ลองรักรุ่นพี่

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    “เอ...พรุ่งนี้ถ้าเราไปงานเลี้ยงสงสัยต้องแต่งตัวให้สวยเช้งมากกว่านี้ละกระมัง อืม...แต่ว่า...”

    เมยาวีก้มลงมองตัวเอง ปกติหล่อนไม่สวมเสื้อผ้าเปิดเผยเนื้อหนังแม้จะเป็๞สาวที่มีจินตนาการเ๹ื่๪๫ผู้ชายเปี่ยมล้นแต่หล่อนก็ดูเหมือนเด็กเรียนทั่วไปที่ไม่ค่อยยุ่งกับใครแถมยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นบนรถเมล์เมื่อครู่นี่มันไปเองตามธรรมชาติมากกว่า เคยเห็นแต่ในคลิปหนังญี่ปุ่นที่หญิงชายนัวเนียกันบนรถเมล์ท่ามกลางคนมาก ๆ แต่นี่มันเมืองไทยนะยะ ยิ่งงคิดก็ยิ่งไปไกล แล้วหล่อนก็เกิดความคิดหนึ่งวาบขึ้นมา หล่อนยกยิ้มและพูดกับตัวเอง

    “ไปหาชุดสวย ๆ ใส่ไปงานเลี้ยงพี่ปรัชดีกว่า เอาแบบไม่ต้องหวือหวาแต่เราจะหาเวลาใกล้ชิดพี่ปรัชให้ได้”

 

บทที่ 3              

 

    เมื่อถึงคืนวันงานเลี้ยงที่ทั้งสามสาวตั้งตารอคอยต่างก็นัดมาพร้อมกันด้วยรถเก๋งของบุศรา เพราะหล่อนเป็๲ลูกคนมีเงินและที่สำคัญชอบเที่ยวกลางคืนกับหนุ่ม ๆ จึงรู้เส้นทางอย่างดี ทั้งดาราและบุศราต่างสวมชุดรัดรึงรูปร่างเป็๲ชุดกระโปรงรัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งตามประสาของผู้หญิงสวยและหุ่นดีเป็๲ที่ตั้ง ส่วนเมยาวีไม่ได้แต่งตัวฉูดฉาดอย่างเพื่อนทั้งสอง หล่อนสวมเสื้อเชิ้ตธรรมดาและสวมเลคกิ้งรัดรูปสีชมพูหวานซึ่งก็ดูดีในแบบฉบับของสาวเรียบร้อย หรือเฉิ่มเชยในสายตาของเพื่อนสาวทั้งสอง

    “บ้านหลังนี้น่ะเหรอบุศที่พี่ปรัชเขาจัดงานเลี้ยงกันน่ะ”

    ดาราถามพลางชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่หน้าบ้านหลังใหญ่ในซอยเงียบสงบซึ่งมีแต่บ้านสวย ๆ ของคนมีฐานะ บุศราพยักหน้าหงึกๆ

    “เออ...หลังนี้ล่ะ พี่เพทายเขาส่งแผนที่มาให้ฉันดูทางเอสเอ็มเอสเมื่อกี๊”

    “มันดูเงียบ ๆ เนอะ นึกว่าจะจัดงานเลี้ยงกันหน้าบ้านมีไฟประดับสวย ๆ แต่บ้านหลังใหญ่มาก ๆ เลย พี่ปรัชนี่เป็๲ลูกคนมีเงินเหรอบุศ”

    เมยาวีถามขึ้นขณะที่หล่อนจ้องมองผ่านรั้วอัลลอยด์เข้าไปที่หน้าบ้านหลังใหญ่ซึ่งมีแสงไฟลอดออกมา

    “พี่ปรัชเป็๲ลูกคนมีอันจะกินย่ะเมย์ พ่อแม่เขาอยู่ต่างประเทศ เนี่ยพี่เขาอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว หรูเลยล่ะ...พี่เขาจัดงานเลี้ยงกันประจำ ก็หนนี้ล่ะที่พี่เพทายเพื่อนสนิทของพี่ปรัชเขาชวนพวกรุ่นน้องมาเที่ยวกันด้วย เขาบอกว่ามาหลายคนจะได้สนุก อยากรู้จังว่าในงานจะมีหนุ่ม ๆ สาว ๆ มากหรือเปล่า”

    “แต่บ้านเงี๊ยบเงียบ”

    “เขาคงอยู่ข้างในกันนั่นล่ะ ว้าว!...ประตูรั้วบ้านเปิดละ สงสัยเขาจะรู้ว่าพวกเรามากันแล้ว”

    บุศรายิ้มตื่นเต้นเมื่อประตูรั้วเลื่อนเปิดโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่แต่หล่อนคนเดียวที่ตื่นเต้นแต่ทั้งดาราและเมยาวีต่างก็ตื่นเต้นตามไปด้วยเพราะเมื่อประตูรั้งเปิดแล้วบุศราก็เลื่อนรถเข้าไปจอดด้านใน ใกล้โรงจอดรถก่อนทั้งสามจะเปิดประตูลงมาสักครู่ก็มีหนุ่มร่างสูงเดินตรงมายังทั้งสามสาวและเอ่ยทักขึ้น

    “ไฮ...สาว ๆ ว่าไง พึ่งมาถึงกันใช่มั้ย?”

    “สวัสดีค่ะพี่เพทาย”

    บุศรากล่าวทักหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีและดูหมดจดเหมือนพระเอกเกาหลีที่เดินเข้ามาและหยุดที่หญิงสาวทั้งสาม

    “นี่พี่เพทาย รุ่นพี่เพื่อนสนิทของพี่ปรัช คนที่ชวนฉันมางานเลี้ยงนี่ล่ะ...พี่เพทาย...นี่เพื่อนของบุศเองค่ะ ดารากับเมยาวี”

    บุศรารีบแนะนำทั้งหมดให้รู้จักกัน และเมื่อเพทายเห็นเพื่อนสาวทั้งสองของบุศราที่ยกมือไหว้เขาก็ยิ้มกริ่ม

    “สวัสดีจ้ะ...พี่เคยเห็นพวกน้อง ๆ ในมหาลัยแต่ไม่เคยทักทายเลยสักครั้ง อืม...เราเข้าไปข้างในกันเถอะ พี่กับเพื่อน ๆ ของปรัชจัดงานเลี้ยงกันในบ้านน่ะ มันเลยเงียบ ๆ เนอะ”

    “ค่ะ...พี่เพทาย”

    ทั้งสามสาวรีบรับคำพร้อมกัน แต่ท่าทางดาราและบุศราสะดีดสะดิ้งมากกว่าเมยาวีที่มองไปรอบ ๆ บ้าน หล่อนไม่ได้เป็๞กังวลเ๹ื่๪๫งานเลี้ยงแต่มัวตื่นเต้นกับการได้พบกับหนุ่มรุ่นพี่อย่างปรัชอีกครั้ง

    “นี่นังเมย์...ยืนเหม่ออะไรอยู่ยะ โน่น...นังบุศกับพี่เพทายเขาเดินนำหน้าเข้าบ้านกันไปแล้ว”

    ดาราสะกิดเพื่อนสาวของหล่อนทำให้เมยาวีรีบดึงสติตัวเองกลับมาทันที หล่อนรีบพยักหน้า

    “อ้า...เอ้อ...จ้ะ...ไปกันๆ เข้าไปในบ้านกันเลย”

    “นังเมย์...ฉันขอเตือนหล่อนไว้ซะก่อนนะว่างานเลี้ยงเนี่ยมีหนุ่ม ๆ รุ่นพี่ แกอย่าทำซุ่มซ่ามให้พวกฉันเสียหน้านะยะ หล่อนยิ่งเด๋อ ๆ ด๋า ๆ อยู่ด้วย”

    “เออ...ฉันรู้ล่ะน่า...”

    เมยาวีรับปากอย่างเสียมิได้ก่อนเดินตามเพื่อนของหล่อนเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่มีห้องหับมากมายก่อนจะไปถึงห้องหนึ่งและเมื่อเปิดประตูเข้าไปหล่อนก็ต้องแปลกใจที่ในห้องนั้นมีการจัดงานเลี้ยงกันจริง ๆ แต่มีหนุ่ม ๆ อยู่ประมาณห้าหกคนเท่านั้น และหนึ่งในนั้นคือ ปรัช หนุ่มรุ่นพี่ที่รีบลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาทักทายหญิงสาวทั้งสาม

    “สวัสดีครับน้อง ๆ ที่น่ารัก...ยินดีต้อนรับสู่งานเลี้ยงของพวกพี่ครับ”

    พอปรัชกล่าวทักคนแรกที่ยิ้มหน้าบานและตอบรับคือบุศรา

    “ขอบคุณมากเลยนะคะพี่ปรัชที่อุตส่าห์ชวนพวกเราสามคนมา แต่ว่า...นี่เลี้ยงกันแค่นี้เหรอคะ”


นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้