บทที่ 88 ยอมได้หรือ
ในที่สุด ฉินชูก็มาถึงเมืองเล็กๆ ใกล้สำนักชิงหยุน เขาใช้เวลาเดินทางเกือบสิบวัน ครั้นก้มมองสภาพมอมแมม เสื้อผ้าขาดวิ่นของตัวเอง เขาจึงแวะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ร้านค้า
ยิ่งต่อสู้มากเท่าไร ฉินชูก็ยิ่งได้รับของกำนัลหลังการต่อสู้มากเท่านั้น เขามีทองและเงินมากพอที่เขาจะได้ซื้อชุดคลุมสวยๆ แต่ฉินชูไม่ชอบผ้าไหมผ้าแพร เขาเลือกซื้อเสื้อคลุมผ้าป่านเนื้อหยาบธรรมดา
แม้จะเป็ผ้าป่านเนื้อหยาบธรรมดา แต่หลังจากสวมใส่แล้ว มันทำให้ฉินชูมีราศีที่ต่างออกไป เรียบง่าย แต่สง่าเยี่ยงวีรบุรุษ
เมื่อฉินชูมาถึงประตูใหญ่ของสำนักชิงหยุน เขาเห็นเหล่าลูกศิษย์ของสำนักโค้งคำนับให้ ชื่อเสียงของฉินชูที่สำนักชิงหยุนโด่งดังไปทั่ว แม้ว่าเขาจะเป็ศิษย์รับใช้ แต่ศิษย์สายในและศิษย์สายหลักก็เทียบไม่ได้
หลังจากเข้าประตูสำนักชิงหยุน ฉินชูก็รีบไปที่ยอดเขาชิงจู๋ สำหรับเขาแล้วสถานที่อันเป็ที่รักที่สุดคือหอศิษย์รับใช้ บนยอดเขาชิงจู๋
เมื่อเห็นฉินชูกลับมา เหล่าลูกศิษย์ของสำนักรีบไปรายงานยอดเขาหลักทันที เื่ที่ฉินชูถูกเฉียนหลิงอู่จับตัวไปไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อเขากลับมา ทุกคนย่อมแจ้งข่าวสารอย่างทันท่วงที
เมื่อฉินชูมาถึงหอศิษย์รับใช้บนยอดเขาชิงจู๋ ทุกคนก็โอบล้อมต้อนรับเขาอย่างตื่นเต้นดีใจ ต่อให้เ้าสำนักมาต้อนรับเองก็ไม่มีทางได้รับบรรยากาศแบบนี้
หลังจากพูดคุยกับทุกคน ฉินชูก็มากระท่อมไม้ที่ผาหินตัด จากนั้นต้มน้ำเพื่อชงชา ก่อนที่เขาจะดื่มชา โม่เต้าจื่อและหลิงหยุนจื่อก็ปรากฏตัวขึ้นมา
“เ้าหนูกลับมาแล้ว ทำไมเ้าไม่ไปหาข้า” โม่เต้าจื่อจ้องไปที่ฉินชู
“ศิษย์เพิ่งกลับมาก็อยากจะกลับมาที่รังเล็กๆ ของศิษย์ก่อน” ฉินชูรินชาให้โม่เต้าจื่อและหลิงหยุนจื่อ
หลิงหยุนจื่อมองไปที่ฉินชู “ฉินชู ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากช่วยเ้า แต่พลังของพวกเราเทียบอีกฝ่ายไม่ติด ดังนั้นอย่าได้น้อยใจเลย เราตัดสินใจแล้วว่าถ้านางทำร้ายเ้าจริงๆ เรายอมแลกทุกอย่างเพื่อจัดการนาง”
“ท่านผู้เฒ่าหลิง ศิษย์คนนี้เข้าใจสิ่งเหล่านี้ขอรับ” ฉินชูพูด เขาเข้าใจว่าหลิงหยุนจื่อและคนอื่นๆ กลัวว่าเขาจะไม่พอใจ แต่จริงๆ แล้ว เขาไม่เป็เช่นนั้น เพราะเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ สำนักชิงหยุนดูไร้พลังอย่างเห็นได้ชัด ขืนต่อสู้ไป ก็ไม่ต่างอะไรจากการปาไข่ใส่หิน เป็การพาเหล่าลูกศิษย์ของสำนักจำนวนนับไม่ถ้วนไปตายอย่างเสียเปล่า
“ดีที่เ้าเข้าใจ เราไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอีกฝ่าย เราทำอะไรไม่ได้จริงๆ” หลัวเจินกับลู่หยวนปรากฏตัวขึ้น
ฉินชูโค้งคำนับทั้งสองคนในฐานะศิษย์รับใช้ เขาเพิ่งกลับมา แต่บุคคลระดับสูงกลับมารวมตัวกัน แสดงว่านี่เป็เื่สำคัญ
หลังจากที่ทุกคนนั่งลง โม่เต้าจื่อก็ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของฉินชูหลังจากถูกจับตัว หลักๆ เขา้ารู้ว่าฉินชูหลบหนีได้อย่างไรกัน ผู้ฝึกตนขั้นที่สามเจินหยวนหลบหนีจากผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ
“ถือได้ว่าเป็เื่บังเอิญ อันที่จริง ต่อให้ไม่หนีออกมา เฉียนหลิงอู่ก็จะไม่ฆ่าศิษย์ นาง้าข้อมูลของสภาวะแห่งวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิง แต่กระนั้นศิษย์ก็โดนนางเล่นงานจนน่วมเช่นกัน” ฉินชูพูดขึ้น
“เ้าคงไม่ยอมแน่ๆ ไม่ว่าจะเกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่มีทางยอม นี่เป็เหตุผลที่เ้าถูกอัดจนน่วมใช่หรือไม่” โม่เต้าจื่อมองฉินชูอย่างเข้าใจ
“แบบนั้นจะยอมได้หรือ ถ้ายอมก็เท่ากับว่าเป็รองนาง” ฉินชูอยากตบโต๊ะ แต่มีแก้วชาวางอยู่ เขาจึงตบไม่ลง
โม่เต้าจื่อส่ายหน้า “ข้ารู้ดีว่าเ้าหนูอย่างเ้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร”
“ว่าแต่ เ้าหนีออกมาได้ยังไง” หลิงหยุนจื่อใจร้อน เพราะในมุมมองของเขา แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่ฉินชูจะหนีออกมาได้
“ยังจำหญิงสาวที่ปรากฏตัวขึ้นมาตอนที่โบราณชิงหวางปิดตัวได้หรือไม่ขอรับ นางอาศัยอยู่ที่หุบเขาเทียนเซียง เฉียนหลิงอู่้าจะแย่งพื้นที่นั้น ทั้งสองเลยต่อสู้กันที่นั่น ศิษย์อาศัยจังหวะนี้วิ่งไปทางด้านหลังหญิงสาวคนนั้น เพราะว่าพวกเรามีวาสนาต่อกัน แล้วนางก็เป็ ‘คน’ ช่วยศิษย์ให้รอดพ้นจากเฉียนหลิงอู่” ฉินชูอธิบายอย่างรวบรัด
“หุบเขาเทียนเซียง...ที่นั่นถูกสี่สำนักมหาอำนาจจับตามองอยู่ไม่ใช่หรือ ไหนบอกว่าเป็พื้นที่สงวน” ลู่หยวนเอ่ยปากพูดขึ้น
“สงวนอะไรกัน พื้นที่ด้านในหุบเขาเทียนเซียงถูกจื่อหลวนยึดครองแล้ว จื่อหยวนคือหญิงสาวที่ช่วยเหลือศิษย์ หากนางไม่เข้าไปที่นั่น ป่านนี้ราชวงศ์เฉียนคงเก็บกวาดหญ้าหอมนภาไปจนเกลี้ยงเตียนแล้ว พวกเขาแอบขุดอุโมงค์ใต้ดินเข้าไปในหุบเขาเทียนเซียง และวางแผนยึดครองพื้นที่แห่งนี้อย่างเงียบๆ แต่์ไม่เป็ใจ ดันมาเจอจื่อหลวนก่อน ทำเอาแผนการของพวกนั้นเละไม่เป็ท่า” ฉินชูเล่าเื่ที่ตัวเองรู้ออกมา
“ราชวงศ์เฉียนทำตัวน่ารังเกียจเกินไป แต่สถานการณ์ปัจจุบันก็แสดงให้เห็นว่าสี่สำนักมหาอำนาจไม่สามารถทำอะไรกับหุบเขาเทียนเซียงได้ จื่อหลวนเป็ผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ ต่อให้ทั้งสี่สำนักร่วมมือกันสู้กับนาง หากนางแก้แค้นตอบโต้ ไม่ว่าสำนักไหนก็ต้านทานไม่อยู่” หลัวเจินพูดขึ้น
“ถ้างั้นก็แกล้งทำเป็ว่าสำนักชิงหยุนของพวกเราไม่รู้เื่และทำตัวกลมกลืนไปก็พอ” ฉินชูพูด
โม่เต้าจื่อถอนหายใจ “น่าเสียดาย พวกเราสำนักชิงหยุน้าหญ้าหอมนภาเช่นกัน แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่มีทางได้มันมาแล้ว”
“ศิษย์มีขอรับ ตอนที่ศิษย์เข้าไปที่หุบเขาเทียนเซียง ศิษย์ไม่ได้อยู่เฉยๆ สักหน่อย” หลังจากฉินชูคลี่ยิ้ม ก็นำหญ้าหอมนภาออกมาจากแหวนมิติเก็บของสองกอ
เมื่อเห็นหญ้าหอมนภาวางอยู่บนโต๊ะ พวกโม่เต้าจื่อก็ตาลุกวาว โม่เต้าจื่อยื่นมือออกไป แต่ถูกฉินชูจับห้ามเอาไว้ก่อน “คิดจะเอาไปโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนเลยหรือขอรับ”
“ข้าจะให้แต้มคุณูปการเ้า” โม่เต้าจื่อเสนอขึ้น
“ก็ได้ขอรับ ว่าแต่เท่าไร” ฉินชูถามราคา
โม่เต้าจื่อมองไปที่หลัวเจิน “หญ้าหอมนภาพวกนี้ หากให้แต้มคุณูปการน้อยไปคงไม่สมราคา เ้าสำนักว่าไง ควรให้เท่าไรดี”
หลัวเจินคลี่ยิ้ม “ฉินชู หญ้าหอมนภาพวกนี้สามารถแลกแต้มคุณูปการในตัวเลขที่เ้าคาดไม่ถึงได้ แต่มันก็เป็แค่เพียงตัวเลข ว่ากันตามตรง หากเ้า้าอะไร ทางสำนักจะพยายามสนับสนุนเ้าอย่างเต็มที่แล้วกัน”
“ศิษย์สนใจเื่ตัวเลข ต่อให้ไม่ได้ใช้แลกอะไร การมีแต้มคุณูปการอยู่ในมือก็ทำให้ศิษย์สบายใจกว่าไม่มี มีเงินแต่ไม่ใช้กับอยากใช้แต่ไม่มีเงิน มันคนละรสชาติกัน” ฉินชูแสดงท่าทีว่าอยากได้แต้มคุณูปการ
หลังจากนั้นผู้าุโก็ปรึกษากันและสรุปว่าจะให้แต้มคุณูปการแก่ฉินชูทั้งหมดหนึ่งล้านแต้ม
“อันที่จริง หญ้าหอมนภาไม่สามารถประเมินราคาได้ ข้าให้เ้าหนึ่งล้านเพียงเพื่อสนองความ้าเ้าเท่านั้น” หลัวเจินมองฉินชูพร้อมกับพูดขึ้น
ฉินชูยังไม่ปล่อยมือออกจากหญ้าหอมนภา เขามองไปที่โม่เต้าจื่อ
“เ้ามองอะไรอยู่ แต้มคุณูปการหนึ่งล้านแต้มยังไม่ชัดเจนอีกหรือ” โม่เต้าจื่อรู้จักนิสัยฉินชูดี เขารู้ว่าฉินชู้าทำอะไร
หลังจากได้ยินคำพูดของโม่เต้าจื่อ ฉินชูก็ปล่อยมือของเขาและมอบหญ้าหอมนภาให้โม่เต้าจื่อสองกอ หญ้าสองกอที่เขาหยิบออกมา จริงๆ แล้วเป็แค่หนึ่งในห้าของจำนวนที่เขามีทั้งหมดในแหวนมิติเก็บของ
โม่เต้าจื่อหยิบแหวนมิติเก็บของที่ฉินชูโยนให้เขาในตอนแรกส่งให้ฉินชูคืน “แหวนวงนี้ยังเป็ของเ้า ข้าไม่ได้แอบดูว่าด้านในมีอะไรอยู่”
เมื่อรับแหวนมิติเก็บของกลับมา ฉินชูก็หยิบป้ายลัญจกรชิงหวางออกมายื่นให้โม่เต้าจื่อ “เห็นทีว่าท่านผู้เฒ่าเก็บสิ่งนี้เอาไว้น่าจะเหมาะสมกว่า มีคนอยากฆ่าข้ามากมาย ดังนั้นมันมีโอกาสหาย”
“เ้ามอบสถานะที่ติดมากับป้ายลัญจกรชิงหวางง่ายขนาดนี้เลยหรือ คิดดีแล้วหรือยัง” โม่เต้าจื่อไม่รับ ได้แต่มองเขานิ่ง
“คิดเสียว่าท่านดูแลสิ่งนี้แทนศิษย์ไว้ก่อนแล้วกัน หากใครในสำนักชิงหยุนสร้างความลำบากใจให้ศิษย์ ศิษย์ค่อยมาเอาจากท่านผู้เฒ่า” ฉินชูพูดขึ้นพลางยัดป้ายลัญจกรใส่มือโม่เต้าจื่อ
