“ดิฉันมีบัตรสมาชิกของฟิตเนสอยู่แล้ว แต่ขอบคุณที่หวังดีนะคะหัวหน้าทีมหวัง” หานอิ๋งอิ๋งตอบอย่างไร้อารมณ์
“ผู้ช่วยหาน ขนาดคุณหน้าตาสวยและหุ่นดีอย่างนี้คุณก็ยังเล่นฟิตเนสเพื่อรักษาหุ่นไว้อีก นับเป็บุญตาของผู้ชายอย่างเราจริงๆ”
เขานั่งกินอยู่ตรงข้ามกับสาวสวยคนนี้จนได้กลิ่นหอมหวนที่โชยเข้าจมูกหัวใจของหวังเชาเต้นเร็วขึ้นทันที
เขารู้สึกว่าโอกาสของเขาค่อยๆมาถึง เขารู้สึกว่าผู้ช่วยหานเป็ผู้หญิงที่ภายนอกเ็าแต่ภายในเร่าร้อนและเขาก็ทดสอบหานอิ๋งอิ๋งทีละขั้นตอน
หานอิ๋งอิ๋งไม่ได้พูดอะไรเพราะเธออยากจะให้หวังเชาไปให้พ้นสักที
“ผู้ช่วยหาน อย่าตำหนิผมที่พูดมากนะ แต่กับคนหุ่นดีอย่างคุณตอนที่คุณอยู่ในบ้านยามค่ำคืนคุณคงใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นและคอยชื่นชมตัวเองในกระจกแน่เลย” หวังเชาพูดพร้อมหัวเราะ
หานอิ๋งอิ๋งหายใจเข้าลึกๆและนั่งนิ่ง เธอกลัวว่าถ้าเธอขยับ เธอจะหยุดตัวเองไม่ให้ทุบตีเขาไม่ได้
เมื่อหวังเชารู้ว่าผู้ช่วยหานไม่ได้ตอบหลังจากที่ถามคำถามอย่างนี้เขาก็แอบมองเธอและเห็นว่าใบหน้าของเธอแดงเล็กน้อย…โอ้ขุ่นพระ ผู้ช่วยหานเขินอยู่
หวังเชาตื่นเต้นทันทีคำพูดส่อนัยของเขาทำให้ทุกอย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่หานอิ๋งอิ๋งไม่อาละวาดแต่เธอเขินและก้มหน้าโดยไม่พูดอะไร ถ้านี่ไม่ใช่ยอมรับอย่างเงียบๆแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ?
ถ้าเขาไม่ลงมือตอนนี้แล้วจะลงมือตอนไหน?
หวังเชารู้สึกว่าเขากำลังจะได้หานอิ๋งอิ๋งแล้วเขาเผยรอยยิ้มเริงร่าและพูดต่อ “ผู้ช่วยหาน ใน่กลางดึกตอนที่คุณดูรูปร่างเย้ายวนของตัวเองในกระจกคุณอาจจะมีความคิดที่อยากให้ผู้ชายมาชมเชยและปลอบประโลมหัวใจอันแสนโดดเดี่ยวของคุณแน่เลย”
นี่เป็คำพูดเสน่หาเพราะหวังเชาฝึกซ้อมมาในกระจกที่บ้านหลายร้อยครั้ง เพื่อชนะใจหานอิ๋งอิ๋ง และเพื่อใช้่เวลาค่ำคืนในฤดูใบไม้ผลิกับสมบัติชั้นเยี่ยมชิ้นนี้เขาใช้ความพยายามไปอย่างมากมายเลยทีเดียว
ตุบ!
หลังจากพูดคำมีเลศนัยพวกนั้นแล้วหวังเชากัดฟันและโยนถุงยางในกระเป๋ากางเกงลงบนโต๊ะ เขามองเธออย่างรักใคร่และกล่าว“ผู้ช่วยหาน ผู้ชายที่ว่า…อยู่ใกล้กว่าที่คุณคิดอีกนะครับ”
“ผู้ช่วยหานครับ คุณจะช่วยเงยหน้ามองดูจันทร์สว่าง ก้มหน้าร้องครางกันไหม?”
โอ้!
หานอิ๋งอิ๋งยิ้มหวังเชาทำให้เธอเดือดแทบตาย
เธอไม่รู้ว่าวันนี้สติสตังของหวังเชาไปไหนหมดหรือว่าน้ำไหลเข้าสมองหมดแล้วเธอเห็นว่าตัวเองเป็คนที่ฉลาดมาก แต่สมองของเธอไม่สั่งการเมื่อเจอกับสถานการณ์อย่างนี้
“หัวหน้าทีมหวังคะ คุณอยากรู้คำตอบไหมคะ?” หานอิ๋งอิ๋งมองหวังเชาด้วยรอยยิ้มน่ารักทันที
หัวใจดวงน้อยของหวังเชาวิ่งจุกคอขึ้นมาเขากลืนน้ำลาย หัวของเขาเหมือนกับไก่ที่กำลังจิกกินข้าว
“มานี่สิคะ แล้วดิฉันจะกระซิบให้คุณฟัง!” หานอิ๋งอิ๋งใช้นิ้วชี้กวักเรียกหวังเชารู้สึกเหมือนถูกฉุดิญญาไป
เขายื่นคอโดยสัญชาตญาณและขยับมาที่ใบหน้าของหานอิ๋งอิ๋งให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้เขาคิดในใจ “หรือว่าผู้ช่วยหานจะทนไม่ไหวและอยากจะจูบแบบดูดดื่มกับฉัน?”
หวังเชารู้สึกยังไม่ได้เตรียมใจและยิ้มประหม่า
โครม!
ทันใดนั้นชามโลหะซุปต้มไข่สาหร่ายร้อนๆ ก็ได้คว่ำลงบนหัวของหวังเชา
เขายังจินตนาการอยู่ว่าลิ้นอันหอมหวนของหานอิ๋งอิ๋งจะหวานและมีกลิ่นหอมนมหรือไม่แต่แล้วเขาก็รู้สึกถึงความร้อนที่สาดลงมาบนหัว มันแสบมากจนเขาะโโหยง
“เชี่ยอะไรวะเนี่ย? ม..มันลวกฉันจะตายอยู่แล้ว!”
ตอนนี้โรงอาหารไม่ได้แยกพนักงานอีกต่อไปจึงมีทั้งพนักงานระดับต่ำและผู้บริหารระดับสูงอยู่ในหมู่คนที่กำลังกินข้าวพวกเขาทุกคนให้ความสนใจกับภาพที่หวังเชาร้องโหยหวนและมีเสียงเหมือนหมูถูกเชือด
เมื่อพวกเขาเห็นหวังเชากำลังสวมชามโลหะอยู่บนหัวและะโโลดเต้นไปรอบๆเหมือนลิง พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะะเิเสียงหัวเราะออกมา
“หัวหน้าทีมหวัง ร..รีบเอาชามออกจากหัวคุณเร็ว”หน่วยเลียแข้งขาเสี่ยวจางอยู่ในกลุ่มคน เขารีบให้คำแนะนำหวังเชาทันที
แล้วหวังเชาก็รู้ว่าผู้ช่วยหานเป็คนปาชามซุปลงบนหัวของเขาเขารีบทิ้งชามบนหัวและพบว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ะเิเสียงหัวเราะขึ้น
นี่คือชามซุปต้มไข่สาหร่ายหลังจากที่ชามโลหะถูกเอาออกแล้ว หัวของหวังเชาก็มีเศษซากสาหร่ายและไข่อยู่น้ำซุปก็ไหลลงมาจากหัวของเขา มันเป็ภาพที่พิลึกกึกกือจนดูเหมือนมีคนอ้วกใส่บนหัวของเขา
ทุกคนที่เห็นฉากนี้ถึงกับหมดความอยากอาหารกันเลยทีเดียว
“โรคจิต!”
แค่ชามซุปต้มไข่สาหร่ายไม่พอที่จะระงับความโกรธของหานอิ๋งอิ๋งได้เธอปาชามข้าวที่เธอเพิ่งกินไปเพียงครึ่งหนึ่งใส่หน้าของหวังเชาต่อหน้าทุกคนแล้วเธอก็กระทืบเท้าออกจากโรงอาหารด้วยส้นสูงสีแดง
เมื่อหานอิ๋งอิ๋งออกไปโรงอาหารก็อึกทึกขึ้นมาทันที
พนักงานมากมายไม่กล้ากระซิบกระซาบกันตอนที่เธอยังนั่งอยู่แต่ตอนนี้ทุกคนวิเคราะห์และเดาว่าสิ่งที่หวังเชาทำกับหานอิ๋งอิ๋งคงจะไม่ใช่เื่ที่ชาวบ้านเขาทำกันแน่นอน
เสื้อเชิ้ตสีขาวของหวังเชาเต็มไปด้วยคราบน้ำมันมีชิ้นส่วนไข่และสาหร่ายอยู่บนหัวฉาบเส้นผมของเขาเอาไว้ เขาดูเลอะเทอะมากและแมลงวันหลายตัวก็เริ่มบินตอมรอบหัวของเขา
เขาสับสนเป็ระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะรู้สึกตัวสิ่งที่เขาทำเป็อย่างแรกคือรีบเก็บถุงยางอนามัยทันที เขาถูกสาดให้ตื่นโดยซุปเขากัดฟันและะโ “ฉินเฟิง แกกล้าปั่นหัวพ่อเหรอ? แกไม่ได้ตายดีแน่!”
เื่ที่หวังเชาถูกซุปสาดแพร่ไปทั่วทั้งหวงเจียกรุ๊ปตลอดทั้งบ่ายชื่อเสียงของเขาเพิ่มขึ้นทันที เขาเกือบจะดังยิ่งกว่าฉินเฟิงเสียอีก
ทุกคนได้ยินว่าหัวของหวังเชาถูกโปะด้วยชามและมันก็เป็ครั้งแรกที่เห็นคนเลอะไปด้วยซุปไข่ต้มสาหร่ายและชามโลหะพวกเขาจึงตั้งชื่อหวังเชาให้ใหม่ว่า นายหัวไข่สาหร่าย
ฉินเฟิงหลับจนงานเลิกและพอเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ได้ยินทุกคนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับข่าวนี้มุมปากของฉินเฟิงโค้งขึ้น เขารู้ว่าหวังเชาคงจะไปหาหานอิ๋งอิ๋งแต่เขาไม่คิดว่าอารมณ์ของหานอิ๋งอิ๋งจะปะทุขึ้นมาจริงๆ
ดูเหมือนว่าเขาจะค่อนข้างโชคดีที่หานอิ๋งอิ๋งไม่ได้ตบตีเขาตอนที่เขานำถุงยางไปที่ออฟฟิศของเธอ
หลังเลิกงานสวี่รั่วโหรวเบียดเสียดรถเมล์กลับบ้าน ในระหว่างมื้อค่ำสวี่รั่วโหรวไม่ได้พูดอะไรเธอก้มหน้ากินอย่างเดียว ส่วนหานอิ๋งอิ๋ง สงสัยยังคงโกรธเื่ของหวังเชาอยู่สีหน้าของเธอดำคล้ำตลอดเวลา อาหารมื้อนี้เงียบเหงามากหลังจากที่ฉินเฟิงกินเสร็จแล้ว เขาก็วิ่งกลับไปที่ห้องตัวเอง
เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จและนอนลงบนเตียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาเปิดดูและเห็นแจ้งเตือน QQ จากหลี่อวี่เฉิน
“นายน้อยฉินคะ คุณหลับหรือยังคะ?”
ฉินเฟิงกำลังคิดว่าเขาเพิ่งจับบั้นท้ายของหลี่อวี่เฉินในที่ทำงานและเธอก็เดือดมากแต่พอตกกลางคืนเธอก็เริ่มคุยกับเขา ฉินเฟิงไม่เข้าใจจริงๆว่าผู้หญิงคนนี้กำลังคิดอะไร
“มีเื่อะไร?” ฉินเฟิงตอบด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
“จริงๆ ก็ไม่มีอะไรค่ะ คืนนี้ฉันแค่เบื่อมาก เลยอยากจะคุยกับนายน้อยฉิน”
“แล้วจะพูดเื่อะไร? ท่าทีของเธอในวันนี้น่าผิดหวังมาก!”ฉินเฟิงกล่าวอย่างไม่พอใจ
เมื่อหลี่อวี่เฉินได้รับข้อความของฉินเฟิงเธอก็มึนงงไประยะเวลาหนึ่งก่อนจะเข้าใจ
เธอได้QQของนายน้อยฉินผ่านสวี่รั่วโหรว และรู้จากสวี่รั่วโหรวว่าฉินเฟิงกับสวี่รั่วโหรวเป็สมาชิกตระกูลฉินเธอรู้ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรที่หาเื่นายน้อยฉินเลยดังนั้นที่นายน้อยฉินโกรธเพราะฉินเฟิงต้องบอกเขาเื่ที่เขาจับก้นเธอในวันนี้แน่
เมื่อหลี่อวี่เฉินนึกถึงฉินเฟิงโรคจิตเธอก็โกรธมากจนกัดฟันและไอ้เด็กนั่นยังมีหน้าวิ่งไปฟ้องนายน้อยฉินอีกเหรอ? อย่างไรก็ตามเธอไม่เข้าใจบางอย่างนายน้อยฉินไม่ใส่ใจเื่ที่ฉินเฟิงจับก้นของเธอหรือไง?
“นายน้อยฉินคะ คุณไม่คิดว่าสิ่งที่เขาทำมันเป็เื่ที่รับไม่ได้เหรอคะ?”หลี่อวี่เฉินตอบด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
หลังจากเห็นข้อความของหลี่อวี่เฉินเขารู้สึกว่าคำพูดของเธอมันผิดๆ ถูกๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉินเฟิงก็ไม่สนเขาบอกอย่างเป็เื่เป็ราว “มันจะรับไม่ได้ได้ยังไง? เธอพูดเองว่าชื่นชมฉันมาโดยตลอดและอยากจะแซงแถวไม่ใช่หรือไง? งั้นเธอควรจะสนับสนุนเื่พวกนั้นและให้ความร่วมมือแล้วเธอจะพูดว่าเื่นี้มันรับไม่ได้ได้ยังไง?”
“เธอทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ!”
หลังจากที่เห็นข้อความของนายน้อยฉินหลี่อวี่เฉินรู้สึกว่าสมองของเธอเข้าสู่ความเวิ้งว้างเธอเดาไม่ออกว่านายน้อยฉินคิดอะไรอยู่ถึงยอมให้คนอื่นเล่นกับเธอแถมยังแม้แต่สนับสนุนให้เธอไปยั่วยวนฉินเฟิงอีกหรือ?
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่านายน้อยฉินเป็คนผิดปกติและความคิดอันน่าสะพรึงก็โผล่ขึ้นในหัวของเธอ
นายน้อยฉินเป็คนเสเพลและเ้าชู้ดังนั้นจึงเป็เื่แน่นอนว่าเขาไม่ขาดแคลนผู้หญิงหรือว่าเขาเบื่อที่จะเล่นแบบหนึ่งต่อหนึ่งและอยากจะลองแบบสามคน? หรือเขาอยากจะเล่นกับเธอและผู้ชายอีกคน?
หลังจากคิดเื่นี้หลี่อวี่เฉินก็สั่นเทา ตอนนี้เธอไม่สามารถยอมรับเื่น่ารังเกียจเช่นนี้ได้ตอนแรกเพราะเป็ประโยชน์ของแม่ เธอจึงวางทิฐิของตัวเองเพื่อยั่วยวนนายน้อยฉินแต่นี่มันเกินขีดจำกัดของหลี่อวี่เฉินแล้วเธอรับไม่ได้กับการมีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับผู้ชายสองคน
“นายน้อยฉินคะ ฉันไม่รู้เื่นั้น” ผ่านไปสักพักหลี่อวี่เฉินก็ตอบอย่างระมัดระวัง
“อะไรล่ะนั่น? เธอบอกเองว่าอยากจะลัดคิวและตอนนี้ฉันให้โอกาสเธอ เธอก็ใช้ข้ออ้างสารพัด”ตอนนี้ฉินเฟิงมั่นใจว่าหลี่อวี่เฉินต้องเครียดจากที่ทำงานจนทำให้เธอกลายเป็คนหลายบุคลิก
ไม่เพียงแค่เธอมีนิสัยต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืนนิสัยของเธอในตอนกลางคืนก็ดันแยกออกไปอีกนิสัยหนึ่ง ตอนแรกเธอเป็คนยั่วเขาและอีกสักพักเธอก็บอกว่ามันไม่ดี
“ในฐานะมนุษย์ เธอควรจะซื่อตรงต่อตนเอง เธอจะกลับคำพูดไม่ได้” ฉินเฟิงกล่าว
ในเวลาเดียวกันฉินเฟิงคิดว่าหลี่อวี่เฉินมีหลายบุคลิก หลี่อวี่เฉินก็คิดว่านายน้อยฉินเป็คนบ้าๆบอๆ และมันก็ไม่ใช่แค่บ้าน้อยๆ ด้วย
ถ้าแม่ของเธอไม่ได้บังคับให้เธอแต่งงานกับคนรวยหลี่อวี่เฉินคงแอบอยู่ห่างๆ จากพวกคุณชายเ้าสำราญบ้าบอพวกนี้
เธอลังเลมานานก่อนที่จะตอบ“นายน้อยฉินคะ ขอฉันคิดดูก่อน เนื่องจากเื่แบบนี้มันล้ำเส้นศีลธรรมของฉันเกินไป!”
หลังจากที่เห็นข้อความของหลี่อวี่เฉินมุมปากของฉินเฟิงก็กระตุก มันก็แค่หยิกก้น มันเป็เื่ใหญ่ขนาดนั้นเชียวเหรอ? แล้วใครกันที่ส่งรูปเย้ายวนมาเมื่อคืน?
ฉินเฟิงปิดโทรศัพท์และนอนสลบไสลบนเตียงหลังจากเจอกับการเว้นระยะห่างของสวี่รั่วโหรวและสามนิสัยของหลี่อวี่เฉินฉินเฟิงสงสัยว่าโลกนี้คงจบสิ้นแล้ว
