แสงดาวที่ร่วงลงมาจากเพดานพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวใช่ว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด
ดวงดาวที่ส่องประกายวิบวาวเ่าั้พอร่วงลงมาอยู่พักหนึ่งก็ค่อยๆ หยุดลง
และเวลานี้ ในมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนก็สร้างสะเก็ดดาวขึ้นมาได้สามดวงแล้ว
สะเก็ดดาวสามดวงนั้นลอยอยู่เหนือมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียน ส่องประกายพริบพราว พลังจิตที่แฝงเร้นอยู่ด้านในไม่เพียงแต่บริสุทธิ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ยังประทับอานุภาพแห่งดวงดาราไว้ด้วย
เนื่องจากการดำรงอยู่ของสะเก็ดดาวสามดวงนั้น มหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนจึงคล้ายจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็ทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาล เต็มไปด้วยความลึกลับ
รอจนแสงดาวไม่ร่วงลงมาอีกแล้ว เนี่ยเทียนก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาจากการฝึกบำเพ็ญตบะ
ความเข้าใจที่เขามีต่อบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวจำกัดอยู่แค่การมองผ่านๆ ก่อนหน้านี้เท่านั้น เขาแค่เข้าใจถึงวิธีการชักนำแสงดาวให้เข้ามาอยู่ในมหาสมุทรจิติญญา ส่วนจุดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นเขายังไม่ทันมีเวลาไปทำความเข้าใจอย่างละเอียด
วินาทีที่ลืมตาขึ้น เขารู้สึกว่าปลอดโปร่งโล่งสบายไปทั้งร่าง พลังิญญาและพลังเืเนื้อของเขาล้วนฟื้นตัวขึ้นมาหมด
เพราะมีสะเก็ดดาวสามดวงอยู่ในมหาสมุทรจิติญญา พลังจิตของเขาจึงไต่ไปถึงระดับที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่เคยเป็มาก่อน!
เขาหันขวับไปมองเขตกลาง์จึงพบทันทีว่า่เวลาที่เขาชักนำแสงดาว การต่อสู้ของทางฝั่งนั้นได้สิ้นสุดลงโดยที่เขาไม่รู้ตัว
คนหนึ่งในนั้นร่างถูกแยกชิ้นส่วน ศีรษะหลุดลอยจากร่างไปไกลมาก
สภาพการตายของคนผู้นั้นน่าเวทนาจนแทบทนมองไม่ได้
ผู้ชนะนั่งอยู่ท่ามกลางซากศพที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเื สีหน้าของเขาซีดขาว หรี่ตาลง กำลังรวบรวมปราณิญญาฟ้าดิน ค่อยๆ ฟื้นตัวไปทีละนิด
“ยุติแล้ว...”
เนี่ยเทียนลุกพรวดขึ้นยืน ความคิดเขาขยับไหว กระแสจิตหลายกลุ่มก็แทรกซึมเข้าไปในลูกปราณิญญาหลายสิบลูกที่ลอยอยู่ข้างกายเขา
ไม่ได้ลังเลมากนัก เขาที่เตรียมตัวไว้นานแล้วจึงพุ่งเข้าไปที่แม่น้ำแสงเจ็ดสีนั้นทันที
เวลาเดียวกันนั้น เขายังใช้จิตของตัวเองควบคุมลูกปราณิญญาสิบกว่าลูก และพยายามพาลูกปราณิญญาข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีไปด้วยกัน
วินาทีที่เรือนกายของเขาข้ามผ่านแม่น้ำแสงเจ็ดสีก็ได้ไปกระตุ้นผนึกต้องห้ามที่ซ่อนตัวอยู่ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
แม่น้ำแสงเจ็ดสีพลันปลดปล่อยประกายแสงพริบพราว แสงเ่าั้ปะปนไปด้วยปราณของการตรวจสอบและอนุมาน พริบตาเดียวก็กลบทับร่างของเขา
บนหลังมือของเขา ดาวหกแฉกที่อยู่ในภาพประตู์ััถึงการกระทำห้ามปรามที่ซุกซ่อนอยู่จึงปลดปล่อยแสงดาวเจิดจ้าบาดตาออกมาทันที
เมื่อแสงดาวสว่างขึ้น ปราณตรวจสอบที่ส่งออกมาจากแสงเจ็ดสีจึงหายวับไปทันใด
ขณะที่เดินขึ้นหน้าไปเรื่อยๆ เนี่ยเทียนมีความรู้สึกมหัศจรรย์เหมือนกำลังเดินผ่านแม่น้ำแสงแห่งพลังงาน
ลูกปราณิญญาสิบกว่าลูกที่เกิดจากการรวมตัวกันของปราณิญญาฟ้าดินในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตามติดเขามาด้านหลัง และร่วงลงในแม่น้ำแสงเจ็ดสีด้วย
พลังงานที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกันไม่มีการขับไล่กันเอง ปราณที่ตรวจสอบเนี่ยเทียนจึงไม่ได้ส่งไปที่ลูกปราณิญญา
ลูกปราณิญญาเ่าั้ต่างก็ค่อยๆ ข้ามผ่านแม่น้ำแสงเจ็ดสีตามหลังเนี่ยเทียนไปช้าๆ
“เอ๊ะ?”
ผู้แข็งแกร่งต่างอาณาจักรที่นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพ เดิมทีไม่ได้สนใจเนี่ยเทียนที่รอดชีวิตอยู่ในพื้นที่ขอบเขตท้าย์ รอจนเขาพบว่าเนี่ยเทียนถึงขนาดกล้าข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีมา ในที่สุดเขาก็ย้ายเส้นสายตาไปที่ร่างของเนี่ยเทียน
ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่สนใจการต่อสู้ในพื้นที่ของผู้แข็งแกร่งต้น์เท่านั้น
ตอนนี้พื้นที่นั้นหลงเหลือแค่เพียงอาจารย์อาน้อยของซูหลินและถังหยางที่มาจากอาณาจักรอั้นิ
การต่อสู้ของคนผู้นั้นกับถังหยางได้ดำเนินมาถึง่เวลาที่สำคัญที่สุด และกำลังจะรู้แพ้รู้ชนะแล้ว
ผู้แข็งแกร่งทางฝั่งของกลาง์รู้ว่าต่อให้เขาได้รับบทกลางของคาถาสะเก็ดดาว แต่เพราะความต่างทางขอบเขต เขาเองก็ต้องถูกผนึกต้องห้ามของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวขัดขวางอยู่ดี ทำให้เขาไม่สามารถข้ามไปพื้นที่ท้าย์เพื่อสังหารเนี่ยเทียนและ่ชิงเอาบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวมาได้
ที่เขาทำได้มีเพียงใช้ศักยภาพของกลาง์ไปท้าชิงกับพื้นที่ต้น์ เพื่อ่ชิงเอาบทท้ายของคาถาสะเก็ดดาวมาครอง
และก็เพราะเขาเข้าใจกติกาของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเป็อย่างดี ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจเนี่ยเทียน เป้าหมายของเขามีเพียงคนผู้นั้นจากวิมาน์เท่านั้น
---เพราะเขา้า่ชิงคาถาสะเก็ดดาวบทท้ายมาครอง
การมาถึงของเนี่ยเทียนทำให้เขารู้สึกแปลกใจ เพราะเดิมทีเขาคิดว่าหากมีคนที่กล้าข้ามมาจริงๆ ก็น่าจะเป็ซูหลินแห่งวิมาน์มากกว่า
เขารู้ดีถึงแผนการของวิมาน์ และก็รู้ดีถึงความร้ายกาจของซูหลิน ดังนั้นตอนที่เขาพบว่าไม่ใช่ซูหลิน แต่เป็เนี่ยเทียนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน จึงแสดงออกว่าตะลึงระคนแปลกใจไม่น้อย
“ท้าย์ ่กลาง...”
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งถูกปล่อยออกไปวนล้อมรอบกายของเนี่ยเทียน เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของเนี่ยเทียน
มุมปากเขายกยิ้มดูิ่ ส่ายหัวเบาๆ “ไม่นึกว่าซูหลินแห่งวิมาน์จะพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของเ้าหมอนี่ ตอนที่ต่อสู้กับอู๋หลิ่งและเสวียนเข่อ ซูหลินคงได้รับาเ็ไม่น้อย หรือไม่อู๋หลิ่งและเสวียนเข่อก็ร่วมมือกัน แม้จะฆ่าไม่ได้ แต่ก็ทำให้นางาเ็สาหัสได้ ถึงเป็การเปิดโอกาสให้เ้าเด็กนี่ฉกฉวยผลประโยชน์”
ก่อนหน้านี้ที่พวกเนี่ยเทียนสี่คนต่อสู้กัน เขาก็เริ่มเปิดศึกกับผู้แข็งแกร่งทั้งห้าในพื้นที่กลาง์นี้แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สถานการณ์การต่อสู้ของพวกเนี่ยเทียนสี่คน
เขาไม่รู้จักเนี่ยเทียน แต่กลับรู้จักซูหลิน อู๋หลิ่งและเสวียนเข่อ รู้ว่าทั้งสามคนนั้นต่างก็เป็ศิษย์ผู้ทรงเกียรติ
เขาย่อมคิดว่าเป็เพราะเนี่ยเทียนฉกฉวยผลประโยชน์ครั้งใหญ่มาได้ สุดท้ายจึงได้รับบทต้นของคาถาสะเก็ดดาว และใจกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดมาท้าทายเขา
“เ้าเด็กน้อย เ้ามาจากที่ใดรึ?” เขาะโถามด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
ระหว่างที่พูด ดวงตาของเขาพลันเผยความละโมบและตื่นเต้น
“อาณาจักรหลีเทียน” เนี่ยเทียนตอบ
“อาณาจักรหลีเทียน?” คนผู้นั้นหัวเราะเสียงดัง หัวเราะไปพลางส่ายหัวไปด้วย “ดี ดีมากเลย! ข้าไม่สามารถข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีไป่ชิงเอาบทต้นคาถาสะเก็ดดาวของเ้ามาได้ นึกไม่ถึงว่าเ้าจะเอามาส่งให้เองถึงที่! ฮ่าๆ ดูท่าข้าคงโชคดีไม่น้อย จะได้บทท้ายของคาถาสะเก็ดดาวมาหรือไม่นั้น ข้าไม่แน่ใจ”
“แต่ข้าแน่ใจอย่างมากว่าคาถาสะเก็ดดาวบทต้นเป็ของข้าแน่แล้ว!”
เมื่อพูดจบ เขาที่นั่งนิ่งมานานก็พลันลุกขึ้นยืน
“ข้าชื่อต่งป่ายเจี๋ย มาจากอาณาจักรป่ายจั้น” คนผู้นั้นบอกชื่อแซ่ของตัวเองแล้วจึงพูดต่อพร้อมหัวเราะชอบใจ “ขอบคุณมากที่เ้าเอาคาถาสะเก็ดดาวบทต้นมาส่งให้ข้า ทำให้ข้าได้คาถาสะเก็ดดาวทั้งบทต้นและบทกลาง”
ปณิธานในการต่อสู้พลันไหลกรากออกมาจากร่างของต่งป่ายเจี๋ย ปณิธานในการรบนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารและความเหี้ยมโหด ควันร่างหมาป่าสีเทาขมุกขมัวกลุ่มหนึ่งพลันลอยออกมาจากกระหม่อมของต่งป่ายเจี๋ย
ในควันหมาป่าทึบเทานั้น เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่ััได้ถึงพลังจิต ยังััได้ถึงคลื่นพลังิญญาที่ผิดปกติบางอย่างด้วย
ควันร่างหมาป่าสีเทานั้นคล้ายเกิดจากการรวมตัวกันของพลังิญญาและพลังจิต แฝงเร้นไว้ด้วยความกระหายเื
ก่อนหน้านี้พื้นที่ต่อสู้ของขอบเขตกลาง์เพิ่งจะมีานองเืเกิดขึ้น เมื่อาเืนั้นสิ้นสุดลง ในสนามรบจึงยังคงมีกลิ่นคาวเืลอยมาปะทะจมูก และปณิธานในการรบมากมายก็ยังกระจัดกระจายไปทั่ว
ชั่วขณะที่ต่งป่ายเจี๋ยลุกขึ้นยืน ปณิธานในการรบเ่าั้ก็คล้ายพุ่งจากแปดทิศเข้ามารวมกันอยู่ในควันหมาป่าเหนือศีรษะของเขา
ก่อนหน้านี้ลักษณะท่าทางของตงป่ายเจี๋ย ทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกว่าเขาอ่อนระโหยโรยแรงคล้ายคนใกล้จะตายเต็มทีแล้ว
ทว่าเวลานี้ พลังอำนาจของต่งป่ายเจี๋ยกลับไต่ขึ้นสูงอย่างบ้าคลั่ง!
เนี่ยเทียนที่เพิ่งก้าวออกจากแม่น้ำแสงเจ็ดสีไม่พูดอะไรอีก รีบหันฝ่ามือสองข้างเข้าหากัน สร้างสนามแม่เหล็กบิดเบือนขึ้นมาทันที
“อู้ๆๆ!”
และเวลานี้เอง ลูกปราณิญญาสิบกว่าลูกนั้นก็ข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีเข้ามาในพื้นที่กลาง์เช่นเดียวกัน
ขณะที่พลังจิต พลังิญญาและพลังเืเนื้อของเขากรอกรินเข้าไปในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง ทำให้สนามแม่เหล็กขยายออกด้านนอกอย่างต่อเนื่อง เนี่ยเทียนยังแอบหยิบเอายันต์วิเศษชิ้นที่สามที่อาจารย์ของเขามอบให้ออกมาด้วย
เขาเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เงียบๆ ขอแค่ต่งป่ายเจี๋ยใช้เวทลับทางพลังจิตมาต่อกรกับเขา เขาก็จะใช้พลังของยันต์วิเศษที่อาจารย์มอบให้ทันที
ก่อนหน้านี้จุดอ่อนที่เป็อุปสรรคต่อเขามากที่สุดก็คือไม่สามารถร่ายเวทลับพลังจิตที่มหัศจรรย์ออกมาได้ ทำให้ความสามารถในการต้านทานการโจมตีทางพลังจิตอ่อนด้อย
ยันต์วิเศษสามารถต้านท้านพลังชั่วร้ายทางพลังจิตของอู๋หลิ่ง แน่นอนว่าย่อมต้านทานการโจมตีทางพลังจิตของต่งป่ายเจี๋ยผู้นั้นได้ ขอแค่รักษามหาสมุทรจิติญญาไม่ให้ยุ่งเหยิง เขาถึงจะมีโอกาสลงมือ่ชิงบทกลางของคาถาสะเก็ดดาวมาจากต่งป่ายเจี๋ย
“เอามาสิ!”
ต่งป่ายเจี๋ยยื่นมืออกมา รีดไถให้เนี่ยเทียนมอบบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวมาให้ ควันร่างหมาป่าสีเทาขมุกขมัวที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาพลันเปลี่ยนมาเป็หมาป่าขนาดั์สีเทาตัวหนึ่งที่คำรามและกระโจนเข้าใส่เนี่ยเทียน
“ยังไม่ตัดมือของตัวเองแล้วไสหัวออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอีก!”
-----
