บทที่ 4 คืนแรกในกระท่อมเก่าซอมซ่อ
หลังจากมื้อค่ำที่เรียบง่ายที่สุดในชีวิตผ่านพ้นไป ซุปผักกาดขาวใสๆ กับแผ่นแป้งข้าวโพดเนื้อหยาบที่ฝาดคอ หลินชิงเหอก็ได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเด็กน้อยทั้งสอง ต้าเป่าและเสี่ยวเป่ากินจนหยดสุดท้ายก่อนจะช่วยกันเช็ดถูถ้วยดินเผาอย่างทะนุถนอม ราวกับว่ามันเป็ภาชนะล้ำค่า
"แม่ครับ... วันนี้ซุปอร่อยที่สุดเลย" เสี่ยวเป่าพึมพำขณะที่หนังตาเริ่มหย่อนคล้อยเพราะความอิ่มและความเหนื่อยล้า
ชิงเหออุ้มเด็กชายตัวเล็กขึ้นมาแนบอก ร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับปุยเมฆจนเธอรู้สึกสะท้อนใจ เธอนำเด็กทั้งสองไปนอนบน 'คัง' หรือเตียงเตาที่เริ่มมีความอุ่นจางๆ จากฟืนที่ต้าเป่าไปหามา เธอจัดแจงห่มผ้าห่มผืนบางที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วนให้พวกเขา
"นอนซะนะ พรุ่งนี้แม่จะพาไปหาของอร่อยกว่านี้" เธอประทับจูบเบาๆ บนหน้าผากของเด็กทั้งสอง ซึ่งเป็ท่าทางที่เธอไม่เคยทำกับใครมาก่อนในโลกอนาคต
เมื่อเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอดังขึ้นในความเงียบ ชิงเหอก็ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ความเงียบของหมู่บ้านในชนบทปี 1983 นั้นช่างน่าประหลาดใจ มันไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีเสียงแอร์ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงลมที่พัดผ่านรอยแตกของฝาผนัง
เธอยกมือขึ้นกุมขมับ ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมยังคงทำหน้าที่เหมือนฐานข้อมูลที่ค่อยๆ อัปโหลดเข้าสู่สมองของเธอ และนั่นทำให้เธอต้องชะงักเมื่อพบความจริงบางอย่าง
"หลินชิงเหอ" เธอกระซิบชื่อนั้นออกมา
น่าอัศจรรย์เหลือเกินที่เ้าของร่างนี้มีชื่อและนามสกุลเหมือนกับเธอทุกประการ 'หลินชิงเหอ' นักธุรกิจสาวผู้ร่ำรวยในศตวรรษที่ 21 กับ 'หลินชิงเหอ' หญิงม่ายผู้อาภัพในยุค 80 ชื่อเดียวกัน แต่โชคชะตากลับต่างกันราวฟ้ากับเหว คนหนึ่งนอนบนฟูกขนเป็ดราคาหลักแสน อีกคนนอนบนดินแข็งๆ ในกระท่อมที่พร้อมจะพังแหล่ไม่พังแหล่
"นี่คือเื่ตลกของพระเ้าหรือไง? ส่งฉันมาอยู่ในร่างของตัวเองในอีกมิติทั่วไปที่ล้มเหลวที่สุดงั้นเหรอ?"
ชิงเหอแค่นยิ้มเ็า เธอไม่ใช่คนที่จะมานั่งคร่ำครวญกับโชคชะตา ในฐานะประธานบริษัทบริหารสินทรัพย์ สิ่งแรกที่เธอต้องทำเมื่อเข้าควบคุมกิจการที่ใกล้ล้มละลายคือ 'การตรวจสอบทรัพย์สินและทำความสะอาด'
เธอเริ่มลุกขึ้นจัดการกับความรกเรื้อภายในบ้าน แม้จะเหนื่อยล้าเพียงใด แต่จิติญญาของคนรักความเพอร์เฟกต์ก็ทนเห็นความสกปรกไม่ได้ เธอเก็บกวาดเศษขยะ จัดวางเครื่องใช้อันน้อยนิดให้เป็ระเบียบ ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ลอดเข้ามา
เมื่อขยับมาถึงห้องครัว ความหวังเล็กๆ ที่ว่าอาจจะมีเสบียงซ่อนอยู่บ้างก็มลายหายไป ทันทีที่เปิดถังไม้ใบเก่าออกดู เธอพบเพียงความว่างเปล่าและคราบแป้งแห้งๆ ที่ก้นถัง ขวดโหลใส่เกลือเหลือเพียงเศษเล็กน้อยที่ติดอยู่ตามซอก ส่วนโหลน้ำมันนั้นแห้งขอดจนมดเกือบจะเดินไม่ได้
"สถานะทางการเงิน: ติดลบอย่างรุนแรง" เธอสรุปในใจ
แต่แล้ว ในขณะที่เธอกำลังเช็ดชั้นวางของไม้ที่สั่นคลอน สายตาของเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่มุมเสาครัว มีรอยขีดเขียนจางๆ ที่เ้าของร่างเดิมทำไว้เป็สัญลักษณ์ ชิงเหอใช้มือกดลงไปบนแผ่นดินที่พอกอยู่ใกล้กับพื้นดิน เธอกดเบาๆ จนแผ่นดินส่วนหนึ่งหลุดออกมา เผยให้เห็นโพรงเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน
หัวใจของนักธุรกิจสาวเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอเอื้อมมือเข้าไปหยิบห่อผ้าสีครามขนาดเท่าฝ่ามือออกมา
เมื่อคลี่ผ้าออก แสงจันทร์ก็กระทบกับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ส่องประกายสีเหลืองอร่ามท่ามกลางความมืด... มันคือ 'แหวนทองคำ' วงหนึ่ง แม้จะมีลวดลายโบราณและดูหมองหม่นไปบ้าง แต่น้ำหนักของมันบอกชัดเจนว่าเป็ทองแท้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมีเหรียญเงินเก่าๆ อีกสองสามเหรียญ
"นี่สินะ... ทรัพย์สินสภาพคล่องชิ้นสุดท้ายของเธอ"
ชิงเหอหลับตาลง ภาพในความทรงจำผุดขึ้นมา มันคือแหวนที่สามีของเธอ ผู้ชายที่หายสาบสูญไปคนนั้น เขาแอบซื้อให้เธอก่อนจะไปรบ บอกให้เธอเก็บไว้ใช้ในยามคับขันที่สุด เ้าของร่างเดิมหวงแหนมันมาก แม้จะอดตายหรือถูกแม่สามีตบตีเพื่อรีดไถเงิน เธอก็ไม่เคยปริปากบอกว่ามีแหวนวงนี้ซ่อนอยู่
"เธอปกป้องมันไว้เพื่อรอเวลา และตอนนี้เวลานั้นมาถึงแล้ว"
ชิงเหอมองแหวนในมือด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้มองมันด้วยความซาบซึ้งในความรัก แต่มองมันเป็ 'เงินทุนหมุนเวียน' สำหรับธุรกิจก้อนแรก
"ในโลกของธุรกิจ เงินที่อยู่นิ่งๆ คือเงินที่ตายแล้ว แหวนวงนี้ถ้าเก็บไว้ในรูผนัง มันก็แค่โลหะชิ้นหนึ่งที่ช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่ถ้ามันถูกเปลี่ยนเป็แป้งขาว เป็น้ำมัน เป็เนื้อ และเป็แม่ไก่... มันจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมหาศาล"
เธอกำแหวนไว้แน่น แผนการในสมองเริ่มร่างออกมาเป็ฉากๆ พรุ่งนี้เป็วันตลาดนัดที่ตัวอำเภอ เธอต้องเดินทางไปที่นั่นเพื่อเปลี่ยนทองคำวงนี้เป็ทรัพยากรที่จำเป็ เธอต้องซื้อมันเทศ แป้งหมี่ เมล็ดพันธุ์ผัก และถ้าเป็ไปได้ เธอต้องหาสินค้าบางอย่างมาเริ่ม 'เก็งกำไร'
"พรุ่งนี้เราจะเริ่มเกมกันอย่างจริงจัง หลินชิงเหอ" เธอพูดกับตัวเองในกระจกเงาที่มีรอยร้าว
คืนนั้น หลินชิงเหอนอนลงข้างลูกชายทั้งสอง แม้ที่นอนจะแข็งและอากาศจะหนาว แต่ในใจของเธอกลับร้อนรุ่มด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน เธอรู้ดีว่ายุค 80 คือยุคแห่งโอกาสทอง ผู้คนที่กล้าคิดกล้าทำจะกลายเป็มหาเศรษฐีในเวลาไม่กี่ปี และด้วยความรู้เื่หุ้น การตลาด และการบริหารจากอนาคต... หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จะเป็เพียงจุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่เธอกำลังจะสร้างขึ้น
เธอนอนฟังเสียงลมพัดผ่านหลังคา และสาบานกับตัวเองว่านี่จะเป็คืนสุดท้ายที่ลูกๆ ของเธอต้องนอนหิวและหนาวสั่นในกระท่อมหลังนี้
"ราตรีสวัสดิ์นะเ้าของร่างเดิม... ขอบคุณสำหรับต้นทุนก้อนนี้ ฉันจะใช้มันสร้างชีวิตที่เธอทำไม่สำเร็จเอง"
ก่อนที่สติจะดับวูบไป ความคิดสุดท้ายของเธอคือราคาตลาดของทองคำในยุค 80 และอัตราการแลกเปลี่ยนสินค้าที่คุ้มค่าที่สุด แม้แต่ในความฝัน เธอก็ยังคงเป็ 'ราชินีแห่งการค้า' อยู่ดี
