จูชิงอ่านหนังสือเกี่ยวกับอักขระิญญาไปแล้วห้าเล่ม ในเวลาแค่หนึ่งถ้วยชา บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงพลิกเปลี่ยนหน้ากระดาษไม่หยุด
เด็กสาวมัดผมหางม้าขมวดคิ้ว อักขระิญญาเปรียบดั่งมหาสมุทรลึกไร้ที่สิ้นสุด ถึงจะเป็อักขระิญญาที่ง่ายที่สุดก็ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจในอักขรณะแต่ละตัว หากพลาดไปเพียงนิดเดียวก็จะผิดไปหมดได้
จูชิงที่พลิกหน้าหนังสืออ่านเหมือนจับฉ่ายจะจำได้อย่างไร นางรู้สึกว่าจูชิงทำแบบนั้นเพราะแค่อยากอยู่ใกล้กับนาง
“คนมักมาก!” เด็กสาวมัดผมหางม้าตะคอกอย่างไม่พอใจ ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นบนตัวแล้วเดินไปที่ชั้นสอง
ทว่าจูชิงไม่ได้สังเกตว่าเด็กสาวมัดผมหางม้าไปแล้ว หลังจากพลิกหน้าหนังสือในมือ เขาก็หยิบหนังสืออีกเล่มจากชั้นหนังสือ แทนที่ความเร็วในการอ่านจะช้าลง กลับกันมันกลับเร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจก็อ่านหนังสือเล่มนั้นจบแล้ว
“เป็อักขระิญญาที่แข็งแกร่งมาก!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก!
ก่อนหน้านี้จูชิงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอักขระิญญาเลย ถึงจะรู้ว่าอักขระิญญาบนบนเปลือกไข่จระเข้ดึกดำบรรพ์พิเศษ แต่ก็ยังคงไม่รู้ว่าอักขระิญญาเ่าั้ทรงพลังเพียงใด
แต่พอได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับอักขระิญญาหลายเล่ม จูชิงก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ อักขระิญญาบนเปลือกไข่น่าพรั่นพรึงเพียงนั้นเชียวหรือ มันเป็สิ่งล้ำค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักหลอมอักขระิญญา!
สำหรับจอมยุทธ์ทั่วไปนั้นอักขระิญญาลึกลับแสนหยั่งถึง ทว่าจูชิงมองแวบเดียวก็จดจำมันได้อย่างชัดเจนราวกับว่าเคยเขียนมันมาแล้วเป็ร้อยเป็พันครั้ง!
จูชิงหยิบ《คู่มืออักขระิญญา》อีกเล่มขึ้นมา เนื้อหาเกี่ยวในหนังสือเกี่ยวข้องกับอักขระิญญาที่พบเห็นบ่อยในโลกบำเพ็ญเพียร อักขระิญญาไม่มีระดับชั้น มันเป็สิ่งที่มีอยู่ทั่วไปทั้งยังแพร่หลายในทวีปเฉียนหยวน
“อักขระิญญารวบรวมลม!” เศษเสี้ยวลมปราณประจักษ์บนปลายนิ้วของจูชิง เขาวาดอักขระิญญารวมวายุลงบนพื้นราวกับวาดน้ำเต้าตามเนื้อหาใน《คู่มืออักขระิญญา》!
“หวืด!” วาดไปได้ครึ่งเดียว อักขระิญญารวบรวมลมก็หายวับไปกับสายลม
“หืม?” จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ภาพที่เขาวาดเหมือนกับอักขระิญญารวบรวมลมใน《คู่มืออักขระิญญา》ทุกประการ แต่กลับไม่เป็อักขระิญญาเสียอย่างนั้น
เฒ่าปีศาจหัวเราะชอบใจ “เ้าหนู เ้าเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพร์”
จูชิงกลอกตา “พล่ามมากจริง!”
จูชิงรู้ว่าอักขระิญญาที่วาดไม่ได้มีข้อผิดพลาด แต่มันกลับไม่ผสานร่างเป็อักขระิญญา ดังนั้นมีความเป็ไปได้ว่าปัญหานั้นอาจอยู่ที่ลมปราณ!
จูชิงค้นชั้นหนังสือพักหนึ่ง ก่อนที่จะหยิบหนังสือ《บันทึกของเย่เฟย》ออกมา มันเป็บันทึกของนักหลอมอักขระิญญาชื่อว่าเย่เฟย ซึ่งบันทึกปัญหาบางอย่างที่เย่เฟยพบระหว่างฝึกวาดอักขระิญญา!
แค่พลิกบทแรกของบันทึก จูชิงก็พบว่านักหลอมอักขระิญญาที่ชื่อเย่เฟยก็เจอปัญหาเดียวกันกับเขา!
เห็นได้ชัดว่าเขาวาดอักขระิญญาด้วยลมปราณตามคัมภีร์โดยไม่มีผิดเพี้ยน แต่อักขระิญญากลับสลายหายไป!
ไม่ใช่แค่จูชิงเท่านั้น นักหลอมอักขระิญญาส่วนใหญ่ต่างก็พบปัญหานี้ด้วยกันทั้งสิ้น!
จูชิงอ่านบันทึกต่อไปเรื่อยๆ และพบว่าเย่เฟยเป็คนที่มีความอดทนสูงมาก เขาศึกษาอักขระิญญานานถึงสิบปี ในที่สุดก็ตระหนักถึงกุญแจสำคัญของการวาดอักขระิญญาได้สำเร็จ
“จิติญญา......” จูชิงอ่านสองคำสุดท้ายในหน้าบันทึก จมดิ่งลงในห้วงความคิด
จูชิงอ่านหนังสือไปเป็ร้อยๆ เล่มแล้ว มีบางเล่มกล่าวถึงจิติญญาของมนุษย์ ดูเหมือนว่าจิติญญาจะมีความเชื่อมโยงกับนักหลอมอักขระิญญาเป็พิเศษ!
ทว่าหลังจากนั้น ไม่ว่าจูชิงจะอ่านหนังสือกี่เล่มก็ไม่เจอคำตอบอื่นใดอีกเลย คล้ายกับว่าเนื้อหาส่วนนั้นถูกลบทิ้งไป
อย่างไรเสีย ที่นี่ก็เป็หอคัมภีร์ของเขตนอกสำนัก สิ่งที่รวบรวมเอาไว้ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็ความรู้พื้นฐาน มีความเป็ไปได้ว่าคัมภีร์สำคัญของนักหลอมอักขระิญญาน่าจะถูกเก็บเอาไว้ในคลังลับของสำนัก
จูชิงถอนหายใจด้วยความเสียดาย เขาได้เห็นโลกที่สวยงามของอักขระิญญาแล้ว ทว่าดันถูกขวางกั้นไว้ เพราะอยู่นอกสำนัก
จูชิงหยิบหนังสือสองสามเล่มบนชั้นหนังสือที่เหลือ พอเปิดดูคร่าวๆ ก็นำกลับคืนไปบนชั้นหนังสือดั่งเดิม!
“ในทวีปเฉียนหยวนมีสำนักที่แข็งแกร่งอยู่มากมายขนาดนี้เชียวรึ!” ครั้นอ่านไปถึงเื่ราวประวัติศาสตร์ของทวีป ดวงตาทั้งสองพลันเปิดกว้าง
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนนั้นแข็งแกร่ง แต่สำนักที่พอจะต่อกรกับขุนเขากระบี่เทียนหยวนได้นั้นก็มีอยู่ไม่น้อย มีบางสำนักที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนเสียอีก
จูชิงอ่านหนังสือไม่ต่ำกว่าหมื่นเล่มภายในเวลาครึ่งวัน ในการอ่านหนังสือแต่ละเล่มใช้เวลาไม่เกินหนึ่งถ้วยชา บางเล่มใช้เวลาแค่ไม่กี่ลมหายใจก็อ่านจบแล้ว
มองปราดเดียวสิบบรรทัด กระทั่งประโยคนี้ยังไม่เพียงพอสำหรับจูชิง!
ภายในจิติญญาของจูชิง มีศิลาผนึกิญญาพิชิต์อยู่ สมบัติล้ำค่าที่แม้กระทั่งเฒ่าปีศาจยังหวาดกลัว ทุกสิ่งที่จูชิงเห็นนั้นถูกบันทึกไว้ลงบนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ จากนั้นศิลาผนึกิญญาพิชิต์ก็รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าไปในจิติญญาของจูชิง!
“เฮ้อ!” จูชิงถอนหายใจยืดยาว เขามองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างที่เพลานี้มืดสนิทพลางบิดี้เี
“เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้เชียว!” จูชิงยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปจากหอคัมภีร์ แปดค่าคุณูปการที่เสียไป เป็เพียงเศษเสี้ยวค่าคุณูปการที่จูชิงมีอยู่
พอกลับมาถึงบ้าน เขามองัคะนองน้ำน้อยที่ยังคงหลับใหลใกล้กับรังไหมทมิฬของสุนัขโลกันตร์ จูชิงยิ้มเล็กน้อยแล้วปีนขึ้นไปบนหลังคาเริ่มกลืนกินแสงจันทร์อีกครั้ง
คล้ายกับอักขระิญญารวมวายุสลักลึกอยู่ในจิติญญาของเขา กระทั่งตอนบำเพ็ญเพียร ในสมองก็ยังครุ่นคิดเื่อักขระิญญาไม่หยุด
ขณะที่กลืนกินแสงจันทร์ ดวงจันทร์บนท้องฟ้าบิดเป็เกลียวในอากาศตามวิถีบางอย่าง ในที่สุดแสงจันทร์เพียงเล็กน้อยก็ก่อตัวเป็เส้นอักขระิญญารวบรวมลม!
“วิ้ง!” อักขระิญญาสะท้อนกังวานกับจิติญญาของจูชิง จากนั้นมันก็ก่อร่างเป็อักขระิญญารวบรวมลม!
“ครืนนน!” ทันใดนั้น เกิดลมกระโชกแรงประจักษ์กลางท้องฟ้า ชายชราคนหนึ่งในขุนเขากระบี่เทียนหยวนลืมตาโดยพลัน จับจ้องมองไปยังทางไกลอย่างเหลือเชื่อ!
“อักขระิญญา......ทางประตูนอกอย่างนั้นรึ!” ชายชราพึมพำ ตัวเขาเองยังไม่อยากเชื่อว่าจะมีนักหลอมอักขระิญญาปรากฏตัวที่นอกสำนัก!
“แม้ว่าอักขระิญญารวบรวมลมจะเป็อักขระพื้นฐาน แต่สามารถเหนี่ยวนำพลังปราณฟ้าดินเป็อักขระิญญาได้ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเป็นักหลอมอักขระิญญาระดับมนุษย์” ชายชรายิ้มเล็กน้อย
จูชิงมองอักขระิญญารวบรวมลมที่อยู่บนท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจ ทว่าขณะนั้นเองความเชื่อมโยงระหว่างจิติญญาของเขากับอักขระก็ตัดขาด ก่อนที่อักขระิญญาจะสลายหายไปในพริบตา
อักขระิญญาที่จูชิงเขียนได้เป็ครั้งแรกในชีวิต คงอยู่ได้เพียงสองลมหายใจ ยังห่างชั้นกับอักขระิญญาที่อยู่ได้นานเป็ร้อยปี
ทว่านั่นเป็สัญญาณว่าจูชิงสามารถเขียนอักขระิญญาได้ เขามีคุณสมบัติที่จะเป็นักหลอมอักขระิญญา!
ไม่รู้ว่าสำนักต้องใช้ทรัพยากรเท่าไหร่ในการฝึกฝนนักหลอมอักขระิญญาหนึ่งคน กระนั้นแล้วพวกเขาก็ยังเต็มใจ เพราะนักหลอมอักขระิญญาสามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง
สิ่งสำคัญก็คือถึงสำนักจะยินยอมมอบทรัพยากรให้ แต่ก็ไม่สามารถหาคนที่มีคุณสมบัติเพียงพอได้ ถ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนรู้ว่าจูชิงมีพร์ที่จะเป็นักหลอมอักขระิญญานั้น พวกเขาย่อมทุ่มเททรัพยากรให้จูชิงโดยไม่เสียดาย!
“จิติญญา......” จูชิงจูชิงคล้ายกับเริ่มจับจุดอะไรบางอย่างได้ ดูเหมือนการก่อตัวของอักขระิญญาต้องใช้ความช่วยเหลือจากจิติญญา!
จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งใช่ว่าสามารถสำเร็จเป็นักหลอมอักขระิญญาได้ ทว่านักหลอมอักขระิญญานั้นจะต้องเป็ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วจุดเชื่อมโยงของมันคืออะไรกันแน่!
จูชิงผสานลมปราณที่ปลายนิ้ว วาดอักขระิญญาลงบนพื้นต่อ แต่ก็ยังเหมือนเดิม เขียนไปได้ครึ่งหนึ่ง อักขระิญญาก็สลายไป
“ปัญหาอยู่ตรงไหน?” จูชิงขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม!
จูชิงพยายามหลายสิบครั้ง ทว่ามีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่สำเร็จ อักขระิญญารวมวายุคงอยู่แค่หนึ่งลมหายใจ ก่อนที่จะหายวับไป
“ความรู้สึกนี้นี่เอง!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขาจำความรู้สึกดนี้ได้แล้ว ถ้าครั้งแรกสำเร็จ ครั้งต่อไปก็จะสำเร็จ
หลังจากพยายามอีกร้อยครั้ง ในที่สุดจูชิงก็พบเคล็ดลับ ระหว่างที่เขียนอักขระิญญาจะต้องเชื่อมต่ออักขระิญญากับปราณฟ้าดิน มือเขียนอักขระิญญา จิติญญาเองก็ต้องเขียนอักขระิญญา หากอักขระิญญาทั้งสองประกอบกันได้อย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นแล้วก็จะสามารถเขียนอักขระิญญาออกมาได้อย่างแท้จริง!
“วิ้ง!” และแล้วเขาก็เขียนอักขระิญญารวบรวมลมสำเร็จ ในการเขียนอักขระิญญาครั้งนี้อยู่ได้นานถึงสิบลมหายใจ พายุขนาดเล็กก่อตัวบนพื้นดิน!
“เป็พลังที่น่าอัศจรรย์มาก!” จูชิงหัวเราะ
เฒ่าปีศาจเบะปาก “เลิกออกนอกลู่นอกทางได้แล้ว พลังต่างหากคือสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด!”
จูชิงเพิกเฉยต่อคำพูดของเฒ่าปีศาจ หลังจากเขียนอักขระิญญารวมวายุได้แล้ว เขาก็ลองเขียนอักขระกำเนิดไฟดู แม้จะมีแค่อากาศก็สามารถสร้างเปลวไฟได้!
แต่ไม่ว่าจะเป็อักขระิญญารวบรวมลมหรืออักขระิญญากำเนิดไฟต่างก็ไม่มีพลัง แทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลยในการต่อสู้ เพราะมันเป็เพียงอักขระิญญาขั้นพื้นฐาน ถ้าจูชิงสามารถเรียนรู้อักขระิญญาที่ลึกลับยิ่งกว่านี้ได้ สถานการณ์ย่อมต่างออกไป
“ฟึ่บๆๆ!” มือของจูชิงว่องไวดั่งลม เขาวาดอักขระิญญารวบรวมลมสามเส้่นในหนึ่งลมหายใจ อักขระิญญาทั้งสามเรียงทับซ้อนกันก่อตัวเป็พายุสูงเท่าคน พัดก้อนหินหนักร้อยชั่งลอยขึ้นไปบนฟ้าสูงร้อยจั้ง!
จูชิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ความพยายามหนึ่งค่ำคืนไม่ได้เสียเปล่า หลังจากที่ลองวาดอักขระิญญารวบรวมลมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อัตราความสำเร็จเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% แล้ว แต่การที่เขียนอักขระิญญารวบรวมลมสามเส้นในครั้งเดียว นี่เป็ครั้งแรกที่ทำสำเร็จ
