เย่เฟิงครุ่นคิดสักพัก เพื่อไม่ให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติพบร่างของซูเฟยหยิ่ง ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจเดินหน้าลุยต่อ
หากไม่มีซูเฟยหยิ่งก็คงไม่มีเขาเฉกเช่นทุกวันนี้ ตราบใดที่เขาสามารถช่วยเธอได้ แม้จะมีความเสี่ยงว่าเส้นลมปราณจะะเิ เขาก็ไม่ลังเลอยู่ดี!
ตอนนี้เย่เฟิงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ชายหนุ่มไม่ได้บอกหลงหว่านเอ๋อร์เกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองกำลังจะทำ เขาโคจรพลังตามวิถีเคล็ดสุสานดวงดาว จนจุดตันเถียนเริ่มตื่นตัว ขณะดูดซับพลังฟ้าดินจากบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่าง ทันใดนั้นใบหน้าสวยของหลงหว่านเอ๋อร์ก็ปรากฏร่องรอยความสับสน
เธอย่อมรู้ว่าเย่เฟิงกำลังทำอะไร และยังรู้อีกว่ามันมีความเสี่ยงและอันตรายแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขวางอีกฝ่าย เพราะรู้ดีว่าถึงจะห้ามไป เขาก็ไม่มีทางหยุดอยู่ดี
ไม่มีใครสามารถแทนที่ตำแหน่งของซูเฟยหยิ่งที่สลักอยู่ในใจของเขาได้
หลงหว่านเอ๋อร์จมดิ่งกับความคิดนี้ แต่ก็รีบส่ายหัวไล่มันออกไป หากเธอเป็เย่เฟิงก็คงช่วยท่านอาจารย์ผู้งดงามเช่นเดียวกัน...
ร่องรอยอันเลือนรางของพลังฟ้าดินถูกดูดซับเข้าไปในจุดตันเถียนของเย่เฟิง หลังจากไหลผ่านจุดก่อกำเนิดของเขาแล้วก็เปลี่ยนเป็พลังชี่ ระดับพลังลมปราณของเขาเพิ่มสูงขึ้น
สิบสองปีหกเดือน...
สิบสามปี
สิบสามปีหกเดือน...
ตูม!
เส้นลมปราณที่อยู่ใกล้กับจุดตันเถียนของเขาเริ่มต้านทานไม่ไหวและปริแตก ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน เพียงครู่เดียวเส้นลมปราณเขาก็รับไม่ไหวแล้ว
ขอแค่ให้ถึงระดับสิบห้าปี เขาต้องอดทนต่อไปให้ได้!
ชายหนุ่มกัดฟันแน่นขณะจ้องร่างงามของซูเฟยหยิ่งที่อยู่ตรงกลาง แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยแสดงความหนักแน่นมากเช่นนี้มาก่อน
เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ของซูเฟยหยิ่งไม่ดีนัก หากเธอตกอยู่ในเงื้อมมือของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ คงมีแต่์เท่านั้นที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้...
ฟู่! ฟู่!
เมื่อเขาฝืนดูดซับพลังฟ้าดินจนพลังลมปราณพุ่งถึงระดับสิบสี่ปี เส้นลมปราณหลายจุดทั่วร่างกายของเขาก็ไม่อาจต้านทานจนเริ่มปริแตก
ชายหนุ่มกระอักเืทันที
หลงหว่านเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็ยิ่งกังวล แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เป็อยู่ตอนนี้ เธอก็ไม่มีทางเลือก หากเป็เธอ ก็คงลองเสี่ยงเช่นนี้เหมือนกัน น่าเสียดายที่เย่เฟิงคงไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้นแน่
จนถึงตอนนี้ เส้นลมปราณหลายสิบจุดในร่างกายของเย่เฟิงปริแตกแล้ว เคราะห์ดีที่ไม่เจ็บถึงขั้นร้ายแรง เขาจึงสามารถทนต่อได้
สิบสี่ปีหกเดือน
อีกเพียงนิดเดียว
เย่เฟิงกัดฟันแน่น จุดตันเถียนของเขาไหลเวียนอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาพลังฟ้าดินที่เย็นะเืก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ตอนนี้เขาดูดซับพลังฟ้าดินจากบริเวณโดยรอบแล้ว ถึงจะได้รับน้ำแข็งพันปีมา เขาก็ไม่อาจดูดซับมันเพื่อเพิ่มระดับพลังลมปราณอีกสิบปีได้ หากเป็คนอื่น คงไม่เลือกให้ตัวเองต้องเสียโอกาสแบบนี้แน่นอน แต่สำหรับเย่เฟิงแล้ว ระดับพลังลมปราณเป็สิ่งสำคัญก็จริง แต่มีหลายสิ่งในโลกนี้ที่สำคัญกว่า
นั่นก็คือครอบครัว
สำหรับเขา ซูเฟยหยิ่งที่ตนติดตามมาั้แ่เด็กเปรียบเสมือนพี่สาว เป็คนในครอบครัวที่อุ้มชูเลี้ยงดูจนเขาเติบโตได้ทุกวันนี้ ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่อาจปล่อยให้เธอได้รับอันตรายแม้แต่น้อย
ไม่เพียงซูเฟยหยิ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลงหว่านเอ๋อร์และซูเมิ่งหาน พวกเธอต่างเป็คนสำคัญเช่นกัน เย่เฟิงปรารถนาเพิ่มระดับพลังลมปราณของตัวเองเพราะเขามีเป้าหมายในใจ และเป้าหมายสูงสุดในใจของเขาไม่ใช่การครองโลกใบนี้หรือเพลิดเพลินกับอำนาจเฉกเช่นคนอื่น
เป้าหมายของเขานั้นเรียบง่ายมาก
แค่แข็งแกร่งมากพอที่จะปกป้องคนรอบข้างจากอันตรายก็เพียงพอแล้ว...
เวลานี้ สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังกัดฟันแน่น ฝืนดูดซับพลังฟ้าดินให้สำเร็จ เมื่อพลังฟ้าดินไหลเข้าสู่ร่างกาย ในที่สุดเส้นลมปราณทั้งหมดในร่างของเขาก็ไม่อาจทนไหว
อย่างไรก็ตาม แหวนกระบี่ัโบราณในมือของเขาเริ่มปลดปล่อยไอลึกลับอันเลือนรางออกมา ก่อนที่มันจะไหลเข้าสู่ร่างกายและไหลวนรอบเส้นลมปราณในร่างกายของเขา
เส้นลมปราณที่เกือบจะปริแตกถูกกระแสอากาศลึกลับเลือนรางนี้ระงับไว้ได้ทันท่วงที
พลังบ่มเพาะระดับสิบห้าปี
ทันใดนั้น เย่เฟิงก็ลุกขึ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างแสดงถึงความสำเร็จของเขา!
สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว เคราะห์ดีที่ได้แหวนกระบี่ัโบราณปลดปล่อยพลังลึกลับช่วยชีวิตเขาอีกครั้ง และช่วยให้ระดับพลังลมปราณของเขาขึ้นเป็สิบห้าปี!
เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงลุกขึ้นอย่างปลอดภัย หัวใจที่บีบรัดของหลงหว่านเอ๋อร์ก็คลายลงในที่สุด เมื่อเขาวางเท้าลง หญิงสาวก็ว่ายน้ำเข้ามาและโถมตัวเข้าเข้าไปกอดอีกฝ่าย
“นายห้ามทำเื่เสี่ยงแบบนี้อีกนะ!”
เธออยากจะร้องไห้จริงๆ
“อืม”
เย่เฟิงรู้สึกถึงไหล่บางซึ่งกำลังสั่นไหว จนรู้สึกผิดอยู่ในใจที่เอาตัวเองไปเสี่ยงเช่นนี้ แต่หากไม่จำเป็และมีตัวเลือกอื่น เขาก็ไม่คิดทำเื่อันตราย มิฉะนั้น ตอนที่ได้าาปะการังมา ชายหนุ่มคงพยายามดูดซับมันไปแล้ว ไม่ปล่อยให้หลงหว่านเอ๋อร์ดูดซับไปหรอก
ทุกคนในโลกนี้ต่างมีสิ่งที่ต้องทำเสมอ เพื่อซูเฟยหยิ่งแล้ว เขาเต็มใจที่จะจ่ายด้วยชีวิตของตัวเอง
“ไปกันเถอะ”
เย่เฟิงตบไหล่ของหลงหว่านเอ๋อร์แ่เบาก่อนเหลือบมองร่างอันงดงามที่อยู่ใจกลางปราการน้ำแข็ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจใช้ช่องทางเดิมเพื่อออกจากปราการน้ำแข็งแห่งนี้
แผนคือ เมื่อมาถึงด้านนอกแล้ว พวกเขาจะหาสถานที่ที่ใกล้กับซูเฟยหยิ่งมากที่สุด จากนั้นร่วมมือผสานพลังใช้ศรฝังดวงดาว เย่เฟิงเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถช่วยซูเฟยหยิ่งได้เร็วขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
…………
หนิวเหมิ่งนำคนในทีมจำนวนสิบคนที่มีอาวุธครบมือดำดิ่งลงใต้ทะเล เพียงไม่นานก็มาถึงทางเข้าช่องน้ำแข็ง พวกเขา้าตรวจสอบว่ามีอะไรอยู่ในสถานที่แห่งนั้น แต่ต้องพบว่ามีพลังงานลึกลับบางอย่างปิดกั้นสัญญาณอุปกรณ์ของพวกเขา จนไม่อาจตรวจสอบได้ว่ามีสิ่งใดอยู่ภายใน
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”
หนิวเหมิ่งออกคำสั่งด้วยสีหน้าจริงจัง พวกเขาเผชิญหน้ากับผู้ฝึกวรยุทธ์มาหลายปี ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่รับผิดชอบการสำรวจเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่าง ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาต้องมีความระมัดระวัง
เมื่อเข้ามาในช่องน้ำแข็งแล้ว ก็มีความเป็ได้ที่จะเจอสัตว์ประหลาดหรืออะไรทำนองนั้น เมื่อก่อนคนจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติก็เคยถูกสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ที่มาที่ปลิดชีวิตเป็จำนวนมากซึ่งเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
กองหน้ารวมพลเข้าไปในช่องน้ำแข็งที่มีจิติญญาอันเปี่ยมล้น เมื่อพวกเขาแต่ละคนอยู่ในชุดดำน้ำก็ดูบวมคล้ายคนมีก้อนไขมัน แต่ด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็ทั้งหลายที่อยู่ทั่วร่าง จึงไม่อาจโยนสิ่งใดทิ้งได้ ด้วยเหตุนี้ความคล่องตัวจึงลดลงอย่างช่วยไม่ได้
ไม่ต้องมองว่าพวกเขาเป็คนธรรมดาจึงจำเป็ต้องมีอุปกรณ์พวกนี้ เพราะแม้แต่ยอดฝีมืออย่างหลงโม่หรานยังต้องสวมชุดดำน้ำเมื่อลงทะเลเช่นกัน คนที่ดำสู่ก้นทะเลโดยไม่ต้องใส่ชุดดำน้ำเช่นเย่เฟิงหรือหลงหว่านเอ๋อร์ บนโลกใบนี้ถือว่าหาตัวจับยาก
ทีมของหนิวเหมิ่งมุ่งไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง แสงสลัวสีขาวจากปราการน้ำแข็งทำให้ภาพงดงามอลังการค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
นี่คือความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ!
ช่องน้ำแข็งลึกเข้าไปมากกว่าหกสิบเมตรให้บรรยากาศหนาวเย็น แม้เ้าหน้าที่ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติจะสวมชุดหนาพ่วงด้วยอุปกรณ์ให้ความอบอุ่น แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความหนาวเย็นที่แทรกซึมจนถึงไขกระดูกเช่นนี้ได้เลย
พวกเขาเคลื่อนตัวผ่านช่องน้ำแข็งชั้นนอกสุดจากความลึกหกสิบเมตร และตอนนี้ช่องน้ำแข็งก็เป็ทางเดียวที่นำทุกคนเข้ามาภายในปราการน้ำแข็ง เมื่อพวกเขาไปถึงปลายทางก็กวาดตามองบริเวณโดยรอบ แม้แต่หนิวเหมิ่งยังอดอ้าปากค้างไม่ได้เมื่อเห็นปราการน้ำแข็งแห่งนี้
หากใครถ่ายภาพและเผยแพร่ออกไป คงทำให้ทั้งโลกอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงเป็แน่ ต่อให้เป็สถาปนิกที่มีพร์ก็ไม่อาจสร้างปราการน้ำแข็งที่สมบูรณ์แบบและวิจิตรได้เช่นนี้แน่นอน
คนในทีมบางคนเริ่มถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็หลักฐาน แต่ไม่นานพวกเขาก็พบพลังงานลึกลับอันแข็งแกร่งในปราการน้ำแข็งจนรูปที่ถ่ายออกมากลายเป็เพียงภาพดำมืด
ดูเหมือนจะไม่สามารถถ่ายภาพในที่แห่งนี้ได้
“รีบดูเร็ว ว่ามันคืออะไร?” ทันใดนั้นคนในทีมก็ะโออกมา เมื่อหันไปมองใจกลางูเาน้ำแข็งแห่งนี้
ร่างอันงดงามของหญิงสาวผู้มีเรือนผมยาวราวกับประติมากรรมน้ำแข็งที่สมบูรณ์แบบที่สุด!