หลงเหยียนรู้ดี การแสดงออกของตนต่อหลี่เมิ่งเหยาในวันนี้ดูวู่วามมากเกินไป ไม่ว่าอย่างไรนางก็นึกไม่ถึงเลยว่าระดับพลังของเขาจะนำหน้านางไปภายในเวลาอันสั้น
นางจึงรู้สึกทำใจรับยาก แม้ไม่ได้พูดออกมา ถึงอย่างไรเขาก็เข้าใจ เกรงว่านางคงไม่กล้าหยอกตนเหมือนเคยแล้ว
ทั้งสองเดินไปยังทิศทางที่เคยมา หลงเหยียนและนางต่างก็ไม่มีใครพูดอะไร ทว่าเขาก็รู้ดีว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ สิงโตน้อยมีความสามารถในการอ่านความคิด จึงบอกความคิดนางให้แก่หลงเหยียน
‘พี่เมิ่งเหยา ความจริงท่านเป็สตรีที่โดดเด่นยิ่งนัก ทว่าข้ากลับมีคนที่ชอบอยู่แล้ว…’ หลงเหยียนนึกในใจ
สองคนที่ไม่พูดไม่จา กลับมีความในใจ เพียงไม่นาน ขณะที่เดินไปถึงลำแสงสีขาว หลงเหยียนก็นึกอะไรได้
“จริงด้วย พี่เมิ่งเหยา ท่านรู้จักสำนักมารหรือไม่? เ้าสำนักมารเป็คนอย่างไร ตอนข้าไปเมืองอารักษ์นิทรา ศิษย์ของสำนักมารจับคนในเมืองไปมากมาย โชคดีที่เราไปทันเวลา”
“ชายหญิงเ่าั้ล้วนเกิดในเดือนหยินปีหยินทั้งสิ้น”
หลี่เมิ่งเหยาร่างกระตุก สีหน้าแสดงออกถึงความใ “เ้าพูดอะไรนะ? ศิษย์สำนักมารหรือ? ได้ยินมาว่าสำนักนั้นชั่วร้ายเหลือเกิน พวกเขาจับตัวคนที่เกิดเดือนหยินปีหยินอย่างนั้นหรือ? ข้าได้ยินหลิงเทียนอวี่บอกว่าครอบครัวเ้าเกี่ยวข้องบางอย่างกับสำนักมารใช่หรือไม่?”
หลงเหยียนนึกไม่ถึงว่าปฏิกิริยาของนางจะเป็แบบนี้ เขาพยักหน้า “ข้าเคยสังหารผู้พิทักษ์สำนักมาร! และตอนนี้ข้าก็ไม่กล้ารับประกันว่าคนของสำนักมารรู้เื่นี้หรือไม่”
หลี่เมิ่งเหยามองหลงเหยียน “ความจริงสำนักตงฟางของเรา ข้าก็เคยบอกเื่ของสำนักมารกับใต้เท้าผู้นำมาก่อน ทั้งยังบอกเื่ของเ้าด้วย ทว่าเื่นี้กลับเงียบไป ไม่อย่างนั้นตระกูลก็คงช่วยเ้าออกตัวไปจัดการสำนักมารแล้ว”
“ใต้เท้าผู้นำบอกข้าว่าความจริงแล้ว เ้าสำนักแห่งสำนักมารกับเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงมีความเกี่ยวข้องกัน นี่จึงเป็เหตุผลว่าเหตุใดผ่านมานานถึงเพียงนี้ กลับไม่มีใครหยุดเขาสักที”
“สำนักที่ชั่วช้านี้… เ้าสำนักแห่งสำนักมาร มีศักดิ์เป็หลานของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิง แม้เขามีหลานมากมาย อีกทั้งเ้าสำนักมารก็ยังถูกตัดหางปล่อยวัดแล้ว”
“อย่างไรก็ตาม เกรงว่าคนนอกทั่วไปคงไม่กล้าสังหารเขาหรอก เพราะเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงนั้นไม่ใช่คนที่ใครจะกล้ามีเื่ด้วย”
เมื่อหลงเหยียนได้ยินชื่อสำนักหยุนเฟิง เ้าสำนักกลับเป็ท่านปู่ของเ้าสำนักมาร นี่เป็เื่ที่เหนือความคาดหมายหลงเหยียนไว้มาก คาดว่าตอนนั้นเ้าสำนักมารคงไม่เอาการเอางาน ถึงได้ถูกขับออกจากสำนักหยุนเฟิง
มิน่าเล่า ถึงได้ไม่มีใครกล้าทำอะไรเขา สำนักหยุนเฟิงเป็ถึงมหาอำนาจที่เทียบเท่าตระกูลหลงอู่เชียวนะ หลายปีมานี้ สำนักมารทำร้ายทั้งบุรุษและสตรีอายุน้อยไปมากเท่าไร หลงเหยียนรู้สึกแค้นจริงๆ
“ในเมื่อไม่มีใครกล้าจัดการพวกเขา หากอนาคตข้ามีโอกาส ข้าต้องไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่ ยังโชคดีที่พวกเขายังไม่พบตระกูลข้า”
หลี่เมิ่งเหยาจนปัญญา มีหรือที่ตระกูลอู่ตี้จะกำจัดสำนักมารเพียงเพราะช่วยหลงเหยียนคนเดียว นั่นเป็ถึงตั้งตนต่อต้านสำนักหยุนเฟิง เป็ไปได้ยากที่จะไม่เกิดปัญหา
ตอนนี้หลงเหยียนยังไม่มีสิทธิ์นั้น ทว่าจากแววตาของเขา หลี่เมิ่งเหยาเห็นความกังวลในแววตาเขา เป็ห่วงความปลอดภัยของตระกูล
“ทุกปีสำนักมารจะจับชายหญิงที่เกิดในเดือนหยินปีหยินหรือ?” เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลี่เมิ่งเหยาก็ใจกระตุกวูบ เมื่อนึกถึงตัวเอง
สายตาหลงเหยียนเจือความโกรธ เขากำหมัดแน่น “สักวันหนึ่งสำนักมารต้องสืบถึงการตายของพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อและรู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลของเราแน่ ทั้งภารกิจที่ออกไปทำครั้งก่อน ผู้พิทักษ์ลิ่งกับผู้พิทักษ์กวงตายในมือข้า ศิษย์สำนักมารหนีกลับไปได้หลายคน เกรงว่าชื่อเสียงของข้าคงเป็ที่เลื่องลือในสำนักมารแล้ว”
“หากไม่ใช่เพราะมีตระกูลอู่ตี้ เกรงว่าข้าคงถูกสำนักมารกำจัดนานแล้ว”
ในเมื่อเป็แบบนี้ หลงเหยียนยิ่งไม่มีทางปล่อยพวกเขาไป…
หลี่เมิ่งเหยาคว้าไหล่หลงเหยียน “หากอีกหน่อยเ้าอยากไปรับมือกับสำนักมาร จงจำไว้ว่าข้าต้องมีส่วนร่วมด้วย ถึงกระนั้น เกรงว่าสำนักมารน่ากลัวกว่าที่เราคิดไว้มากโข อยากกำจัดเ้าสำนัก เช่นนั้นจะให้เ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงรู้ไม่ได้เป็อันขาด”
หลงเหยียนพยักหน้า “ข้ารู้เื่นี้อยู่แล้วละ”
หลงเหยียนในตอนนี้ทำให้หลี่เมิ่งเหยาทำใจรับได้ยาก เพราะหลงเหยียนที่อยู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหัน ในใจของนางเกิดความรู้สึกด้อยกว่า
“สำนักมารมีศิษย์มากมาย ประมาณห้าร้อยคน มีแปดผู้พิทักษ์เช่นเดียวกัน ทว่าตอนนี้ตายไปแล้วสามคน ส่วนราชันทั้งสี่ ความจริงล้วนเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง เกรงว่าตอนนี้คงมีพลังระดับชีพธรณีขั้นล่างหรือขั้นสูงแล้ว อย่างน้อยก็อยู่ในระดับเดียวกันกับตงฟางเยียนหราน”
“ตงฟางเยียนหรานมีสายเืชั้นสูงโดยแท้จริง ถึงทำให้พร์ของนางมีสูงมาก อายุไม่ถึงยี่สิบปีกลับมีพลังระดับชีพธรณีขั้นล่างแล้ว ส่วนเ้าสำนักมารก็คล้ายมีสายเืชั้นสูง เป็หลานของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิง”
หลงเหยียนมองไปทางนาง “พี่เมิ่งเหยา ข้ารู้ว่าด้วยระดับพลังของข้าคงต่างจากเ้าสำนักมาก ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงหรือชีพธรณีเริ่มแรก คนในระดับนี้แทบไม่ใช่คู่ต่อสู้ข้าแล้ว ทว่าหากข้ามีพลังระดับชีพธรณี เกรงว่าพวกเขาคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ข้า”
หลงเหยียนรู้ดี ชีพมนุษย์ ชีพธรณี และชีพ์ สามระดับนี้ต่างกันราวฟ้ากับดิน การก้าวะโไปอีกหนึ่งระดับมันยากยิ่งนัก หลงเหยียนเลื่อนพลังจากระดับชีพัขั้นที่แปดมาเป็ชีพมนุษย์ขั้นล่างภายในระยะเวลาอันสั้น ทั้งยังล้มผู้ที่มีพลังระดับชีพธรณีเริ่มแรกได้แล้ว
แต่คนที่มีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงอยากล้มชีพธรณีขั้นล่างยังเป็เื่ยาก เพราะมันคือความแตกต่างทางด้านพลังสองระดับ อีกทั้งในหนึ่งระดับยังมีสามถึงสี่ขั้น
สามขั้นเท่ากับหนึ่งระดับ ขณะเดียวกันก็ถูกแบ่งออกเป็เริ่มแรก ขั้นล่าง และขั้นสูง โดยส่วนใหญ่จะเป็ประมาณนี้
สิ่งเดียวที่ทำให้หลงเหยียนมั่นใจจริงๆ คือิญญาัในตัว ทั้งยังมีกายสายฟ้า เพราะเขายังสามารถผสานพลังสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง กายสายฟ้าก็เสมือนเกราะป้องกันของเขาอีกชั้นหนึ่ง
ในเมื่อหลงเหยียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างระดับพลังชีพมนุษย์กับชีพธรณี ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าหลงเหยียนและแววตาที่ไร้ความหวาดกลัว กลับทำให้นางประหลาดใจมาก จิตใจ สติปัญญา และการมีชีวิตชีวาของหลงเหยียนล้วนทำให้นางรู้สึกนับถือ
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงทางเข้า กลับไปยังโลกแห่งความเป็จริง ใต้เท้าผู้นำเว่ยกับผู้นำหน่วยอื่นๆ ตงจวิน แปดผู้พิทักษ์ สี่นักรบโลหะ และศิษย์จากสำนักตงฟางที่เข้าฝึกในครั้งนี้ ล้วนมารวมตัวกันที่ตำหนักตงฟาง
เมื่อเห็นหลงเหยียนออกมาพร้อมหลี่เมิ่งเหยากลับทำให้คนจำนวนมากประหลาดใจ เมื่อได้ยินเื่เล่าของพวกเขาทั้งสองในนั้น หลงเหยียนชิงมีดอัคคีกับเย่ซีหนานเพื่อมอบให้นาง ทำให้ทุกคนมองหลงเหยียนด้วยสายตาอิจฉา
หลี่เมิ่งเหยาเป็ถึงสาวงามที่คนทั้งสำนักตงฟางยอมรับ เป็เหมือนนางในฝันของพวกชายหนุ่ม ส่วนการแสดงออกของหลงเหยียนในนั้นก็โดดเด่นที่สุด
คนส่วนมากพุ่งความสนใจไปที่ตัวของหลงเหยียน เพราะชายหนุ่มผู้นี้เหนือชั้นมากจริงๆ ตอนเข้าฝึกยังเป็คนธรรมดาไร้ชื่อเสียง ทว่าหลังจากออกมา เขาสามารถอาศัยพร์ของตนทำให้เป็ที่รู้จักของทุกคน
ชายหนุ่มรูปงามมาพร้อมชื่อเสียงที่ดังกระหึ่ม
ยามนี้ หลงเหยียนเห็นรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าของเว่ยเวยผู้เป็มารดา ส่วนใต้เท้าตงจวินที่ยืนอยู่บนเวทีสูงก็แสดงออกถึงความพอใจต่อหลงเหยียนมาก
“ได้ยินมาว่าเ้าก็คือหลงเหยียน ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้าเรือนเหยากวางเมื่อไม่นานมานี้ สังหารบรรพบุรุษศพมารในถ้ำ ทำลายสถิติในการคว้าหัวใจศพมารในจำนวนสูง เอาชนะระดับชีพัขั้นที่เก้าสูงสุดด้วยพลังระดับชีพัขั้นที่แปด จากนั้นก็เลื่อนพลังมาถึงระดับชีพมนุษย์ สังหารลั่วซาง แล้วยังล้มเทียนหลางที่มีพลังระดับชีพธรณีอีกหรือ?”
--------------------
