“ไม่ต้องกังวล ก็แค่วัตถุที่ล้มเหลวเท่านั้น”
เฟิงหลัวสีหน้าสงบนิ่ง เขาบอกเป็นัยให้ทุกคนรู้ว่าอย่าเข้าไปในหลุมนั้น อย่าเข้าไปใกล้โครงกระดูกปีศาจเืมากนัก แล้วจึงเอ่ยอธิบายให้หงช่านแห่งวังยมบาลฟัง “โดยทั่วไปแล้ว ปีศาจเืที่พวกเราหลอมขึ้นมามักจะมีศักยภาพอ่อนด้อยกว่าเดิมหนึ่งระดับ แม้ว่าสายเืของโครงกระดูกั์นี้จะอยู่ระดับแปด ทว่าต่อให้หลอมได้สำเร็จจริงๆ พลังที่เขาสามารถแสดงออกมาก็ยังอยู่แค่สายเืระดับเจ็ดเท่านั้น”
“พลังการต่อสู้ของสายเืระดับเจ็ดเทียบเคียงได้กับเขตลี้ลับ ต่อให้ควบคุมไม่ได้ เ้าสำนักโลหิตของพวกเราก็ยังกำราบเขาได้อยู่ดี”
หงช่านขมวดคิ้ว กล่าว “หวังว่าจะเป็เช่นนี้”
“ข้าจะลงไปดูสักหน่อย” เฟิงหลัวะโลงไปจากริมขอบหลุมด้วยท่าทางระมัดระวัง พริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่ข้างกายโครงกระดูกั์
บนร่างของโครงกระดูกั์มีกลิ่นคาวเืเข้มข้นลอยมาเป็ระยะ กลางหลอดเืเล็กละเอียดในโครงกระดูกสีน้ำตาลเหลือบเทาของมันก็มีเืสดไหลเวียน
“ตึง!”
เสียงหัวใจเต้นที่ชัดเจนอย่างถึงที่สุดดังลอยมาจากหัวใจของโครงกระดูกั์ เมื่อเสียงหัวใจเต้นดังขึ้น ทุกคนที่อยู่รอบๆ ปากหลุมต่างก็จิตใจสะท้านไหว
เนี่ยเทียนเองก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
ทุกครั้งที่หัวใจสีน้ำตาลเทาขนาดั์ของโครงกระดูกั์เต้น หัวใจของเขาก็คล้ายได้รับผลกระทบจนเต้นโลดแรงตามไปด้วย
เขาปลดปล่อยกระแสจิตเส้นหนึ่งออกไปรับัั
เขาััได้ถึงปราณเืเนื้อที่มหาศาลจากร่างของโครงกระดูกั์นั่น จากการวิเคราะห์ของเขา ในโครงกระดูกของโครงกระดูกั์น่าจะแฝงเร้นไว้ด้วยพลังงานน่าหวาดกลัวจนยากจะจินตนาการได้
เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไม แม้ว่าหัวใจของโครงกระดูกั์จะยังคงเต้นเป็ปกติ แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นตื่นขึ้นมา
เขาจ้องมองไปที่ดวงตาของโครงกระดูกั์ พบว่าดวงตาของโครงกระดูกั์คล้ายไข่มุกสองเม็ดสีเขียวเหลือบเทาที่ไร้แสง
เฟิงหลัวเดินวนไปรอบร่างของโครงกระดูกั์ คอยปล่อยแสงสีเืหลายเส้นออกมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อแสงสีเืสาดกระทบเข้าไปที่โครงกระดูกั์ก็จะมีสะเก็ดแสงสีเืกระจายออกมา
ไม่นานหลังจากนั้น เฟิงหลัวก็เหยียบลงไปบนกระดูกของโครงกระดูกั์แล้วเดินตรงไปที่หน้าอกของมัน
เขาเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อมองหัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาดวงนั้นที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยข้อต่อกระดูกหลายข้อ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ยังไม่มีคลื่นพลังชีวิตเหมือนเดิม”
“คลื่นพลังชีวิต” เนี่ยเทียนตื่นตะลึง สอบถามลี่ฝาน “โครงกระดูกั์นั่นมีปราณเืเนื้อที่เห็นได้ชัดเจน แต่เป็เพราะขาดคลื่นพลังชีวิตเลยไม่มีทางตื่นขึ้นมางั้นหรือ?”
“ถูกต้องแล้ว” ลี่ฝานถอนหายใจหนึ่งครั้ง มองมายังเขาด้วยสายตาที่คล้ายแฝงไว้ด้วยความหมายลึกล้ำบางอย่าง แล้วกล่าวว่า “อาจารย์ของเ้า...ขีดจำกัดของอายุขัยเขาใกล้จะมาถึงเต็มที แท้จริงแล้วอายุขัยก็คือพลังงานของชีวิต ต่อให้ปราณเืเนื้อในร่างกายเขาจะเข้มข้นแค่ไหน ทว่าเนื่องจากพลังงานของชีวิตแห้งเหือดก็ยังต้องตายไปในท้ายที่สุด”
“โครงกระดูกั์นั่นก็น่าจะเป็แบบนี้ มีเพียงแค่ปราณเืเนื้อที่ไม่ธรรมดา แต่เนื่องจากไม่มีต้นกำเนิดแห่งชีวิตจึงไม่สามารถฟื้นตื่นขึ้นมาได้”
“พลังงานแห่งชีวิตคือพลังงานดั้งเดิมที่ลึกลับและซับซ้อนมากอย่างหนึ่ง มันก็เหมือนจิติญญาที่เป็รากฐานในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตเผ่าต่างๆ พลังแห่งชีวิตและจิติญญา สองอย่างนี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่เผาผลาญไปหมดสิ้นก็หมายความว่าต้องตายแน่ๆ”
“เป็แบบนี้นี่เอง” เนี่ยเทียนลูบคลำปลายคางทำท่าทางครุ่นคิด
เขาแอบมีความรู้สึกว่าพลังสายเืที่อยู่ในหัวใจของเขาซึ่งยังไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาก็น่าจะเป็พลังแห่งชีวิตเช่นเดียวกัน
เขาไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับพลังแห่งชีวิต แต่เขากลับรู้สึกว่าพลังสายเืของเขาอาจจะทำให้อายุขัยของเขา...เหนือล้ำเกินกว่าคนทั่วไปในเผ่ามนุษย์
นี่หมายความว่าขอแค่เขาตั้งใจฝึกบำเพ็ญตบะ เขาก็อาจจะไม่ต้องเผชิญปัญหาเดียวกับอูจี้อาจารย์ของเขา
เขาไม่ต้องกังวลว่าจะไม่บรรลุไปถึงขอบเขตที่สมควรก่อนหน้าที่อายุขัยจะหมดแล้วแก่ตายไปด้วยความเสียดาย
“น่าเสียดาย” เฟิงหลัวยืนอยู่บนข้อต่อกระดูกตรงหน้าอกของโครงกระดูกั์ ส่ายหัว กล่าวด้วยใบหน้าจนใจ “พลังแห่งชีวิตคือพลังงานที่ลึกลับที่สุดอย่างหนึ่งของโลก โครงกระดูกั์ตนนี้ทุกอย่างมีหมด เว้นก็แต่ขาดพลังแห่งชีวิต หากมีพลังแห่งชีวิตมากระตุ้นเขาได้ ทำให้เขามีพลังชีวิตเกิดขึ้นมาอีกครั้งก็น่าจะตื่นขึ้นมาได้อย่างแท้จริง”
“ไข่มุกเืวิเศษสามารถควบคุมเขาได้ สามารถสั่งการให้เขาไปต่อสู้กับพวกภูตผีปีศาจ”
“หากเอาเขามาใช้ได้จริง อย่างน้อยก็มีพลังเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับคนหนึ่ง ซึ่งบางทีอาจพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ของสำนักโลหิตได้บ้าง”
เมื่อพูดจบ เฟิงหลัวก็ะโออกมาจากหลุม หมายจะบอกให้อวี๋ถงใช้ไข่มุกเืวิเศษมาย้ายหินั์เพื่อปิดหลุมไว้ดังเดิม
ไม่มีพลังแห่งชีวิต ต่อให้การเต้นของหัวใจโครงกระดูกั์จะผิดปกติเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีทางฟื้นตื่นขึ้นมาได้อย่างแท้จริง
และพวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไป
“ตูม!”
และเวลานี้เอง ตรงทิศทางที่ตั้งของสำนักโลหิตก็มีเสียงกัมปนาทดังลอยมา
เฟิงหลัวหน้าเปลี่ยนสี เมื่อจ้องนิ่งไปยังสำนักจึงพบว่าปราณปีศาจสีม่วงเข้มเป็กลุ่มๆ พลันพุ่งจากท้องฟ้าเข้าไปในสำนักโลหิต
ในบรรดาปราณปีศาจสีม่วงเข้มนั้นสามารถมองเห็นเงาร่างของภูตผีปีศาจได้อย่างเลือนราง ทั้งยังพอได้ยินเสียงคำรามของภูตผีปีศาจด้วย
“ค่ายกลใหญ่หลอมโลหิตของสำนักเราน่าจะถูกทำลายแล้ว!” อวี๋ถงตื่นตระหนก กล่าวด้วยความลนลาน “พวกเราต้องรีบไป หากค่ายกลหลอมโลหิตถูกตีแตกเมื่อไหร่ ภูตผีปีศาจก็สามารถอาละวาดได้อย่างเต็มที่ พวกเราต้องรีบขัดขวางพวกภูตผีปีศาจเ่าั้ให้เร็วที่สุด!”
คนอื่นๆ ต่างก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสำนักโลหิต สีหน้าจึงเปลี่ยนมาเป็เคร่งเครียด
ชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่าหัวหด ั์ตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ก่อนหน้านี้เขายังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าสำนักโลหิตเกิดเื่ขึ้นจริงหรือไม่ ตอนนี้พอได้ยินว่าแม้แต่ค่ายกลใหญ่หลอมโลหิตก็ยังถูกทำลายลงไปแล้ว เขาจึงยิ่งหวาดผวาพรั่นพรึง
สีหน้าเขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย กำลังแอบใคร่ครวญว่าหากฉวยโอกาสนี้หนีไปก่อนจะเป็ทางเลือกที่ฉลาดที่สุดหรือไม่?
“บัดซบ! หากโครงกระดูกปีศาจเืฟื้นตื่นขึ้นมา หากสามารถบังคับมันได้ พวกเราก็จะช่วยสำนักได้อย่างใหญ่หลวง!” เฟิงหลัวกล่าวอย่างเจ็บใจ
“ขาดแค่พลังแห่งชีวิตเท่านั้น...” ดวงตาของเนี่ยเทียนเปล่งวาบ
ตอนนี้เขามั่นใจเต็มร้อยว่าพลังสายเืในร่างของเขาต้องเป็สายเืแห่งพลังชีวิตที่ลึกลับแน่นอน
ความลึกลับของสายเืแห่งชีวิตนาบประทับอยู่ในหัวใจของเขา ตอนนี้ยังไม่ได้ฟื้นตื่นขึ้นมา
ทว่าพลังงานของเืแห่งชีวิตน่าจะมีอยู่ในเืของเขา!
หลังจากที่เขาต่อสู้กับต่งป่ายเจี๋ย บนร่างของเขาถูกแทงทะลุเป็รอยแผลมากมาย ตอนนี้าแเ่าั้ฟื้นตัวราวกับไม่เคยเป็อะไรมาก่อน แม้แต่รอยแผลเป็เล็กน้อยก็ยังไม่มี
ความเร็วในการฟื้นตัวของเขามีมากกว่าคนทั่วไปไม่รู้กี่เท่า
เขาเชื่อว่าความสามารถในการรักษาตัวเองที่ผิดปกติของเขานั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับพลังแห่งชีวิตที่ซ่อนอยู่ในเืของเขาอย่างแน่นอน
และก็มีเพียงพลังแห่งชีวิตเท่านั้นถึงจะสามารถทำให้เืของเขาที่ไหลออกมาจากรอยแผลที่เพิ่งได้รับจากการต่อสู้กับต่งป่ายเจี๋ยหยุดไหล และความรู้สึกเ็ปก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ในเมื่อเืของเขามีพลังแห่งชีวิตอยู่ ถ้าหาก...เขาเอาเืของเขาหยดเข้าไปในหัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเื มันจะช่วยชดเชยสิ่งที่โครงกระดูกปีศาจเืขาดหายไป ทำให้ปีศาจเืที่สำนักโลหิตทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อชุบหลอมฟื้นตื่นได้สำเร็จหรือไม่?
ต่อให้ตื่นขึ้นมาแค่่เดียว ขอแค่อวี๋ถงสามารถควบคุมเขาได้ ก็ยังโจมตีให้ภูตผีปีศาจาเ็หนักได้อยู่ดี!
“รอเดี๋ยว!”
เนี่ยเทียนที่มีความคิดอยู่ในใจขัดขวางท่าทางเร่งร้อนของเฟิงหลัวและอวี๋ถง เขาะโผลุงลงไปในหลุมลึกท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของทุกคน
“เ้าจะทำอะไร?” อวี๋ถงที่กำลังจะใช้ไข่มุกเืวิเศษมาย้ายก้อนหินเพื่อปิดหลุมพลันหน้าเปลี่ยนสี ตวาดขึ้นด้วยความเดือดดาล “ทำบ้าอะไรของเ้า?”
“เนี่ยเทียน! เ้าคิดจะทำอะไร?” ลี่ฝานเองก็ะโเสียงดังเช่นกัน
พวกเจียงหลิงจูและอันซืออี๋ต่างก็ใกับการกระทำของเนี่ยเทียน ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำตัวเหลวไหลเอาในเวลาแบบนี้
“รีบขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!” เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตก็ตวาดเสียงดังด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน
ทว่าเนี่ยเทียนกลับไม่ฟังคำห้ามปรามจากพวกเขาแม้แต่นิด พอลงไปในหลุมได้ก็เดินไปบนกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเื แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าอกของเขาอย่างรวดเร็ว
จุดที่เขายืนอยู่ก็คือจุดที่เฟิงหลัวเพิ่งยืนเมื่อครู่นี้ ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็คือหัวใจขนาดั์สีน้ำตาลเหลือบเทา
“ขอเวลาข้าหน่อย” เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งขรึม เขาหยิบเอากริชเล่มหนึ่งออกมาจากกำไลเก็บของแล้วกรีดมือขวาของตัวเองจนเป็รอยแผล
เขาบีบเค้นเืสดจากรอยแผลนั้นให้หยดลงไปบนหัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาทีละหยุด
“ติ๋ง ติ๋ง!”
เมื่อเืสดที่มาจากร่างเขาหยดลงไปในหัวใจ หัวใจดวงนั้น...ก็คล้ายฟองน้ำที่ดูดซับเืสดของเขาไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่หัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเืดูดซับเืสดของเนี่ยเทียนไปหลายสิบหยด ความถี่ในการเต้นของหัวใจก็เพิ่มขึ้นมาทันใด
ดวงตาสีเขียวเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเืที่เดิมทีมืดมิดไร้แสงก็ค่อยๆ มีประกายขึ้นมาทีละน้อย
หลังจากเค้นเืสดสิบกว่าหยดใส่ลงไปในหัวใจของโครงกระดูกปีศาจเื เนี่ยเทียนก็รู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย คล้ายว่าสูญเสียจิงชี่[1]ในเืเนื้อไปมาก
เขาจึงหยุดการกระทำ ก้มหน้ามองโครงกระดูกปีศาจเื รอคอยด้วยความคาดหวัง
“อู้!”
เงาเืหนึ่งที่ใหญ่กว่าเงาเือื่นๆ หลายเท่าพลันปรากฏออกมาจากไข่มุกเืวิเศษของอวี๋ถง
“โครงกระดูกปีศาจเื!” ใบหน้าอวี๋ถงฉายความเหลือเชื่อ
“เ้าปลุกโครงกระดูกปีศาจเืให้ตื่นได้?” เฟิงหลัวตะลึงลาน สีหน้าของเขาที่มองไปยังเนี่ยเทียนแปลกประหลาดถึงขีดสุดคล้ายคนเห็นผีกลางวันแสกๆ
-----
[1] จิงชี่เสิน (精气神)ศาสนาเต๋าถือว่าจิงชี่เสินเป็หัวใจหลักของมนุษย์ โดยจิง (精)หมายถึงสสารที่สำคัญต่อร่างกาย ชี่ (气)คือลมปราณ และเสิน (神)คือจิติญญา
