แสงแดดส่องลอดใบไม้ลงมาเป็ลำ ๆ ความเงียบสงบของป่าแ่เบา มีเพียงเสียงนกไพรกับฝีเท้าสองคู่ที่ดังไปตามเส้นทาง ลุคเดินนำอย่างระมัดระวัง แต่หัวใจเขากลับเต้นแรงทุกครั้งที่หญิงสาวผมเงินด้านหลังขยับตัว
ทั้งคู่เริ่มใกล้ชิดกัน
ฟีน่าไม่เคยทำอะไรเกินเลยตรง ๆ แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเธอกลับเหมือนมีเจตนาแอบแฝง เหมือนเธอกำลังสนุกกับการเห็นชายหนุ่มตรงหน้าหวั่นไหว
“โอ๊ะ…!”
เธอทำเสียงใเบา ๆ ก่อนจะก้าวพลาดบนก้อนหินเปียก ร่างเพรียวโน้มเข้าหาลุค มือทั้งสองคว้าแขนเขาไว้แน่นจนอกอวบเบียดชิดกับอกกว้างของเขา กลิ่นหอมจากเส้นผมเงินลอยแตะจมูก ลุคแข็งทื่อไปทั้งร่าง
ฟีน่าเงยหน้าขึ้นยิ้มหวาน
“ขอโทษนะคะ ฉันซุ่มซ่ามอีกแล้ว”
น้ำเสียงคล้ายขอโทษ แต่แววตากลับทอประกายบางอย่างที่ไม่ใช่ความเขินมันคือแววตาของคนที่รู้ดีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่
หัวใจลุคเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา เขารีบเบือนหน้าหนี
“ม…ไม่เป็ไรครับ”
แต่ใต้กางเกงกลับตึงแน่นเสียจนเขาก้าวเร็วขึ้นเพราะกลัวเธอสังเกต
ที่ลำธาร ฟีน่าก้มลงตักน้ำล้างหน้า หยดน้ำใสไหลรินตามลำคอผ่านร่องอกลงไปจนชุดรัดรูปเปียกชุ่มแนบผิว เนื้อผ้าบางแน่นโค้งร่างจนเห็นชัดทุกส่วน เธอหัวเราะสดใส หันมาถามเหมือนไม่รู้ตัวว่าอันตรายแค่ไหน
“น้ำเย็นจริง ๆ เลยค่ะ คุณลุคไม่ลองล้างหน้าบ้างเหรอ?”
ลุคตาเบิกค้าง รีบเบือนหน้ากลืนน้ำลาย
“ผม…ไม่เป็ไรครับ”
เธอยิ้มบาง ๆ ราวกับจับได้ทุกอย่าง ริมฝีปากสีพีชโค้งขึ้นน้อย ๆ ก่อนเธอจะเอื้อมมือทัดผมที่เปียกน้ำแนบแก้ม การเคลื่อนไหวนั้นเผยเนินอกเปียกชุ่มชัดเจนกว่าเดิม
“แปลกจังค่ะ หน้าคุณดูแดงมากเลยนะ”
เธอเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใส แต่แววตาเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
ลุคแทบกลืนคำตอบไม่ลง
“ค…คงเพราะอากาศร้อนน่ะครับ”
ฟีน่าหัวเราะเบา ๆ แล้วก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นรดต้นคอเขา
“งั้นก็ต้องระวังหน่อยนะคะ…อย่าฝืนเกินไป”
เขาแทบยืนนิ่งไม่ไหว ความแข็งเกร็งใต้กางเกงดันผ้าหยาบจนเจ็บ เธอรู้หรือเปล่าว่ากำลังทำให้เขาแทบบ้า?
ฟีน่าหันหลังเดินนำไปช้า ๆ ผมเงินสะบัดพลิ้ว สะโพกงอนเด้งตามจังหวะทุกก้าว ลุคจ้องเพียงชั่ววูบแล้วรีบหันหนี แต่เธอกลับเหลือบหางตามอง ยิ้มมุมปากจาง ๆ ราวกับกำลังขบขันกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ทุกครั้งที่เธอทำเหมือนไม่ตั้งใจ แต่จริงๆ แล้ว ฟีน่า ตั้งใจ แกล้งเขาให้เป้าตุง และเธอก็สนุกเหลือเกินกับการได้เห็นชายหนุ่มเรียบง่ายอย่างเขาแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
