หยางเฉินพาฮุ่ยหลินไปยังห้องรับแขกสำหรับไว้พูดคุยกับลูกค้าโดยเฉพาะ ผนังของนี้ห้องเก็บเสียงได้ดีเยี่ยม และออกแบบด้วยสไตล์เรียบหรูดูแล้วสบายตา
เมื่อเข้าไปในห้อง หยางเฉินก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองอาจเป็ยอดนักสืบ เพราะสามารถคาดเดาแขกที่มาเยือนพวกเขาได้อย่างแม่นยำ
หลินจื้อกั๋วในวันนี้สวมเสื้อผ้าสีดำ ในมือกำลังถือถ้วยชาร้อน ใบหน้าที่เคร่งขรึมเหมือนโกรธอยู่ตลอดเวลาเป็เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเขา
ทางด้านผู้ติดตามอย่างฮุยอีนั้น กำลังยืนอย่างสงบอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง เหมือนมุมห้องจะเป็ที่พำนักของเขา
เมื่อเห็นหยางเฉินและฮุ่ยหลินเดินเข้ามา หลินจื้อกั๋วที่หน้าบึ้งตึงก็ยิ้มให้เฉพาะฮุ่ยหลินเท่านั้น และเมินหยางเฉินไปโดยสิ้นเชิง
"ฮุ่ยเอ๋อ มานั่งข้างปู่เร็ว" หลินจื้อกั๋วกวักมือให้หลานสาวนั่งใกล้ๆ เฉกเช่นคนแก่สามัญ
ในตอนแรกฮุ่ยหลินมีสีหน้าดีใจที่ได้เจอปู่ แต่หลังจากที่ถูกเรียกไปนั่งข้างๆ เธอก็มีอาการลังเลเล็กน้อย ก่อนจะไปนั่งข้างๆ หลินจื้อกั๋วอย่างขัดเขิน หยางเฉินเองก็ดึงเก้าอี้นั่งไขว่ห้างอย่างสบายๆ
หลินจื้อกั๋วทำเหมืองหยางเฉินไม่มีตัวตนอยู่ เขาจับมือหลานสาว และยิ้มถามว่า
"คุ้นเคยกับที่นี่บ้างหรือยัง หลานอยากได้อะไร ปู่จะซื้อให้หลานทุกอย่าง ได้ยินว่าหลานกำลังเรียนร้องเพลง หลานอยากเป็นักร้องเหรอ?”
"หนูอาจไม่ได้เป็นักร้องหรอกค่ะปู่ หนูแค่อยากลองทำงานที่ชอบ" ฮุ่ยหลินกล่าวเสียงเบา
"ฮุ่ยเอ๋อของปู่ฉลาดขนาดนี้ ต้องทำได้อย่างแน่นอน ปู่ซื้อรถให้เอามั้ย จะได้เดินทางมาที่นี่สะดวกขึ้น" หลินจื้อกั๋วเสนอ
ฮุ่ยหลินส่ายหัวกล่าวว่า
"ไม่จำเป็หรอกค่ะปู่ หนูขับรถไม่เป็อีกอย่าง... พี่สาวก็บอกว่าจะมารับหนู"
หลินจื้อกั๋วได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกล่าวว่า
"ฮุ่ยเอ๋อ หนูเรียกรั่วซีว่าพี่สาว... หนูไม่ได้เกลียดเธอหรอกเหรอ?"
หยางเฉินยังมองไปที่ฮุ่ยหลินอย่างอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที ฮุ่ยเอ๋อที่ได้รับการเลี้ยงดูจากอาจารย์หยุนเหมี่ยวสมควรโกรธหลินรั่วซี แต่เื่กลับไม่เป็อย่างนั้น
"ทำไมหนูต้องเกลียดพี่สาวด้วยล่ะคะ..." ฮุ่ยหลินกล่าว "พี่สาวน่าสงสารมาก แล้วพี่สาวก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย เื่นั้นเป็เื่ของปู่กับย่า อีกอย่างในตัวหนูกับพี่สาวก็มีสายเืเดียวกัน ตราบเท่าที่พี่สาวดีกับหนู หนูก็จะดีกับพี่สาว”
หลินจื้อกั๋วน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาทันที แม้จะครองตำแหน่งอันสูงส่ง มีคนเคารพนับถือมากมาย แต่ก็ยังอ่อนไหวต่อคำพูดของหลานสาว
"รั่วซี... รู้หรือเปล่าว่าหลานเป็ใคร?" หลินจื้อกั๋วถาม
ฮุ่ยหลินส่ายหัว
"หนูไม่ได้บอกพี่สาวหรอกค่ะ หนูกลัวพี่สาวเกลียดหนู"
"ปู่ขอโทษนะฮุ่ยเอ๋อ เพราะความผิดพลาดในอดีต ทำให้หลานทั้งสองเติบโตมาด้วยความยากลำบาก" หลินจื้อกั๋วถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย
ฮุ่ยหลินนิ่งเงียบไปในทันที เธอไม่รู้จะทำตัวเช่นไร เธออาศัยกับอาจารย์หยุนเหมี่ยวอยู่ตลอดเวลา ถูกปลูกฝังเื่ความชั่วช้าของหลินจื้อกั๋วั้แ่ยังเด็กๆ แน่นอนว่าย่อมไม่พอใจในตัวหลินจื้อกั๋วอยู่บ้าง ถึงแม้ภายหลังหลินจื้อกั๋วจะมาขอโทษอาจารย์หยุนเหมี่ยวแล้ว แต่เขาก็ยังทำให้พ่อแม่เธอถูกฆ่าตายในต่างประเทศอีก
ฮุยอีที่อยู่ในมุมมืดมานานอยู่ดีๆ ก็กล่าวออกมาเสียงดัง
"นายท่าน คุณหนูฮุ่ยหลินสามารถอยู่ร่วมกันกับคุณหนูรั่วซีได้แล้ว ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ท่านจะได้ยินคุณหนูรั่วซีเรียกท่านว่าปู่อย่างแน่นอน"
ดวงตาของหลินจื้อกั๋วเปล่งประกายความหวังออกมาเล็กน้อย แต่เขาก็สงบมันไว้แล้วหันไปกล่าวกับฮุ่ยหลินว่า
"ฮุ่ยหลิน ปู่ภูมิใจในตัวหลานมาก ถึงพี่สาวของหลานจะทั้งปากแข็งและดื้อรั้น แต่เธอก็เป็คนดี เพราะปู่ได้ทำร้ายเธอในตอนเด็ก จากนั้นพี่สาวของหลานต้องทนทุกข์ด้วยแรงกดดันจากโลกภายนอก และเติบโตขึ้นอย่างยากลำบาก ดังนั้นถ้าวันหนึ่งเธอค้นพบตัวตนที่แท้จริงของหลาน และควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ หลานก็อย่าต่อว่าพี่สาวเลย สิ่งที่พี่สาวของหลานโกรธเกลียดไม่ใช่หลาน แต่เป็ตัวของปู่เอง"
ฮุ่ยหลินพยักหน้ากัดริมฝีปากไม่พูดอะไรออกมา
ดวงตาหยางเฉินฉายประกายเกิดจ้าขึ้นมาทันที แม้หลินจื้อกั๋วจะไม่ได้เลี้ยงหลินรั่วซีมาั้แ่เด็กจนโต ได้พบเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่หลินรั่วซีก็เป็หลานสาวของเขา และเข้าใจในตัวหลานสาวอย่างลึกซึ้ง
หลังจากพูดคุยกับฮุ่ยหลินสักครู่ แล้วหลินจื้อกั๋วก็หันมาพูดกับหยางเฉินว่า
"เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดปัญหาขึ้นบางอย่าง"
หยางเฉินเห็นหลินจื้อกั๋วพูดเื่นี้ก็รู้ทันทีว่าเขาหมายถึง เื่การตายของซูจื้อหงและเฉิงซินหลิน
"ไม่ใช่ปัญหา ถ้าคนในตระกูลเฉิงทุกคนถูกฆ่า นี่สิถึงจะเรียกปัญหา"
"หึ" หลินจื้อกั๋วหัวเราะในลำคอกล่าวต่อว่า “โลกนี้มีคนเกลียดชังนายเป็พันเป็หมื่นคน นายจะฆ่าพวกเขาให้หมดทุกคนใช่หรือเปล่า นายกลับมาที่นี่เพราะอยากใช้ชีวิตเฉกเช่นคนธรรมดาไม่ใช่หรือไง"
ฮุ่ยหลินได้ยินคำสนทนานี้ ดวงตาคู่งามพลันเบิกกว้าง แม้ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้ขัดจังหวะถามออกมา
"แล้วจะให้ผมทำอย่างไร หลานคนโปรดตายไปพวกเขาย่อม้าแก้แค้น แต่ผมก็ยังมีคนที่ต้องปกป้อง ผมไม่ใช่ซูเปอร์แมน นอกจากจะต้องถอนรากถอนโคนแล้วผมไม่มีทางเลือกอื่น"
"มั่นใจได้ว่าสิ่งที่นายกังวลจะไม่เกิดขึ้น" หลินจื้อกั๋วยิ้มกว้าง
"หมายความว่าอย่างไร" หยางเฉินขมวดคิ้ว
"อย่างน้อยก่อนจบการเลือกตั้งในปีถัดไป ตระกูลเฉิงย่อมไม่กล้าผลีผลามทำอะไร เว้นแต่พวกเขาอยากถอนตัวออกจากการเมือง" หลินจื้อกั๋วกล่าวอย่างมั่นใจ
หยางเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า
"คุณใช้กำลังหรือไม่?"
"แม้ตระกูลหลินจะพอมีอำนาจอยู่บ้าง แต่พวกเราจะไม่เข้าไปแทรกแซงการเมือง ตอนนี้ฉันเจอคนที่จะช่วยนายได้แล้ว และบุคคลนั้นมีอำนาจมากกว่าฉันเสียอีก" หลินจื้อกั๋วกล่าว
หลินจื้อกั๋วเหมือนมีความลับบางอย่าง หยางเฉินพยายามคิดถึงความเป็ไปได้ และรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
"ผมไม่ชอบคนจมูกยาว" หยางเฉินกล่าวอย่างไม่แยแส "ผมจัดการปัญหาทั้งหมดเองได้"
"หยางเฉิน!" หลินจื้อกั๋วกล่าวด้วยเสียงเ็า "ฉันคิดเสมอว่านายจะเป็ผู้ใหญ่มากกว่านี้ ปัญหาทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว และมันเป็วิธีแก้ปัญหาที่โง่เง่าที่สุด นายเองก็รู้ดีกว่าใครๆ สิ่งที่นายทำลงไปแม้อยากจะหลบหนีได้ก็ทำไม่ได้!”
ดวงตาของหยางเฉินหลี่ลง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
"ถ้าคุณอยากคุยเื่ไร้สาระพวกนี้ก็พอเถอะ ผมไม่อยากฟัง"
หลินจื้อกั๋วถอนหายใจยาวออกมา ก่อนจะจิบชากล่าวว่า
"งั้นฉันจะบอกนายอีกเื่หนึ่ง"
"เร็วหน่อยล่ะ ผมเวลางานของผมจะหมดลงแล้ว" หยางเฉินค่อนข้างใจร้อน
"ตอนนี้กองกำลังของเรายังขาดคนอยู่อีกมาก อีกไม่นานเรามีการคัดเลือกคนเข้ากลุ่มัและกลุ่มัหลาก ฉันอยากให้นายเป็ครูฝึกให้พวกเขา” หลินจื้อกั๋วกล่าว
หยางเฉินเลิกคิ้วหัวเราะกล่าวว่า
"คุณเอาปัญหามาให้ผมอีกแล้วสินะ ถ้าผมกลายเป็ผู้ฝึกสอน นั่นไม่เท่ากับว่าผมกลายเป็คนในครอบครัวของคุณเหรอ นั่นไม่มีผลดีเลยแม้แต่น้อย"
"ประการแรก นายจะทำงานในฐานะหัวหน้าผู้สอน แต่ก็สามารถมอบหน้าที่ในคนอื่นได้ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านายนำทหารรับจ้างเข้ามาในจงไห่ แม้นั่นสร้างปัญหาให้กับน่านน้ำของพวกเราเป็อย่างมาก แต่การได้ศึกษาจากทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์โชกโชนย่อมไม่เลวร้ายนัก ประการที่สอง ฉันสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือคนของนายจากตระกูลหลิน" หลินจื้อกั๋วกล่าวพลางอดทนรอคำตอบของหยางเฉิน
หยางเฉินครุ่นคิดอย่างเงียบเชียบ เงื่อนไขของหลินจื้อกั๋วค่อนข้างน่าสนใจ อีกอย่างหลังจากนี้หกเดือน เขาก็จะหย่าร้างกับหลินรั่วซีแล้ว ญาติดีกับหลินจื้อกั๋วไว้อาจเป็ผลดีกว่า คิดได้เช่นนั้นหยางเฉินก็พยักหน้ากล่าวว่า
"ไม่มีปัญหา แต่เื่นี้จะต้องเก็บไว้เป็ความลับอย่าให้ใครรู้เป็อันขาด"
"งั้นฉันจะติดต่อไปอีกทีก็แล้วกัน" หลินจื้อกั๋วกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หลินจื้อกั๋วพูดจบก็บอกลาฮุ่ยหลิน และพาฮุยอีออกจากบริษัทไปอย่างเงียบเชียบ
จากนั้นไม่นานนักหลินฮุ่ยก็ได้รับโทรศัพท์ เธอรีบลงไปชั้นล่างเพื่อกลับกับหลินรั่วซีในทันที ฮุ่ยหลินรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก เมื่อเจอกับหลินรั่วซีเธอก็จ้อไม่หยุด แต่แน่นอนว่าย่อมไม่บอกเื่ที่เจอกับหลินจื้อกั๋ว
หยางเฉินเหม่อมองนาฬิกา จากนั้นจึงลงไปที่ชั้นล่างและขับรถกลับบ้าน
ภายในรถหยางเฉินจดจำเื่ราวของตระกูลเฉิงที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยคนของตนเอง และรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจถึงขีดสุด แม้มันจะถูกหยางเฉินฝังลึกไปในจิตใจได้หลายปีแล้วก็ตาม เขากลับมาถึงบ้านด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง และพบว่าหลินรั่วซีกับหลินฮุ่ยก็เพิ่งกลับมาถึงพอดี สองสาวกำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน โดยไม่สนใจหยางเฉินแม้แต่น้อย
หยางเฉินฝืนยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ฮุ่ยหลินปรับตัวได้รวดเร็วยิ่งนัก แม้กระทั่งไม่แยแสหยางเฉินตามพี่สาวของเธอด้วย
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน หยางเฉินก็เดินตรงไปที่หลินรั่วซีพร้อมกล่าวว่า
"รั่วซีผมขอคุยด้วยหน่อย"
