อีกด้านหนึ่ง หลี่อันหรานกำลังเดินไปทางประตูเมือง ในตอนนั้นเอง อยู่ๆ นางก็ถูกคนบางคนคว้าไหล่จากด้านหลัง นางตัวเซเข้าสู่อ้อมแขนของคนผู้นั้นทันที
หลี่อันหรานรีบกอดห่อผ้าของตัวเองไว้เพราะคิดว่าเจอคนเลว แต่เมื่อหันไปพบว่าเป็เจียงเฉิงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก “เป็ท่านนี่เอง ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? มาทำอันใดที่นี่?”
เจียงเฉิงขมวดคิ้วมุ่นมองนางด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “เมื่อคืนเ้าไปที่ใดมา? ไหนว่าจะกลับมาตอนบ่าย? เหตุใดจึงไม่กลับบ้าน? รู้หรือไม่ว่าคนที่บ้านเป็ห่วงมากเพียงใด?”
นางผงะไปเล็กน้อยก่อนจะรีบอธิบาย “ข้าเจอเหตุไม่คาดฝันนิดหน่อยจึงกลับบ้านช้า แต่เมื่อจะกลับไปก็พบว่าประตูเมืองปิดไปแล้ว ขอโทษด้วยจริงๆ”
เจียงเฉิงขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลี่อันหรานไม่สู้ดีนัก “เ้าไม่สบายใช่หรือไม่? เหตุใดหน้าตาจึงซีดเซียวแบบนี้? เกิดอะไรขึ้นเมื่อวาน? เหตุใดจึงกลับบ้านไม่ทัน?”
เขาพูดพร้อมกับรับห่อผ้าของนางไปแบกขึ้นบ่า ห่อผ้าที่หนักราวกับูเาสำหรับนางดูเบาสบายสำหรับเขามาก
“เื่มันยาว ไม่มีอะไรหรอก แต่ข้านึกไม่ถึงจริงๆ ว่าท่านจะมารับข้าถึงที่นี่ ไปกันเถอะ พวกเรารีบกลับบ้านกัน ท่านแม่คงเป็ห่วงแย่แล้ว”
ทั้งสองคนเดินไปทางประตูเมือง หลี่อันหรานเดินไปด้วย เล่าว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นไปด้วย
นางไม่ได้เล่าเื่ที่ตัวเองป่วยจนหมดสติให้เจียงเฉิงฟัง ไม่ได้เล่าเื่ที่เจอเจี่ยรั่วเฉิน นางเล่าเพียงว่าเมื่อวานมัวแต่ซื้อของจนลืมเวลาจึงต้องนอนค้างในเมือง
เจียงเฉิงยังคงรู้สึกเป็ห่วง “เช่นนั้นเมื่อคืนเ้านอนพักที่ใด?”
นางแน่นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ไปพักกับเถ้าแก่หวาง เขากับข้าเป็คู่ค้ากัน เขาตอบตกลงให้ข้าอาศัยหนึ่งคืน”
นางไม่อยากบอกรายละเอียดมากเกินไปเพราะกลัวเขาจะคิดมาก ในที่สุดทั้งสองก็กลับถึงบ้าน ตอนที่กลับมาถึง เสิ่นอิ๋นหวนกำลังยืนชะเง้อคอมองอยู่หน้าบ้านพอดี
เมื่อเห็นพวกหลี่อันหรานจากไกลๆ ก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความลนลาน จากนั้นเริ่มบ่นยาวเหยียดทันที “เมื่อวานเ้าไปที่ใดมา? ตอนแรกบอกว่าจะกลับมาตอนบ่ายมิใช่หรือ? เหตุใดจึงไม่กลับบ้าน? เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้จักให้คนส่งข่าวมาบ้างเลย”
หลี่อันหรานเผยยิ้มเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็ห่วง นางควงแขนเสิ่นอิ๋นหวนตอบว่า “ท่านแม่ จะมีผู้ใดช่วยส่งข่าวให้ข้าได้กัน ข้าไม่รู้จักผู้ใดสักหน่อย เมื่อวานไม่ได้เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น ข้าเพียงแต่ซื้อของจนลืมเวลา ยามจะออกจากเมืองก็พบว่าประตูเมืองปิดลงเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงกลับมาไม่ได้”
“เช่นนั้นเมื่อวานเ้าค้างแรมที่ใด?”
คำถามนี้อีกแล้ว หลี่อันหรานควงแขนเสิ่นอิ๋นหวนเดินเข้าบ้านพร้อมกับตอบคำถามจู้จี้จุกจิกของอีกฝ่าย ภายในใจนางรู้สึกอบอุ่นนัก อย่างน้อยถ้าตัวเองเป็อะไรไปก็ยังมีคนเป็ห่วง อย่างน้อยนางก็ไม่ได้โดดเดี่ยวที่นี่
เสิ่นอิ๋นหวนถอนหายใจโล่งอกหลังจากที่มั่นใจแล้วว่านางไม่เป็อะไร “ต่อไปต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าเมือง หากทำคนเดียวไม่ไหวก็ให้คนไปเป็เพื่อน เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
หลี่อันหรานส่ายมือพลางตอบยิ้มๆ “จะเกิดเื่อะไรได้กัน? ท่านดูสภาพข้าสิ ต่อให้ข้าอยากให้เกิดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
เสิ่นอิ๋นหวนกับเจียงเฉิงต่างรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อได้ยินดังนี้ นางรู้สึกว่าตัวเองล้อเล่นเกินควรเช่นกันจึงรีบพูดต่อ “วางใจเถิด ข้าไม่เป็อะไร”
จากนั้นยื่นมือไปรับห่อผ้าจากเจียงเฉิง “ข้าซื้อวัตถุดิบมาทำของเพิ่มแต่ยังขาดวัตถุดิบอยู่บางส่วน จำเป็ต้องเข้าเมืองไปซื้ออีกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องขึ้นเขาไปเก็บพริกมาทำน้ำพริกด้วย”
นางเปิดห่อผ้าไปด้วย พูดไปด้วย
“เถ้าแก่หวาง้าน้ำพริกเยอะมากภายในสิบวัน ข้าต้องรีบทำ” แต่แล้วนางกลับรู้สึกเวียนหัวอย่างฉับพลันและเสียการทรงตัว เสิ่นอิ๋นหวนกับเจียงเฉิงที่เห็นจึงพรวดเข้ามาหาทันที
เสิ่นอิ๋นหวนประคองนางพลางกล่าวด้วยความร้อนใจ “ยังจะบอกว่าไม่เป็อะไรอีก หน้าเ้าซีดขนาดนี้ รีบวางงานพวกนี้ลงแล้วไปพักผ่อนก่อน”
ผู้เป็แม่ย่อมเป็ห่วงลูกสาวเป็ธรรมดา นางพาหลี่อันหรานไปนั่งที่เตียง “กินอะไรหรือยัง? เมื่อวานนอนที่ใด?”
หลี่อันหรานถอนหายใจ “ข้าก็บอกไปแล้วว่ากินมาแล้ว เมื่อคืนนอนที่ร้านเถ้าแก่หวาง ข้าไม่เป็อะไรจริงๆ”
ถึงแม้นางจะพูดแบบนี้ แต่เจียงเฉิงกับเสิ่นอิ๋นหวนก็ยังมองออกอยู่ดีว่าอาการของนางไม่สู้ดีมาก เจียงเฉิงจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง “ตอนนี้สีหน้าเ้าย่ำแย่มาก พักผ่อนก่อนเถิด หากจะให้ทำอะไรก็บอกข้าได้ ข้าจะช่วยทำให้เอง”
ก่อนเสิ่นอิ๋นหวนจะลุกออกไป ยังหันมากล่าว “เ้านอนพักก่อน แม่จะไปทำอาหารมาให้กิน”
“ท่านแม่ ข้ากินมาแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้ไม่หิว”
“ไม่ได้ อีกเื่ สองสามวันนี้เ้าห้ามออกจากบ้าน ต้องพักรักษาตัวให้ดี” สิ้นเสียง นางก็เดินออกจากห้องไป
ครั้นเสิ่นอิ๋นหวนออกไปแล้ว เจียงเฉิงจึงเดินเข้ามาหา “ถัดจากนี้เ้าจะทำอะไร บอกข้ามาเถอะ ข้าช่วยทำให้ได้”
หลี่อันหรานครุ่นคิดสักพัก นางต้องทำเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกอย่างละสิบโถ นอกจากนี้ยังต้องนำไปส่งให้เถ้าแก่หวางที่เมืองในอีกสิบวัน นี่เป็รายรับก้อนใหญ่
นางตอบเขาว่า “เช่นนั้นรบกวนท่านด้วย ช่วยทำตามที่ข้าบอกก็พอ”
“เ้าบอกมาได้เลย ไม่ได้รบกวนอะไรทั้งนั้น เดิมทีมันก็เป็สิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว”
นางเผยยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจ โชคดีที่มีเขาอยู่ เขาช่วยงานนางได้ไม่น้อยเลย นางบอกให้เขานำของในห่อผ้าออกมา สิ่งใดควรล้างก็นำไปล้าง สิ่งใดควรหั่นก็หั่น สิ่งใดควรบดก็บด
ลำพังแค่ของพวกนี้ก็เพียงพอให้เจียงเฉิงงานยุ่งตลอดทั้งบ่ายแล้ว
่เย็น หลี่อันหรานอยากไปช่วยเสิ่นอิ๋นหวนทำอาหารแต่ถูกดันกลับเข้าห้อง “สองสามวันนี้เ้าพักผ่อนก่อน แม่ทำอาหารเองได้” สิ้นเสียง เสิ่นอิ๋นหวนก็เดินออกไป
แต่หลี่อันหรานทนอยู่ว่างไม่ได้ นางจึงกลับห้องแล้วไปดูลูกปลา พวกลูกปลาโตขึ้นไม่น้อย นางต้องวางแผนสร้างบ่อปลา มีเวลาพักผ่อนที่ใดกัน
ทุกอย่างตอนนี้ยังอยู่ใน่เริ่มต้น นางยังขาดแคลนเงินทุนและเครื่องมืออยู่มาก นางต้องค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงระดับหนึ่ง เมื่อถึงตอนนั้น นางอาจงานไม่รัดตัวขนาดนี้แล้วก็ได้
