“คิดว่าข้าจะใช้เงินจำนวนนี้ประทังชีวิตไปได้อีกนานนับเดือน หรือว่าข้าจะแอบลงไปที่ตลาด แล้วซื้ออาหารตุนไว้ให้มาก” ดวงตาวาววับนึกหาทางรอด นางขบคิดอย่างมีความหวัง ก่อนที่อีกเสียงในใจพลั่นพลึงออกมากล่าวห้ามในทันที
“หากพลาด มีคนจำได้ข้าเสร็จแน่ ทั้งรางวัลนำจับมากมายถึงเพียงนั้น ข้าจะรอดสายตาพวกเขาได้อย่างไร ไม่ๆ ข้าจะไม่เสี่ยงติดคุกหลวงอย่างแน่นอน” นางล้มตัวลงนอน พร้อมกับดึงฟางมาปกคลุมร่างกายไว้ ขณะที่สายลมด้านนอกพัดผ่านโบกไสว หากแต่ในศาลเ้านั้นอุณหภูมิอบอุ่น จนหลันฮวานอนหลับสนิทไม่รับรู้สิ่งใด หญิงสาวตัดสินใจหลบซ่อนอยู่ที่ศาลเ้าร้าง จนกว่าเื่ราวของหัวขโมยจะค่อย ๆ เงียบไป
เสียงโวยวายของยายฝูดังลอดเข้ามาในเป็ระยะผ่านประตูหน้าจวนผู้ว่า จนเข้ามายังโถงว่าราชการของใต้เท้าตงซัน แม้ร่างกายจะชรามากแล้ว แต่ยายฝูก็พยายามยุดยื้อขัดขืนอยู่ตลอดเวลา
“เข้าไป!” เสียงตะคอกของชายฉกรรก์ตวาดขึ้น ในขณะที่หญิงชรายังคงโวยวายไม่ขาดสาย นางสะบัดตัวพร้อมกับะโด่าชายฉกรรจ์สามคนนั้นอยู่ตลอดเวลา ไม่นานนักร่างของใต้เท้าตงซันก็เดินออกมาพร้อมภรรยาของเขา
“ซีห่าว! นี่มันอะไรกัน เสียงดังลั่นไปถึงหลังจวน” น้ำเสียงของเยว่ซินถามขึ้นด้วยสายตาไม่พอใจนัก ด้วยจวนผู้ว่าเป็สถานที่อันควรเคารพ การส่งเสียงดังไร้กาลเทศะถือเป็การไม่ให้เกียรติอย่างยิ่ง ก่อนสีหน้าของใต้เท้าตงซันจะเลื่อนจับจ้องไปยังยายฝูพลางขมวดคิ้วแปลกใจ พลันหันกลับมายังซีห่าวที่พยายามจับตัวยายฝูคุกเข่าลง
“พวกเ้านำตัวผู้ใดมา ข้าให้พวกเ้าไปตามหาหมอตำแยนามว่าผู่เล่อ เหตุใดจึงเป็หญิงแก่เช่นนี้” น้ำเสียงสั่นไหวเอ่ยถามชายฉกรรจ์ด้วยความแปลกใจ
“หญิงผู้นี้มิใช่หมอตำแยที่ชื่อว่าผู่เล่อ ข้าจำได้” เยว่ซินเอ่ยขึ้นกับผู้เป็สามี ก่อนที่หนึ่งในชายฉกรรจ์จะอธิบายต่ออีก
“เรียนใต้เท้า...พวกข้าตามหาผู่เล่อจนแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็ไร้วี่แววนางมาตลอด จนเมื่อหลายวันก่อนข้าได้เบาะแสที่อยู่ จากพ่อค้าร้านขายยา แม้หญิงผู้นี้มิใช่ผู่เล่อ หากแต่นางมีความเกี่ยวข้องกับผู้เล่ออย่างแน่นอน” เมื่อได้ยินดังนั้น ใต้เท้าตงซันจึงหันไปยังหญิงชรา แล้วเอ่ยถามนางในทันที
“เ้าเป็อะไรกับผู่เล่อ” หญิงชราเชิดหน้าขึ้น พลางหันไปทางอื่นด้วยท่าทางหยิ่งผยอง เมื่อใต้เท้าตงซันเป็กิริยาของยายฝู เขาพยายามใจเย็นสอบถามนางอีกครั้งหนึ่ง ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผู่เล่ออยู่ที่ใด”
“พวกเ้าจะอยากรู้ไปไย ฤาว่านางติดหนี้พวกท่านไว้ ข้าไม่มีเงินใช้หนี้แทนนางหรอก อย่าคิดว่าพวกท่านมีเงินมากมาย แลจะข่มเหงรังแกคนอย่างข้าได้” ยายฝูทำท่าทางตีโพยตีพาย ก่อนที่ใต้เท้าตงซันจะยกมือห้ามซีห่าว ที่ทำท่าจะเข้ามาจัดการนาง
“ข้าแค่อยากรู้ ว่าตอนนี้ผู่เล่ออยู่ที่ใด เ้าตอบข้ามาก็พอ” หญิงชราเห็นท่าทีอ่อนน้อมของคนตรงหน้า จึงยอมอ่อนลงแล้วพูดความจริงแบบห้วน ๆ
“นางตายแล้ว!ถ้าพวกเ้าอยากคุยกับนางก็ไปคุยกับนางที่หลุมศพเอาละกัน” น้ำเสียงของยายฝูหาได้เกรงกลัวผู้ใด
“เหตุใดจึงไร้มารยาทเช่นนั้น” ซีห่าวหมดความอดทน จึงต่อว่านางในทันที ก่อนที่หญิงชราจะหันกลับมายังเขาแล้วพูดย้อนกลับ
“แล้วพวกเ้าจับตัวข้ามาโดยที่ข้ามิยินยอม มีมารยาทที่ดีเช่นนั้นฤา” ทั้งสองถกเถียงกัน ในขณะที่ใต้เท้าตงซันรู้ความจริงถึงถึงกับหน้าถอดสี แทบล้มทั้งยืน รีบหันมาจับมือภรรยาที่อยู่ในอาการใไม่ต่างกัน ก่อนเยว่ซินจะตั้งสติแล้วถามขึ้นด้วยความหวาดหวั่น
“เมื่อสิบเจ็บปีที่แล้ว ผู่เล่อได้นำทารกคนหนึ่งไป ท่านรู้ฤาไม่ว่านางเอาเด็กทารกนั้นไปไว้ที่ใด” ยายฝูทวนคำพูดของเยว่ซิน ก่อนจะหันมองจวนขนาดใหญ่นี้ด้วยความแปลกตา พลางเดินไปมาแล้วหันมาตอบพร้อมรอยยิ้มไร้สำนึก
“เด็กผู้หญิงฤา...ฮ่า ๆ ใช่ ๆ ผู่เล่อเคยเอาเด็กทารกมาไว้ที่กระท่อม” คำตอบของยายฝู ทำให้หญิงกลางคนมีความหวังมากขึ้น
“แล้วตอนนี้ เด็กคนนั้นอยู่ที่ใด” เยว่ซินละล่ำละลักถาม
“แล้วทำไมข้าต้องบอกพวกเ้าด้วย พวกเ้าเป็ใคร เหตุใดจึงอยากรู้เื่ราวของครอบครัวข้านัก...คิดว่ามีเงินมากมายเช่นนี้แล้วจะข่มขู่ผู้ใดก็ได้ฤา...ต่อให้ข้าตายข้าก็ไม่ยอมให้ผู้ใดมาข่มเหงข้าง่าย ๆ หรอกนะ” หญิงชราเริ่มไม่ให้ความร่วมมือ อีกทั้งท่าทางไร้การอบรม ทำให้ใต้เท้าตงซันเริ่มจะหมดความอดทน เขาทุบไปที่โต๊ะหนึ่งครั้ง พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็ดุดัน
“หากเ้าลีลา และพูดเหมือนลูกข้าไม่มีความหมายเช่นนี้ ข้าจะสั่งขังเ้า ให้ลืมเดือนลืมตะวันเสียเดี๋ยวนี้” ก่อนที่เหล่าทหารนับสิบจะวิ่งกรูกันเข้ามาในโถงว่าราชการทันที ยายฝูถึงกับเซถลาหลบเหล่าทหารกล้าด้วยความใกลัว ดวงตาเหี่ยวย่นมองเหล่าทหารกล้าพวกนั้นอย่างหวาดหวั่น เมื่อเห็นในอำนาจของเขาอย่างแท้จริง ก่อนที่ซีห่าวจะยกยิ้มออกมาบางเบาแล้วให้ความกระจ่างแก่นางอีกครั้งหนึ่ง
“ที่เ้าพูดอยู่ด้วยในตอนนี้ก็คือ ท่านผู้ว่าแห่งแคว้นเทียนกู่นามว่าใต้เท้าตงซัน คราวนี้เ้าจะทำกิริยาหยาบช้าเช่นใดก็สุดแล้วแต่เ้า แต่ขอให้รู้เอาไว้อย่างหนึ่ง หากผู่เล่อยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็... นางจะต้องโทษอย่างหนัก โทษฐานขโมยคุณหนูของตระกูลตงไป”
