เมื่อเห็นหยางเฉินปรากฏตัวต่อหน้าเธอ หลินรั่วซีแทบจะลืมหายใจไป รอยยิ้มของเขาทำให้ความเป็ห่วงในใจเธอหายไป แล้วกลับมาแทนที่ด้วยความโกรธและความอับอาย ใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นมาเนื่องจากยังเห็นหยางเฉินปลอดภัยดี เธอจึงพูดกับหยางเฉินอย่างเ็า
“ดูเหมือนนายจะปลอดภัยดี”
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของภรรยาที่น่ารักของผม ถึงจะเจอปัญหาอยู่บ้างแต่ผมสบายดี”
ฉันอายจะตายอยู่แล้ว! ข่าวของเอี๋ยนเอี๋ยนเชื่อถือไม่ได้เลยสักหน นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็วันที่เธออับอายที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
รั่วซีที่กำลังโกรธเคืองมาั้แ่แรก ในตอนแรกนั้นมีสายของซูจื้อหงโทรมาบอกว่าจะฆ่าสามีของเธอ เธอจึงรีบติดต่อไช่เอี๋ยนที่สถานีตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือโดยทันที ไช่เอี๋ยนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการร้องเรียนมาจากเพื่อนของเธอ และจากตระกูลฟางกับตระกูลหยวนมาก่อนหน้านี้ ทำให้กรมตำรวจออกคำสั่งส่งกำลังคนออกไปค้นหาทันที จนในที่สุดเธอก็บอกกับหลินรั่วซีว่าพวกเขาอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองจงไห่
หลิวรั่วซีได้ยินข่าวจากไช่เอี๋ยนว่ามีคนถูกยิง เธอวางสายลงทันทีแล้วรีบมุ่งหน้ามาโรงพยาบาลอย่างไม่คิดชีวิต บางทีเธอคงคิดว่าคนที่ถูกยิงคือหยางเฉิน
“นาย... ทำไมมองฉันอย่างนั้น?” หลินรั่วซีพบว่าใบหน้าของหยางเฉินกำลังยิ้มแย้มจนแก้มแทบปริ นั่นทำให้เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมา
หยางเฉินก้าวเข้าไปหาเธอก้าวหนึ่ง หลินรั่วซีก็ขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างระมัดระวัง
“ผมไม่ได้จะกินคุณสักหน่อย มาเถอะมา ที่รักของผมกังวลว่าผมจะได้รับอันตราย ช่างน่ารักอะไรเสียขนาดนี้ ขอผมกอดคุณได้มั้ย คุณจะจูบปลอบขวัญผมก็ได้นะ รับรองได้ว่าไม่เสียค่าธรรมเนียมอย่างแน่นอน” หยางเฉินกางแขนออกกว้าง พร้อมกับยิ้มให้เธอด้วยใบหน้าที่หนาดุจกำแพงเมืองอย่างกับว่าคำพูดของเขานั้นเป็เื่ถูกต้องและชอบธรรมเสียเต็มประดา
พยาบาลสองคนที่อยู่บริเวณนั้นแอบหัวเราะคิกคัก เมื่อมองสามีกำลังหยอกภรรยาของเขา
“นายมันอันธพาล!”
ต่อหน้าคนอื่นหมอนี่ก็ยังเล่นหูเล่นตากับเธอ หลินรั่วซีที่รู้สึกเห่อร้อนไปทั้งใบหูจ้องหยางเฉินด้วยความโกรธ เธอหันกลับเพื่อที่จะวิ่งหนีไป
หยางเฉินรู้สึกหดหู่เมื่อหลินรั่วซีกำลังจะจากไป เขาคิดว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอกำลังไปได้ดี แต่กลับถูกขัดจังหวะเพราะเสียงหัวเราะของเหล่าพยาบาลสาว เ้าตัวจึงหันไปหาพวกเธอทั้งสองคนด้วยความขุ่นเคือง
“พวกเธอจะหัวเราะกันไปทำไม? เห็นไหมว่าภรรยาของผมเธอกลัวจนหนีไปแล้ว?!”
สองพยาบาลผู้เคราะห์ร้ายหน้าซีดขาวลงทันใด
ที่ทางเข้าโรงพยาบาล หลินรั่วซีเดินมาถึงรถเบนท์ลีย์ของเธอ หยางเฉินเห็นว่าภรรยาของเขากำลังจะออกไป จึงเคลื่อนตัวออกไปขวางที่ด้านหน้าเธอไว้
“หลีกทาง” หลินรั่วซีกลับมาเ็าเช่นเดิมกล่าวขึ้น
“ผมจะหลีกทางให้ ผมรู้ว่าคุณเป็ห่วงผมจริงๆ แต่ผมคิดว่าควรจะบอกคุณถึงเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมด” หยางเฉินยิ้มอย่างขมขื่น เขาประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป ดูเหมือนว่าเื่ตลกจะทำให้ความรู้สึกของหลินรั่วซีแย่ลง
“ฉันไม่อยากฟัง อีกอย่างฉันไม่สนใจว่านายจะเป็อะไรไป ฉันเพียงแค่้ายืนยันเท่านั้นว่านายอยู่หรือตายไปแล้ว ถ้านายยังไม่ตายก็ไม่มีอะไรแล้ว ฉันมีประชุม่บ่ายนี้” หลินรั่วซีกล่าวอย่างไม่มีเยื่อใย
หยางเฉินถอดถอนใจ ดูเหมือนเื่ตลกร้ายก่อนหน้าจะย้อนกลับมาทำร้ายเขาเสียแล้ว
หลินรั่วซีไม่ได้เป็เหมือนกับภรรยาทั่วไป เธอสตาร์ทรถยนต์เพื่อมุ่งหน้าออกจากโรงพยาบาลทันที
หยางเฉินยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมทั้งส่ายหัว เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกางเกงก่อนจะกดเบอร์ของเฉียงเวย...
ในขณะเดียวกัน รถคาดิลแลคสีขาวกำลังแล่นไปบนท้องถนน หยางจี้หยูกำลังถือสายคุยกับใครบางคนอยู่ข้างใน
“พี่ ฉันมีเื่จะขอร้อง ฉันอยากให้พี่ออกสั่งทางทหารให้กองทัพบกที่เจียงหนานเคลื่อนไหว รวมทั้งใช้กองทัพเรือปิดล้อมทะเลจงไห่ด้วย” หยางจี้หยูกล่าว
เสียงตอบกลับดังขึ้นมาจากปลายสาย น้ำเสียงแข็งกร้าวกล่าวขึ้น “พี่ไม่มีปัญหา แต่เธอต้องถามความเห็นจากพ่อเสียก่อนที่จะดำเนินการเื่นี้”
“พ่อรักและเอ็นดูหยวนเย่มาก ท่านจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน”
“อืม... เพราะมีหลานอยู่คนเดียวทำให้ท่านรักหยวนเย่มากจริงๆ”
“พี่ ฉันไม่รู้ว่าควรพูดเื่นี้ดีหรือไม่...” หยางจี้หยูลังเลที่จะกล่าว
“จี้หยู เราเป็พี่น้องกันมานานเท่าไรแล้ว เธอสามารถพูดได้ทุกเื่ไม่จำเป็จะต้องปิดบังเอาไว้” ชายปลายสายเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้น... พี่... ฉัน... วันนี้ฉันเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง... เขาชื่อหยางเฉิน”
“...จริงเหรอ? เธอเจอเขาได้อย่างไร?” เสียงในโทรศัพท์เงียบลงชั่วครู่
“เขาอยู่กับพี่เมื่อตอนยังเด็ก ความรู้สึกนั้นค่อนข้างจะคล้ายกัน... นั่นทำให้ฉันรู้สึกประหลาดใจอย่างถึงที่สุด" หยางจี้หยูกล่าว
ในเวลานั้นเสียงปลายสายที่เงียบไปก่อนหน้านี้กล่าวขึ้น "อย่าเพิ่งบอกพ่อเื่นี้เด็ดขาด ส่วนเื่ใช้กำลังทหาร พ่อต้องเข้าใจเป็อย่างดีแน่ พี่จะช่วยจัดการปิดล้อมทะเลจงไห่ทุกช่องทางให้เอง”
หยางจี้หยูผ่อนคลายลง เมื่อได้รับการยืนยันเธอจึงวางสายโทรศัพท์ลง
อีกด้านหนึ่ง หยางเฉินได้โทรศัพท์หาเฉียงเวยเพื่อหารือเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น เธอค่อนข้างที่จะสนใจเื่นี้ทีเดียว เธอ้าที่จะเข้าร่วมาครั้งนี้ด้วยตัวเธอเอง โรสบาร์กำลังเตรียมการใหญ่อยู่ หยางเฉินเองก็จะเดินทางไปที่นั่นในอีกหนึ่งชั่วโมง ก่อนหน้านั้นเขาเลือกที่จะเดินกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อบอกลาถังถังเสียก่อน
เมื่อมาถึงห้องไอซียู หยางเฉินและหยวนหัวเหว่ยได้บอกกับฟางจงผิงว่าแก๊งหนามแดงนั้น จะสนับสนุนกองกำลังทหารและตำรวจเพื่อทำลายล้างแก๊งตงซิ่งทั้งหมด ทำให้ฟางจงผิงรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที
“คุณหยาง หากเื่นี้เป็ไปอย่างราบรื่น คุณจะเป็ฮีโร่ของเมืองจงไห่นี้ทันที!” ฟางจงผิงกล่าวต่อ “ผมคิดว่าคุณอาจจะไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้ถังถังก็เกือบจะถูกแก๊งตงซิ่งลักพาตัวไปหลายต่อหลายครั้ง”
“ผมรู้ นั่นทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมคุณถึงดูตื่นเต้นกับเื่นี้นัก” หยางเฉินกล่าว
ฟางจงผิงยังคงพูดต่อด้วยความไม่พอใจ “โจวกวางเหนียน้าที่จะลบหลักฐานการกระทำผิดของเขา แต่มันก็ยังต้องทำผ่านขั้นตอนของรัฐบาล ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีคนคอยช่วยเหลือมันอยู่ ซึ่งช่วยให้สามารถลบหลักฐานการกระทำผิดของแก๊งใต้ดินบางส่วนไปได้ แต่มันจะไม่ได้ผลกับที่นี่และกองทัพ มันไม่มีอำนาจพอที่จะทำเช่นนั้น จึงลงมือข่มขู่ฉันด้วยการลักพาตัวถังถัง ฉันจะทำให้มันรู้ว่ามันจะต้องชดใช้สิ่งที่มันทำลงไปขนาดไหน!”
หยางเฉินยกยิ้มขึ้นกล่าว “ดูเหมือนเลขานุการฟางจะมีความยุติธรรมอยู่เต็มอก บางทีผมก็คิดว่าพวกหัวโบราณบางคนจะชอบทำผิดเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองเอาไว้ ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ได้เป็อย่างนั้นสินะ”
“ฮ่าฮ่า มันก็จริงอย่างที่คุณว่า ถึงผมจะยึดมั่นในตำแหน่งเลขานุการพรรคแต่ก็ต้องวางตัวให้ถูกต้องเช่นเดียวกัน ผมรับไม่ได้ที่จะต้องไปคอยทำงานสกปรกให้กับคนพวกนั้นเพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แน่นอนว่าคนอื่นๆ ก็ไม่ได้มองว่าผมเป็พวกที่ยุติธรรมเสียเต็มประดา ผมเพียงแค่ยังมีจิตสำนึกแยกแยะชั่วดีอยู่บ้างก็เท่านั้นเอง การกระทำของแก๊งตงซิ่งนั่นปลุกให้ความคิดของผมตื่นขึ้นมา พวกมันจะต้องชดใช้กับเื่นี้แน่นอน!”
หยางเฉินหารือแผนการกับทั้งคู่เล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองคนจะนำบอดี้การ์ดจากไป เพื่อเตรียมเริ่มแผนการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
หยางเฉินเดินเข้าไปในห้องไอซียู ถังถังยังคงอยู่ข้างเตียงของหยวนเย่ไม่จากไปไหน เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าเธอก็ยกหัวขึ้นมามองหยางเฉิน
“ถังถัง ฉันต้องไปก่อน คืนนี้คงจะดูวุ่นวายมาก ที่นี่มีคนคุ้มกันอยู่มากเช่นกัน มันก็น่าจะปลอดภัยสำหรับเธอ”
“ลุง หนูรู้ว่าคืนนี้มันจะต้องวุ่นวาย แต่ลุงก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ” ถังถังกล่าว
“อืม... ฉันไปล่ะ”
หยางเฉินกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่ถังถังก็มาจับเสื้อเขาไว้ก่อน
“ลุง...” ถังถังเม้มริมฝีปากแน่น “ลุง หนูคิดว่าถ้าพี่หยวนเย่ไม่ประสบอุบัติเหตุก่อนหน้านี้... หนูคิดว่าหนูตั้งใจจะแต่งงานกับเขา แต่ตอนนี้เขากลับ...”
“เธอหมายความว่าอะไร?” หยางเฉินหันกลับมาถาม
“หนูกลัวว่าพี่ใหญ่หยวนจะไม่ตื่นหลังจากผ่านคืนนี้ไป หนูจำได้ว่าแม่อยากให้หนูแต่งงานกับพี่หยวนเย่ หนูเองก็เป็เพื่อนกับเขามาั้แ่สมัยเด็ก นั่นทำให้หนูยอมรับที่จะแต่งงานกับเขาได้” ถังถังกล่าวขึ้นด้วยความเต็มใจ
ในห้องไอซียูนั้นเงียบเชียบ มีเพียงเสียงแหลมเล็กของถังถังที่ดังขึ้นกับเสียงสูดลมหายใจแ่เบาของหยวนเย่เท่านั้น
หยางเฉินรู้สึกว่าถังถังนั้นดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมากกว่าอดีต คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกประทับใจขึ้นมา
“เมื่อหนูมีลูก หนูจะบอกกับเขาว่า พ่อของเขานั้นเป็ผู้ชายที่กล้าหาญถึงขั้นที่ยอมสละตนเองเพื่อหนูได้ อีกทั้งยังเป็คนที่หนูรักมากที่สุดในชีวิต ต่อให้เขาจะจากไปจนเหลือเพียงรูปภาพ เขาก็ยังคงเหลือเกียรติเอาไว้เพื่อให้ผู้คนสรรเสริญ” มุมปากของถังถังยิ้มขึ้น
“อย่าได้หลงระเริงไปกับความฝันอันสวยงาม” หยางเฉินลูบหัวถังถังไปมา “จงต่อสู้กับความตายที่ใกล้เข้ามา ถ้าหยวนเย่ไม่กล้าตื่นฉันจะเป็คนปลุกเขาเอง เธอห้ามปล่อยให้เขาตายโดยเด็ดขาด เข้าใจนะ?”
“อืม! หนูจะไม่ปล่อยให้เขาจากไปแน่!”
ในขณะเดียวกัน โดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ปลายนิ้วนางข้างซ้ายของหยวนเย่กำลังกระดิกอยู่เล็กน้อย...
