หลิวจือโม่และชายชราลากชายคนนั้นเข้าไปในถ้ำ ทันทีที่วางเขาลงบนพื้น ชายชราก็ขอให้หลิวจือโม่ไปหาหญ้าห้ามเืมาบดเป็น้ำ และทาที่าแ
"ได้เลย..." หลิวจือโม่ตอบรับและรีบไปหาหญ้าห้ามเื เขากลัวว่าหากไม่รีบ ชายคนนั้นจะเืหมดตัว
ไม่รู้ว่าชายคนนี้เจออะไรมาถึงาเ็แบบนี้
หรือจะเจอทหาราาหนานเยี่ยน?
หลิวจือโม่คิวพลางขมวดคิ้ว มือก็ทุบบดหญ้าห้ามเือย่างรวดเร็ว
หลี่ชิงหลิงที่หลับอยู่ไวต่อกลิ่นเืมากจนตื่นขึ้นทันที
ทันทีที่ลุกขึ้นนั่งก็เห็นชายชรากำลังง่วนอยู่กับชายที่โชกเื จึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย "ท่านปู่ ไปเก็บมนุษย์เืมาจากไหน” ่อ่อนไหวแบบนี้กล้าไปเก็บคนาเ็กลับมาได้อย่างไร?
นางเดินไปเห็นชายคนนั้นนอนอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าซีดเซียวแล้วขมวดคิ้ว “ท่านรู้จักบุรุษผู้นี้รึ?” อาการาเ็นี้ไม่ธรรมดาเลย
หลิวจือโม่อาจมองไม่ออก แต่นางเก่งในการล่าสัตว์จึงมองออกอย่างรวดเร็ว
าแเหมือนถูกฟันด้วยดาบ ดูจากาแแล้วคนที่ลงมือฟันได้เฉียบคมมาก
ชายชราจะไปรู้จักชายคนนี้ได้อย่างไร? แล้วชายคนนี้จะไม่สร้างปัญหาให้พวกเขาใช่ไหม
ชายชราเงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงหลิง รู้ว่านางสังเกตเห็นจึงชื่นชม แม่หนูคนนี้แววตาดีจริงๆ
“รู้จักสิ ถ้าไม่รู้จักจะพาเขากลับมาได้ยังไง” เพราะรู้จักถึงได้ไม่อยากเห็นเขาตายแบบนี้และเก็บกลับมา
หวังว่าเขาจะตัดสินใจถูกก็แล้วกัน!
"ท่านปู่ อธิษฐานขอให้ศัตรูเขาไม่มาเลยนะ ไม่งั้นข้าโยนท่านออกไปรับหน้าแน่” หลี่ชิงหลิงส่งเสียงหึอย่างเ็าและเดินออกไป ชายผู้นี้เสียเืมาก ต้องหยดเปื้อนพื้นแน่นอน นางต้องไปทำความสะอาดให้แน่นอน
ทันทีที่นางออกไปก็เห็นหลี่ชิงเฟิงและคนอื่นๆ กำลังเช็ดเืบนพื้น นางยิ้มและรีบเดินไปช่วย
นางกับเด็กๆ ไปทำความสะอาดคราบเืใกล้ถ้ำ และขอให้พวกหลี่ชิงเฟิงพานางไปทำความสะอาดคราบเืทางที่พวกเขากลับมาด้วย
"ท่านพี่ ทำไมดูเครียดจัง?" หลังจากทำความสะอาดเืเสร็จ หลี่ชิงเฟิงเงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงหลิง “คนาเ็คนนั้นจะพาปัญหามาหรือเปล่า” หากไม่ใช่เพราะแบบนี้ พี่คงไม่เครียดขนาดนี้
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชิงเฟิง หลี่ชิงหลิงก็มองเขาด้วยความประหลาดใจ ไม่คาดว่าเขาจะอ่อนไหวถึงขนาดเดาแง่มุมนั้นได้
หลี่ชิงหลิงพยักหน้าเบาๆ อธิบายโดยไม่ได้ปิดบัง "จุดประสงค์ของการทำความสะอาดเืก็คือป้องกันไว้ก่อน อย่างแรกก็คือป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าได้กลิ่นเื อย่างที่สองคือป้องกันไม่ให้ศัตรูมา”
ดังคำกล่าวที่ว่า อย่ามีใจที่จะทำร้ายผู้อื่น แต่ขาดใจที่จะระแวดระวังมิได้
หลังจากเด็กๆ ที่โตหน่อยได้ยินก็ดูครุ่นคิด ในขณะที่เด็กน้อยสองคนอย่างหลี่ชิงหนิงและหลิวจือโหรวดูสับสน
พวกเขาไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่พี่สาวพูด แต่แค่ทำตามไปก็ได้แล้ว
"กลับกันเถอะ" หลี่ชิงหลิงกลับไปที่ถ้ำพร้อมกับเด็กๆ
นางขอให้เด็กๆ นั่งบนเสื่อ มองพวกเขาอย่างจริงจังแล้วพูด "อยู่นี่ อย่าออกไปไหน อย่าพูด ถ้าพูด คนเลวจะได้ยิน ถ้าโดนจับไปพี่ช่วยไม่ได้นะ เข้าใจไหม?”
นางรู้ว่าคนที่มีทักษะศิลปะการต่อสู้สูงมีหูที่ไวมาก แม้ว่าจะพูดเสียงเบาก็ได้ยินอย่างชัดเจน
นางทำได้เพียงทำเช่นนี้เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ เอง
เมื่อเด็กๆ ได้ยิน ต่างก็พยักหน้าแสดงความเข้าใจ
หลี่ชิงหลิงตอบรับด้วยความพึงพอใจ เดินไปหาชายชราและมองชายที่พันแผลเรียบร้อยแล้ว
"ท่านปู่ บอกเราได้แล้วว่าเขาเป็ใคร" เอาปัญหากลับมาแบบนี้ ถ้านางไม่รู้ว่าเขาเป็ใครคงไม่คุ้มนัก “หวังว่าท่านจะตอบความจริงนะ” นางกลัวว่าชายชราจะสร้างชื่อสุ่มๆ มาหลอกนาง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายชราก็ถอนหายใจกล่าว "ข้าบอกได้แค่ว่าเป็นายพลที่เก่งมาก ส่วนเื่อื่นข้าจะไม่พูดมาก พวกเ้ายิ่งรู้เยอะก็ยิ่งอันตราย” เขามองชายที่อยู่บนพื้น ก่อนจะเหลือบมองหลิวจือโม่ซึ่งกำลังเม้มริมฝีปากและขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อรู้ว่าชายผู้นี้เป็นายพล หลี่ชิงหลิงก็เลิกคิ้วและไม่ถามคำถามใดๆ อีก นางเดินไปที่มุมห้อง หยิบคันธนู และลูกธนูเดินไปทางปากถ้ำอย่างระมัดระวัง มองข้างนอกทะลุผ่านเถาวัลย์ที่หนาแน่น
นางอยากจะดูว่าข้างนอกจะมีคนมาหรือเปล่า
อันที่จริงนางได้คิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว หากโดนคนค้นพบ นางก็จะลงมือยิงก่อน
ชายชราและหลิวจือโม่ค่อยๆ ยกนายพลขึ้นบนเสื่อ ทันทีที่วางลง ชายชราก็เดินย่องไปหาหลี่ชิงหลิงอย่างแ่เบา เมื่อมองออกไปไม่เห็นใครมาก็กระซิบ "แม่หนู อย่ายืนตรงนี้ คนพวกนั้นประสาทััไวมาก แค่มองไปพวกเขาก็อาจจะรู้แล้ว”
หลี่ชิงหลิงเอียงศีรษะมองชายชรา คิดอยู่ครู่หนึ่งและรู้สึกว่าสมเหตุสมผลจึงตอบรับ หยิบธนูอยากเตรียมออกจากถ้ำไป
ในขณะที่ยกเท้าขึ้น คนในชุดดำหลายคนมาถึงบริเวณใกล้ถ้ำ "แถวนี้ก็ไม่มีคน เขาาเ็หนักแบบนั้นจะหนีไปไหนได้"
ทันทีที่ได้ยินเสียงจากข้างนอก หลี่ชิงหลิงก็ตัวแข็งไปชั่วครู่ เท้าที่ยกขึ้นก็ไม่กล้าวางลงเพราะกลัวคนข้างนอกจะค้นพบ
ไม่รู้ว่ามากันกี่คน พวกเขาปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบแบบนี้ นางก็รู้แล้วว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับทหารธรรมดาของาาหนานเยี่ยน การทำร้ายนายพลได้สาหัสก็คงต้องมีฝีมือมาก
เกรงว่านางจะดับสนิทโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะต่อสู้กลับ
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ นางเหลือบมองเด็กๆ สายตาไปหยุดที่หลี่ชิงหนิง กลัวว่าเ้าตัวเล็กจะเผลอส่งเสียงออกมา
ถ้าเด็กน้อยส่งเสียง พวกนางต้องตายกันหมดแน่
เมื่อเห็นแววตาหลี่ชิงหลิง หลี่ชิงเฟิงก็เม้มปาก ค่อยๆ ยื่นมือออกมาปิดปากเล็กๆ ของหลี่ชิงหนิงอย่างอ่อนโยน
แม้ว่าหลี่ชิงหนิงจะยังเด็กแต่ก็ฉลาดมาก นางใช้ตาโตๆ จับจ้องหลี่ชิงหลิง ไม่ได้ขัดขืนหลี่ชิงเฟิง นั่งเฉยๆ ให้ปิดปากอย่างเชื่อฟัง
ในหัวเล็กๆ ของนางจำเอาไว้แล้วว่าเมื่อคนเลวมาจะไม่สามารถพูดหรือเคลื่อนไหวได้
หากพูดหรือขยับจะถูกคนเลวจับ แล้วก็จะไม่ได้เจอพี่ๆ อีก
นางอยากเล่นกับพี่ๆ ทุกวัน ไม่อยากจากพวกเขาไป
ดังนั้นนางจึงต้องเชื่อฟังและไม่ขยับหรือพูด
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วก็รู้สึกโล่งใจ แต่ตัวนางเองก็ยังไม่กล้าขยับ คอยเงี่ยหูฟังการเคลื่อนไหวข้างนอก
“หาดู เขาน่าจะอยู่ใกล้ๆ หนีไปได้ไม่ไกลหรอก”
"รับทราบ"
ชายชุดดำหลายคนค้นหาในบริเวณใกล้เคียง
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลี่ชิงหลิงก็ตึงเครียดกว่าเดิม ถ้าค้นหาแบบนี้ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็จะค้นพบถ้ำแน่
จะทำอย่างไรดี?
ตอนนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง?
หลี่ชิงหลิงร้อนรน เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นที่หน้าผาก ครั้งนี้นางรู้สึกกังวลและหวาดกลัวกว่าการเจอทหารหนานเยี่ยนครั้งล่าสุดมาก
คราวก่อนนางยังพอสู้ไหว แต่ถ้าเป็คนพวกนี้ นางไม่มีทางออกเลย
เมื่อเผชิญกับผู้มีฝีมือแท้จริง นางแทบไม่สามารถสู้ได้
เด็กสาวค่อยๆ หันหน้าไปมองชายชรา แล้วทำปากถามว่าจะทำยังไงดี
ชายชราตอบอย่างไร้เสียงว่าให้รอ
ตอนนี้ไม่มีวิธีอื่นนอกจากรอ
น่าเสียดายที่ตอนเด็กเขาี้เี ไม่อยากเรียนศิลปะการต่อสู้ ถ้าเขารู้ศิลปะการต่อสู้ก็คงไม่เป็อย่างทุกวันนี้
ชายชราเสียใจจนพูดไม่ออก
หลี่ชิงหลิงหันไปมองอย่างไร้ทางออก เท้าข้างเดียวที่ยืนอยู่เซเล็กน้อย นางใจนต้องรีบทรงตัวให้ร่างกายมั่นคง
หากกินเวลานานกว่านี้อีกหน่อย นางยืนขาเดียวต่อไปไม่ไหวแน่
คิ้วของนางขมวดแน่น หันไปมองหลิวจือโม่ สบกับดวงตาสีเข้มและหนักอึ้งของเขา เขาปลอบเงียบๆ บอกนางว่าไม่ต้องกลัว ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะอยู่ข้างๆ
แค่แววตาเดียวก็ทำให้หัวใจที่กระวนกระวายของนางสงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์
ใช่แล้ว ตอนนี้กังวลไปก็ไม่มีประโยชน์ ต้องสงบสติอารมณ์และคิดว่าจะทำอย่างไรดี
นางไม่อยากนั่งรอความตายเฉยๆ ยังไงก็ต้องสู้ก่อน ถ้าสู้ไม่ไหว ผลที่เลวร้ายที่สุดก็แค่ตายไปด้วยกัน
หลังลองนึกถึงทั้งผลดีและร้ายแล้ว หลี่ชิงหลิงก็หลับตาเล็กน้อย กัดฟันตัดสินใจ
นางหายใจออกเบาๆ และทันทีที่ลืมตาขึ้นก็ค่อยๆ วางเท้าลง
นางเขย่งปลายเท้า หันกลับมาช้าๆ กวาดมองข้างนอกอย่างรวดเร็วแล้วผละกลับมา
การกวาดมองครั้งนี้ทำให้นางเห็นอย่างเลือนรางว่ามีชายในชุดดำคนหนึ่งกำลังค้นหามาทางทิศนี้
หลี่ชิงหลิงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ นางกำคันธนูในมือแน่น เมื่อถูกค้นพบจะเตรียมยิงทันที
การยิงในระยะประชิดเช่นนี้ ศรเดียวน่าจะปลิดชีพได้
เด็กสาวชำเลืองมองชายชราที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ แล้วทำปากบอกว่า มาแล้ว
เมื่อชายชราเห็นสิ่งที่นางพูดอย่างชัดเจนก็ระแวดระวังทันที
เขายิ้มขมขื่น ได้แต่คิดว่าอดีตตนเคยรุ่งโรจน์ขนาดไหน แต่ตอนนี้กลับ...
คนที่มานั้นมีฝีมือมาก หลี่ชิงหลิงเงี่ยหูก็ยังไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า นางกัดริมฝีปากล่างและมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง
การมองนี้แทบจะทำให้หัวใจของนางหลุดออกมา
