“ตอนนี้เอาไว้ก่อน รอเวลาให้พวกเราโตอีกสักหน่อย ก็น่าจะพิสูจน์ได้แล้ว” นางมองหน้าหลิงหลง ‘ทีตอนนั้นให้ทำไม่ยอมทำตาม’
“รีบเก็บสมุนไพรต่อเถอะ เดี๋ยวต้องหาที่พักกันแล้วอีก”
ทั้งสองคนเดินทางเข้าป่า ลึกไปเรื่อยๆจนผ่านไปหลายวัน ก็ยังไม่เจอกลุ่มที่มาจากตระกูลไป๋สักคน โชคยังดีที่ไม่เจอสัตว์อสูรดุร้ายระดับสูง
เฟยหย่า นั่งกินผลไม้อยู่หน้ากระโจม ผลไม้ที่กินติดมากับมิติแหวน
“ตุ๊ก ตุ๊ก ตุ๊ก!”
เสียงไก่ที่ดังขึ้น ทำให้เฟยหย่าหันไปมอง ไก่อสูรระดับสองตัวใหญ่มาก เดินมามันตัวสูงเท่าม้า แต่ตาของมันจ้องมองแต่ผลไม้ในมือนาง ที่แรกนางกำลังจะหนี แต่เห็นสายตาของมันเสียก่อน
“เ้าอยากกินผลไม้นี้อย่างนั้นหรือ อยากกินก็เข้ามาสิ”นางยื่นผลไม้ในมือให้กับไก่ตัวใหญ่ ถ้าโดนจิกทีหนึ่ง เนื้อคงหายไปเห็นแต่กระดูกเป็แน่
“ตุ๊ก ตุ๊ก ตุ๊ก!”
ไก่อสูรกินผลไม้ในมือ พร้อมทั้งจ้องมองเด็กหญิง เอียงหัวซ้ายขวา และเพ่งมองฝ่ามือที่ว่างเปล่าตรงหน้า
“ทำไมมองหน้าข้าแบบนั้นล่ะ มันไม่อร่อยเหมือนอย่างที่เ้าคิดรึ หรือว่าไม่อิ่ม”เฟยหย่าเอาผลไม้อีกลูกหนึ่ง ยื่นไปให้มันกิน
‘ตัวขนาดนี้ ถ้าจับไปเป็อาหารคงกินได้ทั้งหมู่บ้าน ดูเขามันแต่ละข้างสิ แต่คงเหนียวมาก ไม่อร่อย’นางมองดูขาไก่ และส่ายหน้า
ไก่อสูรไม่เข้าใจ มันกินผลไม้เสร็จแล้ว แต่เด็กหญิงมองขาของมันแล้วส่ายหัว คิดว่ามันขาพิการหรือยังไง มันเลยเดินไปใต้ต้นไม้ แล้วใช้เล็บอันแหลมคม ขุดดินถอนต้นหญ้า ให้ดูว่าพลังขาของมันแข็งแรง
“โอ้!เ้าดูแข็งแรงมากถอนต้นหญ้าได้ด้วย อย่างนี้ถ้าให้ไปทำสวนให้ คงจะดีไม่น้อย ใช้เฝ้าบ้านก็ได้ด้วย”
ไก่ได้ยินว่าไปทำสวนให้เด็กน้อย เฝ้าบ้านมันรีบลุกมาหา พร้อมกับจ้องตาเด็กน้อยส่ายหัวไปมา “กุ๊ก กุ๊ก!”
“อะไรกันเ้าอยากไปทำสวนอย่างนั้นหรือ เ้าเบื่อป่าแล้วรึ ความจริงแล้วเ้าไปทำสวนให้ข้าได้นะ แถมข้ายังมีที่ลึกลับให้พวกเ้าได้ฝึกพลังด้วย เ้าม้าอาจจะลงไปยาก แต่ถ้าเป็ไก่ก็ไม่แน่”
“ถ้าเ้าอยากไปต้องรอก่อน เพราะข้ายังไม่ออกจากป่าตอนนี้ ข้ากำลังหาสมุนไพรและของมีค่าในป่าเพื่อไปขาย เ้าที่คุ้ยเขี่ยอยู่ในป่า รู้จักสถานที่อย่างพวกถ้ำ หรือว่าที่มีสมบัติซ่อนอยู่ไหม จะได้ออกไปจากป่าไวๆ”
“กุ๊ก กุ๊ก!” มันเดินเข้ามาจิกชายกระโปรง เหมือนให้เดินตาม
“เ้ารู้จักและเห็นสถานที่แบบนั้นใช่หรือไม่ ข้าจะตามเ้าไป”
“หนิงหลง ข้าจะตามไก่ไปหาสมบัติเ้าจะไปกับข้าไหม”เฟยหย่าร้องบอก
“ไปสิเอาม้าไปด้วย ข้าวของทิ้งไว้ตรงนี้คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง”เขาเดินออกมาจากกระโจมก็ต้องใ ไก่อสูรระดับสองตัวใหญ่
“เ้า…! เอาไก่มาจากไหน มันจะไม่จิกพวกเราใช่หรือไม่ เราสองคนไม่น่าจะสู้มันได้”
“หนิงหลง!ไก่ที่สวยงามขนาดนี้ มันจะจิกกัดเพราะเราได้ยังไง มันกำลังจะไปส่ง ที่เก็บสมบัติต่างหากเล่า ไปกันเถอะเดี๋ยวค่อยกลับมา คงไม่ไกลจากที่นี่มาก เอาม้าไปด้วยถ้ามันไกลก็นั่งบนหลังม้า”
ทั้งคนและม้าเดินตามหลังไก่ ตัวใหญ่ไปมุ่งหน้าไปเชิงเขา ที่ไกลออกไป เดินมาประมาณสองลี้ จึงเห็นว่ามีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ แต่เล็กกว่าอุโมงค์ถ้ำใต้บ้านของเฟยหย่า
“ถ้ำใหญ่ขนาดนี้ ถ้ามีสมบัติอยู่ อาจจะเป็สมบัติของเซียนก็ได้ สามพันกว่าปีก่อน แถวนี้อาจจะเป็แดนเซียน ที่ล่มสลายไปต้องสู้รบกับปีศาจ!”
“เฟยหย่าเ้ารู้ได้ยังไง ว่าแถวนี้เคยเป็แดนเซียนมาก่อน”
“มีผู้เฒ่าเล่าให้ข้าฟัง เราเข้าไปดูสมบัติกันเถอะ”
“ถ้ำนี้โล่งโปร่งสบาย หรือพวกเราจะย้ายมาพักอยู่ที่นี่ มันดูปลอดภัยกว่าข้างนอก เ้าดูขนาดอสูรไก่ยังอยู่ระดับสอง ถ้าเจอพวกเสือสุนัขหมาป่าเราจะไม่แย่เอารึ”หนิงหลงเสนอแนะ
“สำรวจถ้ำกันเถอะ ถ้าพักอาศัยอยู่ได้เราก็แค่ย้ายมา ที่เราพักกับที่นี่ห่างกันแค่ประมาณสองลี้เท่านั้น”
“เ้าไก่ไหนล่ะสมบัติที่เ้าบอก มันซ่อนไว้ตรงไหน”
ไก่ตัวใหญ่ก้าวขายาว เดินนำหน้าไปยังมุมหนึ่งของถ้ำ แล้วใช้ปากจิกลากเศษผ้าเก่าสีน้ำตาลออกมา ทั้งสองถึงมองเห็นสมบัติที่อยู่ด้านใน
“สมบัติเซียนพวกเขาไม่ค่อยเก็บ แก้วแหวนเงินทองไว้หรอก ข้าคิดว่าเซียนน่าจะไม่ใช้กัน ส่วนมากก็มีแต่ตำราสมุนไพรโอสถ ที่พวกเขาจะเก็บซ่อนไว้”
เฟยหย่า มองสมบัติที่รอบนี้มีเครื่องประดับ อยู่หลายชิ้นถูกเก็บรวมมาซ่อนไว้ด้วย หลิงหลงหยิบหนังสือ ขึ้นมาเปิดอ่าน
“นี่คือตำราฝึกวรยุทธ์ขั้นสูง ห่างไกลจากที่ตระกูลไป๋มี”ตำราอีหลายเล่มถูกหยิบมาอ่าน
“ดูเหมือนหลังตำราเล่มสีเขียวเก่าแก่เล่นนั้น จะมีกระบี่ซ่อนอยู่”เฟยหย่าพูดแล้วก็หยิบ หนังเสือและกระบี่ออกมา
‘หนังสือการปลูกต้นไม้ โดยใช้พลังธาตุพฤกษา คงไม่เกี่ยวกัน เรามีธาตุไฟ แต่เอ๊ะ!ทำไมถึงมีรูป เหมือนภูตน้อยอยู่ในหนังสือด้วยล่ะ’
‘ถึงเราไม่มีพลังพฤกษา แต่ว่าภูตน้อยมี แล้วจะไปหาได้จากที่ไหนล่ะ’เฟยหย่าเก็บกระบี่ แล้วตั้งใจอ่านหนังสือเกี่ยวกับพลังพฤกษา
ทั้งสองคนไม่พูดจา ต่างตั้งใจอ่านหนังสือในมือของตน ไม่สนใจแม้กระทั่งม้าและไก่ที่ยืนรออยู่
“เฟยหย่า!เรากลับกันเถอะ เอาตำรากลับไปอ่านที่กระโจม พรุ่งนี้เราค่อยย้ายมาอยู่ที่นี่ เดี๋ยวมืดค่ำแล้วเดินทางไม่สะดวก”
“จะมืดแล้วเหรอ อ่านตำรายังไม่จบเลย มันสนุกมากเอากลับไปอ่านที่กระโจมก็ได้ แล้วเครื่องประดับพวกนี้ล่ะ ขายได้ราคาอยู่นะเป็ถึงสมบัติเซียน”
“มีแต่ของผู้หญิงเ้าก็เก็บไว้เถอะ ข้าได้ตำราเล่มนี้ก็พอใจแล้ว”
“ถึงจะเป็ของผู้หญิง เ้าไม่มีญาติพี่น้องเป็ผู้หญิงหรือ หรือไม่ก็เอาไปขาย เอาตำลึงมาทำทุน แบ่งกันคนละครึ่งเถอะ”เฟยหย่ายัดเครื่องประดับ ที่มีทั้งแหวนและสร้อยปิ่นยัดใส่มือหลิงหลง แล้วเดินนำหน้าออกจากถ้ำกลับที่พัก
ทั้งสองคน มุ่งมั่นอยู่กับหนังสือของตน หายเข้าไปในกระโจมและเงียบเหมือนอยู่กันคนละโลก ม้าสองตัวหันหน้าไปมองไก่ แม้กระทั่งฟื้นก็ไม่มาก่อให้
ไก่ใหญ่เลยเอาเท้าเขี่ยคุ้ยดิน เอารากไม้แห้ง จากต้นไม้ที่ตายแล้ว มากองรวมกันแล้วพ่นไฟในปาก ที่มีเพียงน้อยนิดลงไปที่ไม้อยู่สองรอบไม่ติด มันจึงใช้ปีกช่วยกระพือเพื่อให้ไฟติด แต่แรงลมทำให้ไม้กระเด็นไปไกล ดีที่กระโจมมีค่ายป้องกันการโจมตีอยู่
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ ทำไมข้างนอกดูวุ่นวาย แล้วท่อนฟืนรากไม้มาจากไหน โอ้!ข้าลืมก่อไฟให้พวกเ้ารอสักครู่นะ”
เฟยหย่าเดินเก็บท่อนไม้ ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น มากองรวมกันแล้วใช้พลังธาตุไฟ จุดไฟให้ลุกขึ้นมา
“หิวกันหรือไม่ ผลไม้เดิมที่มาจากแหวนมิติ เหลือไม่เยอะแล้ว กินผสมกับผลไม้ในป่านี่ก็แล้วกัน มันมีพลังเหมือนกัน ถึงจะน้อยกว่า”
เฟยหย่าเอาผลไม้ออกมาให้กิน “ไม่ใช่ว่าม้าต้องกินหญ้าหรอกรึ หรือว่าเบื่อแล้ว เ้าก็เหมือนกันเป็ไก่ไม่ใช่ว่าต้องจิกหาหนอนกิน”
‘หนอนไม่มีพลัง สู้ผลไม้ไม่ได้’ ไก่ส่งเสียงแหบแต่กังวาน
“ห้ะ?ทำไมข้าถึงได้ยินเสียงไก่ในหัวล่ะ ยังไม่ได้ทำพันธสัญญากันสักหน่อย”
‘เ้าไม่ได้ทำ แต่ไอ้ไก่หน้าตายตัวนี้ มันแอบทำพันธสัญญานายทาส ตอนที่เ้าเผลอมันแอบัั กับตัวของเ้า’
‘ััก็ได้แล้วหรือ แล้วข้าจะเอาไก่ไปทำอะไรได้ เ้าสามารถทำอะไรได้บ้าง’เฟยหย่าหันไปมองไก่ ที่เห็นแต่หงอนสีแดงของมัน ก่อนที่จะเห็นลูกตา
‘ข้าทำได้หลายอย่าง เ้าอยากให้ทำอะไรก็บอกมาได้ คุ้ยเขี่ยดินจิกกัดเหยียบย่ำดีดถีบ ข้ามีเดือยที่แข็งแรง ช่วยเ้าต่อสู้ได้’
“เอาเถอะพักผ่อนตามสบาย ข้าขอตัวไปอ่านหนังสือก่อน อย่าออกไปนอกวงแหวนที่ข้าทำค่ายกลไว้ล่ะ ถึงพวกเ้าจะเก่ง แต่สู้กับพวกสัตว์มีพิษตัวเล็กไม่ได้หรอก”
ในกระโจมมีไข่มุกให้แสงสว่าง ช่วยในการมองตัวหนังสือ ตำราที่เหมือนเื่เล่าเสียมากกว่า ทำให้นางเพลิดเพลิน กับการอ่านในครั้งนี้
‘ถ้าได้ภูตน้อยมาสักตัวก็ดี จะได้มีคนมาดูแลสวน เ้าไก่ก็คุ้ยเขี่ยดินภูตน้อยก็ปลูกและรดน้ำ ภูตอาศัยอยู่ที่ป่าลึก มนุษย์เข้าไปไม่ค่อยถึง ป่าใหญ่นี้มนุษย์ยังไม่เคยเข้ามา ดูจากสภาพป่าน่าจะมีภูตอาศัยอยู่’
ทั้งสองคนเก็บข้าวของและกระโจม เดินทางไปอาศัยอยู่ที่ถ้ำ ใช้เป็ที่พักถาวร ไปที่ไหนก็จะกลับมาที่ถ้ำ เฟยหย่าวางค่ายกลไว้ที่หน้าถ้ำ
จากการเดินหาของป่าอย่างเดียว ทั้งสองแบ่งเวลาเพื่อฝึกฝนวิชาตามในตำรา เฟยหย่าได้อ่านตำรา ฝึกวรยุทธ์ขั้นสูงจากหนิงหลง จนทั้งคู่ฝึกซ้อมคู่กัน อยู่หน้าปากถ้ำทุกวันตอนเช้ามืดจนถึงสาย ก่อนจะออกไปหาสมุนไพร
“หนิงหลง ั้แ่เ้าหายป่วยดูเ้าแข็งแรงขึ้น การฝึกวรยุทธ์ของเ้าก็ดูก้าวหน้า ดูเหมือนเ้าจะตัวสูงขึ้นนะ นี่เรามาอยู่ในป่าได้กี่เดือนแล้ว”
“ข้าก็รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น ั้แ่เ้าให้ข้ากินโอสถ เปลี่ยนถ่ายกระดูกและเส้นเอ็น ร่างกายข้าเหมือนคนละคนเลย”
“เ้าหายก็ดีแล้ว แต่ทำไมถึงไม่เจอคนที่มาพร้อมกับเราเลย หรือตอนที่วิ่งหนีไปคนละด้านกัน น่าจะเจอกันบ้างสิ ไฟก็จุดทุกคืน”
“เรามาอยู่ครบสามเดือนหรือยัง แล้วถ้าเราออกไปไม่เจอเรือล่ะ เราจะกลับเมืองลี่เจียงยังไงกัน”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องเป็ห่วง ไม่เจอเรือข้าก็แค่ส่งสัญญาณไป เดี๋ยวท่านปู่ก็ส่งเรือมารับเอง”
“ได้แบบนั้นก็ดี ป่านี้เรายังค้นไม่ทั่วเลยอย่าได้เสียโอกาส ไม่แน่ว่าเมื่อไหร่คนของตระกูลไป๋ จะเจอสถานที่แบบนี้อีก ข้าอาจจะไม่ได้ร่วมเดินทางไปสำรวจด้วยก็ได้”
“อืม!ข้าก็คิดแบบเ้า ที่นี่ทรัพยากรค่อนข้างเยอะ ดีที่ข้ามีถุงใส่อสูรตัวเล็กหลายใบ ถ้าขายไปสักครึ่งหนึ่งข้าสามารถจัดตั้ง ร้านขายยาขนาดใหญ่ได้เลย”
“ข้าดีใจกับเ้าด้วย ส่วนข้าต้องดูอีกทีหนึ่งก่อน ว่าจะทำอะไรนอกจากหลอมโอสถ หรือจะเปิดเป็ร้านขายยาบ้าง อยู่ที่เมืองต้าตู”
“เ้าก็ทำได้นี่ แต่ไหนเ้าบอกว่าจะอยู่ที่เมืองลี่เจียงไม่ใช่หรือ”
“หรือว่าข้าจะเปิดร้านขายยาที่เมืองลี่เจียง เป็ยารักษาอาการทั่วไป แต่ถ้าเป็ระดับสูงก็ให้เ้าขาย ไปรับท่านแม่มาอยู่ด้วย เอาไว้ทีหลังค่อยว่ากัน”
“ ข้าว่าเราเร่งสำรวจป่า ดีกว่าจะได้กลับบ้าน”หนิงหลงพูดขึ้น
“ข้าก็คิดแบบเ้าเพื่อไม่ให้การเสียเวลา เราไม่ต้องกลับมาที่ถ้ำนี้ มืดที่ไหนหาที่พักที่นั่น ดีไหม”
“ข้าคิดเหมือนเ้า รอบถ้ำระยะ ห้าสิบลี้พวกเราสำรวจหมดแล้ว”
หลังจากฝึกซ้อมตอนเช้า ทั้งคู่ก็เก็บข้าวของเตรียมเดินทาง เข้าไปสำรวจป่า โดยเน้นการเดินทางเข้าป่าเป็หลัก มีไก่และม้าช่วยกันหาสมุนไพร ทั้งสองคนใช้วิธีเดินทางเอง เป็การฝึกวรยุทธ์ไปในตัว
ต่างกระโจนทะยาน ไปตามต้นไม้วิ่งลัดเลาะเข้าไปในป่าลึก ตรงไหนสงสัยว่าจะมีสมุนไพรก็แวะ หรือได้ยินเสียงของม้าและไก่ ที่สื่อสารผ่านทางจิตว่าเจอสมุนไพร
การเดินทางเข้าป่าลึก ใช้เวลาไปร่วมห้าวันก็มาถึงป่า ด้านในสุดที่สภาพเหมือนป่าดงดิบ แต่แฝงไปด้วยพลังบางอย่าง ที่ััไม่ได้ว่ามันคือพลังอะไร
