ยวจ้าวตอบอย่างดีใจ
เมื่อฮวาเจาไม่มีปัญหา เขาก็จะได้กินถั่วงอกแสนอร่อยทุกวัน ก็ต้องดีใจเป็ธรรมดา
"พรุ่งนี้ก็มาอีกใช่ไหม?" ฮวาเจาถามอีก
"มาสิ! ต่อไปฉันจะเอาถั่วเขียวมาส่งให้เธอทุกวัน" อีก 5 วันถั่วเขียวก็จะมากับรถอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องวิ่งมาเองแล้ว
"งั้นพรุ่งนี้ตอนมา ช่วยซื้อกระบุงมาให้หน่อย 300 ใบ เอาแบบมีฝาปิดด้วยนะ เดี๋ยวฉันออกเงินเอง"
ต้องเตรียมกระบุงไว้ 2 ชุดถึงจะสลับกันใช้ได้ แถมผ้าห่มก็คงไม่ได้ใช้แล้ว เธอไม่้าแล้ว แค่เอาฝาปิดมาใช้แทนกันแสงก็พอแล้ว
"ตกลง!" เสี่ยวจ้าวตอบตกลงอย่างง่ายดาย
"แล้วก็ ช่วยถามหัวหน้าของพวกนายให้หน่อยได้ไหม ว่า...สามีของฉันตอนนี้อยู่ที่ไหน? บอกที่อยู่ได้ไหม? ฉันอยากส่งของไปให้เขา" ฮวาเจาพูด
"ตกลง" เื่เล็กน้อยแค่นี้ เสี่ยวจ้าวไม่มีทางปฏิเสธ
เมื่อส่งเขาไปแล้ว ฮวาเจาก็รีบลงมือทำทันที
ฮวาเฉียงยืนงงอยู่ข้างๆ หลังจากงงงันไปพักหนึ่ง เขาก็เข้าไปในบ้านหยิบกระดาษปากกาออกมาคำนวณ
ถั่วเขียว 1,000 ชั่ง สามารถเพาะถั่วงอกได้ประมาณ 140 กระบุง ขายกระบุงละ 15 หยวน 140 กระบุงก็คือ...2,100! หักต้นทุนไปหลายร้อยหยวน ก็ยังเหลือกำไรสุทธิถึง 1,800 - 1,900 หยวน!
แถมยังเป็กำไรต่อวัน!
ฮวาเฉียงทิ้งตัวนั่งลงบนแคร่ สงสัยว่าตัวเองคำนวณผิดไป
ฮวาเจาก็กำลังคำนวณตัวเลขเหล่านี้อยู่เหมือนกัน เธอก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน
เธอรู้ว่าตัวเองจะหาเงินได้ แต่ไม่คิดว่าจะราบรื่นขนาดนี้ เธอคิดว่าตอนที่ทำกำไรได้วันละ 1,000 หยวน ต้องเป็หลังจากเปิดตลาดได้สัก 2-3 เดือนแล้วเสียอีก
อา หวังเิเป็อุบัติเหตุที่น่ารักจริงๆ~~
วันต่อมา เสี่ยวจ้าวได้นำตะกร้าสานมาให้ พร้อมทั้งที่อยู่ของเย่เซิน
เขาไม่ได้ไปปฏิบัติภารกิจลับอะไร แต่ไปเข้าค่ายฝึกพิเศษที่จัดขึ้นเป็เวลาหลายเดือน ที่นั่นไม่ได้เป็ที่อยู่ลับ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตามปกติ
ฮวาเจาจึงเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง เย่เซินมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เธอมากมาย ทั้งลูกทั้งพลังวิเศษ… เธอก็ต้องตอบแทนเขาบ้าง
แถมฮวาเฉียงพูดถูก ความสัมพันธ์ระหว่างคนเราเกิดจากการติดต่อกัน โดยเฉพาะใน่ที่เธอ "ไม่สะดวกพบปะผู้คน" การติดต่อกับเย่เซินด้วยการส่งจดหมายหากันก็เป็ตัวเลือกที่ไม่เลว
ก้าวแรกของการทำให้เย่เซินชอบเธอ ก็คือการทำให้เขาเห็นความดีของเธอ
ความดีของเธอ เขาก็เหมือนจะเคยเห็นมาบ้างแล้ว… หยุด!
ครั้งนี้จะเริ่มจากฝีมือการทำอาหารแล้วกัน!
ฮวาเจาได้ฝากหวังเิซื้อเนื้อวัวมา 20 ชั่ง และเต้าเจี้ยวอีก 2-3 ชั่ง
ในยุคนี้ เนื้อวัวหาซื้อยาก วัวยังเป็กำลังหลักในการทำงาน ไม่สามารถฆ่าได้ตามใจชอบ ถ้าจะฆ่าวัวได้ ต้องป่วยพิการ ทำงานไม่ได้แล้ว ทีมผลิตจึงจะรายงานขออนุญาตจากเบื้องบนถึงจะฆ่าได้
เธอใช้เวลาวุ่นวายอยู่ครึ่งวัน ทำซอสเนื้อเผ็ดมาได้ 2 กระปุก
เพราะทำเยอะเกินไป ทำให้ต้องเคี่ยวนาน สุดท้ายกลิ่นซอสเนื้อก็อบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้าน
โดยเฉพาะพริกที่ฮวาเจาปลูกขึ้นมาเอง กลิ่นหอมนั้นเย้ายวนใจเป็พิเศษ แถมยังหอมนานอีกด้วย
วันนี้ทั้งหมู่บ้านกินข้าวคลุกเคล้ากับกลิ่นหอมนี้
ไม่มีใครกล้ามาดู หรือมาขอกินสักชาม
นิสัยหวงของของฮวาเจาเมื่อก่อน… ไม่ใช่แค่การเลี้ยงอาหารครั้งเดียวจะล้างได้ ยิ่งตอนนี้ฮวาเจาปราบครอบครัวของฮวาซานได้แล้ว คนอื่นก็ไม่กล้ามาหาเื่ง่ายๆ
"แก ไปดูสิว่าฮวาเจาทำอะไรอยู่ แล้วขอกลับมาสักชาม" ฮวาซานสั่งฮวาเสี่ยวอวี้
