มีทั้งคนรักมีทั้งคนเกลียด เื่ราวแดนมนุษย์มักจะเป็เช่นนี้กัวไฮว่และคนอื่นๆ รับประทานอาหารกันอย่างมีความสุขสนุกสนานทว่าตระกูลกู่ไม่ได้มีบรรยากาศเช่นนี้ในตอนบ่ายได้ส่งผู้มีพลังวิเศษในตระกูลสี่ราย แม้จะไม่ได้นับว่าแกร่งมากทว่าก็เหลือเฟือแล้วที่จะต่อกรกับยอดฝีมือเซียนเทียนระยะหลังกัวไฮว่อายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปี คงไม่ได้จะเก่งไปกว่ายอดฝีมือเซียนเทียนระยะหลังอยู่แล้วกู่เจิ้นเหลยเดินวกไปวนมาอยู่ภายในโถงรับแขก ทั้งสี่คนยังคงไม่กลับมาหรือว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นจริงๆ
“ท่านผู้นำครับ หาทั่วทั้งเมืองหลวงแล้วครับไม่พบร่องรอยของพวกกู่เวยทั้งสี่คนเลยครับเด็กที่ชื่อกัวไฮว่ที่คุณพูดถึงเพิ่งออกมาจากร้านแดนเซียนในแดนมนุษย์ครับไม่เห็นความผิดปกติอะไร ให้ลากคอมันมาไหมครับ” ชายสวมชุดสีดำรายหนึ่งปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้ากู่เจิ้นเหลยพร้อมกับพูดขึ้นเบาๆ
“ส่งคนไปเพิ่ม กลุ่มผู้มีพลังวิเศษมีคนเยอะขนาดนั้น ให้ไปหาพวกเขาทั้งสี่คนถ้ายังอยู่ต้องให้เจอตัวถ้าตายแล้วต้องให้เห็นศพ” กู่เจิ้นเหลยพูดเสียงดังเขาไม่เชื่อว่ากัวไฮว่จะมีความสามารถเช่นนี้ สามารถสู้หนึ่งต่อสี่ได้ทว่าเื่ที่ไม่เชื่อกลับมักจะเป็จริงเสมอ
“ท่านผู้นำ วันนี้ตระกูลกู่ลงมือกับกัวไฮว่แล้วครับ” ภายในอาคาร ชายใส่ชุดสีดำเช่นเดียวกันก็ยืนพูดเบาๆ อยู่ตรงเบื้องหน้าของเซวียนหยวนซยงเฟิง
“พ่อหนุ่มไฮว่ไม่เป็ไรใช่ไหม ตระกูลกู่ส่งมาหลายคนตอนนี้พ่อหนุ่มไฮว่อยู่ไหนเหรอ” เซวียนหยวนซยงเฟิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก็ถามติดต่อกันสามคำถามรวด
“เมื่อกี้กัวไฮว่เพิ่งออกมาจากร้านแดนเซียนในแดนมนุษย์ลูกน้องพวกเราที่แอบอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลกู่บอกว่าครั้งนี้ตระกูลกู่ส่งไปทั้งหมดสี่คนในนั้นมีกู่เวยกับกู่อี้ด้วยแล้วก็มีอีกสองคนที่ไม่รู้ว่าเป็ผู้มีพลังวิเศษหรือเปล่าครับ” ชายชุดดำพูดเบาๆ “แต่ที่ลานจอดรถอาคารใหญ่เมืองหลวงนับั้แ่ที่กัวไฮว่เข้ามาในลานจอดรถจนกระทั่งที่กัวไฮว่ออกมาจากลานจอดรถสี่คนตระกูลกู่ก็ไม่ได้ออกมา คนของเราเข้าไปดูที่ลานจอดรถแล้วไม่พบร่องรอยการต่อสู้เลยครับ แล้วก็ตรวจดูกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้วไม่พบอะไรผิดปกติเลยครับ”
“คนตระกูลกู่สี่คนไม่ออกมาทั้งหมดเลยเหรอ หลิวอวิ๋น เธอแน่ใจใช่ไหม” เซวียนหยวนซยงเฟิง
“ดูกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้วครับ ไม่เห็นคนตระกูลกู่ทั้งสี่คนเลยรถที่พวกเขาขับตอนนั้นยังอยู่ที่ลานจอดรถอยู่เลยครับ” เซวียนหยวนหลิวอวิ๋นชายชุดดำพูดขึ้นเบาๆ
“ตอนแรกคิดว่ากัวไฮว่เป็แค่ลูกศิษย์สำนักลึกลับ รู้วิชาแพทย์มานิดหน่อยไม่คิดเลยว่าจะหลบหนีจากการสกัดกั้นของผู้มีพลังวิเศษอย่างน้อยก็สองคนได้อย่างปลอดภัยแถมยังไม่รู้ชะตากรรมคนที่ตามฆ่าเขาอีก ดูทรงฉันจะประมาทเด็กนี่เกินไปซะแล้ว” เซวียนหยวนซยงเฟิงพูดพลางส่ายศีรษะ
คนนี้คนที่ยังไม่หลับอีกคนก็ยังมีหนานกงโหมวเช่อคนของเขาเองก็เห็นแล้วว่าศิษย์ตระกูลกู่ทั้งสี่คนไปตามฆ่ากัวไฮว่กัวไฮว่ปลอดภัยหายห่วง สี่คนจากตระกูลกู่สูญหายไปทั้งหมดเมื่อสักครู่กู่เจิ้นเหลยโทรศัพท์และได้ยินอย่างชัดเจนว่าสภาพจิตใจกู่เจิ้นเหลยไม่สู้ดีหรือว่าจะเกิดเื่กับทั้งสี่คนที่ส่งไปจริงๆ
ยอดฝีมือเซียนเทียนระยะหลังที่กู่เวยและกู่เจิ้นต่อกรด้วยมีถมเถไปหรือว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นจริงๆ หนานกงโหม่วเช่อคิดไปคิดมาก็อดไม่ได้ที่จะต่อสายโทรหาหนานกงหลิงโม่
“เสี่ยวหลิงโม่ ไม่ได้กลับบ้านนานเลย สัปดาห์นี้ถ้าเกิดไม่มีธุระอะไรก็กลับบ้านหน่อยสิย่าเธอคิดถึงน่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวสัปดาห์นี้เดี๋ยวปู่ให้รถไปรับเธอเอง” หนานกงโหมวเช่อพูดยิ้มๆ กับโทรศัพท์หนานกงหลิงโม่เป็ลูกสาวของลูกชายคนเล็กของตนเธอมีอะไรที่ไม่เหมือนกับคนทั่วไปมาั้แ่เด็กแล้ว ตอนหกขวบได้ตัดสินใจเป็ผู้มีพลังวิเศษและปลายปีนี้ไม่รู้ว่าหนานกงโหมวเช่อไม่รู้ว่าเป็บ้าอะไรถึงได้เพิ่มชื่อหนานกงหลิงโม่ในรายชื่อแข่งขันในงานแข่งขันการต่อสู้ทำเอาทุกคนต่างก็คิดไม่ออก
“พี่ไฮว่อยู่เมืองหลวงใช่ไหม คุณปู่ หนูรู้นะว่าทำไมปู่โทรมาหาหนูน่ะพูดซะนึกว่าจริงเลย ปู่ไม่รู้จักหัวโจกโรงเรียนฟู่จงเหรอ” หนานกงหลิงโม่พูดกับไมค์เสียงดังอย่างไม่ไว้หน้าหนานกงโหมวเช่อ
“กัวไฮว่อยู่ที่เมืองหลวงก็ไม่เลวเลยนะ ในงานประมูลได้เงินไปแปดพันล้าน” เมื่อหนานกงโหมวเช่อได้ยินที่เสี่ยวหลิงโม่พูดก็พูดขึ้นด้วยความละอายใจ
“คุณปู่ หนูบอกปู่อย่างหนึ่งนะ ปู่ตั้งหูฟังไว้ให้ดีล่ะหนูจะพูดแค่รอบเดียว” เมื่อหนานกงหลิงโม่ได้ยินว่ากัวไฮว่ไม่เป็ไรในใจก็สงบสุขขึ้นมาไม่น้อยเสี่ยวหลิงโม่พอจะเดาเื่ราวที่คุณปู่ผู้ไม่เคยจะคิดถึงตนแม้แต่น้อยคนนี้โทรมาได้อย่างคร่าวๆ
“หลิงโม่ เื่บางเื่ปู่ทำผิดเอง สุดสัปดาห์นี้กลับมาเถอะเดี๋ยวปู่จะทำของอร่อยๆ ให้แกกิน แกมีเื่อะไรอยากจะบอกปู่เหรอ” หนานกงโหมวเช่อพูดเบาๆ
“คุณปู่ จำไว้ให้ดีนะ อย่าได้ไปมีเื่กับพี่ใหญ่ไม่งั้นใครก็ปกป้องปู่ไม่ได้หรอก” หนานกงหลิงโม่พูดกับหนานกงโหมวเช่อด้วยเสียงดังเมื่อพูดเสร็จ อีกฝั่งของโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงตู๊ดตู๊ดตู๊ดดังขึ้น
“ดีที่ยังไม่ทันจะเชื่อคำพูดของกู่เจิ้นเหลยเกรงว่าสี่คนจากตระกูลกู่จะรอดกลับมายากแล้วล่ะ” หนานกงโหมวเช่อพูดกับตนเองอย่างสบายๆ
เมื่อยามเฉิน[1]มาถึง ท้องฟ้าก็ค่อยๆ สว่างขึ้น กู่เจิ้นเหลยไม่ได้นอนทั้งคืนถึงแม้จะมีคนของตระกูลกู่ทยอยกันมาส่งข่าวให้กับกู่เจิ้นเหลยทว่าข่าวส่วนใหญ่ก็เหมือนๆ กันทั้งนั้น เว้นเสียแต่เื่ที่กู่เวยและคนอื่นๆเข้าไปในลานจอดรถ
“เสี่ยวเลี่ย ไปประกาศต่อนะว่าให้ศิษย์ตระกูลกู่ทุกคนอยู่ที่บ้านตระกูลกู่ใครที่ออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ลงโทษตามกฎตระกูล” กู่เจิ้นเหลยพูดด้วยเสียงดัง
ในตอนนี้กู่เจิ้นเหลยมั่นใจได้แล้วว่าผู้มีพลังวิเศษจากตระกูลกู่ทั้งสี่น่าจะถูกกัวไฮว่จัดการไปหมดแล้วเด็กนี่น่ากลัวมากจริงๆ
“คุณปู่ ยังไม่นอนอีกเหรอครับ หรือว่ารอผมอยู่” กัวไฮว่กลับไปยังหมู่บ้านอวิ๋นหัวเมื่อเห็นว่าไฟในห้องของเซวียนหยวนซยงเฟิงยังไม่ดับก็เดินเข้าไป
“เสี่ยวไฮว่ วันนี้ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหน่อยเหรอ” เซวียนหยวนซยงเฟิงพูดยิ้มๆ อย่างไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย
“มีอะไรให้พูดเหรอครับ งานประมูลคุณปู่เองก็ไปผมกับโม่เป่ยเฟิงและหนิวเหมิ่งไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านแดนเซียนในแดนมนุษย์ยังจะมีเื่อะไรอีกเหรอครับ” กัวไฮว่พูดยิ้มๆอย่างมีเลศนัย
“ฮ่าๆ ในเมื่อเสี่ยวไฮว่ไม่มีเื่อะไร งั้นฉันก็ไปอาบน้ำนอนแล้วนะ” เซวียนหยวนซยงเฟิงพูดยิ้มๆ “เสี่ยวไฮว่เธอให้ยาตระกูลเซวียนหยวนของเรามาเยอะซะขนาดนี้ความดีที่เธอมีต่อตระกูลเซวียนหยวนฉันจะไม่มีวันลืมเลย”
“ลืมไม่ลืมอะไรกันล่ะครับ ในเมื่อปู่จะนอน ผมเองก็ต้องรีบนอนไม่แน่ว่าหูเม่ยเอ๋อร์อาจจะรอผมอยู่ก็ได้” กัวไฮว่พูดยิ้มๆ “ปู่ครับ พรุ่งนี้ผมจะไปหากลุ่มเป้าหลงถ้า่นี้ถ้าตระกูลกู่มาหาเื่ปู่ ก็จำคำผมไว้ให้ดีๆ นะครับ อัดแม่มันเลย”
“พรุ่งนี้จะไปหากลุ่มเป้าหลงเหรอ ได้ ฉันจะให้เถิงเฟยไปส่งเธอถ้าอยากจะจัดการเื่ของตระกูลกู่ให้เรียบร้อยก็ต้องให้กลุ่มเป้าหลงยืนอยู่ฝ่ายเธอ แม้ครั้งนี้ตระกูลกู่จะเสียหายไปไม่น้อยแต่ก็อย่าได้ดูถูกตระกูลกู่เชียว เบื้องลึกเื้ัตระกูลกู่ลึกอยู่นะ” เซวียนหยวนซยงเฟิงมองไปยังเงาหลังของกัวไฮว่พร้อมกับพูดด้วยเสียงดัง
“ไม่ต้องรบกวนพี่เถิงเฟยหรอก ลูกเขายังไม่ครบเดือนเลยไม่ต้องให้พี่เฟยมาวุ่นวายกับผมหรอก” กัวไฮว่ตอบกลับด้วยเสียงดัง “พรุ่งนี้หนิวเหมิ่งจะมารับผม ไว้ผมไปหากลุ่มเป้าหลงกับเขาก็ได้ครับ”
[1] เป็การนับเวลาแบบโบราณของจีน หมายถึงเวลา 7 โมงถึง 9 โมงเช้า